APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมใจอสูร

จอมใจอสูร

8.5 / 10.0
เมื่ออัครามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาในชีวิต เขาจึงเอ่ยปากขับไสและดูแคลนรวิษาอย่างไม่ใยดี ทว่าพอหญิงสาวเลือกที่จะเงียบเพื่อพาตัวเองหลบหนีจากความเจ็บปวด ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนใจใช้กำลังเหนี่ยวรั้งเธอไว้พร้อมพูดจาเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้รวิษาจะพยายามยกเรื่องคนรักใหม่ของเขาขึ้นมาอ้างเพื่อขออิสรภาพ แต่อัคราก็ไม่นำพา เขาสบโอกาสในตอนที่ไม่มีใครอยู่ฉุดกระชากเธอไปยังเตียงนอนเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน บังคับจูบอย่างเร่าร้อนรุนแรงโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่ทำได้เพียงดิ้นรนในอ้อมแขนอันแน่นหนาภายในห้องที่ปิดตาย

จอมใจอสูร ตอนที่ 1

1

เสียงตะหลิวกระทบกับกระทะดังไปทั่วห้องครัว กลิ่นผัดคะน้าน้ำมันหอยคละคลุ้ง ส่งกลิ่นหอมเย้ายั่วน้ำลายใครหลายคนที่กำลังช่วยรวิษาทำอาหารเย็น

“คุณมิ้นทำอาหารเก่งจังเลยนะคะ ใครในบ้านอยากทานอะไรคุณมิ้นทำได้หมด เก่งสุดยอดเลยค่ะอย่างนี้ไปเปิดร้านอาหารได้สบายๆ เลยค่ะ”

ก้อยสาวใช้ที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ได้เดือนเศษเอ่ยชมแม่ครัวประจำบ้านที่ทำอาหารได้หลากหลายชนิด หลากหลายเชื้อชาติ ดัดแปลงปรุงแต่งอาหารไม่ซ้ำชนิดอีกทั้งรสชาติยังอร่อยไม่เป็นสองรองใคร

“ก้อยก็พูดเกินไป ฉันไม่เก่งขนาดนั้นหรอก” รวิษาตอบกลับอย่างถ่อมตน

“อย่างนี้ไม่เรียกเก่งแล้วจะเรียกว่าอะไรคะคุณมิ้น?”

“เรียกว่าทำอาหารเป็นก็พอจ้ะ” แม่ครัวสาวหันมาพูด ก่อนจะตักผัดคะน้าน้ำมันหอยที่ปรุงรสเสร็จเรียบร้อยแล้วใส่จาน

“กลิ่นฮ้อมหอม...หน้าตาน่ากินอีกต่างหาก” ก้อยมองจานอาหารที่เพิ่งเสร็จใหม่ๆ หน้าตาและกลิ่นอาหารชวนให้น้ำลายสอยิ่งนัก

“ยกไปวางบนโต๊ะได้แล้วก้อย คุณท่านชอบทานร้อนๆ”

รวิษาสั่งระหว่างที่นำกระทะไปล้าง ก้อยจึงนำอาหารจานสุดท้ายไปวางบนโต๊ะรับประทานอาหาร

บนโต๊ะอาหารของบ้านเนติรัตน์พิบูลในวันนี้ดูจะชื่นมื่นเป็นพิเศษ เนื่องจากลูกชายคนเล็กของเจ้าของบ้านเดินทางกลับมาเยี่ยมบุพการีในรอบหลายปี อาหารมื้อนี้จึงพิเศษกว่ามื้อไหนๆ คงจะมีเพียงอัคราพี่ใหญ่ของบ้านที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับ ไม่ปลื้มที่น้องชายต่างสายเลือดมาเหยียบบ้านหลังนี้

“วันนี้มิ้นทำกับข้าวของโปรดอาร์มทั้งนั้นเลยนะลูก ดูสิมีต้มข่าไก่ แกงเลียง แล้วยังมีปลากะพงทอดกระเทียมด้วย อาร์มต้องทานเยอะๆ นะลูก” อินทุอรหันมาพูดกับลูกชายคนเล็ก

“ครับคุณแม่ ผมจะทานหลายๆ จานเลยครับ” อัคคินตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“ทานเยอะๆ นะลูก นานๆ จะกลับมาที่บ้านซักที”

