APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา

เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา

เนตรนภาหรือเนเน่ต้องเผชิญจุดจบอันน่าสลดเมื่อเธอถูกเพื่อนร่วมสาขาคร่าชีวิต ทว่าโชคชะตากลับนำพาดวงวิญญาณของเธอให้ข้ามมิติมาเข้าร่างของเซี่ยซูเหยา เด็กหญิงวัยสิบขวบผู้ล่วงลับด้วยพิษไข้ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยครั้งนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่คิด เพราะเธอได้รับความรักอย่างล้นพ้นจากครอบครัวใหม่ ทั้งบิดาผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี รวมถึงพี่สาวและพี่ชายที่คอยเอาใจใส่และรักใคร่เธออย่างสุดหัวใจ พวกเขาพร้อมที่จะกางปีกปกป้องเด็กสาวจากอันตรายทั้งปวงในโลกใบนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เนเน่ขยับตัวด้วยความอ่อนล้า ความจำล่าสุดของเธอก่อนที่จะหมดสติคือการที่เธอกลัวความมืดและกรีดร้องจนหมดสติ แต่พอลืมตาขึ้นมามันทำให้เธอถึงกับชะงัก เธอยังไม่ได้ออกจากบ้านร้างที่เก่าแก่?

แต่พอมองรอบ ๆ แล้วเนเน่ต้องขยี้ตาหลายรอบ ต่อให้เป็นความมืดแต่สิ่งที่เธอจำได้ก็คือ บ้านหลังนั้นมันรกมากและกลิ่นอับชื้นก็ตีขึ้นจมูก แต่ที่นี่ไม่ใช่ และเธอยังจำได้อีกว่าเธออยู่ที่หน้าประตู ตอนนี้เธอกลับนอนอยู่บนเตียงที่มีเศษผ้าเก่า และรู้สึกถึงมือที่เล็กลง

“อึก!”

เนเน่ยกมือขึ้นกุมขมับทันทีที่ครามทรงจำบางอย่างไหลเข้าหัว มันเป็นความเจ็บปวดที่ร่างกาย

แทบจะทนไม่ไหว เกือบสิบนาทีที่เนเน่ต้องทนเจ็บปวดก่อนที่ความเจ็บปวดมันจะหายไป

‘มันคืออะไร’

เนเน่นอนนิ่งก่อนจะทบทวนความทรงจำที่ได้รับมา ดูเหมือนว่าเธอจะตายในบ้านที่ถูกผลักเข้าไป และตื่นขึ้นมาบนร่างของ เซี่ยซูเหยา เด็กน้อยวัยสิบหนาวในแคว้นหนาน แคว้นที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพืชผักและกำลังทหาร

เซี่ยซูเหยาเป็นลูกสาวคนเล็กของครอบครัวสกุลเซี่ย เป็นสกุลเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของแคว้น และอยู่ในเมืองที่เลือกได้ว่ายากจนที่สุด ต่อให้แคว้นอุดมสมบูรณ์มากแค่ไหนแต่พอห่างไกลจากเมืองหลวง ความช่วยเหลือยากที่จะมาถึง

สกุลเซี่ยมีหลายสายยิ่งมีลูกเยอะยิ่งแยกย้ายกันไป ปัจจุบันสกุลเซี่ยมีมากถึงสิบเอ็ดสาย และสายหลักปัจจุบันคือครอบครัวของพวกนาง

พ่อของนางนามว่า เซี่ยห้าวไห่ ส่วนแม่นามว่า เซี่ยเมี่ยวผิง ปัจจุบันท่านเสียชีวิตตั้งแต่เซี่ยซูเหยาไม่กี่เดือน เซี่ยห้าวไห่เป็นนายพรานในหมู่บ้านที่จะขึ้นเขาล่าสัตว์เดือนละครั้ง และเข้าป่าทุกวันเพื่อล่าสัตว์ชนิดเล็ก ๆ

ลูกสาวคนโต เซี่ยซูเจี๋ย วัยสิบสี่หนาวใกล้ถึงวัยปักปิ่นแล้ว มีหน้าที่ดูแลภายในบ้านเนื่องจากเป็นลูกสาวคนโต และดูแลน้องสาวคนเล็ก

ลูกชายคนรอง เซี่ยซูเหยียน วัยสิบสองหนาว ตามผู้เป็นพ่อเข้าป่าล่าสัตว์ทุกวัน หรือบางวันก็จะไปหารับจ้างชาวบ้านลงแปลงนา หรือบางวันก็จะเก็บฟืนไปขาย

