APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา

เด็กสาวสกุลเซี่ย เซี่ยซูเหยา

เนตรนภาหรือเนเน่ต้องเผชิญจุดจบอันน่าสลดเมื่อเธอถูกเพื่อนร่วมสาขาคร่าชีวิต ทว่าโชคชะตากลับนำพาดวงวิญญาณของเธอให้ข้ามมิติมาเข้าร่างของเซี่ยซูเหยา เด็กหญิงวัยสิบขวบผู้ล่วงลับด้วยพิษไข้ การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่ไม่คุ้นเคยครั้งนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวอย่างที่คิด เพราะเธอได้รับความรักอย่างล้นพ้นจากครอบครัวใหม่ ทั้งบิดาผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี รวมถึงพี่สาวและพี่ชายที่คอยเอาใจใส่และรักใคร่เธออย่างสุดหัวใจ พวกเขาพร้อมที่จะกางปีกปกป้องเด็กสาวจากอันตรายทั้งปวงในโลกใบนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เซี่ยซูเหยาท้าวคางมองหน้าบ้านด้วยความเบื่อหน่าย เข้าวันที่เจ็ดแล้วที่นางได้มาอยู่ที่นี่ แต่เพราะมีร่างกายที่อ่อนแอจึงถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกไปไหน แม้แต่แสงแดดก็ห้ามโดนจนกว่าอาการจะดีขึ้น

แต่ยามนี้อาการนางดีขึ้นมากแล้วเพราะได้กินน้ำแกงไก่บำรุงร่างกายเกือบทุกวัน ไหนจะการที่นางลอบออกกำลังกายในห้องนอนอีก อาการต่าง ๆ จึงไม่ค่อยมีแล้ว คงจะมีแต่ความเบื่อนี่แหละ

“พี่สาว อาเหยาเบื่ิอ” เซี่ยซูเหยาหันไปบอกเซี่ยซูเจี๋ยที่ล้างผักอยู่ ผักพวกนี้จะถูกนำไปดองเก็บไว้กิน

“อาเหยาเบื่อหรือ แต่ท่านพ่อไม่ให้อาเหยาออกไปไหน” เซี่ยซูเจี๋ยเงยหน้าขึ้นมอง

แม้ตัวน้องสาวจะบอกว่าหายดีแล้วแต่เซี่ยซูเจี๋ยกับผู้เป็นพ่อและน้องชายก็ไม่เชื่อ อาเหยาชอบบอกว่าหายดีแล้วเพราะไม่อยากให้เป็นห่วง

“เฮ้อ”

เซี่ยซูเหยาถอนหายใจครั้งที่เท่าไรของวันแล้วก็ไม่รู้ นางเบื่อจริง ๆ นะ แม้แต่งานในครัวพี่สาวก็ไม่ยอมให้นางแตะ ให้เหตุผลว่ารอให้อากาศดีกว่านี้เสียก่อน

“งั้นมาช่วยพี่สาวล้างผักดีไหม พรุงนี้พี่สาวจะทำเกี่ยมฉ่าย กับซึงไฉ่ เก็บไว้กินเดือนหน้า” เซี่ยซูเจี๋ยบอกน้องสาว

นางสามารถออกไปไหนมาไหนได้ แต่อาเหยาไม่สามารถออกไปได้เพราะทุกคนเป็นห่วง เซี่ยซูเจี๋ยก็สงสารน้องสาว แต่นางไม่กล้าขัดคำสั่งผู้เป็นพ่อ

“อือ อาเหยาจะช่วยพี่สาวเอง”

บางทีเซี่ยซูเหยาก็อดสงสารพี่สาวเหมือนกัน ทำงานทุกอย่างในบ้าน แต่นางกลับทำตัวสบายมองพี่สาวทำงานตัวเป็นเกลียว

เซี่ยซูเหยามองผักในตะกร้าพลางหยิบออกมาล้าง จริง ๆ นางเห็นพี่สาวถอนผักออกมาหลายชนิด แต่ยามนี้เหลือไม่มากแล้ว

“ท่านพ่อจะกลับยามไหนเจ้าคะ”

“อีกไม่นานคงกลับ” ช่วงนี้ผู้เป็นพ่อกลับบ้านช้ากว่าเดิม เซี่ยซูเจี๋ยจึงไม่กล้าตอบน้องสาว

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยาล้างผักช่วยพี่สาวไม่นานก็เสร็จ ก็มันเหลือไม่มากแล้วนี่ จากนั้นก็นั่งรอเซี่ยซูเจี๋ยเอาผักที่ล้างไปตากแดดให้ผักเฉาก่อนจะนำไปดอง

