APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หนี้ร้ายพ่ายรัก

หนี้ร้ายพ่ายรัก

8.2 / 10.0
เพื่อทดแทนคุณของพ่อเลี้ยง หญิงสาวผู้สู้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวจึงต้องยอมแบกรับหนี้แค้นที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ ทว่าความจริงอันแสนโหดร้ายคือพ่อเลี้ยงของเธอคือคนทีทำลายคนรักของมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากฮ่องกงในอดีต เหตุการณ์นั้นหล่อหลอมให้เขากลายเป็นชายไร้หัวใจที่มีชีวิตอยู่เพื่อการแก้แค้นเท่านั้น เมื่อเธอต้องตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของเจ้าหนี้ผู้ไร้ความปรานีและเต็มไปด้วยความพยาบาท ท่ามกลางวังวนมาเฟียอันแสนอันตรายและไร้ซึ่งความเมตตา เธอจะสามารถใช้หัวใจที่แข็งแกร่งเพื่อดับไฟแค้นและปลดพันธนาการหนี้ร้ายที่ผูกมัดเขากับเธอไว้ด้วยกันได้อย่างไร

หนี้ร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 1

บทนำ

บ้านสวน, อัมพวา

เสียงกุกกักดังขึ้นกลางดึกทำให้ชญานินสะดุ้งตื่น เธอตัดสินใจเปิดไฟแค่ห้องนอนเพราะห้องของเธออยู่ติดกับโถงห้องนั่งเล่นทำให้ไฟสามารถส่องสว่างถึงแม้จะเพียงแค่เล็กน้อยก็ตาม แต่เธอก็สามารถเห็นความเคลื่อนไหวและของภายในโถงห้องนั่งเล่น เธอค่อยๆ เปิดประตูห้องอย่างระมัดระวัง แต่เมื่อเธอเปิดประตูกว้างขึ้นก็พบร่างท้วมของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี เธอถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะเดินออกจากห้องและเอ่ยเรียกชายร่างท้วม

"พ่อค่ะ มาทำอะไรกลางดึกแบบนี้ค่ะ พ่อดื่มเหล้ามาอีกแล้วเหรอ" ชญานินเอ่ยพลางขมวดคิ้วเมื่อได้กลิ่นสุราจากชายร่างท้วมที่เธอเอ่ยเรียกว่า 'พ่อ' เธอชินแล้วกับการเห็นชายร่างท้วมกลับมาพร้อมกลิ่นสุรา แต่เธอก็ไม่เคยชินกับการที่พ่อส่งเสียงดังกลางดึก แม้พักหลังจะบ่อยขึ้นก็ตาม

บ้านของเธอเป็นบ้านสวนอยู่ริมแม่น้ำ ห่างจากถนนใหญ่ไม่มากแต่ก็ไม่มีเพื่อนบ้าน หากเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครรู้ รอบตัวบ้านก็มีสวนผลไม้เล็กๆ ที่แม่เป็นคนทำไว้ตั้งแต่เธอจำความได้และหลังจากสูญเสียแม่ไปจากโรคร้ายเธอก็คอยดูแลสวนหลังกลับจากงานร้านกาแฟและช่วงวันหยุดเพียงคนเดียว เพราะเธอไม่มีเงินมากมายที่จะจ้างคนมาดูแล

"มีเงินหรือเปล่า พ่อต้องการเงินสักห้าหมื่น" ธนัทพงษ์เอ่ยขึ้นพลางรื้อค้นลิ้นชักไปทั่วโถงห้องนั่งเล่น ชญานินมองตามร่างท้วมที่เดินไปทั่วก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป

"หนูไม่มีเงินแล้วค่ะ เมื่อวานพ่อก็มาเอาไปแล้วสามหมื่น เงินก้อนสุดท้ายที่หนูมี กว่าจะได้เงินเดือนจากร้านกาแฟก็สิ้นเดือนค่ะพ่อ"

