APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง

SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง

เมื่อชีวิตของฉันไร้หนทางและมืดแปดด้าน มีเพียงเขาที่ก้าวเข้ามาฉุดดึงฉันขึ้นมาจากความทุกข์อันแสนสาหัส ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับเป็นเพียงภาพลวงตาอันโหดร้าย เมื่อมือคู่ที่เคยช่วยเหลือกลับเป็นมือเดียวกันที่ผลักฉันให้ดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความเจ็บปวดที่ทรมานยิ่งกว่าเดิมอย่างไม่ใยดี ท่ามกลางความสัมพันธ์อันร้อนแรงที่เต็มไปด้วยคำลวงหลอก เขาคือผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้ และเป็นคนเดียวกับที่ทำลายล้างมันลงด้วยมือของเขา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

หลังจากนั้นผมก็ออกมายืนอยู่นอกห้องแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ที่จริงผมเห็นเธออยู่ตรงนั้นมาหลายชั่วโมงแล้ว ว่าจะไม่สนๆ แต่ฝนดันตกหนัก และถ้าหากเธอเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวกันกับที่ผมช่วยเอาไว้เมื่อเย็น ผมก็มีเรื่องคาใจที่อยากถามเธอ

ใช้เวลาไม่ถึงนาทีผมก็เดินข้ามไปถึงอีกฝั่งที่เป็นสวนขนาดย่อม ตอนนี้ฝนตกหนักเอาเรื่อง ร่มที่กางมาก็ช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่ ผมมองเห็นแผ่นหลังเล็กในชุดนักเรียนที่หนาวสั่น เสื้อก็บางจนเห็นอะไรหมดแล้ว

“มานั่งทำอะไรตรงนี้” ผมถามตอนที่ขยับร่มไปกางให้คนตัวเล็ก เธอตกใจแล้วขวับมามอง... แต่ทว่าเมื่อเห็นหน้าผมเธอก็กะพริบตาปริบๆ เหมือนพอจะจำกันได้ ใช่... เป็นผมอีกแล้ว

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” คนถูกถามตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ก่อนจะเสสายตามองไปยังผืนน้ำมืดมิดจนผมต้องมองตาม

“หนีออกจากบ้าน?” ผมเอ่ยหลังจากที่มองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ซึ่งวางอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่คนถูกถามจะนิ่งไปแล้วพยักหน้ารับน้อยๆ เป็นคำตอบ

“แล้วจะไปไหน” คำถามของผมทำให้ดวงตาคู่สวยสลดลงไปในทันที ผมรู้อยู่แล้วว่าเธอคงไม่มีที่ไป... ไม่งั้นคงไม่นั่งอยู่ตรงนี้ แต่ที่ถามก็เพราะอยากจะรู้ว่าเธอคิดอะไรที่มันน่ากลัวอยู่รึเปล่า เพราะถ้าเธอคิดผมก็คงต้องช่วย... แต่ถ้าไม่... ผมจะกลับขึ้นห้อง

“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าจะไปที่ไหนได้บ้าง แต่สงสัยจะได้ไปตรงนั้น” คำตอบของเด็กนี่ทำให้เรียวคิ้วของผมขมวดมุ่นทันที ผมมองตามเรียวนิ้วเล็กๆ ที่ชี้ไปในผืนน้ำดำมืด เธอพูดพร้อมกับฉีกยิ้มน้อยๆ ให้ผม... แต่รอยยิ้มนั่นกลับไปไม่ถึงดวงตา

“มันหนาวนะ” ผมเอ่ยพร้อมกับค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้ร่างบางจนกระทั่งสามารถแตะมือลงบนราวกั้นได้ ได้ยินดังนั้นคนฟังก็หันมาถามพร้อมกับทำหน้าแปลกใจ

“พี่เคยไปตรงนั้นหรอคะ” คำถามซื่อๆ นั่นทำให้มุมปากผมกระตุกยิ้มอย่างลืมตัว

“ใครจะไปเคย” ผมพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ และเธอก็หัวเราะตามน้อยๆ

ก็น่ารักดีนี่... เวลาที่ไม่ทำหน้าเศร้า

“ตรงนี้เย็น ตรงนั้นน่าจะเย็นกว่า” ผมอธิบายในสิ่งที่ตัวเองคิด ยิ่งฝนตกหนักแบบนี้... น้ำในแม่น้ำจะไม่เย็นได้ยังไง

“รินว่ารินทนได้” เด็กนี่พูดพร้อมกับยิ้มออกมาอีกแล้ว ยิ่งเห็นเธอแน่วแน่แบบนี้ผมก็ยิ่งสงสัยเหลือเกินว่าเธอไปเจอหรือต้องทนกับอะไรมา ความตายมันน่ากลัวน้อยกว่างั้นหรอ

