APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อาเฟย

อาเฟย

โชคชะตาของอาเฟย เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งกลางพงหญ้า ช่างแสนรันทดเมื่อเขาถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยค่าตัวเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ทว่าเด็กหนุ่มไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เขามุ่งมั่นที่จะเก็บออมเงินเพื่อไถ่ตัวเองเป็นอิสระและฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง แต่หนทางสู่เสรีภาพกลับไม่ง่ายดายอย่างที่คิด เมื่ออุปสรรคชิ้นโตคือกำแพงร่างยักษ์อย่างอ๋องสี่ผู้ทรงพลัง ที่ชอบกลั่นแกล้งขัดขวางแผนการของเขาด้วยการหนีบรักแร้หิ้วไปไหนมาไหนตลอดเวลา เตรียมพบกับเรื่องราวการผจญภัยสุดป่วนและฮากระจายในนิยายสายตลกเบาสมองเรื่องนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

องค์ชายสามอ้ายหยางเม้มปากนิดหนึ่ง แล้วหันมายิ้มให้แก่ไท่หวางเฟยหลี่ชิงอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะน้อมคำนับแล้วกล่าวว่า 

"ข้าได้ยินกิตติศัพท์อันโด่งดังของไท่หวางเฟยหลี่ชิงว่า...มีความสามารถจนได้รับการยกเว้นจากกฎมนเทียรบาลที่ห้ามมิให้ฝ่ายในเกี่ยวข้องกับราชกิจ ไท่หวางเฟยจึงสามารถช่วยไท่ชินอ๋องอ่านฎีกาได้ ความรู้ความสามารถของไท่หวางเฟยย่อมต้องมีมากล้น ข้าขอบังอาจขอศึกษาจากท่านสักเล็กน้อย เพราะข้านั้นมีความรักในภาษาและวัฒนธรรมของหนานหยางอย่างยิ่ง หากได้รับการชี้แนะจากไท่หวางเฟยบ้าง นับว่าเป็นวาสนาของข้ายิ่งนัก"

"องค์ชายกล่าวยกย่องเกินไป" หลี่ชิงได้แต่ตอบตามมารยาท เพราะอีกฝ่ายไล่ต้อนด้วยคำพูดที่ฟังดูอ่อนหวาน ทว่าเคลือบอาบด้วยยาพิษ "ความรู้ของข้ามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น"

"ข้าเองก็มีความรู้เพียงหางอึ่ง...แต่ใคร่ขอแลกเปลี่ยนความรู้กับท่าน หวังว่าท่านจะให้เกียรติ" องค์ชายสามอ้ายหยางยังคงยืนกราน

"เช่นนั้น...นับถือมิสู้ทำตาม" หลี่ชิงจำต้องรับปากในที่สุด

เจ้ากรมพิธีการเห็นไท่ชินอ๋องมิได้คัดค้านอันใด ก็สั่งให้ยกโต๊ะเก้าอี้และกระดาษพร้อมเครื่องเขียนมาให้ไท่หวางเฟยหลี่ชิงกับองค์ชายสามอ้ายหยางคนละชุด

อาเฟยเอียงตัวกระซิบถามท่านอ๋องสี่ที่นั่งอยู่ติดกันว่า "ท่านว่าเกอเกอจะชนะหรือไม่?"

"ไม่" อ๋องสี่กระซิบตอบ

"เพราะเหตุใด?"

"เพราะว่าองค์ชายสามอ้ายหยางร่ำเรียนทั้งภาษาซีเป่ยและภาษาหนานหยางตั้งแต่อายุสี่ห้าขวบ เวลานี้เขาอายุสิบหก เจ้าคิดว่าพี่สะใภ้ที่เพิ่งจะได้จับพู่กันเขียนอักษรมาเพียงแค่ปีเศษจะเป็นฝ่ายชนะหรือ?"

อาเฟยโกรธจนกัดปากแทบห้อเลือด "อย่างนี้เอาเปรียบกันชัด ๆ ข้าจะเปิดโปงเขา"

"เจ้าควรจะใจเย็นเอาไว้" ท่านอ๋องสี่กระซิบเตือนอาเฟย "ถ้าเรื่องแค่นี้ พี่ใหญ่จัดการไม่ได้ ก็ไม่ใช่ไท่ชินอ๋องแห่งหนานหยางแล้ว"

แต่อาเฟยไม่สนใจ ลุกพรวดขึ้นยืน ตะเบ็งเสียง "องค์ชายสามอ้ายหยาง...ท่านคดโกง"

องค์ชายสามอ้ายหยางเงยหน้าจากคำกลอนที่เขียนเสร็จแล้ว ถามว่า

"พระชายากล่าวหาข้าเช่นนี้มีหลักฐานอันใดหรือ?"

