APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อาเฟย

อาเฟย

โชคชะตาของอาเฟย เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งกลางพงหญ้า ช่างแสนรันทดเมื่อเขาถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยค่าตัวเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ทว่าเด็กหนุ่มไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา เขามุ่งมั่นที่จะเก็บออมเงินเพื่อไถ่ตัวเองเป็นอิสระและฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง แต่หนทางสู่เสรีภาพกลับไม่ง่ายดายอย่างที่คิด เมื่ออุปสรรคชิ้นโตคือกำแพงร่างยักษ์อย่างอ๋องสี่ผู้ทรงพลัง ที่ชอบกลั่นแกล้งขัดขวางแผนการของเขาด้วยการหนีบรักแร้หิ้วไปไหนมาไหนตลอดเวลา เตรียมพบกับเรื่องราวการผจญภัยสุดป่วนและฮากระจายในนิยายสายตลกเบาสมองเรื่องนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

พอเสียงปรบมือซาลง...องค์ชายสามอ้ายหยางก็ค้อมคำนับให้แก่ไท่ชินอ๋อง แล้วกล่าว

"ข้าน้อยด้อยฝีมือทางอักษรศาสตร์ ทำขายหน้าต่อหน้าไท่ชินอ๋องแล้ว"

พระชายาอาเฟยได้ยินได้แต่ขบฟันและคิดในใจ....เจ้าเสมอกับเกอเกอของข้า เจ้าบอกว่าขายหน้า อย่างนี้ก็หมายความว่า เกอเกอของข้าก็ต้องขายหน้าด้วยน่ะสิ...อยากเอาฝุ่นสกปรกริมทางเดินมาใส่ในน้ำชาให้เจ้ากินยิ่งนัก!

"อาเฟย...สายตาประสงค์ร้ายของเจ้าโจ่งแจ้งมากเกินไปแล้ว" ท่านอ๋องสี่กระซิบบอกพระชายาของตน "เก็บอาการหน่อย"

"ช่างข้า" พระชายาอาเฟยเสียงสะบัด "ไม่สนับสนุนข้าก็เฉยไปเลย ไม่ต้องมาซ้ำเติมข้า...จะอย่างไร องค์ชายเทียนเป่าก็เข้าใจข้ามากที่สุด"

ก็เจ้าทั้งสองคนมันเด็กเมื่อวานซืนเหมือนกันนี่...ท่านอ๋องสี่คิดในใจ

องค์ชายสามอ้ายหยางคลี่ยิ้มเย้ายวนใจแล้วกล่าวต่อ "แต่ข้าน้อยยังใคร่ขอโอกาสขอการชี้แนะทางดนตรีจากไท่หวางเฟยหลี่ชิงสักครั้ง"

แล้วหันไปทางไท่หวางเฟยหลี่ชิงพลางค้อมศีรษะให้ "หวังว่าไท่หวางเฟยจะไม่ปฏิเสธเรื่องเล็กน้อยนี้นะขอรับ"

"ชิงชิง...ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ" ไท่ชินอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบ ๆ ทว่าหนักแน่น

หลี่ชิงมองสีหน้าของเหล่าขุนนางทั่วทั้งท้องพระโรงแล้วนึกตรึกตรอง...แพ้หรือชนะ ยังไม่สำคัญเท่ากับไม่กล้าต่อสู้ หรือยอมแพ้ตั้งแต่ไม่ทันได้ต่อสู้!

และเหมือนว่า...การต่อสู้ครั้งนี้มีหน้าตาของหนานหยางทั้งแคว้นและไท่ชินอ๋องเป็นเดิมพัน...ยิ่งกดดันให้หลี่ชิงมิอาจหลีกเลี่ยงได้!!!