ลูกสาวคนเล็ก เซี่ยซูเหยา วัยสิบหนาว ยามที่อยู่ในครรภ์มารดาก่อนจะคลอดออกมา เซี่ยเมี่ยวผิงลื่นล้มอยู่บ่อยครั้งจนเซี่ยซูเหยาเกือบไม่รอด

พอคลอดมาร่างกายมารดาทรุดโทรมไม่สามารถให้ลูกสาวดื่มนมจากอกได้ และนับตั้งแต่นั้นมาเซี่ยซูเหยาจึงมีร่างกายที่ไม่แข็งแรง และเจ็บป่วยแทบทุกวัน เงินภายในบ้านจึงเริ่มหมดและไม่มีเงินใช้

ดูเหมือนว่าครั้งนี้เซี่ยซูเหยาจะล้มป่วยหลังช่วยพี่สาวทำอาหารรอพ่อและพี่ชาย และนอนซมถึงห้าวันก่อนที่จะจากไปอย่างสงบโดยที่ไม่มีใครรู้ และมีเนเน่เข้ามาอยู่

เนเน่ในร่างเซี่ยซูเหยาขยับตัวลุกขึ้นมามองรอบข้าง ในห้องแคบ ๆ นี้เป็นห้องไม้ที่น่าจะทำมาจากต้นไผ่ เป็นห้องที่เล็กมาก นางสามารถนอนได้คนเดียวและเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงประตูไม้

เนเน่ก้มลงมองมือตัวเองที่เล็กลงกว่าเดิมและรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก่อนจะสะอื้นออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ทำไมนางถึงต้องมาอยู่ที่นี่

อาป๊า หม่าม้า เฮียนรา และตี๋เล็กจะรู้หรือไม่ว่านางไม่อยู่แล้ว หากเอ่ยปฏิเสธอาจารย์ไปยามนี้นางคงได้เข้าไปช่วยหม่าม้าทำอาหารรอพี่ชายกับน้องชายแล้ว

“อาเหยา!”

เสียงร้องตกใจของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นหลังเปิดประตูห้อง พลางรีบวิ่งมาหาน้องสาวที่กำลังสะอื้น เซี่ยซูเจี๋ยรีบกอดปลอบน้องสาว

เซี่ยซูเหยาเป็นแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อและพี่สาว พี่ชาย ท่านพ่อเคยกล่าวว่ามารดาทิ้งน้องสาวเอาไว้เป็นตัวแทนของนาง จึงควรจะรักน้องสาวมาก ๆ ยิ่งน้องสาวร่างกายอ่อนแอจึงต้องดูแลอย่างดี

แต่เพราะร่างกายที่อ่อนแอรวมถึงการร้องไห้ เนเน่ในร่างเซี่ยซูเหยาจึงหลับคาอ้อมกอดของพี่สาว ทั้งใบหน้ายังเต็มไปด้วยน้ำตา

สกุลเซี่ยสายหลักเป็นครอบครัวของเซี่ยห้าวไห่ ปัจจุบันเหลือสมาชิกเพียงสี่คน และที่บ้านก็ยากจนมาก เงินเก็บที่มีเหลือไม่ถึงสองตำลึงเงิน เงินที่หามาได้นอกจากค่าใช้จ่ายในบ้านแล้วก็จะใช้ซื้อสมุนไพรมารักษาอาการลูกสาวคนเล็ก

“ท่านพ่อ”

เซี่ยซูเจี๋ยมีสีหน้ากังวลเมื่อผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาในห้องของน้องสาวที่กำลังหลับอยู่ อาการของน้องเล็กเป็นแบบนี้ปกติ แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้ อาการเริ่มแย่ลง เงินเก็บที่มีก็ซื้อสมุนไพรจนเงินไม่เหลือ

“เจ้าไปพักเถอะ”

เซี่ยห้าวไห่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง พลางลูบผมลูกสาวคนโตที่เริ่มจะร้องไห้ เขาเข้าใจลูกสาวดีที่ไม่อยากให้น้องสาวเจ็บปวด เขาก็ปวดใจไม่น้อยที่เห็นลูกสาวเป็นแบบนี้

“ท่านพ่อไม่เข้าป่าหรือเจ้าคะ”

“อืม วันนี้เหมือนฝนจะตก”

