APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง

SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง

เมื่อชีวิตของฉันไร้หนทางและมืดแปดด้าน มีเพียงเขาที่ก้าวเข้ามาฉุดดึงฉันขึ้นมาจากความทุกข์อันแสนสาหัส ทว่าความอบอุ่นนั้นกลับเป็นเพียงภาพลวงตาอันโหดร้าย เมื่อมือคู่ที่เคยช่วยเหลือกลับเป็นมือเดียวกันที่ผลักฉันให้ดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความเจ็บปวดที่ทรมานยิ่งกว่าเดิมอย่างไม่ใยดี ท่ามกลางความสัมพันธ์อันร้อนแรงที่เต็มไปด้วยคำลวงหลอก เขาคือผู้ที่มอบชีวิตใหม่ให้ และเป็นคนเดียวกับที่ทำลายล้างมันลงด้วยมือของเขา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“อันนี้รู้แล้ว... ไม่มีมากกว่านี้ใช่มั้ย” เขาถามกลับจนฉันได้แต่กระพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง มากกกว่านี้หรอ... หรือว่ามีเรื่องอะไรอีกนะ

“หมายถึงอะไรหรอคะ” ฉันถามไปตามที่คิด ก่อนที่คนตรงหน้าจะยกมือขึ้นโบกเล็กน้อย แล้วเอ่ยตัดประเด็นอย่างไม่ถือสาหาความอะไรนัก

“ไม่มีอะไรหรอก” จบประโยคฉันก็พยักหน้ารับคำพูดของเขา เราปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมอยู่สักพัก ดูเหมือนว่าพี่เขาจะยังง่วงอยู่ก็เลยนั่งมองฉันแบบมึนๆ น่ะ ส่วนฉันก็ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ เท่าไหร่หรอกเลยแกล้งทำเป็นมองนู่นมองนี่ไปเรื่อย จนกระทั่ง...

แหมะ...

“ตัวไม่ร้อนแล้วนี่” คนตรงหน้าว่าหลังจากที่ขยับหลังมือมาแนบที่หน้าผากฉัน การกระทำนั้นทำให้ฉันตกใจจนผงะนิดหน่อย หรือว่า... เมื่อคืนฉันตัวร้อนหรอ

“ขึ้นมา นั่งคุยกันก่อน” เขาเอ่ยขึ้นอีกเป็นประโยคถัดมา พร้อมกับใช้มือตบลงบนผิวโซฟาเป็นเชิงสั่งให้ฉันขึ้นไปนั่งด้านบนกับเขา ดังนั้นฉันจึงต้องทำตามอย่างช่วยไม่ได้ ฉันขยับขึ้นไปนั่งบนโซฟาโดยเว้นระยะห่างระหว่างเราไว้พอประมาณ

“เราชื่ออะไร” เจ้าของห้องซักถามด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังมากขึ้น ฉันจึงช้อนสายตาขึ้นสบกับคนตัวโตก่อนจะหลุบลงเพราะรู้สึกไม่กล้าสู้สายตากับเขา

“รินค่ะ... ชื่อดาริน” ฉันเอ่ยทั้งที่ยังก้มมองตักตัวเอง

“ปัญหาที่บ้านหนักมากเลยหรอ” คำถามนี้จากเขาทำให้ฉันยิ่งไม่กล้าเงยหน้าเขาไปใหญ่ พี่เขาโตกว่าฉันมาก... คงจะคิดว่าฉันเป็นพวกเด็กมีปัญหาสินะ แต่จะว่าไปตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากคนพวกนั้นเลยสักนิด... ฉันมีปัญหาจริงๆ

“พี่ไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นเรื่องอะไร แต่เราไม่ควรหนีออกมาแบบนี้... พ่อแม่เราจะเป็นห่วง” คนตรงหน้าเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และฉันก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งขอบตา พี่เขาไม่เข้าใจฉัน... ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย

“ไม่หรอกค่ะ ไม่มีใครห่วงรินจริงๆ หรอก” ฉันเอ่ยขึ้นเสียงเครือพร้อมกับที่หยาดน้ำใสหยดแรกไหลอาบแก้ม ฉันพูดจริงนะ... นั่นไม่ใช่การประชดเลย ทุกคนในบ้านนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตกนรก พวกเขาทุกคนทำให้ฉันรู้สึกแย่แม้กระทั่งแม่แท้ๆ ของฉันเอง

