APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนหนึ่งกับเขา

คืนหนึ่งกับเขา

8.2 / 10.0
เบลซ อาร์เดน วอน นักศึกษาแพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมและเป็นทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งอันแสนเย็นชา ได้โคจรมาพบกับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายผู้เจนจัดในเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนอยู่ในสถาบันเดียวกันแต่กลับไม่เคยได้ทำความรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่เบลซตัดสินใจลองดีกับอำนาจมืด เขาใช้สายตาและคำพูดท้าทายพร้อมยื่นข้อเสนอสุดตื่นตะลึงให้เอซเพื่อแลกกับการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพียงแค่คืนเดียว ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดและแรงดึงดูดทางเพศที่ยากจะต้านทาน ค่ำคืนนี้จะเปลี่ยนความเคลือบแคลงสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาฝังลึกที่ไม่มีวันลบเลือน

คืนหนึ่งกับเขา ตอนที่ 1

เขาก้าวเดินอย่างสง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ราวกับทางเดินที่ทอดยาวออกไปยังทางเข้าอาคารหลักของคณะแพทยศาสตร์สร้างขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ เขาสวมชุดยุูนิฟอร์มแบบทางการที่ใช้กันโดยทั่วไปของมหาวิทยาลัย ที่คนสวนใหญ่ใส่กันแล้วดูแสนจะธรรมดา แต่พออยู่บนเรือนร่างเขา เสน่ห์และออร่าก็พวยพุ่งออกมา อย่างไม่อาจปกปิดได้

สายตาหลายคู่จับจ้องไปยังเขาทุกย่างก้าวราวกับเขาเป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดังที่ทุกคนต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อว่าเขาจะทำอะไรเป็นอันดับต่อไป ความสนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากคนรอบข้างที่เฝ้ามองทุกจังหวะการเคลื่อนไหวร่างกายยามเขาก้าวเดิน จังหวะที่แพขนตาหนายาวอันงอนงามสัมผัสกับผิวขาวซีดเมื่อเขากะพริบตา สายลมที่พัดผ่านเส้นผมสีดำขลับดั่งสีหมึก และทุกก้าวเดินของเขาบนพื้นถนนที่ขรุขระ ล้วนสะกดสายตาที่มองมาด้วยความหลงใหล

มือทั้งสองข้างของเขาซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงขณะที่เจ้าตัวเดินทอดน่องท่ามกลางแสงแดดจ้า

ผิวขาวเนียนละเอียดไร้ที่ติของเขาเปล่งประกายต้องแสงอาทิตย์ ขลับให้เขาหล่อเหล่า ราวกับเทพบุตรในจิตนาการ

ใบหน้าหล่อเหลาปราศจากการแสดงออกทางอารมณ์ใด ๆ …จนยากจะอ่านออก ดูนิ่งยิ่งนัก เนื่องด้วยแสงแดดที่สาดจ้า เมื่อเขาหรี่ตาลงทุกคนดูเหมือนจะลืมหายใจ เขาต้องหยิบแว่นกันแดดอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวขึ้นมาสวม ส่งผลให้เหล่าผู้คลั่งไคล้ที่แอบมองอยู่เงียบ ๆ ต่างพากันหวีดร้องราวกับจะสิ้นลมด้วยความลุ่มหลง

ผมสีดำตัดแต่งอย่างเรียบร้อย รับกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่รีดอย่างเรียบกริบได้เป็นอย่างดี

นาฬิกาสีเงินบนข้อมือสาดประกายวิบวับดุจอัญมณีทุกครั้งที่โผล่พ้นกระเป๋ากางเกงออกมา

เขาก้าวเดินด้วยท่าทีราวกับเป็นเจ้าของโลกใบนี้… โดยไม่แยแสต่อสายตาที่เต็มไปด้วยความสนอกสนใจและชื่นชมที่มองมาเลยสักนิด