"ท่านเรียนหนังสือมาตั้งแต่เด็ก แต่เกอเกอของข้า..."

อาเฟยพูดถึงตรงนี้ก็ถูกมือหยาบใหญ่ของท่านอ๋องสี่ปิดปากเอาไว้ พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูว่า

"อาเฟยห้ามพูดว่า พี่สะใภ้เพิ่งหัดเขียนอักษร เพราะจะทำให้พี่สะใภ้ถูกองค์ชายสามอ้ายหยางดูถูกเอาได้ เข้าใจหรือไม่?"

อาเฟยชำเลืองมองท่านอ๋องสี่แล้วพยักหน้า

ท่านอ๋องสี่จึงเอามือที่ปิดปากอาเฟยออก

อาเฟยเบะปาก ขมุบขมิบเสียงเบา ๆ ว่า "ข้าจะฟ้ององค์ชายเทียนเป่าว่าองค์ชายสามอ้ายหยางรังแกข้า"

ท่านอ๋องสี่ได้แต่มองบน...

เมื่อไท่หวางเฟยหลี่ชิงและองค์ชายสามอ้ายหยางต่างเขียนคำกลอนเสร็จ มหาอำมาตย์ไห่สุยซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการตัดสิน ก็เข้ามาหยิบกระดาษแผ่นที่ไท่หวางเฟยหลี่ชิงเขียนคำกลอนขึ้นมาอ่านออกเสียงก่อนว่า

“สายฝนหลั่งจากฟ้าทั่วนาไร่

ปวงประชาหน้าใสต่างสุขสันต์”

มหาอำมาตย์ไห่สุยพิจารณาคำกลอนที่สื่อวิสัยทัศน์ของผู้แต่ง..."ไท่หวางเฟยหลี่ชิงเห็นความอยู่ดีกินดีของปวงประชาเป็นที่ตั้ง...นับว่ามีน้ำใจที่อ่อนโยนห่วงใยราษฎรยิ่งนัก"

ทำให้มหาอำมาตย์เฒ่าเปลี่ยนมุมมองไท่หวางเฟยหลี่ชิงใหม่...จากที่เคยมีอคติก็เปลี่ยนเป็นรู้สึกดีด้วยขึ้นหลายส่วน

แต่ตัวอักษรที่ไท่หวางเฟยเขียนนั้นมิได้สวยงามนัก...หากให้คะแนนอย่างยุติธรรม อย่างมากก็ได้แค่เจ็ด

หลังจากพิจารณาผลงานของไท่หวางเฟยหลี่ชิงแล้วจึงประกาศว่า

"ข้าให้คะแนนไท่หวางเฟย...เจ็ด"

ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ

มหาอำมาตย์ไห่สุยจึงเดินมาหยิบกระดาษที่องค์ชายสามอ้าย หยางเขียนคำกลอนขึ้นอ่าน

“เสียงม้าศึกคึกคะนองก้องเกริกไกร

ปฐพีสะท้านไหวตะวัน (หยาง) ครอง”

พอมหาอำมาตย์ไห่สุยอ่านจบ ก็มีเสียงฮือฮาเบา ๆ เกิดขึ้นในท้องพระโรง

"เป็นคำกลอนที่ดี ๆ ๆ..."

มหาอำมาตย์ไห่สุยวิเคราะห์คำกลอนขององค์ชายสามอ้าย หยางว่า

"องค์ชายสามอ้ายหยางมีความทระนงองอาจสมกับเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ ตัวอักษรทั้งสวยงามทั้งทรงพลัง สัมผัสของคำกลอนก็ดียิ่ง"

หากให้คะแนนอย่างยุติธรรมต้องได้เก้า

แต่จะชนะไท่หวางเฟยมากเกินไป...จะทำให้ไท่หวางเฟยที่มีจิตใจอ่อนโยน เสียใจได้...ดังนั้นมหาอำมาตย์ไห่สุยจึงประกาศว่า

"ข้าให้คะแนนองค์ชายสามอ้ายหยาง...แปด" 

พอคะแนนประกาศออกมา...พระชายาอาเฟยก็เม้มปากแน่น หน้าตายู่ยี่ พึมพำเบา ๆ แต่คำว่า "ไม่ยุติธรรม ๆ ๆ ๆ..."