“มีอะไรที่พี่ช่วยได้มั้ย” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับที่ฉันถูกเขาใช้มือช้อนปลายคางขึ้น ฉันมองคนตรงหน้าด้วยสายตาพร่ามัว น้ำตาเริ่มไหลทะลักราวกับเขื่อนแตกจนเขาต้องใช้ปลายนิ้วโป้งช่วยเกลี่ยที่ผิวแก้ม

เขาเป็นคนแรกที่ถามแบบนี้... เขาเป็นคนแรกที่ยื่นความช่วยเหลือมาให้ฉัน นั่นจึงทำให้ฉันเริ่มรู้สึกมีความหวัง ฉันรู้สึกเหมือนมีทางอื่นให้เลือก

“ริน... ฮึก รินขออยู่ที่นี่สักพักได้รึเปล่าคะ รินจะไปหางานทำ” ฉันพูดขึ้นแกมขอร้อง... และเมื่อได้ยินดังนั้นคนฟังจึงนิ่งไป ฉันรู้ว่านี่มันแย่ ฉันรู้ว่าฉันอาจจะขอมากไป แต่ฉันกำลังให้โอกาสตัวเองอยู่ ถ้าเขาอนุญาตฉันก็จะรีบไปหางานแล้วเอาเงินมาเช่าห้องถูกๆ อยู่ในเดือนถัดไป แต่ถ้าไม่... ฉันก็คงต้องกลับไปใช้แผนเดิมของตัวเอง ซึ่งฉันไม่อยากทำ

“เรายังเรียนอยู่ไม่ใช่หรอ เรียนให้จบก่อน” คนตรงหน้าเอ่ยหลังจากที่เงียบไป หรือว่า... เขากำลังคิดเรื่องนี้อยู่งั้นหรอ เขาอนุญาตให้ฉันอยู่ที่นี่ได้หรอ

“แต่ว่า...” ฉันพูดขึ้นอย่างลังเล ก่อนจะถูกคนตัวโตเอ่ยขัดราวกับอ่านใจกันออก

“เรื่องอื่นไม่ต้องกังวล จะอยู่ถึงเมื่อไหร่ก็อยู่ไป แล้วถ้าอยากกลับบ้านเมื่อไหร่ก็บอกพี่” นี่ฉัน... กำลังฝันอยู่รึเปล่านะ คนใจดีแบบนี้มีจริงๆ หรอ ฉันได้แต่คิดและปล่อยให้หยาดน้ำใสไหลอาบแก้ม... เขากำลังช่วยชีวิตฉันไว้เป็นครั้งที่สามแล้วนะ

“ทำไมพี่ถึงช่วยรินคะ” นั่นเป็นสิ่งที่ฉันสงสัย ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเลื่อนมาสบกับฉันอีกครั้งแล้วละไปมองที่อื่น

“ไม่รู้เหมือนกัน เป็นใครก็ต้องช่วยล่ะมั้ง” เอ่ยจบร่างสูงก็เดินหายเข้าไปในห้องที่ฉันเพิ่งออกมา จะว่าไปแล้ว... เหมือนที่นี่จะมีห้องนอนห้องเดียวสินะ

หลายวันต่อมา

สภาพจิตใจของฉันเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ดาวน์และดำดิ่งจนคิดเรื่องน่ากลัวเหมือนในช่วงแรกแล้ว แต่ความรู้สึกแย่ที่มีก็ยังไม่เปลี่ยน รู้มั้ยว่าที่ผ่านมาฉันเอาแต่นอนแหละ... มันเป็นครั้งแรกที่ฉันนอนหลับได้สนิทหลังจากที่เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้น ฉันนอนเยอะมากจนพี่ ‘คี’ ต้องเข้ามาปลุกเลยล่ะเพราะเขากลัวว่าฉันจะนอนแล้วไม่ตื่น

อ้อ... พี่เขาชื่อ ‘คี’ นะ ชื่อจริงว่า ‘อัคคี’ ฉันรวบรวบความกล้าถามเขามาเมื่อหลายวันก่อนแหละ