"แกต้องมี! ถ้าแกไม่มีให้ฉันพวกเจ้าหนี้ก็จะมาฆ่าพวกเราและยืดบ้าน แกต้องการให้เป็นแบบนั้นหรือไง! " ธนัทพงษ์เดินมาตะคอกใส่ชญานินก่อนจะเดินชนไหล่หญิงสาวเข้าห้องนอนของเธอเพื่อรื้อค้นหาเงินต่อโดยไม่ฟังคำพูดของเธอที่เริ่มสั่นเครือพลางน้ำตาเอ่อคลอหันไปมองผู้เป็นพ่อ

ธนัทพงษ์ ไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของเธอ เขาคือพ่อเลี้ยง หลังจากพ่อแท้ๆ ของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ แม่ของเธอก็แต่งงานใหม่เพื่อที่จะได้สบายและมีชีวิตครอบครัวที่มั่นคงดีกว่าเป็นคุณแม่เลี้ยงเดียว แม้จะมีสวนแต่เศรษฐกิจก็ย่ำแย่จนบางครั้งก็ขายผลไม้ไม่ได้ต้องนำไปแจกให้กับคนในตลาด ในช่วงแรกแม่และพ่อเลี้ยงของเธอทั้งขยันและช่วยกันทำงานจนมีเงินพอใช้แต่ก็ไม่ขาดแคลน แต่ทว่า พ่อเลี้ยงของเธอเริ่มติดการพนันและเปลี่ยนไปในช่วงที่เธอขึ้นมัธยมปลาย นับแต่นั้นมาเธอต้องดิ้นรนทำงานส่งตัวเองเรียนมาตลอด แม่ของเธอก็เริ่มป่วยเพราะทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ได้สูญเสียแม่ไป เงินทำศพของแม่ก็ถูกพ่อเลี้ยงนำไปเขาบ่อนจนหมด เธอจึงต้องออกค่าทำศพเองทั้งหมด ในช่วงนั้นเธอทั้งเหนื่อยและท้อแต่เพราะแม่ของเธอเคยสอนไว้ว่า

...ถ้าล้มต้องรีบลุก ถ้ามัวแต่เจ็บมัวแต่ท้อ เราก็ไม่มีทางไปถึงฝันและทำสำเร็จ...

เพราะคำสอนของแม่ทำให้เธอฮึดสู้และขยันให้มากขึ้นจนผ่านช่วงเวลายากลำบากมาได้จนเธอเรียนจบ แต่เพราะเศรษฐกิจไม่ดีทำให้เธอหางานยากโดยเฉพาะกับสายที่เธอเรียนมา เธอไม่เคยได้งานประจำนอกจากทำงานรายวันและทำงานหลายงานเพื่อที่จะได้หาเงินมาหมุนเวียนทันใช้ แม้ค่าใช้จ่ายจะไม่เยอะแต่เพราะพ่อเลี้ยงของเธอเข้าบ่อนบ่อยมากกว่ากลับบ้าน ทำให้ค่าใช้จ่ายหนักไปทางนี้เสียมากกว่า

เธอนึกถึงคำสอนของแม่ก่อนจะยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาและหันกลับไปยังธนัทพงษ์พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อให้พ่อของเธอเข้าใจในสิ่งที่พูดออกไป

"ไม่มีค่ะ ไม่มีสักบาทเลยค่ะพ่อ พ่อกลับไปผ่อนผันได้ไหมคะ แล้วหนูจะเร่งทำงานหาเงินมาให้ค่ะ"

"ก็ได้ แกต้องรีบหาเงินมาให้ฉันให้ทันสิ้นเดือนหน้าก็แล้วกัน! " ธนัทพงษ์เอ่ยเสียงห้วนก่อนจะเดินกลับออกจากห้องของชญานินตรงไปยังบันไดเพื่อขึ้นไปนอนที่ห้องของตัวเอง

ชญานินมองตามร่างท้วมของพ่อเลี้ยงจนลับตาก่อนจะทรุดตัวนั่งลงกับพื้นพลางเสยผมยาวสลวยของตัวเองให้พ้นใบหน้าที่ตกลงมาปรกหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจและควบคุมไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมากับสิ่งที่เธอเจอเป็นประจำ แต่ไม่เคยคุ้นชินเลยสักครั้ง

...