มหาอำมาตย์ไห่สุยลอบมองไท่หวางเฟยหลี่ชิงที่ยังคงข่มสีหน้าให้สงบเยือกเย็นอย่างเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยปากว่า

"ข้าขอประกาศว่า คำกลอนขององค์ชายสามอ้ายหยางชนะ"

แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ...เสียงปรบมือดังขึ้นมาจากคณะทูตของซีเป่ย อย่างสนั่นหวั่นไหว

พอเสียงปรบมือซา...ไท่ชินอ๋องก็เอ่ยว่า

"คำกลอนขององค์ชายสามไพเราะนัก...แต่ข้าอยากจะถามว่า ตัว 'หยาง' (ตะวัน) ในคำกลอนนั้นเป็นหยางไหน?"

ความหมายในคำพูดของไท่ชินอ๋องก็คือ หยางในคำกลอน ไม่แน่นักว่าจะเป็น 'หนานหยาง' แต่อาจจะเป็น 'อ้ายหยาง' ก็ได้

ทำให้องค์ชายสามอ้ายหยางที่มีสีหน้าภาคภูมิใจกลายเป็นซีดฉับพลัน...รีบลุกขึ้นน้อมคำนับไท่ชินอ๋อง พร้อมกับกล่าวว่า

"ย่อมหมายถึง 'หนานหยาง' ขอรับ"

มหาอำมาตย์ไห่สุยนั้นลอบยิ้มในใจ กล่าวว่า "การแข่งขันไม่สามารถมาแก้ไขภายหลังได้ เป็นข้าน้อยเองที่ไม่รอบคอบ คำกลอนขององค์ชายสามอ้ายหยางมีความหมายคลุมเครืออยู่จริง ๆ ข้าน้อยต้องขออภัยที่ให้คะแนนผิดพลาด จึงขอแก้คะแนนขององค์ชายสามอ้ายหยางใหม่ เป็นเจ็ด...ดังนั้น ไท่หวางเฟยหลี่ชิงกับองค์ชายสามอ้ายหยางจึงเสมอกัน"

แปะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ...เสียงปรบมือจากเหล่าขุนนางของแคว้นหนานหยางดังกึกก้อง