“ตื่นเร็วนะวันนี้” พี่ ‘คิม’ เอ่ยทักขึ้นทันทีที่ฉันเปิดประตูห้องนอนออกไปด้านนอก เขาชื่อ ‘คิมหันต์’ เป็นเพื่อนสนิทของพี่คี มาดื่มเหล้าที่นี่เกือบทุกวันเลยเพราะเขาอาศัยอยู่คอนโดนี้เหมือนกัน ห้องเขาอยู่ถัดจากห้องพี่คีแหละ

“รินนอนมาหลายวันจนเต็มอิ่มแล้วค่ะ” ฉันตอบพร้อมกับฉีกยิ้มเล็กน้อย ที่จริงฉันคุยกับพี่คิมบ่อยกว่าพี่คีอีกนะ พี่คีน่ะเป็นคนไม่ค่อยพูดเท่าไหร่

“ทำไมใส่ชุดนักเรียน” พี่คีที่นั่งอยู่บนโซฟาถามขึ้นหลังจากที่หันมามอง มันเป็นเพราะตอนแรกเขานั่งหันหลังให้อยู่น่ะ ก็เลยเพิ่งเห็นล่ะมั้ง

“รินว่าจะลองไปโรงเรียนดูค่ะ” ฉันเอ่ยก่อนจะก้มลงมองชุดนักเรียนของตัวเองที่ไม่ได้ใส่มาหลายวัน ฉันอยากเรียนให้จบนะ... และตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ไม่มีใครในบ้านนั้นออกตามหาฉัน

“มากินข้าวก่อน” พี่คีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบหลังจากที่เขามีสีหน้าครุ่นคิด เขาตบพื้นที่ว่างบนเบาะโซฟาข้างๆ ตัวเองเป็นเชิงสั่งให้ฉันไปนั่งตรงนั้น ก่อนจะพยักพเยิดไปยังถุงใส่กล่องอาหารแบรนด์ดังที่เขาน่าจะซื้อติดกลับมาตั้งแต่เลิกงาน

ฉันลงมือจัดการอาหารพวกนั้นโดยไม่รอให้พี่คีต้องบอกซ้ำ พี่คีน่ะชอบซื้อของอร่อยๆ มาให้กินตลอดเลย

“ทำไมพวกพี่ดื่มเหล้าทุกวันเลยอ่ะคะ” ฉันเอ่ยขึ้นหลังจากที่ตักอาหารเข้าปากได้สองสามคำ พลางมองผู้ชายสองคนตรงนี้สลับกันไปมา

พี่คิมเป็นคนแรกที่หัวเราะ... ฉันเห็นเขามองเพื่อนตัวเองแล้วขำไม่หยุดเลย อะไรอ่ะ... พี่คีมีอะไรน่าขำหรอ ฉันคิดและได้แต่มองพี่คีที่ยังทำสีหน้านิ่งๆ เหมือนเดิมอย่างไม่เข้าใจ

“ดูแย่หรอ” พี่คีหันมาถามฉันที่นั่งมองเขาตาปริบๆ

“รินแค่สงสัยค่ะ” ฉันตอบพลางยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ หรือว่า... ฉันจะถามตรงเกินไปนะ คิดไปคิดมามันก็เป็นคำถามไปในเชิงลบได้เหมือนกันนี่เนอะ

“คลายเครียด อยากด้วยส่วนหนึ่ง” พี่คีตอบคำถามของฉันก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ได้ยินดังนั้นฉันจึงพยักหน้าหงึกหงักแล้วกินข้าวต่อ

ที่จริงฉันก็แค่ถามไว้เป็นความรู้เท่านั้นเอง เพราะตั้งแต่ฉันมาอยู่ที่นี่ก็เห็นพวกพี่เขาดื่มกันทุกวันเลย ฉันเคยได้ยินเขาบอกกันว่าพวกเหล้าเบียร์มันขม ก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงชอบดื่มกันนัก

