APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด

กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด

8.9 / 10.0
เมื่อโลกใบนี้บิดเบี้ยวและไร้ซึ่งความยุติธรรม อดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมจึงกลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวผู้ปัญญาอ่อน ในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพละกำลังและความแข็งแกร่ง นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจที่เคยมี พร้อมบดขยี้ศัตรูทุกคนที่กล้าขวางทางให้ราบคาบ การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายระเบียบสังคมอันเน่าเฟะและสถาปนาความยิ่งใหญ่ของตนเองในมหาพิภพแห่งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด ตอนที่ 1

บทที่1 หวนคืนจากหลุมศพ        

ในยุคสมัยนี้ที่คนดีหาได้ยากนัก และกลับกลายเป็นคนเลวที่ยิ่งทำชั่วก็ยิ่งเรืองอำนาจ หนึ่งในทรชนแห่งยุคมืดทมิฬที่สุดบนผืนพิภพ อิสตรีผู้ไร้มนุษยธรรมและเลือดเย็นอำมหิตสุดแสน กระทั่งแค่เอ่ยขานนามนั้น ก็สามารถทำให้ผู้คนขนหัวลุกและหน้าถอดสีได้ นามที่ว่าก็หาใช่ใดอื่น นอกเสียจากเย่หลาน – ปรมาจารย์นอกรีตผู้ฝึกปรือวิถีมารจนบรรลุ

แต่ทว่า... เพียงหนึ่งเดือนก่อนหน้ากลับได้ยินข่าวใหญ่ชนิดสั่นสะเทือนไปทั่วผืนพิภพ!

นางมารผู้นั้น...สิ้นชีพลงแล้ว!

เมื่อไต่ถามถึงสาเหตุการตาย กล่าวกันว่า นางได้กระทำการอุกอาจขัดต่อวิถีสวรรค์ เลือกเดินในเส้นทางนอกรีต จนเหล่าผู้อาวุโสแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์มิอาจทานทน!

.....

หนึ่งเดือนให้หลัง

ณ ทวีปชิงชาง จักรวรรดิหนานอวิ๋น

สุสานร้าง นอกอาณาเขตเมืองหนิงอัน...

“ปัง! ปัง! ปัง!”

“พวกเจ้าเร่งมือเข้า! รีบๆตอกตะปูโลงให้แน่น อย่าได้เหลือช่องให้นังปัญญาอ่อนด้านในคลานหนีออกมาได้เป็นอันขาด!”

อิสตรีน้อยนางหนึ่งยืนกำกับอยู่ไม่ไกล เผยแสดงท่าทีหยิ่งผยองเกินแปดส่วน กำลังสั่งการบรรดาบ่าวไพร่ที่สวมใส่ชุดรับใช้ จิกหัวสั่งการด้วยท่าทางกดขี่

“คุณหนูรองโปรดวางใจเถิด บ่าวทุบกระทืบแขนขาของนังนั่นเสียจนหักสะบั้นหมดสิ้นแล้ว อีกทั้งได้สั่งการให้คนกรอกยาสลบใส่ปากมันจนหมดซอง! รับรองว่ากว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ เกรงว่าคงถูกดินที่กลบฝังถล่มทับลงมาจนขาดอากาศหายใจไปเสียก่อน ต่อให้จะพยายามคิดหนีสักเพียงใด ย่อมไม่สามารถทำได้!”

บ่าวรับใช้ผู้นั้นที่ขานตอบก็คือพ่อบ้านเฉินแห่งจวนตระกูลเย่

ส่วนอิสตรีน้อยผู้หยิ่งผยองที่ว่าก็หาใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณหนูรองแห่งตระกูลเย่ – เย่เยวี่ยอวี่ 

ยามเอ่ยถึง ‘นังนั่น’ ในโลงศพ ความเกลียดชังปนสมเพชในเนื้อเสียงล้วนเปล่งปรากฏออกมาอย่างไม่มีปิดบัง รวมไปถึงบ่าวไพร่รอบข้างเองก็ไม่ต่างกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเย่เยวี่ยอวี่ ครั้นพบเห็นตะปูดอกแล้วดอกเหล่าที่ถูกตอกลงบนฝาโลงอย่างแน่นหนา รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็ยิ่งบานสะพรั่ง