ต่อให้คนในมหาวิทยาลัยจะชื่นชมในความเพรียบพร้อมของเขา ทว่ากลับไม่มีใครกล้าที่จะเข้าใกล้เขาเลย ไม่ว่าจะเป็นหญิงสาวหรือชายหนุ่มต่างก็อยากเข้ามาสารภาพความในใจกับเขา อยากเอ่ยคำทักทายสั้น ๆ รวมไปถึงการหาเหตุผลง่าย ๆ สักอย่างเพื่อที่จะได้พูดคุยกับเขา

มันอาจฟังดูง่ายที่จะเข้าไปทักทายเขา เข้าไปหาเขา พูดคุยเรื่องทั่วไป หรือแม้แต่ส่งยิ้มให้เขา ทว่าสายตาที่เย็นชาของเขาสามารถทำให้ใครก็ตามลืมเจตนาเดิมของตัวเองไปได้ทันทีที่เขาจ้องมองกลับมา

อันที่จริงแล้วเขามีบุคลิกที่ค่อนข้างเป็นมิตร และทุกคนก็เห็นได้ชัดว่าเขามีเสน่ห์น่าคบหาต่อคนรอบข้างเพียงใด แต่คำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกมาและออร่าที่แสนจะเย็นเหยีบที่ปรากฏให้เห็นนั้น กลับทำให้ทุกคนต้องคิดทบทวนอีกครั้งก่อนจะเข้าไปหา หรือแม้แต่จะชวนเขาคุยแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นก็ยังระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้เขา และเพื่อนร่วมสถาบันดูเหมือนจะยำเกรงเขา เขาไม่เคยใช้ความรุนแรงกับใครให้ต้องหวาดกลัว แต่พวกเขาก็รู้สึกประหม่าและระวังตัวเมื่ออยู่ใกล้เขา

เขาไม่มีเพื่อนคนอื่นนอกจากเพื่อนสนิทสองคน และดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย เขาแทบจะไม่แคร์เลยสักนิดหากโลกของเขาจะหมุนรอบอยู่กับแค่กองหนังสือ ตารางเรียนอันแสนยุ่งเหยิง งานที่คณะ กรณีศึกษาในโรงพยาบาล และกลุ่มเพื่อนเล็ก ๆ อันประกอบไปด้วยเพื่อนสนิทเพียงสองคน พ่อแม่ และการเดินทางไปกลับระหว่างหอพักกับมหาวิทยาลัยเท่านั้น

เขาคือบุคคลที่ทุกคนต่างอิจฉา เป็นนักศึกษาระดับหัวกะทิ หล่อเหลาอย่างไร้ที่ติ และเป็นทายาทมหาเศรษฐีที่ไม่ได้ร่ำรวยอยู่แค่ในประเทศ แต่ร่ำรวยถึงระดับโลก

“เพื่อให้ได้ร่วมโต๊ะทานอาหารกับเขาสักมื้อ ฉันนี่ยอมแลกทั้งชีวิตเลยนะขอบอก” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยกระซิบขณะที่ทุกคนกำลังจ้องมองไปยังชายหนุ่มคนนั้น

“คนเรามันจะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ...” อีกคนบ่นพึมพำอย่างขัดใจ

“แม้แต่พื้นที่เขาเหยียบ ฉันยอมกราบเลย”

“เขาเพอร์เฟกต์จริง ๆ อ่ะ มิอาจเอื้มเลย... ไม่มีใครคู่ควรกับเขาหรอก...”

“ผิวของเขาขาวผ่องมาก ทั้งยังไร้ที่ติอย่างกับไข่มุกเม็ดงาม... เขาเพอร์เฟกต์ชะมัดเลย”

“เขาคือเจ้าชายในโลกยุคปัจจุบัน คนอย่างพวกเราเขาไม่ชายตามองหรอก พวกเรามันก็แค่สามัญชน” หญิงสาวคนหนึ่งพูดตามความเป็นจริง ก่อนที่ทุกคนจะถอนหายใจออกมา

ในมหาวิทยาลัยเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นทุกวัน ทุกคนมักจะเฝ้าคอยมองชายหนุ่มที่พวกเขาเรียกว่าเจ้าชาย