จึงประสานมือให้แก่องค์ชายสามอ้ายหยาง กล่าวเสียงเรียบ ๆ ว่า "เชิญองค์ชายชี้แนะ"

ดังนั้น...ทางฝ่ายคณะทูต จึงนำพิณตัวโปรดขององค์ชายสามอ้ายหยางเข้ามาตั้งบนโต๊ะสำหรับตั้งพิณ พร้อมเก้าอี้สำหรับนั่งดีดพิณ

ฝ่ายแคว้นหนานหยาง เจ้าหน้าที่ก็นำพิณที่ดีเลิศที่สุดออกมาตั้งบนโต๊ะตั้งพิณ พร้อมเก้าอี้นั่งเช่นกัน

"เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อไท่ชินอ๋อง...พวกเราสองคนร่วมบรรเลงเพลง ภูผา สายลม และจันทรา ของแคว้นหนานหยางดีหรือไม่? ไท่หวางเฟย" องค์ชายสามอ้ายหยางกล่าวเสียงนุ่มนวล

หลี่ชิงยิ้มรับตามมารยาท "ตามใจองค์ชายเถอะ"

เพลง 'ภูผา สายลม และจันทรา' เป็นเพลงที่รู้จักกันดีในแคว้นหนานหยาง เป็นเพลงที่จะว่า บรรเลงง่ายก็ง่าย บรรเลงยากก็ยาก เพราะเพลงนี้มีทำนองถึงเก้าชั้น

ชั้นหนึ่งถึงสามนั้นบรรเลงเป็นที่แพร่หลายกันมาก แต่ชั้นสี่ถึงหกนั้นจะต้องเป็นมืออาชีพจริง ๆ ส่วนชั้นเจ็ดถึงเก้านั้นถือว่าเป็นระดับอาจารย์ถึงปรมาจารย์

ไท่หวางเฟยหลี่ชิงนั้นฝึกมาได้แค่ชั้นสามเท่านั้นเอง ซ้ำยังไม่คล่องนัก

ดังนั้น...พอเริ่มบรรเลงพร้อมกัน

ไท่หวางเฟยหลี่ชิงก็ยิ่งกดดัน เพราะองค์ชายสามอ้ายหยางบรรเลงไต่ระดับขึ้นไปทีละชั้นจนถึงชั้นที่เจ็ด

หลี่ชิงฝืนไต่ระดับตาม แต่พอข้ามจากชั้นสามไปชั้นสี่

ตึ๊งงงง...สายพิณของหลี่ชิงก็ขาดสะบั้น!

องค์ชายสามอ้ายหยางบรรเลงเพลงจนจบ...คณะทูตพากันปรบมือเกรียวกราว 

ไท่หวางเฟยหลี่ชิงหน้าซีดแล้วซีดอีก...รวมถึงสีหน้าของเหล่าขุนนางแคว้นหนานหยางก็ไม่สู้ดีนัก

องค์ชายสามยิ้มใส่ตาของหลี่ชิง "ไท่หวางเฟย...รอบนี้พวกเราไม่นับดีหรือไม่?"

หลี่ชิงข่มใจตอบว่า "ไม่จำเป็น...รอบนี้ข้าแพ้ท่าน"

"เช่นนั้น...พวกเรามาแข่งขันกันอีกรอบ ดีหรือไม่?" องค์ชายสามอ้ายหยางส่งยิ้มท้าทาย

"ได้" หลี่ชิงรับปากทันที เพราะความพ่ายแพ้กดดันเขาอยู่

"รอบนี้ พวกเรามาแข่งควบม้ากัน" องค์ชายสามอ้ายหยางเสนอ

หลี่ชิงเม้มปากนิดหนึ่ง...ตอนแรก เขาคิดว่าองค์ชายสามอ้าย หยางจะท้าทายแข่งขันบุ๋น (ศักยภาพทางศิลป์) เหมือนสองรอบแรก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะท้าทายให้แข่งขันบู๊ (ศักยภาพทางยุทธ์)

แต่ถลำตัวถึงขั้นนี้แล้ว  ด้วยศักดิ์ศรีไท่หวางเฟยแห่งหนานหยาง เขาไม่อาจถอย

"ได้"

"ไม่" เสียงไท่ชินอ๋องดังขึ้นพร้อม ๆ กัน "ชิงชิง เจ้าไม่จำเป็นต้องแข่งขันอะไรอีก"