“เช่นนั้นข้าจะไปซักผ้า”

เซี่ยซูเจี๋ยตอบผู้เป็นพ่อก่อนจะเก็บเสื้อของน้องสาวออกไปซัก นอกจากเสื้อของนางแล้วก็มีเสื้อของน้องสาวที่นางต้องซัก ส่วนของพ่อกับน้องชายนั้นทั้งสองจะซักเองเพื่อแบ่งเบาภาระของนาง

เซี่ยซูเหยารู้สึกตัวอีกที่ก็กลางยามโหย่ว เพราะทนเสียงร้องของของกระเพาะไม่ไหว และนางยังได้กลิ่นของเนื้อสัตว์อีก ถึงต้องประคองตัวเองออกมานอกห้องเพื่อตามกลิ่นอาหารไป

บ้านหลังนี้จริง ๆ แล้วเป็นบ้านดินผสมฟาง เพียงแต่ห้องของเซี่ยซูเหยาที่เป็นไม้เพราะนางไม่สามารถทนอยู่กับฝุ่นได้ ผู้เป็นพ่อจึงต้องทำห้องให้ใหม่

“อาเหยา”

เสียงเรียกทำให้เซี่ยซูเหยาหันไปมองอย่างคุ้นชิน คนตรงหน้าคงจะเป็นพี่ชายคนรองอย่างเซี่ยซูเหยียนจากความทรงจำ

“เจ้าคะ”

“หิวแล้วหรือ ไปรอที่ห้องก่อนหรือไม่ พี่ชายจะเอาเข้าไปให้” เซี่ยซูเหยียนตกใจไม่น้อยที่เห็นน้องสาวเดินออกจากห้องด้วยอาการอ่อนล้า

“ข้า…ข้า” เซี่ยซูเหยานึกอะไรไม่ออก นางไม่คิดว่าจะเจอพี่ชายเร็วขนาดนี้

“น้องรองพาอาเหยามานั่งรอที่โต๊ะเถิด พี่สาวจะยกอาหารออกมาให้ อาเหยาคงจะหิวแล้ว” เซี่ยซูเจี๋ยเดินเข้ามาในบ้านก่อนจะร้องบอก

“ขอรับ”

เซี่ยซูเหยาเดินไปนั่งเก้าอี้พร้อมทั้งถูกเซี่ยซูเหยียนพยุงตัว แต่พอมีคนมาพยุงนางก็เดินเร็วขึ้นจริง ๆ ยามนี้นางยังปรับตัวไม่ได้คงต้องให้คนอื่นช่วยไปก่อน

“ทะ…ท่านพ่อ” เซี่ยซูเหยาเรียกเซี่ยห้าวไห่ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“เจ้าหายดีแล้วเหรอ” เซี่ยห้าวไห่เอ่ยถามลูกสาว

“เจ้าค่ะ”

“พรุ่งนี้พ่อจะไปล่าไก่ป่ามาทำน้ำแกงให้กินดีหรือไม่” เซี่ยห้าวไห่ถามลูกสาวด้วยรอยยิ้ม

นับวันลูกสาวคนเล็กยิ่งโตยิ่งงดงามเหมือนมารดา แต่ก่อนมารดาของนางเนื้อหอมยิ่ง เพียงแต่มีร่างกายที่อ่อนแอจึงไม่มีใครสนใจ ต่างจากลูกสาวคนโตที่หน้าตาได้เขามา คงจะมีแต่ดวงตาที่ได้มารดา

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยาไม่ได้บอกว่าดีหรือไม่ดี แต่เธอแค่ตอบผู้เป็นพ่อไปเพื่อคลายความสงสัย นางจำได้ว่าเซี่ยซูเหยาเป็นเด็กที่เก็บตัว ไม่ค่อยร่าเริงเพราะคิดว่าตัวเองเป็นภาระของคนในครอบครัว

เซี่ยซูเจี๋ยทำอาหารไม่นานก็ยกออกมา มีเซี่ยซูเหยียนไปช่วยยกด้วย ทั้งหมดจึงกินข้าวมื้อเย็นเพราะเซี่ยซูเหยาจะได้ไปพัก

อาหารมื้อเย็นมีเพียงน้ำต้มข้าวเพราะเซี่ยซูเจี๋ยตักให้น้องสาวคนเล็กไป และน้ำแกงปลาที่เซี่ยห้าวไห่ได้มาเมื่อวานเท่านั้น