“นังเอ๋อโง่งมปัญญาอ่อน! นังสวะไร้ค่า! ช่างหาญกล้าเพียงใดจึงได้บังอาจหมายปองท่านพี่เฉิน! เสแสร้งทำเป็นแกล้งล้มลงต่อหน้าต่อตาเขา แล้วยังเป็นฝ่ายยื่นมือให้เขาจับประคองขึ้นมาอีก! ช่างหาเรื่องตายโดยแท้!”

แววตาของเย่เยวี่ยอวี่ฉายชัดเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต หากเพ่งพินิศให้ลึกลงไป ย่อมค้นพบเงาแห่งริษยาอันมืดทมิฬสุดขั้วซุกซ่อนอยู่

แต่ทว่า.... นางกับพ่อบ้านนั้นหารู้ไม่ บทสนทนาทั้งหมดล้วนไหลเข้าสู่โสตประสาทของใครคนใดคนหนึ่งเสียแล้ว–

ภายในโลงศพ

ร่างอิสตรีนอนแข็งค้างอยู่เนิ่นนา เสี้ยวอึดใจพลันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความเงียบงันทั้งมวล!

เฉพาะภาพฉากยามนี้ ผู้ใดพบเห็นล้วนต้องตกตะลึงตาค้าง!

นัยน์ตาสีดำที่ปกติแล้วควรมีข้างละหนึ่ง แต่ทว่าทันทีที่นางลืมตาขึ้น กลับปรากฏเป็นสองที่กำลังทับซ้อนกันอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป นัยน์ตาสีดำคู่นั้นพลันประกบเข้าหากัน กลับคืนสู่สภาพที่กลายเป็นหนี่งเดียวดังเดิม

ด้านในโลงศพไม้ปิดทึบมืดมิด เย่หลานค่อยๆแสยะยิ้มมุมปากอย่างแผ่วเบา

“เย่หลาน... ตระกูลเย่... แซ่นามเดียวกับข้า ทว่ากลับเป็นเพียงเศษสวะไร้ค่าที่ถูกผู้คนใต้หล้าสาปแช่งรังแก มันช่าง...น่าขันยิ่งนัก...”

แต่เริ่มเดิมที นางมั่นใจเหลือเกินว่าตนคงต้องสิ้นชีพไปแล้วเป็นแน่แท้ แต่กลับไม่คิดไม่ฝันเลยแม้แต่น้อยว่าหนึ่งเดือนให้หลัง ดวงวิญญาณของตนจะกลับมาถือกำเนิดใหม่ในร่างของอิสตรีโง่เขลา ที่สติปัญญาไม่เต็มและมีชื่อแซ่เดียวกันกับนาง!

ครั้นคิดได้เช่นนั้น รอยยิ้มที่ฉาบชโลมใบหน้าของเย่หลานกลับยิ่งทวีรังสีอำมหิตเข้มข้นกว่าเดิม

“ไอ้พวกเฒ่าขี้ขลาดน่าตายบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น... โลภในพลังจนคิดชั่ว รวมหัวกันใส่ร้ายใช้กลลวงใส่ข้า!! เช่นนั้นก็จงล้างคอรอไว้เถิด!”

“วันใดที่ข้าเย่หลานผู้นี้หวนคืนสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้อีกครา วันนั้นย่อมต้องเป็นวันตายของพวกเจ้า!!”

แต่ก่อนอื่น ดูท่าคงจะต้องสะสางพวกขยะชั้นต่ำไม่กี่ตัวข้างนอกนี้เสียก่อน...

ยามนี้ บรรดาบ่าวไพร่ทั้งหลายต่างก็กำลังช่วยกันคนแบกโลงโยนลงไปในหลุม แต่เพิ่งจะทิ้งโลงศพลงไปได้ไม่นาน ด้านในนั้นก็พลันมีเสียงทุบโลงกระหน่ำดังขึ้นไม่หยุดยั้ง

“ปัง! ปัง! ....ปังๆๆๆๆๆ!!!”