"ท่านอ๋อง..." หลี่ชิงกล่าว "ได้โปรดอนุญาตให้ข้าน้อยแข่งขันเถิดขอรับ...ข้าน้อยรู้ตัวว่ามิได้เก่งกาจเหมือนดั่งองค์ชายสามอ้ายหยาง แต่ใจข้าน้อยสู้ ใจของข้าน้อยและชาวหนานหยางทุกคนล้วนสู้และฮึกเหิม มิได้ขลาดกลัวแม้แต่น้อย...ถ้าข้าน้อยสู้แล้วแพ้ ข้าน้อยจะเพียรพยายามฝึกฝนใหม่จนกว่าจะชำนาญให้ได้ขอรับ"

ไท่ชินอ๋องรู้ว่า...หลี่ชิงมีความในใจอีกมากมายที่ไม่อาจกล่าวออกมา...จึงพยักหน้า

"ก็ได้...ข้าอนุญาต"

สนามแข่งม้าอยู่ในบริเวณพระราชวังเช่นกัน...

คนของคณะทูตจูงม้าสีขาวงดงามมาให้องค์ชายสามอ้ายหยาง

ฝ่ายแคว้นหนานหยาง...คนจูงม้าสีดำเป็นเงามันพ่วงพีสูงใหญ่งดงามมาให้หลี่ชิง เป็นเพียงเด็กชายอายุสิบสองปีคนหนึ่ง

พระชายาอาเฟยที่นั่งอยู่ในพลับพลากับท่านอ๋องสี่ ผุดลุกผุดนั่งอย่างกระวนกระวาย...เขากับหลี่ชิงเพิ่งฝึกหัดขี่ลูกม้าที่ไม่ต้องให้คนจูงได้ไม่นานมานี้เอง แล้วม้าตัวสูงใหญ่ขนาดนี้ แม้จะเคยขี่ แต่ก็ต้องมีไท่ชินอ๋องคอยโอบประคองหลี่ชิงอยู่ ส่วนเขาเองก็ต้องมีท่านอ๋องสี่คอยดูแลแบบแนบชิดแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกันเช่นกัน

องค์ชายสามอ้ายหยางขึ้นม้าอย่างสง่างาม แล้วรอไท่หวางเฟยหลี่ชิงอยู่

ไท่ชินอ๋องจูงมือหลี่ชิงไปส่ง และรอให้หลี่ชิงปีนขึ้นหลังม้าด้วยตัวเองจนสำเร็จ แล้วดีดนิ้ว

ทันทีที่ได้ยินเสียงดีดนิ้ว...ม้าสีดำมันเงาก็ส่งเสียงร้องและพยศยกขาหน้าขึ้นตะกุยอากาศ

"อ๊า..." หลี่ชิงอุทานอย่างตกใจ แล้วร่างบอบบางก็ร่วงหล่นลงจากหลังม้า มาสู่อ้อมแขนแข็งแกร่งของไท่ชินอ๋องที่รอรับอยู่

ขณะที่หลี่ชิงยังงุนงงอยู่ในอ้อมกอดที่รัดแน่น...ไท่ชินอ๋องก็ประกาศว่า

"ไท่หวางเฟยหลี่ชิงประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากหลังม้าที่พยศ ไม่สามารถแข่งขันได้...หากองค์ชายสามแห่งซีเป่ยยังต้องการจะแข่งขัน ข้าจะให้เด็กจูงม้าเป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน" ว่าแล้วก็อุ้มร่างบอบบางมาที่พลับพลา วางลงอย่างเบามือให้นั่งเคียงข้าง

หลี่ชิงไม่กล้าแย้งอะไรอีก เพราะเห็นสีหน้าเย็นเยียบราวฉาบด้วยน้ำแข็งของผู้เป็นสามี

