APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เงื่อนลวง

เงื่อนลวง

8.4 / 10.0
ช่างภาพสาวอย่างอัญมณีต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของดวงดาว เพียงเพราะเธอไปร่วมงานศพในฐานะตัวแทนของนักเขียนชื่อดังที่มีชื่อเหมือนกับเธอ หมอชลทิศซึ่งเป็นน้องชายของผู้ตายพร้อมกับหลานสาวต่างปักใจเชื่อข่าวลือว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้อง ท่ามกลางสถานการณ์คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนที่ทวีความโหดเหี้ยมและน่าสะพรึงกลัวขึ้นเรื่อยๆ อัญมณีและชลทิศไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร่วมมือกันสืบหาความจริงเพื่อกระชากหน้ากากฆาตกรตัวจริงออกมา ทว่ายิ่งค้นหาลึกลงไปในความลับและอันตรายที่รุมเร้า ความผูกพันก็เริ่มก่อตัวเป็นความรักอย่างไม่คาดคิด

เงื่อนลวง ตอนที่ 1

บทที่๑

‘อัญมณี’

ทุกสายตาในศาลาสวดอภิธรรมต่างหันไปมองชื่อเจ้าของพวงหรีดที่กำลังถูกแขวนด้วยมือคล้ำของใครคนหนึ่งซึ่งเป็นคนช่วยจัดการในงาน พวงดอกไม้ราคาแพงสีขาวบริสุทธิ์ไม่ได้สะดุดตาเท่าชื่อที่ติดไว้ ทุกคนต่างหันไปมองนอกศาลาเพื่อหาเจ้าของพวงหรีด จนไปหยุดที่หญิงสาวคนหนึ่ง

หล่อนมีรูปร่างโปร่งค่อนไปทางผอมในชุดเสื้อแขนยาวกระโปรงคลุมเข่าสีดำ และรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาจึงเดินช้าลง กวาดตามองอย่างหวาดระแวง แล้วสำรวจตนเองอีกรอบ บางทีการอยู่ในชุดสุภาพสำหรับงานศพอาจทำให้หล่อนดูแปลกไปกว่าทุกวัน และยิ่งไม่รู้จักใครในงานนี้เลยยิ่งตกประหม่าจนอยากหันหลังกลับ

“มานี่ มางานนี้ด้วยหรือ” เจ้าของคำถามเดินมาหา

ตั้มเป็นชายหนุ่มวัยใกล้สามสิบหน้าตาคมเข้มด้วยหนวดและเคราบางๆ เป็นเพื่อนร่วมงานของมานี่หรือนางสาวอัญมณี เจริญยิ่งณรงค์ หล่อนแทบจะกระโดดกอดดีใจที่อย่างน้อยเจอคนรู้จักตั้งหนึ่งคนแล้ว

อัญมณีพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ

“ญาติหรือคนรู้จัก” ตั้มถามต่อ แต่หล่อนส่ายหน้าช้าๆ แล้วอ้อมแอ้มบอก

“ไม่ใช่ทั้งสอง”

“อ้าว! แล้วมาทำไม”

“มาแทนพี่”

“เรามีพี่ด้วย” ตั้มพูดด้วยเสียงอันดัง ทำให้คนทั้งศาลาแทบหันมามองเป็นตาเดียว

“พูดเบาๆ ก็ได้ ไม่ใช่พี่แท้ๆ หรอก เรียกว่าคนนับถือกันนะ”

“ก็เห็นใช้ชื่อตัวเองบนพวงหรีด เลยแปลกใจน่ะ” ตั้มสงสัย

“เอ่อ ไมใช่ชื่อนี่ นั่นมันนามปากกาของพี่ที่นับถือไง”

คนนับถือกัน อัญมณีอยากค้อนให้คำพูดนี้ของตัวเอง คนนับถือกันที่ว่าขอร้องแกมบังคับให้หล่อนนำพวงหรีดมาแสดงความเสียใจอาลัยคนตาย ทั้งที่หล่อนไม่รู้จัก

บ้าไปกันใหญ่แล้ว แต่หล่อนก็ต้องทำตามสั่ง ดูเหมือนว่าไม่เคยขัดใจ ขัดคำสั่งได้เลย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ หล่อนก็ไม่เข้าใจตนเอง

“อ๋อ นักเขียนามปากกาอัญมณีหรือ เคยได้ยินอยู่นะ ไหนๆ ก็มาแล้วไปเคารพศพกัน”