อรรคเดชผู้เป็นบิดาพูดเสริม นำพาความหมั่นไส้มาสู่จิตใจของอีกคนอย่างเสียมิได้

“จะอะไรกันนักกันหนาครับ กะอีกแค่กาฝากกลับมาบ้านตัวเดียว พะเน้าพะนออย่างกับเด็กอมมือ เห็นแล้วอยากจะถีบให้ตกเก้าอี้” อัคราที่ไม่ชอบหน้าน้องชายต่างสายเลือด พูดโพล่งกลางโต๊ะแล้วยังจะแยกเขี้ยวใส่อัคคินอีกด้วย อีกฝ่ายเห็นแล้วรีบก้มหน้าหลบสายตาของผู้เป็นพี่ทันที

“โอมทำไมไปพูดกับน้องแบบนั้น แม่ไม่ชอบนะ”

อินทุอรเอ่ยเสียงเขียว มองลูกชายด้วยสายตาตำหนิ อัคราทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของผู้เป็นแม่ นั่งทานอาหารต่อไปทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“คุณแม่อย่าว่าคุณโอมเลยครับ คุณโอมแค่พูดเล่นน่ะครับ” อัคคินแก้ตัวแทนพี่ชาย ทั้งที่รู้เต็มอกว่าอัคราทำตามที่พูดได้เสมอ เพียงแต่จะทำหรือไม่เท่านั้น

“ฉันไม่ได้พูดเล่น ฉันพูดจริงโว้ย” อัคราโต้กลับทันควัน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะโอม ไม่เห็นหัวพ่อกับแม่เลยนะ”

เสียงใหญ่ของผู้เป็นพ่อดังคับโต๊ะ จ้องมองลูกชายคนโตเขม็ง อรรคเดชรู้ดีว่าอัคราชังหน้าอัคคินมากแค่ไหน แต่ไม่คิดว่าจะเกลียดถึงขั้นฝังหุ่น

“งั้นก็เชิญเอาใจมันไปคนเดียวก็แล้วกัน ผมขอตัวอยู่นานๆ เดี๋ยวจะอดใจไม่ไหว ซัดลูกรักลูกคนโปรดของคุณพ่อคุณแม่”

อัคราพูดจบก็ลุกเดินขึ้นไปชั้นบน ตรงไปที่ห้องของเขาทันทีก่อนที่จะอดใจไม่อยู่ซัดโครมน้องชายนอกไส้ของตัวเอง อัคคินหน้าหมองลงเมื่อรู้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุให้พี่ชายอารมณ์เสีย และทำให้บิดามารดาลำบากใจ

“ผมผิดเอง ผมไม่น่ามาพักที่นี่เลย รู้ทั้งรู้ว่าคุณโอมเกลียดผม ผมน่าจะพักที่โรงแรม”

“อย่าไปใส่ใจโอมเลยลูก โอมก็เป็นอย่างนี้แหละ”

อินทุอรพยายามพูดปลอบใจ เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ของครอบครัวนางก็ว่าได้ เป็นปัญหาที่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรให้พี่ชายรักน้องชาย

“นั่นสิลูก อย่าไปสนใจโอมเลย อีกอย่างมันไม่ใช่ความผิดของอาร์มเลยนะ อย่าคิดมากนะลูก” อรรคเดชพูดปลอบใจลูกชายคนเล็ก เรื่องทั้งหมดจะโทษอัคคินลูกชายคนเล็กของเขาไม่ได้ ต้องโทษที่ตัวเขาเอง เพราะเขาอยากมีลูกผู้หญิงและเปรยกับอินทุอรบ่อยครั้ง รู้ทั้งรู้ว่าภรรยาไม่สามารถมีลูกให้เขาได้เป็นคนที่สอง เนื่องจากมดลูกของอินทุอรอักเสบจนต้องผ่าตัดทิ้ง และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ความหวังที่จะได้ลูกสาวพังครืนลงทันที

หากแต่ด้วยความที่อินทุอรรักสามี และอยากได้ลูกผู้หญิงไว้เชยชมเช่นกัน นางจึงหาผู้หญิงให้อรรถเดชคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติของนางเองชื่อประภา และให้เข้ามาอยู่ในฐานะภรรยาของอรรคเดชอีกคนหนึ่ง อีกสามเดือนต่อมาประภาได้ตั้งครรภ์ แล้วคลอดลูกออกมาเป็นผู้ชายสร้างความผิดหวังให้กับอรรคเดชไม่น้อย ทว่าเขาก็ไม่คิดที่จะมีทายาทเพิ่มและหยุดความสัมพันธ์ระหว่างตนกับประภานับตั้งแต่เธอคลอดลูก เนื่องจากห่วงความรู้สึกของอินทุอร แต่เขาก็ไม่คิดทอดทิ้งประภา ยังให้เธออาศัยอยู่บ้านหลังเล็กพร้อมกับเลี้ยงดูอัคคินไปด้วย

