APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา

หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา

9.4 / 10.0
“คุณพลประภัทร คุณมันเป็นเจ้าหนี้ที่เผด็จการมากที่สุด ทำไมจะต้องให้ฉันไปถ่ายโฆษณากับหมอนั่นด้วย” ...นายอลัน...นายเป็นญาติฝ่ายไหนของคุณพลประภัทร... แล้วเธอจะรู้หรือเปล่า...ว่าความจริงแล้วสองคนนี้เป็นคนๆ เดียวกัน “คงถึงเวลาที่ฉันจะเริ่มคิดดอกเบี้ยเธอแล้วนะสาวน้อย” “ฉันเกลียดคุณ เกลียดที่สุด คุณมันไม่เป็นสุภาพบุรุษ ออกไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ!” อลันรู้สึกเจ็บแสบขึ้นมาทันที และรู้สึกโมโหคนใต้ร่างมากขึ้น จึงใช้กำลังข่มเหงรุกรานหญิงสาวอีกครั้ง เขาบดขยี้เรียวปากอิ่มสีกุลาบอย่างไม่ปรานี... แล้วเมื่อความจริงปรากฏ สมองของดุจดาวก็พร่าเลือนไปหมด แต่ไฟปรารถนาที่กำลังลุกโชนท่วมร่างแกร่งกำยำของเขา มันกำลังพร้อมที่จะแผดเผาร่างของเธอให้หลอมละลาย อะไรก็หยุดเขาไม่ได้! “คุณพลประภัทร อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัว” “ผมกำลังจะมอบความสุขให้กับคุณ จะกลัวทำไม” แต่คุณกำลังจะข่มขืนฉันอยู่นะ” คนไม่มีทางสู้เริ่มขึ้นเสียง “ผมไม่ได้ข่มขืนคุณสักหน่อย เขาเรียกว่าเรียกร้องสิทธิ์ต่างหาก อย่าลืมสิว่าคุณเป็นลูกหนี้ผม และคุณทำผิดสัญญา คุณก็ต้องชดใช้”

หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา ตอนที่ 1

เมื่อรถประจำทางแล่นเข้าสู่อำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อนมากมาย เบื้องหน้าที่อยู่สองข้างทางในตอนเช้าตรู่ของวันใหม่ มีสายหมอกสีขาวจางๆ พาดผ่านบนยอดไม้สีเขียวขจีเป็นแนวยาวดูแล้วช่างคล้ายกับมังกรสีขาวกำลังลงมาหยอกเย้ากับสายธารเบื้องล่าง

พอรถแล่นมาถึงอำเภอแม่อายและหมู่บ้านเล็กๆ ที่เรียงรายกันอยู่ สายตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขสดใสตลอดเวลาเมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางไปหมู่บ้านของตนเอง

ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป ดุจดาวก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดของตนเอง ทุกอย่างที่นี่ยังคงดูสวยงามและอบอุ่นใจเสมอเมื่อได้เหยียบเท้าลงสูงผืนดินแห่งนี้ และการกลับมาบ้านปีนี้สาวน้อยได้หอบเอาข่าวดีมาบอกพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่เธอรักอีกด้วย

สองเท้าเล็กพอลงจากรถประจำทางได้เท่านั้น ก็รีบซอยเท้าแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านของตนเอง ด้วยหัวใจที่ตื่นเต้นจนแทบจะทะลุออกมาจากอกด้วยความดีใจ

“พ่อจ๋า! แม่จ๋า! น้ำกลับมาแล้วจ้า!” สาวน้อยร้องเรียกพ่อแม่ของเธอด้วยภาษาพื้นบ้าน ส่งผลให้หญิงชายชราทั้งคู่ที่กำลังง่วนอยู่กับการเอาอาหารให้เป็ดไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ในบ้านหันมามองตามเสียงใสๆ ที่เจื้อยแจ้วมาแต่ไกล