ตั้มชวนเหมือนเป็นเจ้าภาพเสียเอง เขาบอกว่าถึงไม่ใช่เจ้าภาพหรือญาติของคนตาย แต่ก็สนิทสนมกับน้องชายคนตายดีเพราะเจอกันตอนทำงานบ่อยๆ ระหว่างเดินตามตั้มเข้าไปในศาลา อัญมณีรู้สึกถึงสายตาจับจ้องบอกถึงความไม่เป็นมิตรจนเสียวสันหลัง ทั้งที่ตนเองไม่รู้จักทั้งคนเป็นและคนตายในงานเลย

แต่หล่อนก็รู้ว่ามีคนจ้องมองตั้งแต่ส่งพวงหรีดให้คณะเจ้าภาพนำไปวางแล้ว

หรือคนพวกนี้อาจสงสัยว่าหล่อนคือเจ้าของพวงหรีด? ดันชื่อเดียวกันเสียนี่

‘ทำไมใช้นามปากกาอัญมณีคะ’

‘พี่ชอบชื่อมานี่ไง เลอค่าง่ายแก่การจดจำ’

‘ชื่อโหลๆ นี่นะ’

‘ชื่อโหล แต่นามปากกาไม่มีทางโหล เพราะนักเขียนเขาไม่ใช้ซ้ำกันอยู่แล้ว’

อัญมณีคุกเข่าลงเบื้องหน้าโลงศพ ตรงนั้นมีเด็กหญิงวัยรุ่นที่ตาแดงก่ำและบวมเป่งเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักคอยจุดธูปส่งให้คนที่มาไหว้ศพ เด็กสาวส่งธูปที่จุดแล้วมาให้รวดเร็วแทบจะทิ่มหน้าทิ่มตาหากตั้มไม่รีบยื่นมือไปรับไว้แทน หล่อนคิดว่าตัวเองตาไม่ฝาดที่เห็นแววตาอาฆาตของเด็กคนนี้ แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามที

“ขอบคุณนะ” หล่อนพูดกับตั้ม ขอบคุณที่เขาช่วยไม่ให้ธูปปลายแดงๆ ทิ่มหน้าตาให้เกิดเป็นแผลพุพอง อัญมณีมั่นใจว่าเด็กสาวจงใจ เพราะไม่ปริปากสักคำไม่ว่าจะเป็นคำขอโทษหรือขอบคุณเมื่อหล่อนยื่นซองช่วยงานให้

“คุณอัญมณีฝากมาแสดงความเสียใจด้วยนะคะ” หล่อนพูดตามที่ถูกสั่งมา หลังจากตั้มแนะนำว่าเด็กสาวผู้นี้คือลูกสาวของคนตาย

เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำขอบคุณ ซึ่งอัญมณีรู้สึกขัดตาขัดใจมาก เหมือนไม่มีใครอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาท ทั้งที่อายุอานามขนาดนี้โรงเรียนต้องสอนมาแล้ว เด็กสาวรับซองเงินแล้วเดินไปหาชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีที่ต้อนรับแขกอยู่หน้าศาลาแล้วยื่นซองให้พลางชี้กลับมา

ตั้มยิ้มแล้วพยักหน้าให้ชายดังกล่าวที่กระทำตอบลักษณะเดียวกัน แต่หล่อนรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นจ้องไม่วางตาจนทำหน้าไม่ถูก จะยิ้มให้เขาก็ไม่ได้รู้จักหรือแสดงการทักทายหล่อนแต่อย่างใด จะบึ้งก็ไม่มีเหตุอันควร อัญมณีจึงหันไปมองตั้มแทน

“กลับดีกว่า” หล่อนเปรยหลังความอดทนสิ้นสุด

“อ้าว ทำไมรีบ ไม่รอฟังสวดก่อนหรือ”

“ไม่ไหว นี่รู้สึกว่ามีคนมองแปลกๆ”

“คิดมาก คนกำลังโศกเศร้าก็หน้าบึ้งหน้านิ่งเป็นธรรมดา ไปนั่งด้วยกันเถอะเดี๋ยวกลับพร้อมกันผมไปส่งเอง” ตั้มแตะแขนพาเดินไปหาที่นั่ง อัญมณียอมตามไปนั่งแต่ยังมีข้อสงสัย

“เอารถยนต์มาหรือคะ”