ทุก ๆ วัน เหล่านักศึกษาจะรอคอยการมาถึงของเขาที่ลานมหาวิทยาลัย ตั้งแต่จุดที่เขาจอดรถจนกระทั่งเดินเข้าอาคารเรียน ทุกคนจะแอบมองเขาพร้อมกับละเมอเพ้อพกถึงชายในฝันของทุกคนในมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นดั่งเจ้าชายขี่ม้าขาวในใจของทุกคน

“อรุณสวัสดิ์ เบลซ” พอลทักทายเขาทันทีที่เขาเดินเข้ามาในห้องเรียน ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ กลับพากันเงียบกริบอย่างน่าแปลกใจ พลางลอบมองเขาด้วยแววตาระแวดระวัง

เขาคือ เบลซ บรายเดน วอห์น หรือที่เรียกกันว่าเจ้าชายน้ำแข็ง และผู้สืบทอดธุรกิจของครอบครัว เขาเป็นที่เลื่องชื่อในเรื่องความงามและความสมบูรณ์แบบ แต่กลับไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ได้โดยไม่ถูกความเยือกเย็นรอบตัวเขากัดกิน

“อรุณสวัสดิ์พอล” เบลซทักทายตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูสุภาพตามแบบฉบับของเขา

เบลซไม่ได้เหลือบมองเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ที่รีบกลับไปนั่งที่ของตัวเอง หลังจากเห็นเขาเดินเข้ามาในห้องเรียนเลยแม้แต่แวบเดียว

“อรุณสวัสดิ์เบลซ” คิทเอ่ยทักทายในตอนที่เขาเดินเข้ามาตามหลังเบลซ

“อรุณสวัสดิ์คิท” เบลซตอบกลับด้วยรอยยิ้มสุภาพแบบเดียวกับที่มอบให้พอลก่อนจะนั่งลงที่ของตน

คิทนั่งลงในที่ของตัวเอง ขณะที่เบลซหยิบหนังสือและสมุดบันทึกขึ้นมาอ่าน ซึ่งเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ก็ทำตามด้วย

ทุกคนต่างทึ่งในความขยันหมั่นเพียรของเบลซที่มีต่อการเรียน มันทำให้พวกเขารู้สึกผิดเพียงแค่ได้มองเบลซอ่านหนังสือ ทายาทแห่งอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ผู้ขยันอ่านหนังสือและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีฐานะทางการเงินที่มั่งคั่งมหาศาล

ไม่มีเวลาไหนเลยที่เบลซจะไม่อ่านหนังสือ โดยเฉพาะในช่วงเวลาว่าง เวลาส่วนใหญ่เขามักจะจดจ่ออยู่กับหนังสือและสมุดบันทึก ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ มักจะเลือกใช้เวลาว่างไปกับการพักผ่อนโดยไม่มีตำราแพทย์เล่มหนาและกรณีศึกษาที่ซับซ้อน

ทุกคนล้วนเกลียดการเรียน แต่เบลซกลับสนุกกับมันในทุกวินาที เขาถึงกับอ่านหนังสือทั้งเล่มจนจบ ทั้งที่มันควรจะใช้เรียนทั้งเทอม เขาคือตัวอย่างที่ชัดเจนของหนอนหนังสือและเด็กเนิร์ดในยุคปัจจุบันที่หล่อเหลาเอาการ

ความรักในการอ่านหนังสือและความกระหายในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ยิ่งเพิ่มพูนภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของเขาในหมู่เพื่อนฝูงและคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย

การเป็นอาจารย์ในคลาสที่เบลซเรียนอยู่นั้น ก็ถือเป็นความท้าทายอันยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง ไม่มีอาจารย์คนไหนกล้าเข้าสอนในห้องของเบลซโดยไม่มีการเตรียมตัว พวกเขาจะต้องอ่านบทเรียนล่วงหน้าหลายบท และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ไม่เช่นนั้นก็อาจจะไม่เข้าสอนเลย

เบลซเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจรายละเอียดมาก จนแม้แต่อาจารย์ยังรู้สึกประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ปกติเขาจะชี้แนะสิ่งต่าง ๆ อย่างสุภาพ แต่มาตรฐานความ ‘สุภาพ’ ของเบลซนั้น... แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าพิสมัยสำหรับมาตรฐานของคนทั่วไป

ทุกครั้งที่เลิกเรียน อาจารย์และนักศึกษาคนอื่น ๆ ต่างก็พากันลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ที่เราหารือกันในวันนี้ มันน่าสนใจมากเลยครับ ศาสตราจารย์ ถ้าครั้งหน้าเรามีการสอบย่อยสักครั้งก็คงจะดีนะครับ เป็นการสอบปากเปล่า หรือจะเป็นสอบข้อเขียนก็ได้นะครับ เบลซเอ่ยขึ้นอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก ศาสตราจารย์ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตาโตแล้วอ้าปากค้าง แม้แต่เพื่อนร่วมชั้นทุกคนก็ยังอ้าปากค้างด้วยความไม่อยากเชื่อ พวกเขาเกลียดการสอบเข้าไส้ แต่เบลซกลับร้องขอเสียอย่างนั้น

“เป็นข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมมากบรายเดน วอห์น ไว้คาบหน้าจะจัดให้ละกันนะ นักศึกษาทุกคนอย่าลืมไปอ่านทวนบทเรียนทั้งหมดที่เราเรียนกันในวันนี้มาด้วยนะ คาบหน้าอาจารย์จะได้จัดสอบย่อย” อาจารย์ประกาศก้อง ทำให้ทุกคนต่างลอบครางออกมาเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิด ใจหนึ่งก็กลัวว่าเบลซจะได้ยิน

“ขอบคุณครับศาสตราจารย์ ผมตั้งตารอเลยครับ” เบลซเอ่ยออกมาอย่างยินดีก่อนจะปิดหนังสือ รอยยิ้มที่ดูพึงพอใจฉายชัดบนใบหน้า อาจารย์เดินออกจากห้องไปแล้ว แต่ไม่มีเพื่อนร่วมชั้นคนไหนของเบลซขยับเขยื้อนเลยสักนิด

“ไปกินมื้อเที่ยงกันไหม?” เบลซเอ่ยถามลอย ๆ ขณะเก็บกระเป๋า โดยไม่หันไปมองเพื่อน ๆ เลย

“ได้... ไปกันเถอะ” พอลตอบรับอย่างสบาย ๆ ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินออกจากห้องเรียนไป ทิ้งเพื่อนคนอื่น ๆ ที่ยังคงฟุบตัวลงกับโต๊ะด้วยความหงุดหงิดไว้เบื้องหลัง

“สอบปากเปล่าหรือข้อเขียนอาทิตย์หน้าเนี่ยนะ!” เมื่อทั้งสามคนเดินจากไปจนพ้นระยะแล้ว ใครบางคนก็โพล่งออกมาอย่างหัวเสีย

“ก่อนหน้านี้เราก็มีสอบข้อเขียนของวิชาอื่นที่เบลซขอไปด้วย สรุปคือคาบหน้าวันเดียวกันเรามีสอบถึงสองวิชา” เพื่อนร่วมชั้นอีกคนเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวัง

“นี่มันฆ่าตัวตายชัด ๆ วิชาหลักสองวิชาในวันเดียว บทเรียนวิชาละสามถึงสี่บท” หญิงสาวอีกคนร้องโอดครวญทั้งน้ำตา พลางเอามือกุมหน้า

“ช่วงบ่ายนี้เรายังมีเรียนอีกวิชานะ ใครจะหยุดเบลซไม่ให้ขอสอบเพิ่มในคาบหน้าได้ พวกเราตายกันหมดแน่ถ้ามีสอบเพิ่มมาอีกในวันนั้น” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับข้องใจบ่นพึมพำขึ้นมา ทำให้ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง

ใครเล่าจะกล้าพอที่จะหยุด เบลซ วอห์น? ความกระหายในความรู้ของเขาส่งผลกระทบต่อเพื่อนร่วมชั้นทุกคนที่ไม่ได้กระตือรือร้นเท่าเขา

