APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)

อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)

8.8 / 10.0
จากความเจ็บปวดในอดีตได้หล่อหลอมให้ศิลากลายเป็นชายผู้มีหัวใจเย็นชาดั่งหินผา ทว่าลึกลงไปข้างในเขากลับซ่อนไฟแค้นที่พร้อมแผดเผาทุกชีวิตเพื่อทวงความยุติธรรมกลับคืนมา และเมื่ออสูรร้ายเช่นเขาเริ่มต้นเกมนัดชำระแค้น มินตา หญิงสาวผู้อ่อนโยนและไร้เดียงสากลับต้องตกเป็นเหยื่อในวงจรที่เต็มไปด้วยอันตรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอต้องเผชิญหน้ากับความน่ากลัวของเพลิงพยาบาทที่ปะปนไปกับกระแสไฟปรารถนาอันร้อนแรง ซึ่งพร้อมจะแผดเผาทำลายล้างทุกสิ่งและหลอมละลายหัวใจของทั้งสองให้พังทลายลงในเกมล่าครั้งนี้

อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา) ตอนที่ 1

“ถึงโรงพยาบาลแล้วจ้า”

มินตาบอกด้วยเสียงยินดี มีเสียงเหมือนระบายลมหายใจแบบโล่งอกตามติดมาด้วย ในย่านชานเมืองแบบนี้หล่อนได้ขับรถเที่ยวหาโรงพยาบาลเอกชนสักแห่งที่ดูดีสักหน่อยจนคนเจ็บได้โอดโอยว่ากว่าจะพบเลือดคงจะไหลออกจากบาดแผลหมดตัวเสียก่อนเป็นแน่แท้

“โชคนายยังดี เลือดยังไหลออกไม่หมด...”

หล่อนเลี้ยวรถขึ้นไปตามทางที่ลาดขึ้นสูง ไปสู่ทางจอดตรงประตูกระจกชั้นล่างของโรงพยาบาลพอดี

“เฮ้ย...ระวังคันหน้า ทำไมต้องไปจ่อติดแบบนั้นด้วย”

“ฉันก็ระวังแล้ว”

หล่อนบอก แต่ฝีมือการขับรถของหล่อนออกจะย่ำแย่สักหน่อย...เพราะเมื่อรถคันหน้าจอดลง ก็มีเสียงกระแทกโครมตามติดมา พร้อมกับเสียงโวยวายของหล่อนลั่นรถ จนเพื่อนหนุ่มเอามือข้างที่ไม่มีบาดแผลอุดหูทันที แต่กระนั้นเสียงหล่อนก็ยังเข้าไปในหูอีกข้างจนได้

“เขาเบรกกะทันหันนะ เขาผิด ฉันไม่ผิด”

“เออ...แก้ตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน จะต้องเสียงเงินอีกตามเคย”

คนที่นั่งทำตัวงอๆ จมลงไปกับเบาะที่นั่งข้างๆ คนขับยืดคอขึ้นมาก่อน แล้วจึงชะเง้อขึ้นมาทั้งตัว

“ชนกับไอ้รถใหม่เอี่ยมป้ายแดงเชียวนะ...เอาไอ้กระป๋องบาดทะยักคันนี้ไปชนกับรถผู้ดีอีกแล้ว เจ้ามิน”

“เขาผิด”

มินตายังบอกย้ำ หล่อนเกาะพวงมาลัยอยู่นิ่งๆ ยามหน้าโรงพยาบาลวิ่งมาดู พร้อมกับเตียงคนป่วยที่ถูกเข็นผ่านประตูกระจก ที่เปิดเลื่อนโดยระบบอัตโนมัติออกมาโดยบุรุษพยาบาลรูปร่างแข็งแรงวิ่งกันมาไขว่ไปหมด

มินตาเบิกตากว้าง...หล่อนกระทุ้งข้อศอกเข้ามาถูกแขนของธันวา แขนข้างที่มือเจ็บพันเอาไว้ด้วยผ้าสีขาวหนาและมีเลือดเปรอะไปหมด ได้ยินเสียงโอดโอยเหมือนเจ็บหนัก

“เขาเอาเตียงมาเข็นนายด้วยล่ะ...ที่นี่บริการเยี่ยมเลยนะ...คนเจ็บมาก็เข็นเข้าไป...นายทำหน้าสวยๆ หน่อยนะตอนนอนเข้าไปน่ะ อย่าทำเจี๋ยมเจี้ยมเป็นหมูต้มล่ะ...”