หากตั้มใช้รถจักรยานยนต์ตามปกติคงไม่ชวน เหมือนตัวหล่อนเองก็ใช้จักรยานยนต์เพราะความชอบส่วนตัวและความสะดวกในการเดินทางฝ่าการจราจรที่รถราติดขัด หล่อนรู้สึกว่ารถราบ้านเรามีมากขึ้นทุกวัน แม้ไม่ใช่เมืองหลวงยังติดขนาดนี้ ป่านนี้ไม่รู้คนในกรุงเทพฯ จะเผชิญกับรถติดขนาดไหน

“ไม่ได้เอารถอะไรมาเลย” คนอาสาไปส่งบอกหน้าตาเฉย

“อ้าว แล้วบอกจะไปส่ง”

“แล้วมานี่เอารถอะไรมา ผมนั่งไปเป็นเพื่อนไง แล้วค่อยต่อรถกลับบ้าน”

“อ๋อ นี่คือการไปส่งหรือคะ” หล่อนเลิกคิ้ว แล้วพูดต่อ “แต่นี่ก็ไม่ได้เอารถมาเหมือนกัน พี่วิชแวะมาส่งแล้วเลยไปหาเพื่อนค่อยกลับมารับค่ะ”

“งั้นผมก็ขอติดรถไปด้วย คงไม่เป็นเอบีซีนะ”

หล่อนขันคำพูดของตั้มจนเผลอยิ้มออกมา

พี่วิชที่เอ่ยถึงคือสวิช สุสวิชคู่หมั้นสุดหล่อ ที่นานๆ จะไปไหนมาไหนด้วยกันทีเพราะต่างมีงานที่แตกต่างกัน อัญมณีเริ่มงานเป็นผู้ช่วยช่างภาพของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมช่องหนึ่ง ส่วนตั้มเป็นนักข่าวที่มักออกมาทำข่าวด้วยกันบ่อยๆ จึงสนิทสนมกันพอสมควร และตั้มเป็นคนเดียวที่รู้ว่าสวิชเป็นคนคุ้นเคยของหล่อนแต่ไม่รู้ว่าถึงขนาดหมั้นหมายกันแล้ว เพราะหล่อนไม่ชอบใส่แหวนหมั้นหรือไม่เคยใส่เลยหลังจากวันหมั้นก็ไม่แน่ใจ เพราะไม่สนใจและใส่ใจจำ

อัญมณีใช้แค่คำว่าคนคุ้นเคยทั้งที่เป็นคู่หมั้นกันมานาน เพราะครอบครัวหรือจะเรียกว่าบรรพบุรุษของทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมยิ่งกว่าญาติ เรือกสวนไร่นาติดกันจากอดีตแปรเปลี่ยนเป็นตึกรามบ้านช่องที่อยู่อาศัยก็รั้วชิดติดกันเช่นเดิม เมื่อมีลูกก็อยากเกี่ยวดองกัน แต่เหมือนมีกรรมหรือโชคชะตาไม่เข้าข้างในรุ่นลูกเพราะต่างก็มีแต่ลูกสาว กรรมจึงมาตกหนักที่รุ่นหล่อนเองที่ต่างเป็นหลานสาวและหลานชายคนแรก

ฝ่ายสวิชนั้นเป็นหลานชายคนแรกและเป็นหลานคนเดียวของตระกูลยิ่งทำให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหล่อนอยากได้มาเป็นเขยขวัญ เพราะเล็งเห็นแล้วว่ามรดกตกทอดทั้งหลายจะเป็นของสวิชเพียงผู้เดียว แล้วหล่อนที่จะแต่งงานกับเขาก็จะสบายไปด้วยแต่ใช่ว่าหล่อนจะสิ้นไร้ไม้ตอกหรือไม่มีมรดกตกทอด หล่อนก็มีทรัพย์สมบัติของปู่ย่าตายายที่ให้ไว้มากพอสมควร และยังมีญาติน้อยทรัพย์สินไม่ถูกแบ่งแยกไปมากนักจึงเรียกได้ว่ามรดกส่วนใหญ่จะตกเป็นของหล่อน มากพอหรือทัดเทียบกับสวิชทีเดียว

สวิชไม่ขัดข้องเพราะไม่มีผู้หญิงที่ชอบพอ ส่วนหล่อนนะหรือแม้ไม่ใช่คนหัวอ่อนแต่ก็ยอมตามใจพ่อแม่ เพราะสวิชคือพระเอกขี่ม้าขาวสำหรับหล่อนในวัยเยาว์ คือผู้ชายในฝัน ทั้งรูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลาเรียกว่าไปไหนมาไหนด้วยแล้วไม่อายใคร

