APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงเสน่หาอสูร

เพลิงเสน่หาอสูร

9.0 / 10.0
เมื่อ อัญญาลิน ทายาทธุรกิจไวน์ชาวไทย เดินทางมาศึกษาดูงานที่ฝรั่งเศส เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ ฟรานซิส เจ้าพ่อไวน์ผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งเข้าใจผิดว่าเธอคือผู้หญิงที่หวังรวยทางลัดเพื่อหาผลประโยชน์ สายตาของเขาจึงมองว่าการขัดคำสั่งของเธอคือการยั่วยวน ท่ามกลางความเข้าใจผิดที่บานปลาย ฟรานซิสยอมทิ้งความดีงามเพื่อกลายร่างเป็นอสูรร้ายไร้หัวใจ เขาเลือกที่จะลงโทษเธออย่างป่าเถื่อนตามอำเภอใจ แม้หญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขอความเห็นใจมากเพียงใด แต่เขากลับไม่ใยดี และมุ่งหวังที่จะทำลายล้างเธอด้วยเพลิงปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ในใจมาอย่างยาวนาน

เพลิงเสน่หาอสูร ตอนที่ 1

ฟรานซิส ฟาร์นองเดซ บุรุษหนุ่มเจ้าเสน่ห์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำ เขามีใบหน้าหล่อเหลาคมคาย มีบุคลิกโดดเด่นด้วยความสูงถึงหกฟุตกว่าๆ หุ่นเอ็กซ์กระชากใจสาวๆ ผู้มีแววตาสีสนิมเป็นประกายคมกล้า แต่ทว่าบางคราดวงตาของเขาก็เหมือนมีมนต์ขลัง มีพลังดึงดูดมหาศาลที่จะทำให้สาวๆ คนไหนก็ตามที่เผลอจ้องสบตาเขา อาจตกหลุมเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้ได้ง่ายๆ

ร่างสูงสง่าเกือบ 190 เซนติเมตร กำลังยืนพินิจดูรูปวาดของผู้หญิงคนหนึ่ง นัยน์ตาคมกวาดมองภาพศิลปะจากปลายพู่กันอันอ่อนช้อยงดงามตรงหน้าด้วยความสนใจ ชายหนุ่มรู้ว่านี่ต้องเป็นผลงานชิ้นเอกของน้องชายร่วมมารดาของเขาอย่างแน่นอน

ผู้หญิงในภาพช่างมีใบหน้างดงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ที่เขายังไม่เคยพานพบ ใบหน้าเรียวสวยประดับไปด้วยคิ้วโก่งดั่งคันศร ที่พาดอยู่บนดวงตาสีน้ำตาลเข้มกลมโตอย่างสาวเอเชีย ประกายตาหวานซึ้งดูมีชีวิตชีวาจนฟรานซิสเผลอคิดว่าเธอกำลังสบตาเขาอยู่เช่นกัน กลีบปากบางแดงเรื่อดั่งกลีบกุหลาบแรกแย้มคลี่ยิ้มออกเล็กน้อย ทำให้ดวงหน้าของเธอดูเปล่งปลั่งเรืองรองน่ามองยิ่งนัก

รูปร่างบอบบางอรชรในชุดเดรสเกาะอกสีขาว กำลังนั่งอยู่ในท่าหันข้างมองมาทางเขาเล็กน้อย เส้นผมสีน้ำตาลเงาวับดุจแพรไหม ที่ยาวเลยเอวบางที่คอดกิ่ว พลิ้วไปตามสายลมพัดลู่ไปด้านหลัง ผิวขาวผุดผ่องของไหล่เนียนที่เผยให้เห็น ทำให้ชายหนุ่มคิดจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน จนไม่รู้สึกตัวเลยว่าเจ้าของภาพวาดรูปนี้ ได้มายืนอยู่ข้างหลังของเขานานแล้ว

“สวยมั้ยครับพี่” เสียงห้าวถามเบาๆ ขณะที่สายตาคมยังคงจ้องมองผลงานของตนเองที่เขาใช้หัวใจวาดออกมา ด้วยประกายตาพราวระยับ