อัครารู้สึกไม่ชอบหน้าน้องชายตัวเองตั้งแต่เล็ก พยายามหาทางกลั่นแกล้งอยู่บ่อยครั้ง และดูเหมือนว่าผู้เป็นน้องชายหวาดกลัวผู้เป็นพี่เป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเจียมตัวเจียมตน จนบางครั้งไม่อยากจะเข้าใกล้ จนกระทั่งมารดาของอัคคินเสียชีวิตลง

อินทุอรจึงให้อัคคินเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ในฐานะลูกชายของนาง ให้ความรักและความเอาใจใส่เสมือนลูกในอก และนั่นทำให้ความเกลียดชังในหัวใจของอัคราที่มีต่ออัคคินเพิ่มมากขึ้น เพราะอินทุอรผู้เป็นมารดาจะลงโทษเขาทุกครั้งที่รู้ว่าอัคราแกล้งน้อง

พออัคคินจบการศึกษาชั้นมัธยมปีที่หก ทั้งสองจึงตัดสินใจส่งอัคคินไปเรียนต่อต่างประเทศ ให้ศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรีและโท หลังจากที่เรียนจบชั้นปริญญาโทอัคคินขออนุญาติบุพการีทำงานที่นั่น ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร การกลับมาเยี่ยมบ้านของอัคคินในครั้งนี้ จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

“ทานข้าวเถอะอาร์ม เดี๋ยวคนทำจะเสียน้ำใจเอานะ มิ้นทำแต่ของโปรดของอาร์ม” อินทุอรเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่ต้องการให้เครียดกันไปมากกว่านี้

“ครับคุณแม่” ยังไม่ทันที่ทั้งสามจะลงมือรับประทานอาหาร รวิษาที่เสร็จจากงานในครัวเดินมาทรุดนั่งประจำที่ เตรียมตัวลงมือรับประทานอาหารพร้อมกับเจ้าของบ้าน

“คุณโอมล่ะคะคุณป้า?” เธอถามถึงคนที่หายไป

“ขึ้นไปข้างบนแล้ว” อินทุอรตอบแล้วเริ่มลงมือทานอาหาร รวิษามองไปยังจานข้าวของอัคราที่พร่องไปเล็กน้อยก็รู้ทันทีว่า อัคราคงจะไม่สบอารมณ์น้องชายต่างมารดาเลยลุกหนีขึ้นไปบนห้อง

“ถ้าอย่างนั้นมิ้นไปจัดสำรับให้คุณโอมก่อนนะคะ ข้าวพร่องไปนิดเดียวเอง”

“ไม่ต้องหรอกมิ้น ปล่อยให้หิวจนไส้ขาดแหละดีแล้ว” เจ้าของเสียงคืออรรคเดชที่หมั่นไส้ลูกชายคนโตไม่น้อย

“ไม่ได้หรอกค่ะ มิ้นกลัวคุณโอมเป็นโรคกระเพาะ มิ้นขอตัวไปจัดสำรับให้คุณโอมก่อนนะคะ แล้วไม่ต้องรอมิ้นนะคะ เดี๋ยวมิ้นทานในครัวได้ค่ะ” คนที่เป็นห่วงอัคราไม่สนใจคำคัดค้านของใคร ลุกเดินไปยังห้องครัวเพื่อจัดสำรับอาหารใส่ถาด แล้วนำขึ้นไปให้อัคราบนห้อง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...เสียงเคาะประตูดังอยู่หน้าห้อง ทำให้คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงหันมามองประตูก่อนจะเอ่ยคำอนุญาตให้เจ้าของมือเข้ามาในห้องได้ ไม่นานเกินรอร่างของรวิษาก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถาดอาหาร

“คุณโอมคะ มิ้นเอาอาหารมาให้ค่ะ” เธอเดินถือถาดอาหารมาวางลงบนโต๊ะข้างเตียง

“ฉันไม่อยากกิน” เจ้าของห้องปรายตามองอาหารเพียงนิด แล้วจึงหันไปสนใจทีวีต่อ

“ทานนิดนึงก็ยังดีนะคะ เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะ”

