APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง อุ่นไอรักตำหนักเหมยพันปี

อุ่นไอรักตำหนักเหมยพันปี

9.2 / 10.0
ลั่วซินต้องการเงินมาจุนเจือยายและพี่สาว จึงตัดสินใจสมัครเข้าทำงานเป็นพ่อบ้าน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเขาต้องกลายเป็นสามีบรรณาการของฉางอ้ายชุน ธิดาดอกเหมยผู้ลึกลับแห่งตำหนักนิรันดร์โดยไม่คาดคิด แม้ภายนอกเธอจะเป็นสตรีปากร้ายและไร้ความอ่อนโยน แต่ภายใต้ความลับอันซับซ้อนที่เธอซ่อนเร้นไว้ ความจริงใจที่แฝงอยู่กลับค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจของลั่วซินทีละน้อย จนในที่สุดเขาก็ตกลงสู่ห้วงเสน่ห์ของธิดาผู้นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นมาไม่ขึ้น

อุ่นไอรักตำหนักเหมยพันปี ตอนที่ 1

ดอกเหมยที่เคยถูกทับถมใต้หิมะกำลังเบ่งบาน

กลิ่นของดอกเหมยชวนให้นึกถึงใครคนหนึ่ง เป็นบุคคลที่นางได้พบเมื่อนานมาแล้ว ความทรงจำที่มีต่อบุคคลผู้นี้อาบด้วยกลิ่นของฤดูใบไม้ผลิและกลิ่นดินปืน

“ข้าอยากพบท่าน”

ทว่าหมึกยังไม่ทันแห้ง กระดาษแผ่นนั้นก็ถูกขยำ กระดาษแผ่นใหม่ถูกหยิบมาวางแทนที่ และผู้เขียนเริ่มร้อยเรียงถ้อยคำใหม่ตั้งแต่ต้น

คำพูดแสดงถึงอารมณ์ความคิดถึงถูกตัดทอน กลายเป็นข้อความแห้งๆ เหมือนกับรายงาน

นางวางพู่กันลง รอจนหมึกแห้ง จากนั้นหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นและเดินออกไปนอกห้อง พับกระดาษเป็นรูปนกตัวเล็ก และเมื่อลมหอบหนึ่งพัดมา มันกลายเป็นปักษากระดาษสีขาว บินจากมือของนาง

ปักษากระดาษตัวนั้นโบยบินไปที่ใด แม้แต่นางยังไม่รู้ เพราะหลายปีที่ผ่านมา นางไม่เคยก้าวออกจากตำหนักเหมยพันปีเลยแม้แต่ก้าวเดียว

- - -

“ที่นี่...รึขอรับ?”

เด็กหนุ่มเงยหน้ามองทางเข้าตำหนัก จากตรงนี้สามารถเห็นต้นเหมยโบราณสูงตระหง่านอยู่ด้านใน ยังมีต้นเหมยเล็กๆ รายล้อม กลิ่นหอมราวกับภพสวรรค์ ชวนลุ่มหลง

แม้ยืนอยู่ข้างนอก เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าภายในตำหนักต้องงดงามมาก เพียงแต่...

ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน ฤดูที่ดอกเหมยควรโรยราไปแล้ว

ตอนแรกเขาคิดว่ามันแปลกที่เวลากลางฤดูร้อนแต่กลับถูกสั่งให้นำเสื้อผ้าสำหรับใส่ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาวมา ตอนนี้เขาได้คำตอบแล้ว

เขามองไปยังคนนำทางซึ่งเป็นชายชราหลังงองุ้ม ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้ายิ่งลึกล้ำเมื่อมองทางเข้าตำหนัก ชายชราเดินนำเข้าไปเงียบๆ

แม้ประตูจะเปิดอยู่ตลอด หากแต่น้อยคนนักที่เคยผ่านเข้าออกตำหนักเหมยพันปี เด็กหนุ่มรู้สึกราวกับตนเองกำลังก้าวเข้าไปอีกโลก

“ขอย้ำอีกครั้ง” ชายชรากล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง “เจ้าทำตามที่นางบอก เว้นเพียงอย่างเดียว ห้ามให้นางออกจากตำหนักเด็ดขาด”

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจว่าถ้าประตูเปิดตลอด เขาจะไปห้าม ‘นาง’ เดินอาดๆ ออกจากที่แห่งนี้ได้อย่างไร และที่ผ่านมาในช่วงที่ไม่มีใครคอยดูแลตำหนัก ผู้ใดเป็นคนห้ามนาง?