มินตาเปิดประตูรถก้าวลงมา เรื่องที่หล่อนคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่คือรถชนท้ายรถคันข้างหน้ากลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครมาสนใจสักนิด หล่อนเห็นคนเข้าไปรุมล้อมรถใหม่เอี่ยมสีเขียวคันนั้น แล้วเมื่อประตูตอนหลังเปิดออก หล่อนก็เห็นว่ามีการหามหัวหามท้ายผู้หญิงคนหนึ่งออกมา หล่อนชะเง้อคอมอง...แล้วจึงหันมาบอกธันวาเหมือนกับจะผิดหวังไม่น้อย เมื่อเตียงนั้นถูกเข็นเข้าไปโดยมีผู้หญิงคนนั้นนอนเข้าไปด้วย

“นายคงจะต้องเดินเข้าไปเองแล้ว เตียงเขาเอามารับรถคันโน้น...เป็นอะไรน้อ...หน้าซีดจนเกือบจะเขียว แล้วเลือดก็เปื้อนมาเต็มกระโปรง”

ธันวาย่องแย่งมายืนอยู่เคียงข้าง เขามีคำตอบแก้ข้อข้องใจของมินตาเพียงมองไปแวบเดียว

“ตกเลือดน่ะ”

เขากระซิบเบาๆ ที่ริมหูหล่อน แล้วมินตาก็ทำให้เขาหน้ามุ่ยเมื่อหล่อนหันกลับมาถามย้ำ

“นายว่าไงนะ...ตกเลือด...เป็นยังไง ตกเลือดนี่น่ะ”

เสียงของหล่อนไม่เบานัก...บุรุษร่างสูงที่ยืนอยู่เงียบๆ แล้วโดดเด่นเหนือบุรุษคนอื่นๆ นับจากมาดและการแต่งตัวของเขาจึงหันมา ดวงตาสีเข้มนั่นลุกวาวขึ้น เหมือนไม่พอใจ ทำให้ธันวาส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้ กระชากมินตาเข้ามาใกล้ตัว โดยลืมไปว่ามือที่ใช้นั้นคือมือที่เจ็บ เขาสะบัดมือออกเร่าๆ เมื่อกำมือเข้าหากันจึงกระเทือนบาดแผลเลือดไหลออกมาอีกแล้วก็เปื้อนเสื้อของมินตา

“หุบปากซะ เจ้ามิน...เห็นลูกกะตาไอ้หมอนั่นไหม...มันมองยังกะจะกินเลือดเนื้อ”

มินตาเห็นแล้ว หล่อนยืนอยู่ห่างจากผู้ชายคนนั้นไม่มากนัก หล่อนมองเห็นเขาเต็มตา แล้วเขาก็ก้าวเข้ามาหยุดเบื้องหน้าหล่อนโดยไม่พูดจาอะไรสักคำ แต่ดวงตาของเขาเหลือร้ายนัก มันเหมือนเขามีกองไฟอยู่ในดวงตาแผดเผาทำลาย...มินตากลืนน้ำลายลงคอ หล่อนก้าวถอยหลังมานิดหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วไปยืนแอบอยู่เบื้องหลังธันวา

“รถผมเสียหาย”

เขาก้มๆ ลงไปมองท้ายรถของตัวเองนิดหนึ่ง...เสี้ยวหน้าด้านข้างนั่นคุ้นสายตาเหลือเกิน มินตายกมือลูบคางอีกมือกอดเอาไว้ใต้อก อันเป็นท่าที่หล่อนจะใช้ยามเมื่อใช้ความคิดอย่างหนัก เหมือนหล่อนเคยเห็นคนหน้าตาแบบนี้...

เคยเห็นแน่ๆ แต่ที่ไหนกันหนอ...

หล่อนอยากจะทุบหัวตัวเอง เวลานึกอะไรที่มันช่างนึกไม่ออกแล้วกลายเป็นเรื่องยาก

เมื่อเขายืดตัวขึ้นมา ได้มองเห็นกันตรงๆ รูปหน้าสี่เหลี่ยมแนวขากรรไกรกว้างแข็งแรง เหมือนรูปปั้นสมบูรณ์แบบเหลือเกิน...หล่อนลดมือลงจากปลายคางเมื่อได้ยินเสียงของเขาแจ้งข้อกล่าวหา

“รถผมไฟแตก กันชนบุบ...ผมจะเรียกบริษัทประกันมาตกลงกับทางคุณ”

“อะไรกัน”