“น้ำ!” ผู้สูงวัยทั้งสองเรียกชื่อลูกสาวออกมาพร้อมกันด้วยความดีใจท่วมท้นจนยากที่จะเอ่ย ดวงตาที่คลอหน่วยต่างจับจ้องซึ่งกันและกันด้วยความรักความคิดถึง

ร่างบางโผเข้าหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของผู้ให้กำเนิดทั้งสองทันทีด้วยความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลที่ถวิลหามาตลอดระยะเวลาที่ห่างกัน นางรำภากับนายบุญส่งต่างปีติยินดีที่เห็นบุตรสาวคนโตกลับมาบ้าน หลังจากที่ดุจดาวต้องไปเรียนหนังสือที่บ้านญาติที่อยู่ห่างจากเมืองกรุงออกมาเล็กน้อยเป็นปีสุดท้าย

“พ่อจ๋าแม่จ๋า น้ำเรียนจบแล้วจ้ะ” ร่างบางยิ้มแป้นเมื่อบอกกล่าวถึงความสำเร็จขั้นหนึ่งของชีวิตด้วยความภาคภูมิใจ

“จริงเหรอน้ำ แม่ดีใจกับน้ำด้วยนะลูก”

“พ่อก็ดีใจด้วยจ้ะน้ำ”

“ต่อไปน้ำจะได้ทำงานหาเงินมาเลี้ยงพ่อกับแม่ได้แล้วนะจ้ะ แล้วน้ำก็จะหาเงินช่วยพ่อกับแม่ส่งน้องเรียนด้วยจ้า”

“เออ ดีๆ แล้วล่ะลูก แต่ว่าน้ำมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะหาข้าวหาปลาให้กิน” นางรำภาบอกกับลูกสาวด้วยความเอื้ออาทร

“จ้ะแม่”

ทั้งสองคนที่ยืนนิ่งอยู่ มองตามหลังร่างเพรียวบางจนสาวน้อยเดินหายเข้าไปในบ้านด้วยความภาคภูมิใจในตัวบุตรสาวของพวกเขา พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเหมือนกับได้ยกภูเขาออกจากอกไปแล้วหนึ่งลูก

ที่นี้ก็เหลือแค่เพียงลูกสาวคนเล็กเท่านั้นที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก ซึ่งพวกเขาทั้งสองยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะมีปัญญาส่งลูกสาวคนเล็กให้เรียนจนจบมหาวิทยาลัยได้หรือเปล่า

หลังทานอาหารเช้าด้วยกันเรียบร้อยแล้ว ดุจดาวก็มานั่งคุยกับแม่ของเธอที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ส่วนพ่อของเธอล่วงหน้าไปสวนก่อนแล้ว

ที่จริงนางรำภาก็จะออกไปสวนส้มพร้อมกันกับสามี แต่เห็นว่าลูกสาวเพิ่งกลับมาก็เลยขอพักเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบให้หายคิดถึงกันสักหน่อยแล้วค่อยไปทำงานในสวนต่อ

“เรียนจบแล้ว น้ำคิดจะไปทำงานอะไรล่ะลูก” นางรำภาถามบุตรสาว ขณะที่เอามือสากๆ ที่ผ่านการทำงานหนักมาอย่างโชกโชนกุมมือเล็กบางเอาไว้

“น้ำก็จะหางานดีๆ ทำ ตามที่ได้เรียนจบมาจ้ะแม่ น้ำอยากเป็นนางฟ้าที่ทำงานอยู่บนเครื่องบิน เงินเดือนเยอะด้วยนะแม่ นี่ถ้าน้ำสมัครเป็นแอร์โฮสเตสได้นะ น้ำจะดีใจมากๆ เลยแหละ” ดวงตาของสาวน้อยเป็นประกายยามที่บอกเล่าถึงอาชีพในฝันของเธอให้กับมารดาฟัง ทำให้นางรำภาต้องมองใบหน้าสวยหวานนั้นด้วยความเอ็นดู