บ่าวไพร่เหล่านั้นต่างพากันสะดุ้งเฮือกขวัญกระเจิงอย่างหนัก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความแตกตื่น

“อะ...อันใดกัน? หรือว่านังปัญญาอ่อนนั่นจะฟื้นแล้วกระมัง?”

เบื้องหลัง เย่เยวี่ยอวี่ที่เห็นกลุ่มคนตรงหน้าพากันยืนนิ่งแข็งทื่อเช่นนั้น นางจึงรีบรุดเข้าไปดุด่าเสียยกใหญ่

“ชักช้ากันเสียจริง! เจ้าพวกบ่าวไพร่ไร้ประโยชน์! ถอยออกไปให้หมด!”

นางผลักไสบ่าวไพร่ที่ขวางทางทิ้งไปเยี่ยงผักปลากด้วยความรำคาญ ทว่าจังหวะที่รุดไปถึงแถวหน้า เสียงทุบโลงอีกหนึ่งชุดใหญ่ก็พลันดังสั่นขึ้นเป็นคำรบสองจากก้นหลุม ทำเอาตัวนางเองถึงกับสะดุ้งเฮือกฉับพลัน

และแล้ว...นางก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“มิใช่ว่านาง...จะฟื้นคืนสติแล้วรึ?”

คิดได้ดั่งว่า นางจึงรีบหันขวับไปเบื้องหลังทันควัน พร้อมกับตวาดเสียงดังลั่น

“พ่อบ้านเฉิน! นี่เจ้าทำบ้าอันใด? ไหนเจ้าว่ากรอกยาสลบใส่ปากนางแล้วมิใช่รึ? ไฉนเล่านังนั่นจึงได้ฟื้นคืนสติเร็วนัก?!”

พ่อบ้านเฉินรีบตบเท้าขึ้นหน้า ครั้นได้ยินเสียงทุบโลงดังขึ้นและดังขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขาถึงกับถอดสี รีบเอ่ยปากอธิบายทันใด

“คะ-คง...คงเป็นเพราะพวกบ่าวไพร่ใต้อาณัติพากันเกียจคร้านสันหลังยาวขอรับ! บ่าวสั่งให้จับตัวนางมากรอกยา แต่คงทำทำได้เพียงครึ่งๆกลางๆแล้วก็ละทิ้ง! ภายหลังเสร็จจากเรื่องนี้ รับรองว่าบ่าวจะรีบกลับไปสั่งสอนพวกมันให้เข็ดหลาบ!”

“แต่คุณหนูรองโปรดวางใจเถิด นังปัญญาอ่อนนี่ถูกหักแขนหักขาทิ้งจนหมดแล้ว ต่อให้ฟื้นคืนสติขึ้นมาย่อมมิอาจหนีไปไหนได้ ยามนี้คงนอนเป็นผักอยู่ในโลง ทำได้อย่างมากก็แค่โขกศีรษะสร้างเสียงอึกทึกเท่านั้น”

“ทุกคน! รีบช่วยกันถมดินกลบให้แน่นหนาเร็วเข้า อย่าปล่อยให้มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกมาอีก!”

เย่เยวี่ยอวี่แค่นเสียงพ่นผ่านลำคอดัง ‘หึ’ อย่างไม่พอใจนัก ก่อนจะตวาดทิ้งท้ายว่า

“ยังจะมัวพูดมากไร้สาระอยู่อีก! รีบจัดการฝังมันให้ตายเสียโดยเร็ว!”

แต่แล้ว สาวใช้นามว่าชิงหงที่ติดตามมาเบื้องหลัง เห็นท่าไม่ดีนักจึงเอ่ยเตือนอย่างลังเลว่า

“แต่คุณหนูรองเจ้าคะ... หากเรื่องนี้หลุดไปถึงหูนายท่านขึ้นมา เกรงว่า...”