สวิชจบการศึกษาด้านเคมีทั้งในและต่างประเทศ และเมื่อหล่อนต้องไปศึกษาต่อต่างประเทศเขาก็เป็นคนจัดการทุกอย่างให้ เรื่องที่เรียน ที่พัก และอยู่เป็นเพื่อนจนหล่อนปรับตัวได้เขาจึงกลับมาประเทศไทยแต่ก็บินไปเยี่ยมเยียนหล่อนบ่อยครั้งเมื่อมีเวลา สวิชดูแลกิจการเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและเคมีภัณฑ์พร้อมทำงานอดิเรกที่เขาชอบและประสบผลสำเร็จอย่างดีทีเดียว

ส่วนหล่อนก็กลับมาทำงานที่ชอบแต่ทางบ้านไม่ค่อยปลื้มนัก และมีเพียงสวิชเท่านั้นที่คอยสนับสนุนหาที่ทำงาน ให้กำลังใจ และคอยแก้ต่างให้ผู้ใหญ่เข้าใจว่างานของหล่อนได้เสี่ยงภัยอะไรและเป็นงานที่ตรงตามสาขาที่เรียนมา เขาขอขอโอกาสให้หล่อนได้พิสูจน์ตัวเองว่าทำงานได้ ซึ่งผู้ใหญ่ก็ให้โอกาสหล่อนทันทีทั้งที่หล่อนเว้าวอนจนปากเปียกปากแฉะแม่ก็ไม่ยอมท่าเดียว

อ่านต่อ

สารบัญ เงื่อนลวง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงไม่ปล่อยให้ชีวิตพังทลายเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไม่อาจแก้ไข เธอต้องเผชิญตราบาปที่ไม่ได้ก่อจากการกระทำของชายสารเลวที่ทำให้เธอตั้งท้อง จนถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่จริงเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่โดนรังแกอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมความเสียใจที่อดีตไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอ จนต้องพบจุดจบอันแสนทรมานใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาอนาคตอย่าหนีไปไหน
8.9
อุบัติเหตุเล็กๆ บนท้องถนนนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหญิงสาวเผลอเดินชนเด็กชายแปลกหน้า ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบลงแค่คำขอโทษ เด็กน้อยคนนั้นกลับคว้าตัวเธอไว้แน่นและยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องตกตะลึง เขาเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบด้วยการมาเป็นมารดาของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสน เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงได้ปักใจเลือกเธอ ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธอย่างไร พันธนาการนี้ก็ค่อยๆ ดึงดูดเธอเข้าสู่วังวนแห่งความผูกพัน จนไม่อาจก้าวหนีจากความสัมพันธ์นี้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน นักศึกษาแพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมและเป็นทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งอันแสนเย็นชา ได้โคจรมาพบกับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายผู้เจนจัดในเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนอยู่ในสถาบันเดียวกันแต่กลับไม่เคยได้ทำความรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่เบลซตัดสินใจลองดีกับอำนาจมืด เขาใช้สายตาและคำพูดท้าทายพร้อมยื่นข้อเสนอสุดตื่นตะลึงให้เอซเพื่อแลกกับการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพียงแค่คืนเดียว ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดและแรงดึงดูดทางเพศที่ยากจะต้านทาน ค่ำคืนนี้จะเปลี่ยนความเคลือบแคลงสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาฝังลึกที่ไม่มีวันลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันรอเธอตลอด
7.1
หญิงสาวที่ตั้งครรภ์แปดเดือนต้องพบความจริงอันโหดร้ายจากปากคู่ชีวิต ความสัมพันธ์สามปีพังทลายเมื่อเขาเอ่ยถ้อยคำไร้เยื่อใยผ่านโทรศัพท์ ชายหนุ่มปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทารกอย่างสิ้นเชิง พร้อมกล่าวอย่างเย็นชาว่าหากเธอประสงค์จะกระโดดตึกจบชีวิตก็ทำได้ตามสบาย เพราะเขาไม่เคยต้องการสายเลือดคนนี้ การดึงดันอุ้มท้องต่อไปเป็นความดื้อรั้นของเธอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ถ้อยคำบาดลึกนี้ผลักไสให้เธอต้องแบกรับความทุกข์ทรมาน ถูกทิ้งให้เผชิญชะตากรรมลำพังพร้อมจิตใจที่แตกสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์