“พี่คือคนที่ช่วยรินไว้เมื่อเย็นใช่มั้ยคะ” เธอถาม... และ ‘ ริน’ คงเป็นชื่อของเธอ

“ใช่” ผมพยักหน้าเล็กน้อย และกลืนคำถามที่อยากรู้มาตั้งแต่ตอนเจอเธอครั้งแรกไปจนหมด ยามนี้ผมรู้คำตอบแล้ว... คำตอบของคำถามที่ว่าทำไมเธอถึงดูเสียใจนักตอนที่ถูกผมช่วยเอาไว้ก่อนหน้านี้ ผมยังจำแววตาในตอนนั้นของเธอได้ เธอคงตั้งใจที่จะทำให้ตัวเองถูกรถชน

“จะมาช่วยอีกหรอคะ หรือว่าแค่มาคุยด้วยเฉยๆ” รินถามขึ้นอีก ผมมองมือเล็กๆ ที่กำราวกั้นอย่างสั่นระริก ใบหน้าหวานดูซีดเซียวหลังจากที่ต้องอยู่ท่ามกลางพายุฝนมาหลายชั่วโมง ผมคิดว่าเธอคงอยู่แบบนี้ต่อไปได้ไม่นานแน่

“คิดอยู่” เอ่ยจบผมก็เห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มนั่งโงนเงน ทีแรกตอนที่มองเธอจากบนห้องก็ลังเลห้าสิบห้าสิบว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยดี แต่ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ไม่จมน้ำตายก็คงได้เป็นปอดบวมตายแน่ๆ

“ถ้าช่วย... ต้องช่วยยังไง” ผมเอ่ยก่อนจะผวาเข้าไปคว้าเอวของคนตรงหน้าทันที เพราะจู่ๆ เธอก็หงายหลังพรึ่บมาเหมือนประคองตัวเองไม่อยู่

“เธอ... เป็นไรมั้ย” ผมพยายามเรียกสติของรินให้กลับคืนมา พร้อมกับใช้แขนอีกข้างช้อนข้อพับขาเธอเพื่อให้หลุดออกจากราวกั้น ยามนี้รินอยู่ในอ้อมแขนของผม... ดวงตาคู่สวยยังคงปรือขึ้นบ้างเล็กน้อยแต่ดูเหมือนว่าเธอเองก็คงฝืนได้อีกไม่นานนัก

“ให้รินไปอยู่ด้วยได้มั้ยคะ” เสียงเล็กๆ นั่นแผ่วเบามาก เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้... แต่เรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิดนั่นพยายามจะกล่อมเธอให้หลับเสียมากกว่า

และเมื่อผมไม่ตอบ... มือเล็กๆ ข้างหนึ่งของคนในอ้อมแขนก็เอื้อมมาคว้าคอเสื้อผมอย่างสะเปะสะปะ

“หรือไม่... พี่ก็แค่เดินกลับไป เดี๋ยวรินหาทางเอง” จบประโยคที่เบาราวเสียงกระซิบ คนตัวเล็กก็ทิ้งตัวใส่ผมทันที เด็กนี่หมดสติไปแล้ว... อย่างนี้หรอจะหาทางเองได้

เห็นดังนั้นผมก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วส่ายศีรษะให้กับตัวเองเล็กน้อย แดกเหล้าอยู่ดีๆ เสือกหาเรื่องให้ตัวเองซะงั้น

[Darin’s part]

ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็ไม่รู้ว่ากี่โมงเข้าไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน... แถมร่างกายยังรู้สึกไม่มีแรงเหมือนคนเป็นไข้อีก ถ้าจำไม่ผิดเมื่อคืนนี้ฉันได้คุยกับพี่คนนั้น... แล้วยังไงต่อนะ

อา... ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันปวดหัวมากเลย

ฉันค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ มันเป็นห้องนอนที่ดูรู้ทันทีเลยว่าเจ้าของห้องเป็นผู้ชาย ข้างๆ เตียงมีกระเป๋าเสื้อผ้าของฉันวางอยู่ด้วย

พี่เขาช่วยชีวิตฉันเอาไว้อีกแล้วใช่มั้ย... นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะ

กึก...