“รินถามได้มั้ยคะว่าพวกพี่ทำงานอะไรกัน... แบบว่าเห็นไปตอนกลางคืน” ฉันเอ่ยขึ้นอีกเพราะไม่ชอบให้บรรยากาศมันเงียบ แต่สิ่งที่ได้กลับมามันคือความเงียบที่มากกว่าเดิมจนฉันต้องแอบกลืนน้ำลาย หรือว่า... ฉันไปถามอะไรที่ไม่ควรเข้ารึเปล่านะ

“ไม่ต้องตอบก็ได้นะคะถ้าไม่อยาก รินแค่ถามเป็นความรู้” ฉันเอ่ยต่อพร้อมกับยิ้มแหยๆ ก่อนจะตักข้าวใส่ปากแล้วคิดว่าหลังจากนี้จะพยายามสงบปากสงบคำให้มากที่สุด

“ไม่ใช่ความลับอะไรหรอก แค่ไม่รู้จะตอบว่าอะไร” เป็นพี่คิมที่เอ่ยขึ้น เขาฉีกยิ้มเล็กน้อยตอนที่ฉันเงยหน้าขึ้นมอง

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เขาเลือกน้องสาว ส่วนฉันก็มีชีวิตที่ดีขึ้น
9.1
ในจังหวะวิกฤตที่ลูน่ากำลังเข้ารับการผ่าตัด คาร์ลกลับตัดสินใจละทิ้งคนรักของตนที่นอนเปิดแผลอยู่บนเตียงอย่างไม่ไยดี เพียงเพราะสายโทรศัพท์จากน้องสาวบุญธรรมที่ขู่จะจบชีวิตตัวเอง เขาฝากฝังกระบวนการรักษาที่เหลือไว้กับอัลฟาอาเธอร์ก่อนจะรีบจากไป ความเย็นชาและละเลยในครั้งนี้สร้างความเจ็บช้ำจนลูน่าต้องหลั่งน้ำตาด้วยความสิ้นหวัง ทว่าท่ามกลางสถานการณ์ที่ไร้หนทาง อาเธอร์กลับลงมือผ่าตัดรักษาเธอต่อด้วยความสงบนิ่ง พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาอย่างเด็ดเดี่ยวว่าตราบใดที่เขายังอยู่เคียงข้าง เธอจะไม่มีวันเผชิญหน้ากับความตายอย่างเดดเอนด์หรือความตายเด็ดขาด
ภาพปกนิยายเรื่อง เพื่อนบ้านรุ่น(คุณ)พ่อ
8.4
ชีวิตของอิงฟ้าต้องปั่นป่วนเมื่อพบว่าหนุ่มรุ่นใหญ่สุดฮอตข้างบ้านคือคนเดียวกับที่เธอเคยตามไปถึงห้องในคืนนั้น ทว่าอาพีผู้แสนสุขุมและอบอุ่นกลับไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ เขาเริ่มเข้ามาสวมบทบาทผู้ปกครองคนที่สองคอยเฝ้าดูและตักเตือนพฤติกรรมเธออย่างใกล้ชิด แม้จะอ้างว่าหวังดีเรื่องสุขภาพ แต่เขากลับนำความลับในคืนนั้นมาใช้ขู่เธออยู่เสมอ อิงฟ้าที่พยายามพิสูจน์ว่าตนเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงต้องหาทางรับมือกับอาเพื่อนบ้านสายเปย์ที่ชอบคุกคามปนเอ็นดู และพร้อมจะคาบข่าวไปฟ้องพ่อแม่ของเธอได้ทุกวินาที
ภาพปกนิยายเรื่อง BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)
8.7
ชีวิตปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยของ สายลม นักศึกษาผู้ดิ้นรนสู้ชีวิตต้องสั่นคลอนอย่างหนัก เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงเธอให้มาเจอกับ นาวา ชายหนุ่มลุคดิบเถื่อนผู้เต็มไปด้วยรอยสักและนิสัยดุดันสุดคาดเดา แม้เธอจะพยายามหลบหลีกพาตัวเองออกห่างจากคนอันตรายอย่างเขามากเท่าไร ทว่านาวากลับยิ่งก้าวเข้ามาแทรกซึมในชีวิตของเธออย่างไร้ความปรานี ทั้งยังแสดงความเอาแต่ใจและเปิดเผยอดีตของตนเองอย่างตรงไปตรงมาจนเธอต้องตั้งรับไม่ทัน ท่ามกลางมรสุมชีวิตทั้งเรื่องเรียนและงานที่รุมเร้า สายลมจะรับมืออย่างไรกับผู้ชายที่ยากจะควบคุมคนนี้ที่ยังคงตามพัวพันไม่ยอมปล่อย