รวิษาพูดด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะก้าวเดินไปยังตู้เย็นตู้เล็กที่อยู่ด้านซ้ายมือของห้อง จัดเตรียมน้ำดื่มให้คนที่เธอรัก

อยู่ๆ ก็เหมือนมีแรงดึงดูดใจให้อัคราหันไปมองร่างของรวิษา ปกติแล้วสายตาของเขายามที่มองเธอนั้น เต็มไปด้วยความเฉยชาติดจะเบื่อหน่ายด้วยซ้ำไป เพราะบางครั้งรวิษาจะเอาอกเอาใจเขาเป็นพิเศษ...พิเศษจนเขารำคาญตามสไตล์หนุ่มโสดที่ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในชีวิต

แต่แล้วสายตาของเขาก็เปลี่ยนไป นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเปล่งประกายขึ้นมา ยามที่ได้เห็นสรีระของสาวงามในชุดเดรสรัดรูป เอวเป็นเอว สะโพกผายกลมกลึง ช่วงขาเรียวสวยน่าลูบไล้

อ่านต่อ

สารบัญ จอมใจอสูร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในคืนที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพื่อไปช่วยอลิซ จนทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุขาหัก ซ้ำร้ายอลิซยังกุเรื่องใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำ ส่งผลให้ชายทั้งสองโกรธแค้นจนขาดสติ พวกเขาลงทัณฑ์ลิซ่าอย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนบาดแผลที่ขาเพื่อสั่งสอนให้เข็ดจำ เหตุการณ์นี้ทำให้ลิซ่าได้ตระหนักถึงโฉมหน้าอันโหดเหี้ยมและเย็นชาของคนที่เธอเคยรักอย่างหมดใจ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย เธอจึงตั้งมั่นว่าจะต้องหลบหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดเวลาสามปีที่หญิงสาวทุ่มเทให้ความรักและเฝ้าทะนุถนอมความสัมพันธ์ เธอวาดฝันถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่และรอคอยวันที่จะเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่โลกทั้งใบกลับล่มสลายลงในชั่วพริบตา เมื่อชายหนุ่มที่เธอเชื่อมั่นในคำสัญญามาตลอดได้ทรยศหักหลังเธออย่างไม่คาดฝัน เหตุการณ์อันแสนปวดร้าวนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานก่อนที่งานแต่งงานในฝันจะเริ่มขึ้น มันทำลายความรู้สึกของเธอจนหมดสิ้น ความรักที่เคยงดงามถูกแทนที่ด้วยความผิดหวัง ทำให้เธอต้องทนรับสภาพจิตใจที่แตกสลายและสูญเสียภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบไปอย่างถาวร
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในโลกการเงิน พยายามออกตามหาคู่แฝด ดาหลาและกาสะลอง มานานกว่าสิบปีเพื่อไถ่บาปในอดีตที่เขาเคยสร้างความพังพินาศให้แก่ครอบครัวของพวกเธอ ทว่าเหตุการณ์อันเลวร้ายในค่ำคืนนั้นที่พรากพ่อแม่ไปจนทำให้ทั้งสองต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ได้กลายเป็นบาดแผลลึกที่ไม่มีวันจางหาย แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน แต่เพลิงแค้นของสองพี่น้องยังคงคุโชน เปลี่ยนอดีตเด็กสาวผู้อ่อนหวานให้กลายเป็นอาวุธร้ายที่พร้อมจะย้อนกลับมาทำลายล้างชายผู้พรากทุกสิ่งไปจากพวกไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ปัทมณฑ์ สาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกต้องเผชิญหน้ากับความปรารถนาอันร้อนแรงของไรอัน มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของธุรกิจสายการบินที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อประมูลตัวเธอมาครอบครอง แม้หญิงสาวจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวในตอนแรก แต่เขากลับเลือกใช้ความอดทนและค่อยๆ สอนบทเรียนรักที่แสนหวานเย้ายวนใจให้อย่างใจเย็น ความรัญจวนใจที่ชายหนุ่มมอบให้ทีละนิดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่ทำให้เธอหลงใหลจนยากจะถอนตัว แม้ร่างกายจะทรมานจากการถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสที่หนักหน่วงจากเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการนี้ได้ ซึ่งไรอันเองก็ตั้งใจที่จะเดินหน้ามอบความรักอันเร่าร้อนนี้อย่างไม่ลดละ จนกว่าเธอจะหลอมละลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขา
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์