ฉันชะงักเล็กน้อยตอนที่ตัวเองเดินผ่านกระจกแล้วเห็นว่าเสื้อผ้าที่ใส่อยู่มันไม่ใช่ชุดนักเรียนเหมือนเมื่อวาน แน่นอนว่าวินาทีแรกฉันตกใจมาก แต่ฉันพยายามคิดในแง่ดี... เมื่อคืนนี้ฉันเปียกฝนไปทั้งตัว พี่เขาคงให้แฟนมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันแน่ๆ ใช่... ต้องเป็นอย่างนั้นแน่

เมื่อหาเหตุผลจนสบายใจฉันจึงเปิดประตูออกไปด้านนอก มันเป็นห้องนั่งเล่นที่มีโทรทัศน์จอใหญ่มาก แถมเครื่องเสียงยังอลังการอีกต่างหาก ตอนแรกฉันคิดว่าไม่มีใครอยู่ แต่พอได้สังเกตดีๆ ฉันก็เห็นว่ามีขายาวๆ ของใครคนหนึ่งเหยียดออกมาจนเลยตัวโซฟา

พี่เขามานอนอยู่นี่นี่เอง...

ฉันคิดหลังจากที่ชะโงกหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ แถมตรงโต๊ะกระจกตัวเล็กก็ยังมีพวกห่อขนม ขวดเหล้า และขวดโซดาวางเกลื่อนเลยด้วย อย่าบอกนะว่าพี่เขากินคนเดียวหมดนี่เลยน่ะ

ด้วยความที่ฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไร ฉันเลยนั่งลงบนพื้นแล้วจ้องคนตัวใหญ่ที่ยังนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟา จะว่าไปแล้วฉันไม่เห็นใครอื่นอยู่ที่นี่เลยด้วย งั้นชุดที่ฉันใส่อยู่นี่เขาก็เป็นคนเปลี่ยนให้งั้นหรอ... น่าอายจัง

หลังจากนั้นฉันก็ได้แต่นั่งคิดอะไรเงียบๆ อยู่คนเดียวจนกระทั่งคนตัวโตเริ่มขยับตัว วินาทีแรกที่เขาลืมตาแล้วเห็นฉัน... เรียวคิ้วเข้มก็ขมวดมุ่นเข้าหากันทันทีเหมือนงุนงง ฉันมองคนตรงหน้าตาปริบๆ หรือว่าพี่เขาเมาจนลืมไปกันนะ

“คือว่าเรื่องเมื่อคืน...” ฉันเอ่ยขึ้นอย่างลังเลเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองควรเริ่มจากตรงไหนดี แถมยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดจบประโยคเลยด้วยซ้ำ... คนตรงหน้าก็ค้างนิ่งเป็นหินไปแล้ว

อา... หรือว่าฉันพูดอะไรผิดไปรึเปล่านะ

“บอกทีว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเธอ” เขาเอ่ยขัดขึ้นอย่างรัวเร็ว จนฉันต้องเลิ่กคิ้วแล้วส่งเสียงครางอย่างแปลกใจ

“หื้ม... ทำค่ะ” คำพูดของฉันทำให้คนฟังทำหน้าช็อกโลก อะไรอ่ะ... ทำไมพี่เขาต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น เมื่อคืนเขาเมาจนจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ หรอ

“พี่ช่วยรินไว้ไงคะ แล้วก็... เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ริน” ท้ายประโยคฉันเอ่ยเสียงเบาพร้อมกับความรู้สึกร้อนผ่าวที่ข้างแก้ม ได้ยินดังนั้นคนตัวโตก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับโล่งอก เขายกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองอย่างลวกๆ ราวกับเพิ่งผ่านพ้นนาทีระทึกขวัญมาอะไรแบบนั้น