“แม่เชื่อว่าลูกสาวของแม่ต้องทำได้จ้ะ น้ำเป็นเด็กดีแล้วก็ขยันมีความตั้งใจ พยายามนะลูกแม่เอาใจช่วย”

“ขอบคุณค่ะแม่” ร่างบางกอดร่างอวบของมารดาเอาไว้แน่น คงถึงเวลาแล้วที่ลูกสาวอย่างเธอจะต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็กจนโตเสียที และเธอก็อยากจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับพ่อแม่อยู่

เพราะบ้านหลังที่อาศัยอยู่นี้เก่าเต็มที สังกะสีก็เริ่มผุกร่อนบ้างแล้ว ฝนตกทีไรต้องเอาด้ามช้อนหรือไม่ก็ด้ามไม้ไผ่ไปสอดไว้ใต้แผ่นสังกะสีเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนหยดลงมาทุกที หรือไม่ก็ต้องเอาหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้วไปแปะที่รูโหว่ของสังกะสีเพื่อป้องกันน้ำรั่วลงสู่พื้นบ้าน

นางรำภากอดร่างเล็กโยกตัวไปมา ในใจของนางก็กำลังคิดถึงเรื่องทุกข์ใจมากมายที่ไม่กล้าบอกกล่าวแก่ลูกสาวในเวลานี้ ด้วยเห็นว่าดุจดาวเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ คงต้องรอให้บุตรสาวได้พักผ่อนสักสองสามวันก่อนแล้วค่อยบอกถึงปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่

เพราะถึงยังไงเรื่องพวกนี้มันปิดกันไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างดุจดาวก็เรียนจบแล้ว นางเชื่อว่าลูกสาวคนโตของนางคนนี้คงจะพอรับฟังปัญหาต่างๆ ของครอบครัวได้

“น้ำ”

“จ๋าแม่”

“อยากออกไปดูสวนส้มของเรามั้ยลูก ตอนนี้มันยังมีดอกมีผลอยู่เลยนะ”

“ไปค่ะแม่ ถ้างั้นน้ำขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บหนึ่งนะแม่ เดี๋ยวมา” สาวน้อยบอกด้วยความตื่นเต้น เพราะอยากไปดูสวนส้มของพ่อกับแม่เต็มที นางรำภาเพียงพยักหน้ารับพร้อมยิ้มตามร่างเล็กไป

ไม่กี่นาทีต่อมาสาวน้อยบ้านนาก็มาอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อเชิ้ตตาหมากรุกแขนยาว พร้อมผ้าขาวม้าลายเดียวกันกับเสื้อเดินยิ้มแป้นออกมาจากห้อง นางรำภาเดินไปหยิบหมวกปีกกว้างใบใหญ่พร้อมรองเท้าบูทสำหรับใส่เดินลุยสวนมาให้ลูกสาว

“นี่จ้ะลูก สวมหมวกแล้วก็ใส่รองเท้านี่ก่อน”

“ขอบคุณค่ะแม่” ร่างบางหยิบหมวกจากมือเหี่ยวๆ ไปสวม และก้มลงสวมรองเท้าบูทสีดำที่ขอบรองเท้าสูงมาถึงหัวเข่าทั้งสองข้างเสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้น

“พร้อมแล้วค่ะแม่ ไปเลย!”

แล้วร่างเล็กในชุดทะมัดมะแมงก็กอดเอวหนาของมารดาเดินไปสวนส้มด้วยกัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกเธอนัก ระหว่างทางก็ยังมีวัวควายที่ชาวบ้านเดินจูงเอาไปเลี้ยงที่นาที่ไร่กันหลายตัวเดินตามๆ กันไป

ดุจดาวมองอย่างเพลิดเพลิน เมื่อก่อนครอบครัวของเธอก็เคยเลี้ยงสัตว์พวกนี้ แต่พ่อกับแม่ของเธอก็ขายไปหมดแล้ว เพราะต้องนำเงินไปส่งลูกสาวทั้งสองคนเรียนหนังสือ