เพราะเมื่อครู่คณะทูตแสดงการสนับสนุนองค์ชายของตนอย่างเปิดเผย ทำให้เหล่าขุนนางของหนานหยางต่างรู้สึกอึดอัด พอเวลานี้รู้ว่าไท่หวางเฟยไม่ได้แพ้ ก็รู้สึกว่าพวกตนไม่ได้แพ้ไปด้วย จึงปรบมือกันดังสนั่นหวั่นไหว!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สวาทรักคนเถื่อน
8.0
ชีวิตของพวงชมพูต้องพลิกผันอย่างกะทันหันระหว่างเดินทางไปหาพ่อ เมื่อเธอถูกอุกฤษฏ์ ชายเถื่อนหนวดเครารุงรังพร้อมกลุ่มสมุนจำนวนมากดักลักพาตัวขึ้นหลังม้าไป แม้หญิงสาวจะพยายามเสนอเงินจำนวนมหาศาลเพื่อแลกกับอิสรภาพ แต่หัวหน้าโจรป่าผู้เจ้าเล่ห์กลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เพราะเป้าหมายเดียวของเขาคือการรวบหัวรวบหางเอาเธอมาเป็นภรรยา ยิ่งเธอพยายามดิ้นรนต่อต้าน สัมผัสทางกายที่ใกล้ชิดก็ยิ่งทวีความน่ากลัวขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางผืนป่าลึกที่ไร้ทางออก พวงชมพูต้องเผชิญกับฝันร้ายและหาทางรอดพ้นจากเงื้อมมือของชายโฉดที่หวังจะครอบครองเธอทั้งร่างกายและจิตใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักทรายสีเลือด
8.7
เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจถูกลักพาตัวไป ท่ามกลางสมรภูมิทะเลทรายอันร้อนระอุที่อาบไล้ด้วยรอยแค้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสจึงแปรเปลี่ยนเป็นชนวนเหตุให้เกิดการไล่ล่าครั้งยิ่งใหญ่ นำไปสู่การจับมือเผชิญหน้าระหว่างสองชายหนุ่มต่างที่มา ทหารหนุ่มสายเลือดไทยผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวและชีคผู้สูงศักดิ์แห่งดินแดนราสอัลไคมาห์ ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันบุกตะลุยฝ่าฟันอันตรายในดินแดนทะเลทรายกว้างใหญ่ เพื่อช่วยเหลือหญิงคนรักและพิฆาตกลุ่มคนชั่วให้สิ้นซาก บทสรุปของความรักท่ามกลางกลิ่นอายควันปืน หยดเลือด และรอยน้ำตาบนผืนทรายแห่งนี้จะจบลงอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง วุ่นรักมนตรา คำสาปบุปผา NC20+
9.1
โชคชะตาเล่นตลกกับโจวเจ้าเว่ย องค์หญิงแสนงามแห่งเผ่าบุปผาผู้ต้องคำสาปร้าย หากนางริอาจมีความรักจะต้องเผชิญความตาย เพื่อทำลายคำสาปนี้ นางกับพี่ชายฝาแฝดจึงตัดสินใจข้ามมิติโดยใช้ขลุ่ยวิเศษเพื่อค้นหาหนทางรอด ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้นางต้องเข้าพิธีสมรสทางการเมืองกับฝูจื่อหรง ฮ่องเต้หนุ่มผู้อ่อนแอในสายตาคนอื่นและถูกมองว่าเป็นเพียงหุ่นเชิด แม้จักรพรรดิผู้เย็นชาจะเห็นสตรีเป็นแค่เครื่องมือค้ำจุนอำนาจบัลลังก์ แต่ความลึกลับและเสน่ห์ของเจ้าเว่ยกลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจของเขา ท่ามกลางเพลิงปรารถนาที่ก่อตัวและความลับอันตรายที่ต้องปิดบังเพื่อเอาชีวิตรอด
ภาพปกนิยายเรื่อง อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลจำต้องร่วมทางไปถ่ายทำสารคดีในป่าลึกกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มสุดกวนผู้มีเสน่ห์ล้นเหลือ ทว่าอุบัติภัยน้ำป่าหลากกลับทำให้ทั้งคู่หลงป่าและถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความใกล้ชิดและฤทธิ์ของเห็ดป่าที่กินเข้าไปโดยบังเอิญได้ชักนำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในคืนที่สติเลือนราง หลังจากรอดชีวิตกลับมาได้ รัชนิชลเลือกที่จะยื่นใบลาออกทันทีเพื่อปกปิดความลับเรื่องลูกในท้อง โดยที่ชายหนุ่มไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายาอสรพิษ
9.1
หลี่หลิงเฟิ่ง สุดยอดสายลับอัจฉริยะจากองค์กรลับของจีนเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาในภารกิจสุดท้าย ทว่าวิญญาณของเธอกลับไม่ได้ดับสูญ แต่ข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหนิงเฟิ่ง คุณหนูห้าผู้ต่ำต้อยซึ่งเกิดจากอนุภรรยาในจวนเจ้าเมือง ท่ามกลางกระแสสังคมที่รุมประณามและตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงคนไร้ค่าที่ไม่มีใครต้องการ เมื่อได้รับโอกาสให้มีชีวิตใหม่อีกครั้งในต่างโลก อดีตสายลับสาวจึงปฏิเสธที่จะอ่อนแอและไม่ยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนอีกต่อไป เธอพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองและลบล้างคำสบประมาทเหล่านั้นให้สิ้นสิ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อหญิงสาวจากต่างมิติได้หลุดเข้ามาใช้ชีวิตใหม่ในร่างของ กู้ลี่ถิง ตัวประกอบแสนธรรมดาผู้มีบทบาทเพียงน้อยนิดในหน้าประวัติศาสตร์ของโลกนิยาย แทนที่จะยอมรับชะตากรรมอันไร้ค่าที่ผู้เขียนกำหนดไว้ เธอตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความรู้จากอนาคตที่ตนกุมไว้เป็นอาวุธในการปฏิวัติเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคขวากหนามใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือลิขิตชะตาชีวิตของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้อย่างเด็ดเดี่ยว โดยไม่สนใจบทบาทเดิมเลยแม้แต่น้อย