ห้าเดือนต่อมา

ชญานินยังคงทำงานหาเงินอยู่เช่นเดิม แม้ห้าเดือนก่อนเธอจะเร่งทำงานหาเงินจนครบจำนวนที่พ่อของเธอต้องการ หลังจากได้เงินแล้ว ธนัทพงษ์ก็ไม่ได้กลับบ้านอีกเลยสามเดือนจนกระทั่งช่วงเช้าพ่อของเธอติดต่อกลับมาว่าจะกลับบ้าน แต่เธอกลับรู้สึกแปลกๆ กับน้ำเสียงที่ดูร้อนรนและเหมือนกับกำลังกลัวใครมาเห็นเพราะจากการรีบร้อนคุยให้เธอรู้เพียงว่าจะกลับเท่านั้นและตัดสายทันที

หลังจากเลิกงานที่ร้านกาแฟเธอก็ตรงไปยังตลาดเพื่อซื้อกับข้าวกลับบ้านมาทานกับธนัทพงษ์หลังจากที่ไม่ได้ทานข้าวพร้อมหน้ามาหลายเดือน แม้จะรู้สึกว่าธนัทพงษ์จะกลับบ้านระยะสั้นแต่เธอก็อยากทานข้าวกับพ่อ หลังจากซื้อจบครบท้องฟ้าก็มืด เธอจึงรีบกลับบ้านทันทีเพื่อไม่ให้พ่อของเธอรอนานและเธอไม่อยากกลับบ้านดึกไปมากกว่านี้

"กลับมาแล้วค่ะพ่อ" ชญานินเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังไม่ทันเข้าบ้าน พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยที่เห็นบ้านยังมืดอยู่แต่กลับมีร้องท้าของธนัทพงษ์ และก่อนหน้าที่เธอจะเลิกงานธนัทพงษ์ก็ส่งข้อความมาบอกว่าถึงบ้านแล้ว แต่ทำไมถึงไม่ยอมเปิดไฟ ชญานินไม่ได้คิดอะไรมาก เธอถอดรองเท้าและเดินเข้าบ้านก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟที่อยู่ไม่ห่างจากประตูทางเข้าบ้าน และเมื่อไฟสว่างขึ้นเธอก็พบธนัทพงษ์นั่งกุมศีรษะอยู่ที่เก้าอี้หวายยาวสีขาวหน้าทีวี หากเธอไม่ได้เห็นรอยเลือดที่ติดมือของธนัทพงษ์ก็คงไม่ตกใจและไม่คิดอะไรมาก เธอยืนตัวสั่นมองไปยังธนัทพงษ์พลางเอ่ยถามเสียงสั่น

"พ่อค่ะ เป็นอะไร...หรือเปล่าคะ"

"แกมาแล้วเหรอ แกมีเงินให้พ่อมั้ย พ่อจะไปต่างจังหวัดกับเพื่อน เพื่อนมันหางานมาให้พ่อทำ แต่พ่อไม่มีเงินติดตัวเลย" ธนัทพงษ์ที่ได้สติหลังจากได้ยินเสียงของชญานินอีกครั้ง ธนัทพงษ์ผละมือออกจากศีรษะพลางหันไปมองชญานินที่ยังคงยืนอยู่ที่หน้าประตู

"จริงเหรอคะ พ่อจะไปทำงานเหรอคะ แล้ว...แล้วที่มือพ่อ" ชญานินเอ่ยถามออกไปด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าควรจะถามหรือพูดเรื่องไหนก่อนพลางก้าวเดินเข้าไปใกล้ธนัทพงษ์และวางถุงกับข้าวลงบนโต๊ะก่อนจะคุกเข่ากับพื้นด้านหน้าธนัทพงษ์