เมื่อเดินใกล้ไปถึงสวนส้มของตนเอง ดุจดาวก็มองเห็นสวนส้มของเพื่อนบ้านคนอื่นๆ เต็มไปหมด ไล่ตั้งแต่เชิงเขายันเนินเขาสูงแต่ก็ไม่ถึงกับสูงชันมากสามารถเดินเท้าขึ้นไปได้ แต่ส่วนใหญ่ชาวสวนก็จะขับรถสิบล้อ หรือไม่ก็รถกระบะหรือรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปสำหรับสวนส้มที่อยู่ลึกเข้าไปอีก

ส่วนใหญ่พื้นที่ปลูกสวนส้มแถวนี้ถูกนายทุนกว้านซื้อไปจนเกือบหมดแล้ว ก็เหลือเพียงชาวบ้านไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังพอมีสวนส้มเป็นของตนเอง แต่ก็เป็นเพียงพื้นที่เล็กน้อยพอที่จะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัวได้เท่านั้น

สวนส้มที่นี่ส่วนใหญ่ชาวสวนนิยมปลูกส้มพันธุ์สายน้ำผึ้งกัน เพราะให้รสชาติที่หวานและผลก็สวยด้วย ได้ราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด แต่บางครั้งในบางฤดูกาล ส้มสายน้ำผึ้งก็กลายมาเป็นส้มสายน้ำตาสำหรับชาวบ้านที่ขาดทุนเนื่องจากฟ้าฝนไม่เป็นใจ ทำให้ดอกร่วงไม่ติดผลและแมลงศัตรูพืชเยอะ หรือส้มที่ได้มีรสชาติและขนาดของผลไม่ได้ตรงตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ

“ว้าว! ถึงสวนส้มของเราแล้ว” ร่างบอบบางกระโดดโลดเต้นเข้าไปในสวนส้มเหมือนเด็กๆ ได้ของเล่นถูกใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุดกับขนาดของผลส้มที่ได้เห็น

“แม่ๆ!” เสียงใสๆ ร้องตะโกนขึ้น

“มีอะไรน้ำ เสียงดังเชียว” นางรำภารีบเดินเข้ามาหาบุตรสาว

“แม่ดูนี่สิ ทำไมส้มมันลูกเล็กจัง ไหนลองแกะกินดูซิ” แล้วมือเล็กก็รีบปลอกเปลือกและแกะกินเนื้อในทันที

“อื้อหือ ทำไมมันเปรี้ยวแบบนี้ล่ะแม่” ดวงตาคู่สวยหลิ่วตาเพราะความเปรี้ยวจี๊ดของผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าหวานที่สุด

นางรำภาต้องถอนหายใจยาวก่อนที่จะเล่าเกี่ยวกับผลผลิตของส้มสายน้ำผึ้งปีนี้ให้ลูกสาวฟังด้วยใบหน้าที่หม่นลงเล็กน้อย

“ปีนี้ฝนตกชุก ทำให้น้ำท่วมขังหลายวัน ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย พอปุ๋ยที่เราให้ถูกชะล้างออกไปก็ทำให้ส้มไม่ค่อยมีคุณภาพ ราคาก็ต่ำลงจนไม่ได้ทุนคืน ส้มที่เหลือก็ขายออกแทบไม่ได้ ที่พอขายได้บ้างก็ต้องคัดแล้วคัดอีก แล้วที่เห็นนี่ก็คงขายไม่ค่อยได้ราคาเท่าไหร่”