เย่เยวี่ยอวี่หันขวับทันใด ตวัดดวงตาเฉียบคมแฝงรังสีน่าสะพรึงแวววับจ้องเขม็งใส่นาง พลางพ่นเสียงที่ฟังดูตลกขบขันขึ้นว่า

“หากพวกเจ้าไม่พูด ท่านพ่อจะรู้ได้อย่างไรเล่า? หรือต่อให้ท่านพ่อจะล่วงรู้ความจริงในภายหลัง ถึงตอนนั้นนังเย่หลานก็คงจะถูกฝังตายทั้งเป็นไปนานแล้ว ไยเล่าที่ท่านพ่อจะต้องลงโทษข้าเพียงเพราะสวะโง่งมนางหนึ่ง?”

ชิวหงตรึกตรองอย่างลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไม่คิดโต้แย้งขัดคอใดๆผู้เป็นนายอีก อนึ่ง ตัวนางเองย่อมไม่ต้องการเอาชีวิตที่มีค่าของตนเข้าแลกเพื่อเศษสวะผู้หนึ่ง

บ่าวไพร่ทั้งหลายที่ได้รับคำสั่ง ต่างก็พากันเร่งมือหยิบจอบเสียมกลับขึ้นมาขุดดดินเพื่อฝังกลบต่อโดยเร็ว

“ปัง! ปัง! ปังๆๆๆๆ!!!....”

เสียงทุบโลงจากด้านในยังคงดังกระหึ่มไม่หยุดหย่อน

เย่เยวี่ยอวี่ทนฟังนานเข้าก็เริ่มหงุดหงิดรำคาญขึ้นเป็นเท่าทวี ท้ายที่สุดมิอาจทนต่อไปได้ไหว จึงหันไปหยิบหินก้อนใหญ่แถวนั้นขว้างอัดใส่โลงเสียงดัง ‘ปัง!’ พร้อมกับเสียงคำรามสาปส่งว่า

“หยุดเสียที! ขืนเจ้ายังกล้าเคาะโลงอีกเพียงครั้งเดียว ข้าจะสั่งบ่าวไพร่ให้ใช้ดาบใช้มีดเจาะแทงทะลุไปทั่วทั้งโลง ทำให้ร่างของเจ้ารั่วพรุนตายทั้งเป็นอย่างอเนจอนาถ!”

ฉับพลันนั้นเอง เสียงทุบโลงจากภายในจึงได้ขาดหายไป นับแต่นั้นก็เงียบสงัดประหนึ่งมิมีผู้ใดอยู่ภายในเลยทีเดียว

เย่เยวี่ยอวี่หลงเข้าใจไปว่า ฝ่ายนั้นท่าจะกลัวคำขู่ของตนจนขี้ขึ้นสมอง บัดนี้ได้ทีจึงแสยะยิ้มเหยียดกว้างอีกครา ก่อนจะถ่มถุยน้ำลายใส่โลงพร้อมเอ่ยวาจาดูแคลน

“นังสวะเอ๊ย!”

นางหมุนกายกลับไปหาพวกบ่าวไพร่ เชิดคางสูงเสียดกำชับเสียงกร้าวสั่งการว่า

“เร่งมือให้ไว จะต้องถมดินให้แน่นหนา! ห้ามปล่อยให้นังนั่นมีโอกาสแม้แต่จะดิ้นรนโผล่หัวขึ้นมาบนผืนดินได้แม้สักนิด! เข้าใจกันดีแล้วหรือไม่?!”

แต่ถึงอย่างนั้น บรรดาบ่าวไพร่เหล่านั้นต่างพากันยืนแน่นิ่งราวต้องมนต์สะกด ดวงตาของแต่ละคนเบิกโพลงจนแทบถลนหลุดจากเบ้า สีหน้าดูแตกตื่นสุดขีด!

มือที่กำจอบกำเสียมไว้พลันปล่อยให้ร่วงกราวตกลงบนพื้นโดยไม่รู้ตัว จนเกิดเสียง ‘ตึง!’ ดังระงมไปทั่ว

ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังทิศทางเดียวกัน ซึ่งก็คือเบื้องหน้าหรือข้างหลังของเย่เยวี่ยอวี่ในยามนี้นั่นเอง...