"พ่อแค่ขับรถชนหมานะ พ่ออุ้มมันไปไว้ข้างทาง แกมีเงินให้พ่อมั้ย"

"งั้นเหรอคะ ตอนนี้หนูมีแค่หมื่นห้าเองค่ะ" ชญานินเอ่ยไปทั้งที่ในใจกลับรู้สึกว่าธนัทพงษ์กำลังโกหก แต่เธอก็ไม่ได้สอบถามอะไรไปมากกว่านั้นและเอ่ยตอบออกไป

"มันไม่พอ...จริงสิ! " ธนัทพงษ์เงียบลงก่อนจะพูดขึ้นใหม่เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะลุกเดินไปยังลิ้นชักข้างโต๊ะวางทีวี ธนัทพงษ์หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินออกมา ทำให้ชญานินรีบลุกขึ้นไปดึงกล่องแว่นออกจากมือธนัทพงษ์ทันที

"ไม่ได้นะคะ แหวนแต่งงานของพ่อกับแม่หนู" ชญานินรีบเอ่ยออกไปด้วยความตกใจและกลัวว่าชายหนุ่มจะเอาไปขาย เธอจึงกำกล่องแหวนไว้ในมือแน่น แต่แรงของเธอไม่อาจสู่แรงของธนัทพงษ์ได้ ธนัทพงษ์ออกแรงดึงและกระชากกล่องแหวนจากมือของเธอพลางผลักเธอจนล้มลงศีรษะกระแทกขอบโต๊ะวางทีวี เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บจนรู้สึกได้มีเลือดอุ่นๆ ไหลลงมาที่หน้าผาก

"พ่อกับแม่แกตายไปนานแล้ว! มีแค่ฉันที่เลี้ยงแกมาจนโตป่านนี้แล้ว แกควรจะตอบแทนบุญคุณฉัน! แหวนแต่งงานคู่นี้คงขายแล้วได้เยอะอยู่ ฉันขอก็แล้วกัน" ธนัทพงษ์พูดพลางมองกล่องแหวนด้วยรอยยิ้มพอใจก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าของชญานินขึ้นมาและหยิบเงินในกระเป๋าของเธอไปจนหมดก่อนจะหันกลับไปยิ้มขอบใจชญานินโดยไม่สนใจว่าเธอเจ็บกับการกระทำของเขามากแค่ไหนและเดินออกจากบ้านไป

"พ่อค่ะ! อย่าเอาไปนะคะ หนูขอร้อง! พ่อค่ะ พ่อ! " ชญานินตะโกนเรียกพลางลุกขึ้นวิ่งไปยังหน้าบ้านทันทีทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธอไม่สนใจว่าเลือดจะไหลจนเปรอะเปื้อนใบหน้า สิ่งเดียวที่เธอสนใจในตอนนี้คือแหวนแต่งงานของพ่อกับแม่เธอที่ทิ้งไว้เป็นของแทนใจให้เธอมีกำลังใจชิ้นสุดท้าย สิ่งเดียวที่มีค่าและเป็นแรงบันดาลใจให้เธอดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ แต่ตอนนี้ถูกพ่อเลี้ยงที่เธอมองว่าเป็นเหมือนพ่อแท้ๆ คนหนึ่งที่เลี้ยงดูเธอมาจนโต

ชญานินเร่งฝีเท้าวิ่งตามรถกระบะที่ขับออกไปโดยไม่สนว่าเธอกำลังวิ่งเท้าเปล่าบนทางที่เต็มไปด้วยหินและเศษไม้ยามค่ำคืนที่มองไม่เป็นอะไรตามข้าง เธอวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อตามธนัทพงษ์ แต่ทว่า ความมืดก็ทำให้เธอมองไม่เห็นทางและคราบน้ำตาที่เอ่อล้นอยู่ตลอดเวลาที่วิ่งตามรถของธนัทพงษ์ก็ยิ่งทำให้เธอลำบากในการมองเห็น เธอวิ่งไปสะดุดหินจนล้มลงหัวเข่ากระแทก ชญานินมองรถกระบะที่ขับออกไปจนลับตาทั้งน้ำตาที่ไหลมาผสมกับเลือดอาบแก้มขวาของเธอ