“นี่หัวหน้าห้อง นายช่วยห้ามเขาหน่อยได้ไหม?” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยถามหัวหน้าห้องที่ได้แต่อ้าปากค้างใส่เธอ ก่อนที่เขาจะมองเพื่อนร่วมชั้นรอบ ๆ ด้วยสีหน้าจริงจังหากแต่สงบนิ่ง

“ฉันยอมไม่เป็นหัวหน้าห้องซะยังจะดีกว่า” หัวหน้าห้องเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทิ้งให้สถานการณ์ของวิชาถัดไปมืดมนไร้หนทาง

“เอาละ พวกเราไปกินมื้อเที่ยงกันเถอะ จะได้เริ่มอ่านหนังสือทั้งสามวิชาสักที เรามีเวลาไม่มากที่จะอ่านให้ครบทุกบทหรอกนะ” ใครบางคนตะโกนขึ้นมาเสียงดังหลังลุกจากที่นั่งและเดินไปทางประตู ทำให้ทุกคนต่างพากันรีบก้าวเท้าตามไปอย่างเร่งรีบ

****😉😉****

อ่านต่อ

สารบัญ คืนหนึ่งกับเขา

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง แซ่บสยิว
7.8
เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดไว้ด้วยสัญญาคลุมถุงชนตั้งแต่เด็ก ชายหนุ่มและหญิงสาวจึงต้องเผชิญหน้ากับสถานะคู่หมั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนเติบใหญ่ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางโลกปัจจุบันกลับปลุกเร้าความรู้สึกอันร้อนแรงให้ปะทุขึ้นอย่างไม่คาดคิด พันธะผูกพันในอดีตที่เคยเป็นเพียงข้อตกลงกำลังจะถูกทดสอบด้วยความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ทั้งคู่จะต้องร่วมกันค้นหาคำตอบว่า จะจัดการกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้และก้าวผ่านพันธนาการที่ผูกมัดพวกเขาไว้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยอมรับหน้าที่อุ้มบุญให้แก่ชายปริศนาตามข้อตกลง แต่แล้วเธอกลับต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นในวัยเด็กเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นด้วยความห่างเหินและเย็นชา ทว่าวันเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความรู้สึกจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก่อนถึงกำหนดคลอดเพียงไม่นาน สามีกลับยื่นใบหย่าให้จนเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าในท้ายที่สุด เขากลับเผยความจริงที่เก็บงำไว้ว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
หกปีเต็มที่สเตลล่าต้องเผชิญความทุกข์ทรมานในชีวิตแต่งงานราวกับทาส แต่เมื่อเวย์ลอนผู้เป็นสามีเอ่ยปากไล่ให้เธอหย่าและย้ายออกไป เพื่อเปิดทางให้คนรักเก่าของเขาเข้ามาแทนที่ เธอจึงตัดสินใจก้าวเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ทว่าในยามที่เธอเริ่มสร้างชีวิตใหม่และกำลังจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับทนไม่ได้ด้วยความหึงหวงจนแทบบ้า เขาพยายามเข้ามาวุ่นวายและแทรกแซงในชีวิตของเธออีกครั้ง แต่ในวันนี้สเตลล่าคนเดิมได้เปลี่ยนไปแล้ว เธอเลือกที่จะตอบโต้อดีตสามีอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องชีวิตอิสระและหัวใจของตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตหลังแต่งงานของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อผ่านไปนับเดือนสามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ท่าทีเฉยเมยนี้ทำให้เธอระแวงว่าเขาอาจมีความลับเรื่องสุขภาพปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อชายหนุ่มที่เคยดูไร้อารมณ์กลับเผยความปรารถนาอันรุนแรง อ้อมกอดและสัมผัสดุดันพิสูจน์ว่าเธอประเมินเขาผิดไป เขาปลดปล่อยความรู้สึกที่กักเก็บไว้อย่างยาวนานผ่านบทรักเร่าร้อน จนเธอไม่อาจตั้งรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันและต้องพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลที่เขาโหมกระหน่ำใส่
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์