เซี่ยซูเหยาตื่นขึ้นมายามเช้า อาการของนางดีขึ้นมาก ร่างกายที่เจ็บปวดก็ค่อยหายไป คงเป็นเพราะพี่สาวนำสมุนไพรมาให้ก่อนนอน เช้านี้เซี่ยซูเหยาจึงอาการดีขึ้นมาก

“พี่สาว”

“อาเหยา”

เซี่ยซูเจี๋ยยิ้มกว้างเมื่อน้องสาวเดินเข้าครัวมาหา พอมองดูแล้วอาการของน้องสาวคงจะดีขึ้นมาก ไม่นั้นคงไม่ตื่นเช้าเช่นนี้

“พี่สาวทำอาหารหรือ” เซี่ยซูเหยาชะโงกหน้ามองหม้อที่กำลังต้มข้าวอยู่

“ใช่แล้ว”

ฟ้ายังไม่สางมีเพียงแสงไฟจากบ้านอื่นที่เป็นแสงสว่างให้เซี่ยซูเจี๋ยต้มข้าว รอฟ้าสว่างกว่านี้ถึงจะออกไปดูแปลงผักว่ามีผักอะไรให้ทำอาหารใด้บ้าง ส่วนของเซี่ยซูเหยานั้นเซี่ยห้าวไห่ออกไปล่าสัตว์ตามที่ได้บอกลูกสาวเอาไว้

“มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”

เซี่ยซูเหยารู้สึกไม่คุ้นชิน ในยามที่เป็นเนเน่นางต้องตื่นแต่เช้ามาทำอาหาร และทำเวลาให้ไปถึงมหาวิทยาลัยให้ทันก่อนเข้าเรียน พอเรียนเสร็จก็กลับมาทำงานในบ้าน ต่อให้ป่วยก็ต้องทำให้เสร็จก่อน แต่พอมาที่นี่แค่วันเดียวเซี่ยซูเหยาก็ไม่ชิน

“ไม่ต้อง ๆ อาเหยาไปพักเถิด พี่สาวจะทำเอง” เซี่ยซูเจี๋ยรีบปฏิเสธ

ยามนี้เป็นฤดูร้อนพอเซี่ยซูเหยาเข้าครัวทีไรเหงื่อก็ท่วมตัวตลอด เซี่ยซูเจี๋ยจึงชอบปฏิเสธน้องสาว หรือเวลาเข้าครัวส่วนมากก็เป็นยามที่อากาศไม่หนาวและไม่ร้อน

“ท่านพ่อกับพี่รองเล่า”

จากควาทรงจำเวลานี้เซี่ยห้าวไห่กับเซี่ยซูเหยียนควรจะตื่นหมดแล้ว แต่เซี่ยซูเหยาไม่เห็น เห็นเพียงพี่สาวคนโต

“ท่านพ่อกับน้องรองออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่ยามอิ๋น คงจะกลับยามเฉิน เหมือนเดิม” เซี่ยซูเจี๋ยตอบน้องสาว

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยาถูกพี่สาวห้ามช่วย นางจึงทำได้แค่เดินมานั่งโต๊ะในห้องโถงของบ้านอย่างปลงตก นางคงต้องรีบบำรุงร่างกายนี้เร็ว ๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ทำอะไรแน่ ๆ

เป็นไปตามที่เซี่ยซูเจี๋ยบอก กลางยามเฉินเซี่ยห้าวไห่กับเซี่ยซูเหยียนกับมาจากการล่าสัตว์และกลับมาช้ากว่าปกติ เพราะทุกวันจะกลับมาต้นยามเฉิน

“ท่านพ่อได้ไก่ป่ามาด้วย!” เซี่ยซูเจี๋ยร้องด้วยความดีใจ

หลายวันมานี้นอกจากปลาที่ไปจับมาก็แทบจะไม่มีเนื้อให้กินเลย ส่วนมากจะนำไปขายแลกเงินและเหลือกลับมาเพียงเสี้ยวเดียวให้น้องสาวคนเล็ก

“วันนี้พ่อได้ไก่ป่ามาสามตัว อีกสองตัววขายไปแล้ว ตัวนี้อาเจี๋ยนำไปตุ๋นให้น้องสาวแล้วก็ย่างเถิด” เซี่ยห้าวไห่พูดด้วยความเหนื่อย