"พ่อ พ่อค่ะ ฮึก ฮือ อย่าเอาไป ฮึก แม่จ๋า หนูขอโทษ ฮือ แม่จ๋า หนูคิดถึงพ่อกับแม่ หนูเหนื่อยเหลือเกิน ฮือ" ชญานินสะอึกสะอื้นทั้งน้ำตา เอ่ยเรียกเสียงแผ่วพลางนึกถึงพ่อกับแม่แท้ๆ ของเธอ ภาพความทรงจำสมัยเด็กที่แสนอบอุ่นและมีความสุขมากกว่าตอนนี้ที่ไม่มีเศษเสี้ยวของความสุขหลงเหลืออยู่ เมื่อความสุขสุดท้ายของเธอถูกพ่อเลี้ยงเอาไปจากเธอเสียแล้ว และไม่มีวันที่จะได้กลับคืนมา

--------------------------------------------------------

สำหรับเรื่องนี้ หนี้ร้ายพ่ายรัก เป็นนิยายชุด หัวใจมาเฟีย ซึ่งเป็นตอนของ โลแกนและชญานิน

เรื่องนี้ก็จะมีทั้ง ดราม่า ฉากอิโรติก รักหวานแหวว บู๊ สลับกันไปนะจ้ะ แบบว่าเกือบจะครบรสก็ว่าได้