“สวย” ร่างสูงใหญ่ขยับริมฝีปากเล็กน้อยแทบไม่ได้ยินเสียง

“ใช่ครับ เธอสวยมาก และเธอก็เป็นผู้หญิงที่ผมรักด้วย” แฟรงค์รำพรรณออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“อะไรนะ! นายพูดใหม่ซิ เมื่อกี้ฉันได้ยินนายบอกว่าหล่อนเป็นคนรักของนายอย่างงั้นเหรอ”

ฟรานซิสหลุดออกจากโลกแห่งความฝันและจินตนาการเมื่อครู่ทันที หันมามองหน้าน้องชายด้วยสีหน้าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง น้องชายของเขาไปมีคนรักตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คิ้วเข้มดกดำดั่งปีกกาย่นเข้าหากันทันที เมื่อสบตากับดวงตาคมพราวระยับของร่างสูงสันทัดที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งมีความสูงไล่เลี่ยกับเขา

“พี่ได้ยินไม่ผิดหรอกครับ เธอเป็นคนรักของผม จริงๆ” แฟรงค์ ตอบพี่ชายต่างบิดาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นใจ

“แล้วนายคบกับผู้หญิงในภาพนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ฟรานซิสไม่เข้าใจตนเองเหมือนกัน ว่าทำไมเขาจะต้องสนใจด้วยว่า น้องชายของเขาจะคบกับผู้หญิงคนไหน เมื่อไหร่ ยังไง

“เมื่อวาน” เสียงห้าวทุ้มตอบสั้นๆ

“อะไรนะ! เมื่อวาน!” เสียงห้าวเข้มทรงพลังอุทานเป็นคำรบสอง ด้วยความพิศวงงงงวยอย่างนึกไม่ถึง อะไรกัน...คนเราจะตกหลุมรักกันง่ายๆ เร็วขนาดนี้เชียวเหรอ แค่วันเดียวเนี่ยนะ โอ้พระเจ้า! เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ แต่ว่ามันก็เป็นไปแล้ว เขาชักอยากจะเห็นตัวจริงของผู้หญิงคนนี้เสียแล้วสิ อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร? มีอะไรดีนักหนา ถึงสามารถครอบครองหัวใจที่แสนจะเย็นชาของน้องชายของเขาได้ สายตาคมกล้าหรี่มองภาพสาวสวยตรงหน้าอีกครั้ง

ดูท่า...คงไม่มีแค่เพียงฟรานซิสเท่านั้นที่มองภาพวาดของหญิงสาวสวยสะดุดตาด้วยความสนใจ แต่ด้านหลังของเสาบ้านต้นใหญ่ที่ทำจากไม้สักทั้งต้น ซึ่งแกะสลักเสลาลวดลายเป็นรูปมังกรเลื้อยรัดรอบเสา ได้มีสายตาอีกคู่กำลังแอบมองภาพนั้นอยู่ไม่ห่างมากนัก สามารถได้ยินในสิ่งที่ทั้งสองหนุ่มกำลังคุยกันได้อย่างชัดเจน

หน้าตาของสาวน้อยในภาพวาด ช่างดูคุ้นตาเขายิ่งนัก ดวงตากลมโตหวานซึ้งที่เป็นเอกลักษณ์ ริมฝีปากบางเจ่อเล็กน้อยคล้ายริมฝีปากของใครบางคน และที่สำคัญ เมื่อรวมทุกอย่างบนใบหน้าเรียวสวยเข้าด้วยกัน มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับใครบางคนที่เขาเคยรู้จักเป็นอย่างดี รู้จัก! และไม่มีวันลืม! แต่เขาก็ยังไม่มั่นใจนัก ว่าเธอจะใช่อย่างที่เขาคิดอยู่หรือเปล่า ร่างสูงภูมิฐานจึงได้ยืนนิ่งแอบฟังสองหนุ่มพูดคุยกันต่อไปเงียบๆ

“แล้วนาย รู้จักกับเธอที่ไหน”