สีหน้าการแสดงออกของแต่ละคนล้วนฉายแววตื่นตระหนกและหวาดกลัวเกินพรรณนา

เย่เยวี่ยอวี่เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น มิวายตวาดใส่บ่าวไพร่อีกระลอก

“อันใด? มัวทำสีหน้าพิลึกพิลั่นจ้องหน้าข้าอยู่ด้วยเหตุใด? รีบเร่งมือฝังมันเร็วเข้า!!”

แต่ใครเล่าจะรู้ วาจาเพิ่งหลุดพ่นออกจากปากไป แต่ชิวหงกลับกรีดร้องเสียงหลงแทรกสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงแหลมแสบแก้วหูของนางเต็มไปด้วยความผวาหวาดกลัวสุดขีด!

“ผะ-ผี! ผี!!”

พ่อบ้านเฉินเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ใบหน้าถอดสีซีดเผือด เนื้อตัวสั่นระริกชี้นิ้วตั้งตรงไปทางด้านหลังของเย่เยวี่ยอวี่

“คะ...คุณหนูรอง...ข้างหลัง...ข้างหลังท่าน...!!”

เย่เยวี่อวี่ยังมิทราบว่ามีสิ่งที่เกิดขึ้น แววตาจึงฉายความงุนงงสงสัย ค่อยๆหันศีรษะย้อนกลับไปมองพร้อมกับบ่นพึมพำ

“ผีบ้าผีบออันใด? ด้านหลังข้าน่ะรึมี...”

วาจาคำบ่นนั้นยังมิทันจบประโยค เสียงของนางก็พลันดับลงกลางคัน!

เพราะเบื้องหลังของนางในยามนี้ แท้จริงแล้วคือสุสานรกร้างเก่าแก่ ซากศพไร้หลุมฝังจำนวนนับไม่ถ้วนที่ถูกทิ้งเกลื่นกลาดตามผืนดิน จู่ๆก็ทยอยลุกขึ้นและกำลังเดินโงนเงนเข้ามา!

บางร่างศพไร้หัว บางร่างแขนขาถูกตัดไม่ขาดดีจึงห้อยโตงเตง 

ซ้ำบางร่างยังเน่าเฟะเต็มไปด้วยหนอนเน่าชอนไช 

และบางร่างก็ไม่เหลือเนื้อหนัง หากแต่เป็นเพียงโครงกระดูกผุพังเดินได้!

พวกผีห่าทั้งหลายโผล่ขึ้นมาจากกลางกองซากศพรกร้าง กระทั่งขุดตัวเองขึ้นมาจากใต้ผืนดินก็ยังมีให้เห็น!

ทั้งหมดล้วนเปล่งเสียงร้องระงมดัง ‘ฮืออ...ฮู้วว...’ แหบพร่าแต่ช่างโหยหวนชวนขนหัวลุกยิ่งนัก ศพแล้วศพเล่าพากันเดินโซเซเข้ามาหาเย่เยวี่ยอวี่และบ่าวไพร่ทีละก้าว...

“กรี๊ดดดด!!”

“ผ-ผี...ผี!! นี่มันอันใด? นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน!?”

เย่เยวี่ยอวี่พลันฟื้นสติฉับพลัน หวิดเสียขวัญถึงขั้นสติแตกกระเจิง ได้แต่ร้องเสียงสั่นเทาพร้อมกับคู่เท้าที่ก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ทันระวังตัว จึงได้เผลอเหยียบเข้ากับจอบที่ตกอยู่บนพื้นอย่างมิตั้งใจ ร่างทั้งร่างจึงล้มกลิ้งหน้าคะมำติดดิน สิ้นท่าอย่างน่าอับอาย

“หนี! รีบหนีเร็วเข้า!!”

พ่อบ้านเฉินและบ่าวไพร่ต่างพากันเร่งหมุนกายเพื่อหนีเอาชีวิตรอด ทว่าในเสี้ยวพริบตาขณะนั้นเอง เบื้องหลังที่หันไปก็พลันปรากฏเงาของซากศพที่พากันลุกขึ้นขวางทางไว้!