คอมเม้นต์ติชมกันได้นะจ้ะ คำติชมของรีดทุกคนคือคำกำลังใจและแนะแนวนำไปปรับปรุงจ้า

อ่านต่อ

สารบัญ หนี้ร้ายพ่ายรัก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ไอ้เสือ-ของผม
6.8
ชีวิตของเด็กกำพร้าพลิกผันเมื่อมาเฟียรับอุปการะเป็นน้องชาย ความใกล้ชิดก่อเกิดเป็นความรักจนตกลงสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน ทว่าความสุขกลับพังทลายเมื่อชายที่เขารักที่สุดใช้ความรุนแรงและนอกใจอย่างไร้ความปรานี เขาจึงตัดสินใจอุ้มลูกน้อยหนีออกจากกรงทองเพื่อแสวงหาอิสรภาพและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางหัวใจที่บอบช้ำ โชคชะตากลับนำพานายแบบภาพเปลือยชื่อดังเข้ามาพัวพัน การพบกันครั้งนี้ได้สั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตายและเปิดประตูสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ
ภาพปกนิยายเรื่อง หนีอดตายแต่ได้ระบบสุดเทพ!
7.5
ชายหนุ่มผู้หนึ่งต้องเผชิญกับความโหดร้ายของความหิวโหยจนแทบสิ้นใจ ในวินาทีที่ลมหายใจรวยริน ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดเมื่อเขาปลุกระบบสุดยอดระดับเทพที่มอบพลังมหาศาลได้สำเร็จ จากคนที่อ่อนแอที่สุดกลับกลายเป็นผู้ถือครองความสามารถที่เหนือล้ำ ทว่าหนทางรอดพ้นย่อมเต็มไปด้วยขวากหนาม เขาต้องควบคุมพลังวิเศษนี้เพื่อต่อกรกับศัตรูที่คอยจ้องทำร้าย ท่ามกลางสมรภูมิที่ดุเดือด เขาจะใช้ระบบสุดเทพพลิกชะตาจากผู้ที่เคยหนีตายเพราะความอดอยาก ให้กลายเป็นผู้ที่ยืนหยัดอย่างแข็งแกร่งเหนือผู้ใด
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอบคุณบาดแผลทั่วกายที่นายมอบให้
9.3
ชีวิตของหญิงสาวต้องพังทลายเมื่อถูกลุงของสามีย่ำยีศักดิ์ศรีอย่างทารุณต่อหน้าต่อตาคนรักของเธอเอง เขาไม่ได้ทำเพียงเพราะตัณหาชั่ววูบ แต่จงใจผลักไสเธอให้ตกลงสู่ขุมนรกบนดิน ชายผู้นี้เชื่ออย่างบิดเบี้ยวว่าเธอคือหญิงแพศยา จึงตั้งตนเป็นผู้พิพากษามอบบทลงโทษเพื่อรีดเร้นความทรมานอย่างแสนสาหัส ร่องรอยความบอบช้ำที่ถูกกรีดลึกลงไปกลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันรักษาหาย เธอต้องทนแบกรับข้อกล่าวหาและเปลวไฟแห่งความเกลียดชังที่พร้อมแผดเผาทุกลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายานอกนาม
9.7
เยี่ยหลี คุณหนูสามตระกูลเยี่ยต้องพบจุดเปลี่ยนเมื่อถูกน้องสาวต่างมารดาทรยศจนถูกถอนหมั้นจากอ๋องรูปงาม แม้ปรารถนาเพียงความสงบ แต่กลับมีราชโองการให้เข้าพิธีวิวาห์ในสามวันกับม่อซิวเหยา ท่านอ๋องผู้ถูกร่ำลือว่าพิการ อัปลักษณ์ และมีดวงกินภรรยาจนสตรีสองคนก่อนหน้าจบชีวิตอย่างปริศนา ทว่าเมื่อได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริง เธอกลับพบว่าบุรุษผู้นี้เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนและสติปัญญาเฉียบแหลม แตกต่างจากคำครหาอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังภาพลักษณ์อันอ่อนแอและไร้ค่าของเขา กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากข้ามภพ ข้ากลายเป็นแม่ผัวจอมโหด
9.5
สาวโสดอย่างเฉิงวานวานถูกชะตาเล่นตลกให้ข้ามเวลามาเป็นสตรีชาวนาวัยสามสิบสามปีในหมู่บ้านต้าเหอ เธอต้องรับบทแม่ผัวของลูกชายสี่คนและสะใภ้ที่กำลังอุ้มท้อง ท่ามกลางความแร้นแค้นของยุคโบราณ ชีวิตใหม่นี้เต็มไปด้วยบททดสอบแสนสาหัส ทั้งภัยตั๊กแตน ภัยแล้ง และวิกฤตหิมะถล่มที่พร้อมพรากชีวิต โชคดีที่เธอมีระบบร้านค้าวิเศษเป็นตัวช่วยสำคัญ ซึ่งสามารถเปลี่ยนผักป่าและปลาให้กลายเป็นเงินตราได้ เธอจึงใช้สติปัญญาและสิ่งนี้เพื่อปกป้องครอบครัวใหญ่ให้พ้นจากความอดอยาก พร้อมพลิกฟื้นชะตากรรมสู่ความมั่งคั่งรุ่งโรจน์
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันก็เคยเชื่อในความรัก
7.4
ความศรัทธาในรักของชะเอมต้องพังทลายลงอย่างย่อยยับ เมื่อธาวิน ชายที่เธอทุ่มเทมอบความปรารถนาดีให้ด้วยความจริงใจ กลับซุกซ่อนแผนร้ายที่เตรียมการมาอย่างแยบยลเอาไว้ แทนที่เขาจะตอบแทนหัวใจบริสุทธิ์ด้วยความซื่อสัตย์ เขากลับเลือกใช้กลลวงสารพัดรูปแบบเพื่อบ่อนทำลายชีวิตเธออย่างเลือดเย็น ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาจงใจสร้าง ชายที่เธอเคยไว้วางใจที่สุดคือผู้ที่ฉุดรั้งเธอให้ร่วงหล่นสู่ขุมนรกแห่งความทรมานอย่างไร้ความปรานี จนไม่เหลือเศษเสี้ยวของความเชื่อมั่นใดๆ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์