แต่เด็กหนุ่มไม่ถาม

“อยู่ที่นี่ให้สนุกเล่า เจ้าลูกครึ่ง”

“...ขอรับ”

เด็กหนุ่มหน้าบึ้ง ยืนนิ่งกลางทางเดินซึ่งนำเข้าสู่ตัวตึก อากาศเย็นฉ่ำของฤดูใบไม้ผลิอาบไล้ผิวกาย

“คำก็ลูกครึ่ง สองคำก็ลูกครึ่ง เฮ้อ...” เขาส่ายหน้า

แม้ด้านนอกเป็นฤดูร้อน แต่ในตำหนักยังเป็นฤดูใบไม้ผลิ แปลกประหลาดสมคำเล่าลือ

มองไปตรงหน้าก็เห็นอาภรณ์สีขาวชมพูปรากฏขึ้นจากด้านหลังต้นเหมยทางด้านขวา แขนเสื้อและผ้าพาดไหล่กรุยกราย ไม่ใช่ชุดแบบสากลอย่างที่เขาสวมใส่อยู่ตอนนี้

ผู้สวมใส่ชุดเป็นสตรีแรกรุ่นอายุราวสิบเจ็ดสิบแปด บนนิ้วมือเรียวสวยราวกับหน่อไม้ในฤดูใบไม้ผลิมีนกสีขาวตัวหนึ่งเกาะอยู่ ต้องเป็นนางที่ชายชราและคนอื่นๆ พูดถึงไม่ผิดแน่

ใบหน้างามผุดผาดราวเทพธิดาและดวงตากระจ่างดั่งน้ำค้างกลางหาวทำเขาตะลึง พูดอะไรไม่ออกเป็นเวลานานกว่าจะกล่าวคำทักทายได้

“อรุณสวัสดิ์ขอรับ ข้าน้อยแซ่ลั่วนามซิน เป็น—”

เด็กหนุ่มพูดไม่ทันจบประโยค สตรีนางนั้นปรายตามองเขาก่อนจะหมุนกายจากไป นกที่เกาะนิ้วบินข้ามรั้วหายไปจากสายตา

ผู้มาเยือนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรดี จึงเดินตามนางเข้าไปด้านใน

นางรับรู้ว่าลั่วซินเดินตามมา แต่จังหวะก้าวเดินของนางไม่เปลี่ยน เดินเลี้ยวเข้าไปในตำหนักและหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง เป็นห้องที่สามารถมองเห็นสวนด้านหลังและอยู่ใกล้ห้องครัว

“เข้าไป” นางหันมาพูดกับเขาเป็นคำแรก พร้อมชี้นิ้วขาวไปยังประตูห้องที่เปิดอยู่ เสียงของนางหวานใสรื่นหู เป็นเสียงที่ทำให้ผู้คนลุ่มหลงได้ง่ายๆ

“ขอรับ” เด็กหนุ่มทำตาม แต่เมื่อกำลังโค้งตัวเดินผ่านหน้านาง จู่ๆ มือบางที่มีเรี่ยวแรงมหาศาลแบบไม่น่าเป็นไปได้ก็คว้าแขนเขาไว้

ดวงตาด้านชาฉายแววประหลาดใจ นางขบฟัน จ้องหน้าเขา ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนลง

“...ไม่มีอะไร เข้าไปเสีย”

“ขะ ขอรับ...?”

เมื่อเดินเข้าไปในห้องแล้ว สตรีปริศนาปิดประตู ปล่อยเขาไว้ในห้องนั้นเพียงลำพัง เขายังประหลาดใจไม่หาย แขนเริ่มปวดตุบๆ เมื่อเลิกแขนเสื้อขึ้น เห็นว่ามีรอยแดงเป็นรูปนิ้วห้านิ้ว

“เอาเถอะ...” เด็กหนุ่มมองห้องที่ตนโดนปล่อยทิ้งไว้ เป็นห้องนอนธรรมดา มีเตียง โต๊ะ ตู้ อ่างกระเบื้อง และโถธุระเบา ผ้าปูเตียงและฟูกนอนสะอาด ไม่มีเสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัว มุมหนึ่งใกล้เพดานมีกระดิ่งสองใบ

เขาวางห่อสัมภาระลงกับพื้น สรุปว่าที่นี่คงเป็นห้องของเขา

ลั่วซินจัดของเสร็จจึงออกมาข้างนอก

ในตำหนักมีห้องหับมากมาย เขาค่อยๆ ไล่เปิดทีละห้อง เจอห้องครัว ห้องอาบน้ำ ห้องเก็บเสบียงและของใช้อื่นๆ ห้องที่มีแต่ของจิปาถะกองไว้ระเกะระกะ และห้องว่างอีกมากมาย ในที่สุด เมื่อมาถึงห้องกว้าง เขาหยุดมือเพราะมีความรู้สึกว่าในนี้ต้องมีคนอยู่

เขาคิดถูกเมื่อประตูเปิดออก และสตรีชุดขาวชมพูผู้นั้นปรากฏกายออกมา

“...” นางมองเขาขึ้นๆ ลงๆ ก่อนจะปิดประตูใส่หน้า มีเพียงเสียงพูดลอดออกมาว่า “อยากทานอะไรก็ทาน ไม่ต้องทำเผื่อ พรุ่งนี้ค่อยมาหาข้า”

“ขอรับ... ขออภัยที่เสียมารยาทขอรับ” เขาโค้งตัวลง หน้าผากโหม่งประตูเต็มๆ แต่ในห้องยังไม่มีเสียงใด

ลั่วซินหัวใจเต้นตึกๆ คิดว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า...