ใช่แล้ว เพราะที่นี่คือสุสานร้าง ย่อมต้องมีศพเกลื่อนกลาดทั่วสารทิศ จึงหาใช่เรื่องแปลกไม่

ซากศพจำนวนมากมายทยอยเดินโงนเงนเข้ามาไม่หยุดหย่อน ไม่นานเกินรอ ฝูงซากศพเดินได้เกินคนานับก็ตรงเข้าปิดล้อมเย่เยวี่ยอวี่และบ่าวไพร่ไว้ทั่วทุกทิศ!

“อ๊ากกก!! ไสหัวไปซะ! ไสหัวไปให้หมด!!”

ปรากฏว่าพ่อบ้านเฉินเป็นคนแรกที่สติแตก มือไม้สั่นระริกไร้เรี่ยวแรงเกินควบคุม เจ้าตัวรีบแย่งจอบด้ามหนึ่งมาจากมือบ่าวไพร่ใกล้ตัว แล้วกวัดแกว่งฟาดฟันเข้าใส่เหล่าซากศพเดินได้อย่างสุดกำลัง ปากก็พลางกรีดร้องคลุ้มคลั่งเยี่ยงคนบ้าเสียสติ

ทว่าพ่อบ้านเฉินพุ่งกระโจนออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ซากศพเดินได้รอบด้านกว่าเจ็ดถึงแปดตัวก็พลันกระโจนรุมเข้ามาพร้อมกัน พวกมันเปิดปากเน่าเฟะฉีกกว้าง เผยให้เห็นบ่อเลือดและเขี้ยวฟัน ประหนึ่งว่าพร้อมที่จะกัดกระชากทุกสรรพสิ่ง จากนั้น พวกมันก็เริ่มรุมทึ้งฉีกกัดเนื้อหนังบนร่างของพ่อบ้านเฉินอย่างบ้าคลั่ง

“อ๊ากกกก!! มะ-...ไม่!! อย่า! อย่ากินข้า! อย่าาา!!!”

พ่อบ้านเฉินกระเสือกกระสนดิ้นรนอย่างสุดกำลังเพื่อหวังเอาชีวิตรอด แต่ทว่าทุกกลับไร้ผลอย่างสิ้นเชิง ในฐานะคนธรรมดาไร้พลังปราณยุทธ์ ท่ามกลางฝูงศพเดินได้นับหลายชีวิตที่บ้าคลั่งทั้งหมด ล้วนเป็นการกระทำที่สูญเปล่า!

ผ่านไปชั่วครู่ เสียงกรีดร้องโหยหวนของเขาก็พลันถูกกลบหายในชั่วพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงเขมือบกัดดัง ‘ก๊อบแกร็บ’ จากเหล่าซากศพที่กำลังรุมกัดกินเนื้อสด น้ำเลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเป็นวงใหญ่

เย่เยวี่ยอวี่และบ่าวไพร่ที่เห็นเหตุการณ์สุดสยองต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ต่างก็พากันตกใจสุดขีดจนแทบจิตใจแตกสลายตายทั้งเป็น ทุกคนล้วนผวาหวาดกลัวจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง

สาวใช้นามหงนางนั้นพลันหน้าซีดเผือด ร่างกายเพรียวบางสั่นสะท้านขวัญกระเจิงไปถึงภายใน ท้ายสุดมิอาจทนต่อภาพฉากแห่งความสยดสยองอย่างที่สุดตรงหน้าได้ จึงได้แต่โก่งตัวงอพ่นอาเจียนออกมาเสียงดัง ‘แหวะะ!!’

สุดท้ายแล้ว ทุกคนล้วนถูกซากศพเดินได้นับร้อยร่างไล่ต้อนรายล้อม จนต้องถอยไปชิดติดขอบหลุมด้านหลัง ต่างคนต่างพากันยืนนิ่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน จะขยับเขยื้อนสักนิดยังมิหาญกล้าที่จะทำ

ขณะที่เย่เยวี่ยอวี่และบ่าวไพร่ยังครุ่นคิดหาทางรอดไม่ออกว่า จะจัดการเยี่ยงไรกับซากศพมหาภัยพันธุ์นี้ดี ทันใดนั้นเอง ก็พลันปรากฏซากศพเดินได้ในสภาพสมบูรณ์อยู่ฝูงหนึ่ง ค่อยๆเดินไต่ไปหาโลงศพที่อยู่ในหลุมดินลึกซึ่งกักขังเย่หลานไว้

ผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า... พวกมันกลับรวมพลังระดมเรี่ยวแรงมหาศาล ช่วยกันงัดถอนตะปูนับยี่สิบตัวที่ปิดผนึกอยู่บนฝาโลงทิ้งไปด้วยมือเปล่า!