มินตาก้าวออกไปอย่างลืมตัว... “ไฟแตก กันชนบุบเชียวหรือ ไหน...เป็นรถใหม่ ป้ายแดง ทำไมบุบง่ายนักเล่า”

หล่อนก้มลงไปดูบ้าง แล้วเมื่อยืดตัวขึ้นมาอีกหนหล่อนก็เห็นดวงดาวระยิบระยับ เมื่อศีรษะโขกเข้ากับอะไรอย่างหนึ่งแข็งๆ หล่อนไม่ได้ร้อง แต่ได้ยินเสียงร้องเบาๆ จากปากเขา แล้วมินตาจึงได้รู้ว่าหล่อนเอาหัวไปกระแทกคางของเขา

“ตายจริง” หล่อนอุทาน...แล้วธันวาก็สั่นศีรษะเหมือนระอาใจ อย่างหนักกับการที่ได้เห็นเพื่อนหญิงของเขาจับแขนผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น แล้วยื่นมือแตะตรงปลายคางเหลี่ยมๆ มีรอยผ่านิดๆ ...

ธันวาได้แต่ส่งเสียงครางอยู่ในใจ

...เอาละ ไอ้ตัวยุ่ง เริ่มยุ่งแล้ว...

“คุณเจ็บหรือเปล่า ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

แล้วมือของมินตาก็ตกผล็อยลง เมื่อเขามองหล่อนเหมือนจะฆ่าหล่อนเสียให้ได้ ดวงตาคมจัดคู่นั้นทำให้หล่อนตัวสั่นได้อย่างประหลาด หล่อนค่อยๆ ถอยจนติดตัวถังรถของตัวเองแล้วก็เลื่อนตัวปราดๆ มายืนเคียงธันวาอีกหน ปากของหล่อนเท่านั้นที่ยังส่งเสียงได้เจื้อยแจ้วอยู่

“ฉันขอโทษแล้วนี่”

“ผมจะรวมเข้าไปในค่าเรียกร้องก็แล้วกัน”

แล้วเขาก็หันหลังกลับเดินดุ่มๆ จากไป ประตูกระจกนั่นเลื่อนเปิดรับเขาเข้าไปแล้ว มินตาแทบจะเต้นเร่าๆ

“ต๊าย...อีตางก คนรวยนี่มันงกเหมือนกันหมดเลยนะ ยิ่งรวยยิ่งงก อะไรๆ ก็ตีค่าเป็นเงินทั้งนั้น ยากหรอกย่ะ ฉันจะไม่จ่ายสักสลึง ฉันไม่ได้ผิด...” แล้วหล่อนก็ยิ้มหวานเจี๊ยบให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่มาขอร้องให้หล่อนเอารถลงไปจอดชั้นล่าง เพราะมีรถกำลังจะเลี้ยวขึ้นมาเพื่อส่งคนไข้...

“ค่ะ” มินตารับคำ...หล่อนไล่ธันวาเข้าไปข้างใน

“ดูมือนายซิ เลือดไหลออกมาอีกแล้ว เข้าไปหาหมอก่อน เดี๋ยวฉันจะตามเข้าไป...เอารถไปจอดข้างล่างก่อน ไม่ใช่คนรวยมาจากไหนนี่...จะได้มีคนมาเอารถไปจอดให้”

ปากหนอปาก...ธันวานึกในใจ เพื่อนของเขาคนนี้ปากดีนัก หล่อนสามารถแกว่งปากไปหาเรื่องได้ไม่ยากเลย เขาเดินระทดระทวยเข้ามา...ไปหยุดยืนรีๆ รอๆ อยู่หน้าห้องฉุกเฉินตามคำบอกของนางพยาบาลที่ออกมาต้อนรับเมื่อมองเห็นมือโชกเลือดของเขา แต่เขาก็ยังเข้าไปในห้องนั้นไม่ได้นอกจากมองผ่านเข้าไปทางช่องกระจกใสๆ ที่อยู่ตรงระดับสายตาพอดี เขาเห็นหมอและพยาบาลกำลังวิ่งกันวุ่นข้างในนั้น

คงเป็นแม่สาวที่ถูกหามลงมาจากรถคันเมื่อครู่ หล่อนอาจจะแท้ง...แล้วเขาก็หันกลับ...เกือบจะชนกับบุรุษหนุ่มหน้าตาแววตาดุๆ จนเกือบจะเป็นโหดเหี้ยมคนนั้นเข้าแล้ว

เขาหลีกทางให้เจ้าของดวงตาดุนั้น พอดีกันมินตาขึ้นมาจากชั้นล่าง หล่อนเข้ามาหาเขา...