เพราะเขาเห็นว่าดวงตาของนางแดงและมีน้ำตาคลอหน่วย

นางจะร้องไห้เรื่องอะไร? เสียงเมื่อครู่ของนางก็ไม่มีการสั่นเครือ สงสัยจะมองผิดไปเอง

ลั่วซินใช้เวลาที่เหลือกับการสำรวจตำหนัก หุงข้าว ทำอาหารง่ายๆ อย่างผัดผักและเต้าหู้ทานเอง เขาพบอุปกรณ์ทำความสะอาด จึงออกไปกวาดดอกเหมยที่ร่วงหล่นอยู่ในสวน ระหว่างทำงานก็เห็นผู้อาศัยอีกคนหนึ่งปรากฏตัวจากห้องส่วนตัว ขณะจะก้มศีรษะทักทาย นางก็ปิดหน้าต่างใส่

“...”

ลั่วซินยักไหล่ทำงานต่อ

อ่านต่อ

สารบัญ อุ่นไอรักตำหนักเหมยพันปี

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
หกปีเต็มที่สเตลล่าต้องเผชิญความทุกข์ทรมานในชีวิตแต่งงานราวกับทาส แต่เมื่อเวย์ลอนผู้เป็นสามีเอ่ยปากไล่ให้เธอหย่าและย้ายออกไป เพื่อเปิดทางให้คนรักเก่าของเขาเข้ามาแทนที่ เธอจึงตัดสินใจก้าวเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ทว่าในยามที่เธอเริ่มสร้างชีวิตใหม่และกำลังจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับทนไม่ได้ด้วยความหึงหวงจนแทบบ้า เขาพยายามเข้ามาวุ่นวายและแทรกแซงในชีวิตของเธออีกครั้ง แต่ในวันนี้สเตลล่าคนเดิมได้เปลี่ยนไปแล้ว เธอเลือกที่จะตอบโต้อดีตสามีอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องชีวิตอิสระและหัวใจของตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งมาดเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน จนถึงขั้นประกาศตัวว่าต้องการเคียงคู่และใช้นามสกุลร่วมกับเขา โชคชะตาเป็นใจส่งให้เธอได้เข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ทว่าความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายหนุ่มกลับทำให้เธอเริ่มท้อแท้จนคิดจะถอยห่าง แต่ในยามที่เธอเตรียมจะตัดใจ มัฆวัฒน์ผู้เคยบ้างานและไม่เคยสนใจใครกลับเริ่มหวั่นไหวไปกับความสดใสของจอมขวัญจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง น้องเมีย
9.3
หลังค่ำคืนอันเร่าร้อนสิ้นสุดลง ชติรสพยายามปกปิดร่างกายจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มผู้จำใจต้องลาจากเพื่อรักษาคำมั่นสัญญา แม้ในใจจะเปี่ยมด้วยความเสน่หา ข้อตกลงลับระหว่างสองคนระบุว่าเธอต้องยอมเป็นตัวแทนของลิก้าผู้เป็นพี่สาว แลกกับการที่เขาต้องตัดขาดและเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวของเธออย่างเด็ดขาด ชติรสยอมใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องคนที่รัก พร้อมเอ่ยปากข่มขู่ว่าหากเขาตระบัดสัตย์เธอจะไม่ละเว้นแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยแรงดึงดูดทางกายและความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ใน
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากท้องฟ้า
6.7
เวลาสามปีที่อยู่ร่วมชายคากัน เธอต้องทนฟังเรื่องที่เขามีหญิงอื่นเคียงข้างเสมอ แม้ความจริงจะประจักษ์ชัดแต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความร้าวราน ปิดปากเงียบและทำตัวราวกับคนตาบอดเพื่อประคองความสัมพันธ์อันเปราะบางไม่ให้ขาดสะบั้น ความจริงที่กรีดแทงใจคือเธอเป็นได้เพียงคู่นอนที่ซ่อนอยู่ในเงามืด ไม่เคยได้รับเกียรติในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้จะผูกพันลึกซึ้งเพียงใด แต่เมื่อวันลาจากมาถึง เธอต้องพบกับความเจ็บปวดที่สุดเมื่อไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าเลิกรา นั่นเพราะสถานะของทั้งสองไม่เคยมีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้น
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมใจอสูร
8.5
เมื่ออัครามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาในชีวิต เขาจึงเอ่ยปากขับไสและดูแคลนรวิษาอย่างไม่ใยดี ทว่าพอหญิงสาวเลือกที่จะเงียบเพื่อพาตัวเองหลบหนีจากความเจ็บปวด ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนใจใช้กำลังเหนี่ยวรั้งเธอไว้พร้อมพูดจาเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้รวิษาจะพยายามยกเรื่องคนรักใหม่ของเขาขึ้นมาอ้างเพื่อขออิสรภาพ แต่อัคราก็ไม่นำพา เขาสบโอกาสในตอนที่ไม่มีใครอยู่ฉุดกระชากเธอไปยังเตียงนอนเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน บังคับจูบอย่างเร่าร้อนรุนแรงโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่ทำได้เพียงดิ้นรนในอ้อมแขนอันแน่นหนาภายในห้องที่ปิดตาย
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์