ภายใต้ห้วงภวังค์แห่งความเงียบสงัดอันแสนสะพรึงนั้น–

พลันปราฎฝ่ามือสีขาวเปื้อนเปรอะไปด้วยคราบเลือดโผล่ออกมา และได้คว้าจับขอบโลงไว้แน่นหนับ เสียง ‘ปัง!’ดังสะท้อนกังวานกึกก้องไปทั่วทั้งสุสานร้าง...

อ่านต่อ

สารบัญ กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดเวลาสามปีที่หญิงสาวทุ่มเทให้ความรักและเฝ้าทะนุถนอมความสัมพันธ์ เธอวาดฝันถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่และรอคอยวันที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่โลกทั้งใบกลับล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นในคำสัญญามาตลอดได้ทรยศหักหลังเธออย่างไม่คาดฝัน เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่งานแต่งงานในฝันจะเริ่มขึ้น มันทำลายความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น ความรักที่เคยงดงามถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง ทำให้เธอต้องทนรับสภาพจิตใจที่แตกสลายและสูญเสียภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปอย่างถาวร
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมทุ่มเทความรักและมอบกายใจให้ราซิเอลโล่ทว่าเมื่อเธอบอกเขาเรื่องลูกในท้องชายหนุ่มกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยเพราะความเชื่อมั่นว่าตนเองป้องกันเป็นอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่ไร้สติเขาจึงตราหน้าว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเขาคำพูดทำร้ายจิตใจนั้นสร้างบาดแผลลึกให้หญิงสาวเธอจึงตัดสินใจหอบหัวใจที่พังทลายและลูกในครรภ์เดินทางกลับประเทศไทยโดยที่เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอและความมั่นใจอันแรงกล้านี้กำลังจะเปลี่ยนผันชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยายเรื่อง รอรักกลับมา
8.9
ตลอดเวลาสามปีของการแต่งงาน ซูป้านเซี่ยยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อดูแลมู่หนานจืออย่างดีที่สุด แต่เธอกลับได้รับเพียงความเย็นชาตอบแทน และเมื่อหญิงคนรักเก่าของเขาหวนกลับมา จุดแตกหักก็มาถึงจนเธอเลือกที่จะขอหย่าขาด แม้เขาจะดูถูกว่าไม่นานเธอจะต้องซมซานกลับมาขอร้องเขา แต่ซูป้านเซี่ยกลับก้าวสู่อิสรภาพครั้งใหม่ในบาร์หรูพร้อมเปิดตัวชายคนใหม่เคียงข้างอย่างสง่างาม ปล่อยให้มู่หนานจือที่เคยทะนงตนต้องเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขาทุกอย่าง บัดนี้ไม่มีวันเหลียวหลังกลับมามองเขาอีกแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
การเดินทางอันแสนเรียบง่ายของจางฟางซินกลับกลายเป็นฝันร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อรถม้าของเธอถูกกลุ่มคนลึกลับลอบโจมตีจนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ท่ามกลางบาดแผลฉกรรจ์และความทรมานเจียนตายที่ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพื่อหยิบมีดสั้นเล่มเดียวที่มีหวังจะใช้ปกป้องชีวิตตนเอง แต่แล้วเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าผู้ถือกระบี่อาบเลือดจ่อประชิดตัว กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดคละคลุ้งทำเอาเรี่ยวแรงของเธอสูญสิ้นไปจนหมดสิ้น ทว่าในความหวาดกลัวนั้น ใบหน้าของเพชฌฆาตหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์