เพราะต้องเอาไก่เข้าไปขายในเมืองจึงต้องรีบทำเวลา ยามนี้ลูกสาวคนเล็กควรที่จะกินข้าวและดื่มสมุนไพรแล้ว

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยารีบรับไก่ป่ามาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย นาน ๆ ที จะได้กินเนื้อ นางจึงรีบเอาไก่เข้าไปทำความสะอาด น้องสาวคนเล็กคงจะหิวมากแล้ว มีเซี่ยซูเหยียนที่เข้าไปช่วยพี่สาวฆ่าไก่ป่าด้วย

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
ชะตากรรมบีบคั้นให้องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องออกเดินทางเพื่อเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างทางนางกลับล่วงรู้ความลับอันดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้ไร้ความปรานี เป็นเหตุให้เขาต้องตามล่าหมายปลิดชีวิตนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางวิกฤตและความตายที่คืบคลานเข้ามา องค์หญิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้ไหวพริบหาทางหลบหนีสุดชีวิตจากเงื้อมมือของบุรุษสุดเหี้ยมโหดผู้นี้ เรื่องราวการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบและความรักที่ลงเอยด้วยความสุข
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
ภาพปกนิยายเรื่อง หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลเลือกเดินทางกลับสู่อารันดาอีกครั้งตามที่หัวใจเรียกร้อง เพื่อเคียงคู่กับชี้คฟีรอส ชายผู้มีความรักอันมั่นคงให้แก่เธอ ทว่าในคืนแรกที่มาถึง เหตุการณ์เลวร้ายกลับอุบัติขึ้นเมื่อเธอถูกลักพาตัวไปจากห้องพัก และฟื้นขึ้นมาในกระโจมกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง พร้อมกับร่างที่บาดเจ็บจนโชกเลือดและไร้สติของชี้คหนุ่มที่อยู่ข้างกาย ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและหญิงสาวอีกมากหน้าหลายตาที่คอยจ้องจะแย่งชิงตัวชายคนรักไป น้ำตาลจึงต้องใช้ความรักและความเชื่อใจทั้งหมดที่มีเป็นเครื่องพิสูจน์ เพื่อพากันก้าวผ่านพายุทะเลทรายและภัยอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปให้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ผู้จมอยู่กับห้องทดลองมาอย่างยาวนาน ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการเข้าร่วมคณะสำรวจป่าเหอหนาน ดินแดนสุดอันตรายที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปมากมาย แม้จะถูกทักท้วงจากเพื่อนร่วมงาน แต่เธอยังคงมุ่งมั่นที่จะเข้าไปเก็บกู้ตัวอย่างพรรณไม้หายากในพื้นที่เร้นลับซึ่งวิทยาการสมัยใหม่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์แรกของการเดินทาง การเผชิญหน้ากับดอกไม้พิศวงในป่าลึกส่งผลให้เกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติขึ้น เพียงแค่เธอแตะต้องมันก็หมดสติลงทันทีพร้อมแสงสว่างลึกลับที่เข้ามากำหนดเส้นทางชีวิตใหม่ของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
8.9
เมื่อโลกใบนี้บิดเบี้ยวและไร้ซึ่งความยุติธรรม อดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมจึงกลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวผู้ปัญญาอ่อน ในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพละกำลังและความแข็งแกร่ง นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจที่เคยมี พร้อมบดขยี้ศัตรูทุกคนที่กล้าขวางทางให้ราบคาบ การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายระเบียบสังคมอันเน่าเฟะและสถาปนาความยิ่งใหญ่ของตนเองในมหาพิภพแห่งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 3
9.5
อานนท์ ชายโสดผู้เติบโตจากสถานสงเคราะห์และทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสให้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัยห้าขวบผู้เป็นลูกชายของบัณฑิตตกอับที่ถูกเนรเทศมาเผชิญความลำบากในชนบทห่างไกล แม้การเกิดใหม่ครั้งนี้จะทำให้เขาได้รับความอบอุ่นและความรักจากพ่อ แม่ และย่าอย่างที่เคยปรารถนามาตลอดชีวิต แต่ครอบครัวกลับต้องเผชิญกับวิกฤตความยากจนอย่างแสนสาหัส อดีตผู้ช่วยนักเขียนอย่างเขาจึงต้องงัดเอาทุกความรู้และทักษะที่มีออกมารับมือเพื่อพาครอบครัวก้าวผ่านอุปสรรคและเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่ที่พร้อมจะทดสอบเขาอยู่เสมอ