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตหลังแต่งงานของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อผ่านไปนับเดือนสามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ท่าทีเฉยเมยนี้ทำให้เธอระแวงว่าเขาอาจมีความลับเรื่องสุขภาพปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อชายหนุ่มที่เคยดูไร้อารมณ์กลับเผยความปรารถนาอันรุนแรง อ้อมกอดและสัมผัสดุดันพิสูจน์ว่าเธอประเมินเขาผิดไป เขาปลดปล่อยความรู้สึกที่กักเก็บไว้อย่างยาวนานผ่านบทรักเร่าร้อน จนเธอไม่อาจตั้งรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันและต้องพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลที่เขาโหมกระหน่ำใส่
ภาพปกนิยายเรื่อง แฝดจอมจุ้น วุ่นรักป๊าม๊า
8.5
หญิงสาวจำต้องสละความบริสุทธิ์แลกเงินห้าล้านบาทเพื่อยื้อชีวิตมารดา แต่โชคชะตากลับพรากแม่ของเธอไป ซ้ำยังทิ้งร่องรอยเป็นลูกแฝดที่เกิดจากชายซึ่งเธออยากลบเลือนจากใจ ห้าปีต่อมาเธอหวนกลับมาเพื่อรำลึกถึงมารดาผู้ล่วงลับ ทว่าความลับเรื่องพ่อของเด็กกลับถูกเปิดโปง เมื่อสองแฝดจอมป่วนสืบรู้ว่าบิดายังมีชีวิตอยู่ ปฏิบัติการกามเทพตัวจิ๋วเพื่อเชื่อมรอยร้าวของครอบครัวจึงเปิดฉากขึ้น เธอต้องปวดหัวกับแผนจับคู่สุดแสบของลูกรัก และคอยตั้งรับการตามง้อจากชายผู้เคยฝากรอยแผลไว้ในอดีตที่หวนกลับมาทวงสิทธิ์อย่างไม่ลดละ
ภาพปกนิยายเรื่อง นาร้าย
6.5
อรร ชายหนุ่มผู้มีฉายาสะดุดหูว่า อรรแถ้ง ตัดสินใจเดินทางสู่รีสอร์ตอันงดงามบนเกาะบาหลี การเยือนดินแดนแห่งนี้ไม่ใช่เพื่อการพักผ่อน แต่เป็นการก้าวรับบทบาทหน้าที่ครั้งสำคัญในฐานะพนักงานใหม่อย่างเต็มตัว เขาต้องเรียนรู้และปรับตัวท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมซึมซับมนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น การเริ่มต้นชีวิตการทำงานในสถานที่แปลกใหม่นี้ ไม่ใช่แค่การย้ายที่ทำงาน แต่เป็นก้าวแรกที่จะนำพาเขาไปเผชิญหน้ากับเรื่องราวและเหตุการณ์มากมายที่รอคอยอยู่ในอนาคต
ภาพปกนิยายเรื่อง โดนเท
8.5
โล่เฟยเอ๋อเพียงแค่ไปร่วมงานมงคลสมรสของพี่สาว แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเธอถูกบังคับให้สวมรอยเป็นเจ้าสาวเสียเอง เพื่อหลีกเลี่ยงพันธะที่ตนไม่ได้ก่อ หญิงสาวจึงตัดสินใจทิ้งงานวิวาห์ไว้เบื้องหลังและหลบหนีออกมา ในขณะเดียวกัน ซูซีมู่ ชายหนุ่มผู้หวงแหนอิสระและต่อต้านการถูกจัดแจงชีวิต ก็กำลังพยายามหลบหนีจากการแต่งงานเช่นกัน ชะตาชีวิตชักนำให้คนสองคนที่กำลังวิ่งหนีการคลุมถุงชนมาพบกันโดยบังเอิญท่ามกลางความโกลาหล การพบพานของคนที่ปฏิเสธการมีคู่ครองจะก่อให้เกิดความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องมีเธอ
9.0
แม้ความตายจะตัดขาดวาสนาในชาตินี้ แต่ความรักที่เจ้าอี้เฟยมีต่อโจวเจียหลุนไม่เคยเลือนหาย เมื่อสวรรค์ไม่เป็นใจ หญิงสาวจึงปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา นางตัดสินใจก้าวสู่เส้นทางที่ท้าทายฟ้าดิน ด้วยการละทิ้งตำแหน่งเซียนอันทรงเกียรติ เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนในพันธสัญญากับเทพแห่งกาลเวลา ขอเพียงได้หวนคืนสู่อดีตและกลับไปพบกับบุรุษผู้ครอบครองหัวใจอีกครั้ง การเสียสละอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้มีเพียงเป้าหมายเดียว นั่นคือปรารถนาที่จะเคียงข้างเขาตลอดไปในเส้นทางชีวิตใหม่ที่นางเป็นผู้ลิขิตด้วยตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักผิดๆที่ไม่ควรเกิด
7.6
ชีวิตที่ต้องทนทุกข์ในวังวนความสัมพันธ์อันวิปริต หญิงสาวพยายามใช้ทุกวิถีทางขับไล่ชายผู้เป็นดั่งฝันร้าย แต่การปฏิเสธกลับยิ่งกระตุ้นความบ้าคลั่งของเขาให้รุนแรงขึ้น ยิ่งเธอดิ้นรนหนี เขาก็ยิ่งกระชับโซ่ตรวนแห่งการคุกคามให้แน่นหนาจนเธอแทบขาดใจ ความเจ็บปวดสาหัสที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้บดขยี้ความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ของเธอให้แหลกสลายลงทีละน้อย เมื่อการสลัดเงาดำมืดในชาตินี้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เธอจึงจำต้องถูกจองจำอยู่ในพันธนาการแห่งความผิดพลาดนี้ไปตลอดกาลอย่างไร้ความหวัง