“ที่หอไอเฟล เธอไปยืนดูหอไอเฟลอยู่นานมาก เธอขอให้ผมช่วยถ่ายรูปให้เธอ” คนที่กำลังมีความรักเบ่งบานอยู่ในหัวใจพูดไปยิ้มไป เมื่อนึกถึงใบหน้าสวยหวานที่แย้มยิ้มให้เขา เธอพูดกับเขาด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษแปร่งๆ แต่ช่างไพเราะน่าฟังยิ่งนัก เสียงใสเล็กๆ กับรอยยิ้มหวานพิมพ์ใจ ทำให้เขาหลงใหล และตกหลุมรักเธอนาทีนั้นเอง

“นายก็เลยขอให้เธอตอบแทนน้ำใจ ด้วยการให้เขามาเป็นนางแบบวาดรูปให้กับนายงั้นสิ”

“อืม...ก็ทำนองนั้น”

“แล้วเธอก็ยอมให้นายวาดรูปของเธอง่ายๆ เนี่ยนะ”

“แล้วมีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องปฏิเสธผมด้วยล่ะครับ”

“เออ...นั่นสิ ทำไมเธอจะต้องปฏิเสธผู้ชายหล่อๆ รวยๆ อย่างนายด้วยล่ะ ผู้หญิงคนไหนปฏิเสธนายก็คงจะโง่เต็มที” เพราะฟรานซิสคิดว่า ผู้หญิงที่น้องชายของเขากำลังตกหลุมรัก จะต้องรู้แน่ๆ ว่าแฟรงค์เป็นทายาทของมหาเศรษฐีพันล้าน เธอถึงได้ยอมตามใจผู้ชายแปลกหน้าง่ายๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งพบกันครั้งแรก

“พี่กำลังคิดอะไรอยู่น่ะ” สายตาขุ่นขวางที่เหมือนไม่พอใจตวัดมองคนที่ตัวสูงกว่าเขาไม่ถึงคืบด้วยความเคลือบแคลงสงสัย

“เปล่านี่ ไม่ได้คิดอะไรเล้ย” คนที่กำลังถูกจับผิดรีบปฏิเสธเสียงสูง ก่อนที่จะพูดต่อให้มันดูดีขึ้นมานิดหนึ่ง

“ฉันก็แค่คิดว่า เขาอาจจะรีบเร่ง มีธุระ อะไรประมาณนี้” ฟรานซิสขยายความเพื่อให้คิ้วเข้มที่กำลังขมวดมุ่นมองเขาอย่างไม่ชอบใจคลายลง เพราะเหมือนแฟรงค์จะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในนาทีแรก

“เธอบอกว่า เสียเวลาให้ผมวาดรูปเธอแค่ครึ่งชั่วโมง ไม่ได้ทำให้เธอเดือดร้อนมากมายนัก และเธอก็เต็มใจจะให้ผมวาดรูปของเธอด้วย”

“มิน่า”

“มิน่าอะไร” เจ้าของภาพวาดหันมาทำตาขุ่นใส่พี่ชายอีกเป็นครั้งที่สอง

“อ๋อ...ก็...มิน่า...ภาพถึงได้ออกมาสวยแบบนี้ไงล่ะ” คนเจ้าเล่ห์ลื่นไหลเอาตัวรอดไปได้เรื่อยๆ แต่สายตาก็ยังจดจ้องภาพวาดตรงหน้าไม่วางตา

“ตัวจริงสวยกว่านี้อีก” แฟรงค์มองคนในรูปวาดด้วยนัยน์ตาหวานฉ่ำ ฟรานซิสลอบสังเกตดูสีหน้าท่าทางของคนข้างๆ ก็พอจะเดาออกว่าน้องชายของเขาคงจะหลงรักผู้หญิงในภาพนี้มากน่าดู เขาถึงพูดอะไรขัดหูไม่ได้เลย เป็นต้องถามกลับด้วยสายตาไม่พอใจทุกที

“เธอชื่ออะไร”

“อัญญาลิน...อัญญาลิน อัครธาดา” คำตอบของแฟรงค์ น่าจะเป็นถ้อยคำรำพรรณที่พูดขึ้นมาลอยๆ มากกว่า แต่มันก็ลอยไปกระทบใบหูของคนที่ยืนแอบฟังอยู่ข้างหลังเสาต้นใหญ่เข้าเต็มเปา