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง มังกรขาว
8.9
วันที่สิบห้ามิถุนายนปีสองพันสิบ โลกก้าวสู่การตื่นขึ้นหนที่สาม มิติย่อยนับไม่ถ้วนหลอมรวมเข้ากับโลกหลัก นำพาสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์และมอบพลังควบคุมธาตุแก่มนุษย์ พร้อมด้วยหอคอยปริศนาที่ซ่อนขุมพลังมหาศาลจนเกิดสงครามแย่งชิง ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีอายุขัยนับพันปีกลับต้องจบชีวิตด้วยน้ำมือคนสนิท ทว่าเขาได้โอกาสคืนชีพกลับมาสี่เดือนก่อนหายนะจะอุบัติ ด้วยภูมิปัญญาและทักษะที่สั่งสมมาอย่างโชกโชน เขาตั้งมั่นจะลบความผิดพลาดในอดีต ยึดครองอำนาจจากหอคอย และสกัดกั้นโศกนาฏกรรมไม่ให้ซ้ำรอยเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูของข้า
7.6
การเดินทางข้ามมิติสู่โลกแปลกตาได้พลิกผันชีวิตเธอให้กลายเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แม้ฐานะใหม่จะดูหรูหราแต่ความจริงกลับไม่ได้สวยงามเช่นนั้น ความปรารถนาที่จะมีชีวิตสงบสุขพังทลายลงเมื่อเธอต้องพบกับวิกฤตการณ์ที่ย่ำแย่กว่าเดิม ซ้ำร้ายยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลและถูกประณามอย่างรุนแรงว่าเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ คำวิจารณ์ถึงความล้มเหลวคอยทิ่มแทงจิตใจอยู่เสมอ ในดินแดนที่เต็มไปด้วยขวากหนามและความขัดแย้งนี้ เธอจำต้องหาทางเอาตัวรอดและก้าวผ่านอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องให้จงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพเป็นเมียตัวร้าย
9.5
แพทย์ทหารหญิงหลุดเข้ามาในนิยาย กลายเป็นภรรยาที่ถูกลิขิตให้ตายของบุรุษอำมหิตผู้พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อล้างแค้นให้บุตรชาย เพื่อพลิกชะตากรรมมรณะ นางจึงยื่นข้อตกลงกับสามีจอมโหด โดยอาสารักษาขาที่พิการของเขาให้กลับมาเดินได้ แลกกับหนังสือหย่าและอิสรภาพ ทว่าระหว่างการรักษา นางต้องสวมบทบาทมารดาเพื่อฟูมฟักลูกชายฝาแฝดทั้งสี่ให้เติบโตอย่างปลอดภัย พร้อมกับดูแลสามีอันตรายผู้นี้อย่างใกล้ชิด การดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนตอนจบของเรื่องราวและเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือปีศาจร้ายจึงได้เปิดฉากขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่มด
9.5
ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ได้ซุกซ่อนดาวเคราะห์ลี้ลับดวงหนึ่งเอาไว้ ณ จุดที่ห่างจากอาณาเขตมนุษย์นับล้านปีแสง แม้ระยะทางจะไกลแสนไกล ทว่าดินแดนคู่ขนานแห่งนี้กลับมีระบบนิเวศและสภาพภูมิประเทศที่ลอกเลียนแบบโลกของเรามาอย่างน่ามหัศจรรย์ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สะท้อนภาพของยุคหินในอดีตกาลออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ เรื่องราวอันลี้ลับกำลังจะถูกจารึกขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกบรรพกาล ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมนต์ขลังแห่งยุคสมัยอันเนิ่นนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติเป็นเด็กถูกทิ้ง แม่บุญธรรมพาหนูรวยล้นแผ่นดิน
9.1
วิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่างทารกที่ถูกสลับตัวและทิ้งให้ตายกลางพายุหิมะ เธอรอดชีวิตเพราะหญิงใจบุญเก็บมาเลี้ยง แม้ครอบครัวใหม่จะยากจนข้นแค้นแต่เธอก็ได้รับความอบอุ่นจากพี่ชายทั้งสอง คนหนึ่งแสร้งโง่ซ่อนความฉลาด อีกคนหล่อเหลาเยือกเย็น เมื่อรู้ว่ามารดาบุญธรรมคือทายาทจวนแม่ทัพที่ถูกรังแก เธอจึงใช้พลังวิเศษสื่อสารกับสัตว์เพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิตของทุกคน ขณะเดียวกัน ศัตรูผู้มีความทรงจำจากอดีตชาติต้องตกตะลึง เมื่อครอบครัวนี้ที่ควรตายไปแล้วกลับผงาดขึ้นเป็นทั้งจอหงวนและแม่ทัพ พร้อมชิงเกียรติยศที่ตนหมายมั่นไปจนหมด