อ่านต่อ

สารบัญ หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง กาศเวลาที่สวยงาม
7.3
ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความสับสน ภรรยาของซิงต้องเผชิญวิกฤตเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเธอกำลังให้ท่าจือ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของสามี แม้เธอจะพยายามอธิบายว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความตั้งใจและไม่มีเจตนายั่วยวนเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าคำแก้ตัวกลับไร้ผล จือมองเธอด้วยแววตาเกลียดชังและตัดสินทันทีว่าเธอเป็นสตรีไร้ยางอายที่กล้าสวมเขาให้หลานชายของตน ด้วยความโกรธจัด จือข่มขู่ว่าจะเรียกซิงมาเป็นพยานเห็นความอัปยศนี้ เพื่อเปิดโปงสะใภ้จอมปลอมให้ทุกคนได้รับรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลครั้งหนึ่งฉันก็เคยมีสุข
8.2
ครูสาวธรรมดาผู้มีความสามารถได้มีโอกาสใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาเนิ่นนาน ค่ำคืนอันลึกซึ้งทิ้งไว้เพียงความหวั่นไหวและข้อสงสัยว่าเขาจะจัดการความสัมพันธ์นี้อย่างไร จะยอมรับเธอเป็นคนรักหรือไม่ ในงานเลี้ยงสำคัญ เธอพยายามจนโดดเด่นเป็นที่จับตามอง ท่ามกลางหญิงสาวมากมายที่รายล้อมเขา เธอตัดสินใจแสดงจุดยืนอย่างเด็ดเดี่ยวว่าพร้อมเคียงข้างเขาโดยไม่หวังทรัพย์สิน ทว่าความจริงใจกลับถูกตอบโต้ด้วยความเย็นชา เมื่อเขาตั้งคำถามกลับมาว่าคนอย่างเธอคู่ควรกับตำแหน่งคนรักของเขาแล้วจริงๆ หรือ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันรอเธอตลอด
7.1
หญิงสาวที่ตั้งครรภ์แปดเดือนต้องพบความจริงอันโหดร้ายจากปากคู่ชีวิต ความสัมพันธ์สามปีพังทลายเมื่อเขาเอ่ยถ้อยคำไร้เยื่อใยผ่านโทรศัพท์ ชายหนุ่มปฏิเสธความรับผิดชอบต่อทารกอย่างสิ้นเชิง พร้อมกล่าวอย่างเย็นชาว่าหากเธอประสงค์จะกระโดดตึกจบชีวิตก็ทำได้ตามสบาย เพราะเขาไม่เคยต้องการสายเลือดคนนี้ การดึงดันอุ้มท้องต่อไปเป็นความดื้อรั้นของเธอที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ถ้อยคำบาดลึกนี้ผลักไสให้เธอต้องแบกรับความทุกข์ทรมาน ถูกทิ้งให้เผชิญชะตากรรมลำพังพร้อมจิตใจที่แตกสลาย
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
ภาพปกนิยายเรื่อง 'ลูกไม้'มาเฟีย  [ Heir Of Mafia ]SET : Romance Of Mafia 3th
9.6
อลัน ซาวันเดอร์ ทายาทมาเฟียที่จำต้องพลัดพรากจากครอบครัวมาเติบโตที่ไทยโดยมีพ่อแม่ทูนหัวคอยชุบเลี้ยง เขาเฝ้าฟูมฟักปิ่นมุก ลูกสาวของผู้มีพระคุณซึ่งถูกวางตัวเป็นเจ้าสาวของเขาตั้งแต่ลืมตาดูโลก ทว่าเมื่อถึงคราวต้องจดทะเบียนสมรสและรับเธอมาดูแลในฐานะภรรยา อลันกลับต้องรับมือกับความดื้อรั้นและความรักอันล้นปรี่ของเธอ ซ้ำร้ายภัยอันตรายจากโลกมืดรอบตัวยังบังคับให้เขาต้องยอมทำร้ายความรู้สึกของหญิงสาวเพื่อรักษาชีวิตเธอไว้ อลันจึงเลือกอุทิศร่างกายและหัวใจให้เธอได้ทดลองใช้งานเพื่อไถ่โทษหยาดน้ำตา พร้อมเฝ้ารอวันเข้าพิธีวิวาห์ที่กำลังจะมาถึง
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์