‘ใช่จริงๆ ด้วย ผู้หญิงในภาพนั้น จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับคนนามสกุลนั้นอย่างแน่นอน’ อัญญาลิน อัครธาดางั้นหรือ...อัครธาดา นามสกุลนี้เขาไม่มีวันลืม!’ ต่อให้เวลาจะผ่านพ้นมานานยี่สิบกว่าปีแล้วก็ตาม และเขาจะต้องสืบรู้ให้ได้ว่าสาวน้อยในภาพวาดคนนั้นเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงได้ใช้นามสกุลเดียวกันกับคนๆ นั้น ‘คนที่เขาแค้นมากที่สุด!’

“หึๆ” เสียงหัวเราะน่าขนลุก ลอยขึ้นกลางอากาศแทบจะไม่ได้ยินเสียง แต่ทว่าสายตาวาวโรจน์คู่นั้นกลับลุกโชนมากยิ่งขึ้นเมื่อมองไปยังเงาภาพของศัตรู นิ่งดูอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ร่างสูงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจจะเดินออกไปจากที่ตรงนั้นอย่างเงียบกริบเหมือนกับตอนที่เขาเดินเข้ามา

อ่านต่อ

สารบัญ เพลิงเสน่หาอสูร

Ch. 1
Ch. 2
Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ตลอดเวลาห้าปีที่ฉินเฉี่ยนยอมเป็นเพียงผู้หญิงในเงาของลู่ซีซิงสิ้นสุดลงทันทีเมื่อเขาตัดสินใจหมั้นกับหญิงอื่น เธอเลือกที่จะหันหลังและเดินจากไปอย่างไม่ลังเล ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาเพิ่งรู้ตัวและออกตามล่าหาตัวเธออย่างบ้าคลั่งนานถึงเจ็ดวัน แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่เพียบพร้อมและมีชายอื่นอยู่เคียงข้างกายแล้ว ลู่ซีซิงที่หัวใจแตกสลายพยายามทำทุกวิถีทางเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและหวังให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มที่เย็นชาและความห่างเหิน แม้เขาจะพยายามรั้งเธอไว้ด้วยรักที่เพิ่งตื่นขึ้นในวันที่สายเกินไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
เมื่อหญิงสาวผู้หลงใหลในสิ่งของล้ำค่าและอัญมณีอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ต้องมาเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีหนุ่มสายเปย์ที่พร้อมประเคนของขวัญเลอค่าให้เธออย่างไม่มีวันหมดสิ้น แม้เธอจะพยายามหาทางหลีกหนีและปฏิเสธความรู้สึกดีๆ ที่เขามอบให้มากเท่าไหร่ ชายหนุ่มกลับยิ่งรุกคืบด้วยการขนสมบัติมากมายมาเอาชนะใจเธอราวกับรถสิบล้อ ยิ่งเธอถอยห่าง เขาก็ยิ่งใช้ความร่ำรวยเข้าหาและเปย์หนักขึ้นทุกที แล้วหัวใจของคนแพ้ทางของสวยงามอย่างเธอ จะต้านทานเสน่ห์อันเหลือร้ายและบ่วงรักของจอมทุ่มคนนี้ได้นานเท่านี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอขัดดอก
9.1
อลินชาต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตชีวิตเมื่อเธอต้องกลายเป็นนางบำเรอขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลล้นมือ ผู้ซึ่งไม่เคยปิดบังความปรารถนาอันร้อนแรงที่มีต่อเธอเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความกดดันรอบด้านและความต้องการที่คุกรุ่น พ่อเลี้ยงหนุ่มกลับยิ่งพึงพอใจและเฝ้ารอคอยที่จะได้ครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบในเร็ววัน แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามต่อต้านด้วยความหวาดหวั่นและประหม่าเพียงใด แต่เขากลับยิ่งเดินหน้าหยอกเย้าและรุกรานเข้าสู่หัวใจของเธออย่างย่ามใจ ภายใต้ข้อผูกมัดแห่งพันธสัญญาเสน่หาที่เธอไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์