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟร้อนซ่อนสวาท
9.1
“เปล่านะ ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย แค่ไม่ได้บอกว่าจะให้รางวัลมากน้อยแค่ไหนและตอนไหนเท่านั้นเอง” คนเจ้าเล่ห์ตอบกลับเสียงใส รีบปลดสองแขนใหญ่ออกจากร่าง ลุกขึ้นไปยืนยิ้มหน้าระรื่น “เอาน่า...ฉันไม่ผิดคำพูดหรอก แค่ยืดเวลาออกไปนิด คุณคงไม่ถึงกับลงแดงหรอกนะ” “ได้จ้ะเมียจ๋า แต่เดี๋ยวถึงเวลาฉันทวงรางวัล เธอจะมาว่าฉันมักมากไม่ได้นะ” “ให้มันแน่เถอะค่ะคุณสามีขา...แก่แล้วนะคะ กลัวจะตายคาอกฉันน่ะซิ” นิลลดาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทว่าในใจเธอกลับขลาดกลัว เพราะดันมีเรื่องปกปิดชายหนุ่มเอาไว้น่ะซิ ************ “คะ...คุณภูมิต้องการอะไรล่ะคะ” เอ่ยถามเสียงใสพลิ้ว “ถ้าฉันให้ได้ก็จะให้ค่ะ” “ฉันก็แค่อยาก...” นิ้วยาวร้อนผ่าวทาบทับคลึงบนกลีบปากนุ่ม “กอดเธออย่างแนบชิด แล้วก็จูบ...จูบไปทั่วทั้งตัวเธอเท่านั้นเอง” “บ้า!! คุณภูมิน่ะ” ยกมือทุบอกกว้างเบาๆ “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณขอแบบนั้นได้ยังไง” “ไม่ได้หรือยายดำ” ภูมินทร์ทำหน้ามุ่ย ทำตาละห้อยโหยหาราวกับว่าจะต้องจากลาไปในบัดเดี๋ยวนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง บัญชามาร
9.3
เมื่อเจ้าสาวเสียชีวิตอย่างกะทันหัน อัลแบร์โต้ รอสซี่ มหาเศรษฐีหนุ่มชาวบราซิลจึงตัดสินใจลงทัณฑ์ เพลงพิณ หญิงสาวที่เขาปักใจเชื่อว่าเป็นฆาตกรผู้อยู่เบื้องหลังการตายของเพื่อนรัก แม้เธอจะพยายามยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงอุบัติเหตุและตนเองถูกน้องสาวใส่ร้าย แต่เขากลับมองว่าการให้เธอตายตามไปนั้นง่ายดายเกินไป อัลแบร์โต้จึงเลือกใช้กฎหมายเถื่อนกักขังและทรมานเธอให้เหมือนตายทั้งเป็น เพื่อให้เธอชดใช้ความผิดที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึงในนรกบนดินที่เขาสร้างขึ้นมา
ภาพปกนิยายเรื่อง ดวงใจคุณหมอ
9.5
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ในอดีตทำให้ชีวิตของคนสองคนต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ส่งผลให้พวกเขาต้องเลิกราและแยกย้ายกันไปทำหน้าที่พ่อและแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยฝ่ายชายเป็นผู้ดูแลลูกชาย ส่วนฝ่ายหญิงคอยเลี้ยงดูลูกสาวตัวน้อย หลังจากเวลาผ่านพ้นไปนานถึงสี่ปีโดยไม่มีการติดต่อกันเลย โชคชะตาและภาระผูกพันอันแสนวุ่นวายจากครอบครัวก็ได้นำพาให้พวกเขาทั้งสองต้องกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง การกลับมาเผชิญหน้ากันในครั้งนี้มาพร้อมกับความลับและสายสัมพันธ์ที่เคยขาดสะบั้นลง ท่ามกลางเงื่อนไขที่ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้พ้น