“คุณธันวา...”

พยาบาลที่ไปทำบัตรให้กับเขาเดินมาเรียก แล้วให้เขาก้าวผ่านเข้าไปในห้อง มีมินตาทำท่าเหมือนจะตามเข้ามาด้วยเหมือนกัน แต่มีเสียงขอร้องอ่อนหวานเสียก่อน

“ข้างในห้องคนมากค่ะ เชิญนั่งรอข้างนอกนะคะ”

อ่านต่อ

สารบัญ อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง กาศเวลาที่สวยงาม
7.3
ท่ามกลางเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความสับสน ภรรยาของซิงต้องเผชิญวิกฤตเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนเธอกำลังให้ท่าจือ ผู้มีศักดิ์เป็นอาของสามี แม้เธอจะพยายามอธิบายว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความตั้งใจและไม่มีเจตนายั่วยวนเขาเลยแม้แต่น้อย ทว่าคำแก้ตัวกลับไร้ผล จือมองเธอด้วยแววตาเกลียดชังและตัดสินทันทีว่าเธอเป็นสตรีไร้ยางอายที่กล้าสวมเขาให้หลานชายของตน ด้วยความโกรธจัด จือข่มขู่ว่าจะเรียกซิงมาเป็นพยานเห็นความอัปยศนี้ เพื่อเปิดโปงสะใภ้จอมปลอมให้ทุกคนได้รับรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตานำพาให้เคลวิน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ต้องมาพบกับหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยการบังคับ แม้จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์จะไม่ได้เกิดจากความเต็มใจ และเขาก็เป็นฝ่ายคุมเกมเหนือกว่าในตอนแรก ทว่าความดื้อรั้นและเสน่ห์อันล้นเหลือของเธอกลับทำให้หัวใจของมาเฟียหนุ่มสั่นคลอนจนพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เมื่อเธอเลือกที่จะไม่ยอมสยบให้กับอำนาจของเขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญ ว่าจะยอมปล่อยเธอไป หรือจะยอมทำทุกวิถีทางเพื่อไล่ล่าและช่วงชิงหัวใจดวงนี้มาครอบครองใหมูใหม่อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
เมื่อแอลตัน หนุ่มหล่อชาวฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้รักชีวิตโสดและมีปมในอดีต ต้องมาเจอกับสายป่าน สาวสวยสุดแซ่บวัย 20 ปีที่มีความป่วนและไม่ยอมคน ความคิดที่ไม่ยอมผูกมัดกับใครของเขาจึงเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก การเผชิญหน้าระหว่างเพลย์บอยหนุ่มผู้รักอิสระกับสาวน้อยจอมแสบที่พร้อมท้าชนทุกสถานการณ์ นำไปสู่ภารกิจปราบเสือร้ายให้ยอมจำนน ท่ามกลางความวุ่นวายที่ชวนลุ้นว่าความรักของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง รอรักกลับมา
8.9
ตลอดเวลาสามปีของการแต่งงาน ซูป้านเซี่ยยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลมู่หนานจืออย่างดีที่สุด แต่เธอกลับได้รับเพียงความเย็นชาตอบแทน และเมื่อหญิงคนรักเก่าของเขาหวนกลับมา จุดแตกหักก็มาถึงจนเธอเลือกที่จะขอหย่าขาด แม้เขาจะดูถูกว่าไม่นานเธอจะต้องซมซานกลับมาขอร้องเขา แต่ซูป้านเซี่ยกลับก้าวสู่อิสรภาพครั้งใหม่ในบาร์หรูพร้อมเปิดตัวชายคนใหม่เคียงข้างอย่างสง่างาม ปล่อยให้มู่หนานจือที่เคยทะนงตนต้องเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขาทุกอย่าง บัดนี้ไม่มีวันเหลียวหลังกลับมามองเขาอีกแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อพล็อตนิยายเดิมถูกคนเกิดใหม่แก้ไขจนพังยับเยิน หญิงสาวที่ทะลุมิติมาเข้าร่างของภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหนีออกจากจวน เพื่อออกเดินทางท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวสุดกวน ทว่าชีวิตใหม่ในโลกแฟนตาซีครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและเรื่องราวสุดแปลกประหลาดอย่างคาดไม่ถึง เธอต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้เคล็ดวิชาน้ำเต้าหู้สังหารศัตรูอย่างพิสดาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางตัวดีที่เรียกร้องจะกินแต่หมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางอันตรายและความวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาในโลกใบ
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์