เซี่ยห้าวไห่เป็นนายพรานมาตั้งแต่ยังเด็กจนกระทั่งได้แต่งงานเขาก็ยังทำอยู่ แม้จะไม่ค่อยได้อะไรแต่ก็พอขายได้เงินมาซื้อสมุนไพรให้ลูกสาว ส่วนเงินที่ใช้จ่ายในบ้านจะเป็นเงินที่ออกไปรับจ้างชาวบ้าน ไม่ก็หาฟืนไปขายกับลูกชาย ยังดีที่เซี่ยห้าวไห่ไม่คิดที่จะมีภรรยาใหม่ ไม่เช่นเซี่ยซูเหยาคงไม่รอด

แต่สำหรับเซี่ยซูเหยาแล้วนางคิดว่าเงินใช้จ่ายมันไม่พอ ตั้งแต่ที่นางได้มาอยู่ที่นี่ก็มีเพียงนางเท่านั้นที่กินอิ่มคนเดียว จะเหลือไว้ให้คนอื่นก็ไม่ได้เพราะพี่สาวน้ำตาคลอเพราะคิดว่าน้องสาวไม่ชอบฝีมือการทำอาหาร

เซี่ยซูเหยานั่งตีขาไปมาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ที่เพิ่งทำขึ้นมา พ่อของนางกลัวว่าแคร่ตัวเก่าจะมีฝุ่นจับเลยทำขึ้นมาใหม่ แม้นางจะห้ามแล้วก็ตาม

นางกำลังคิดว่าต่อจากนี้นางควรจะทำอะไรต่อ อย่าลืมว่าชีวิตก่อนนางเป็นใคร นางเป็นลูกสาวคนจีนที่ต้องทำงานในบ้านทุกอย่าง พอมาอยู่ที่นี่จะให้เพียงพี่สาวทำก็ไม่ใช่

นอกจากงานบ้าน กวาด ปัด ถูก ซักผ้า ทำอาหาร รดน้ำผักหรือแม้กระทั่งออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อแลกเงินไม่กี่อีแปะ เซี่ยซูเจี๋ยก็ยอมออกไปทำงาน ต่างจากนางที่วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร

จากที่เคยดูละครช่องหลากสี อ่านนวนิยายจนชิน เซี่ยซูเหยาก็นึกไม่ออกว่านางควรจะทำอะไร ถ้าเป็นหมอ คนไข้น่าจะตายเสียก่อน เป็นพระชายาก็อย่างหวังเลย นางเป็นลูกสาวชาวบ้าน ไหนจะอายุเพียงสิบหนาว คิดแล้วก็ปวดหัว

“อาเหยา ทำไมไม่เข้าไปในบ้าน ลมเริ่มแรงแล้ว”

ไม่รู้ว่าเซี่ยซูเหยาเหม่อนานแค่ไหน รู้สึกตัวก็ยามที่ผู้เป็นพ่อร้องเรียกนั่นแหละ เซี่ยซูเหยาละสายตาจากพื้นมองตรงไปยังเสียง นางเห็นเซี่ยห้าวไห่กับเซี่ยซูเหยียนถือไก่ป่ากลับมา

ไก่ป่าอีกแล้ว ใจคอจะให้นางกินแต่ไก่ป่าหรืออย่างไรกัน เซี่ยซูเหยาถอนหายใจก่อนจะเอ่ยถาม

“ท่านพ่อได้ไก่ป่ากลับมาอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

“ใช่แล้วอาเหยา ช่วงนี้ไก่ป่าติดกับดักสัตว์ของพ่อหลายตัว นำไปขายแล้วเหลือกลับมาเพียงหนึ่งตัว” เซี่ยห้าวไห่ตอบลูกสาว

ช่วงนี้เขาโชคดีมาก หากไม่ได้ไก่ป่าก็จะได้สัตว์ชนิดอื่นอย่างกระต่าย หรือสัตว์ตัวเล็ก และก็นำไปขายหมดแล้ว เงินที่ไม่มีเหลือยามนี้ก็สามารถซื้อข้าวสารได้ แต่เซี่ยห้าวไห่ยังไม่วางใจ ลูกสาวของเขาอาการดีขึ้นก็จริงแต่ก็ป่วยแบบนี้มาตั้งแต่เกิด

“อาเหยาเบื่อ”

หนทางที่จะออกจากรั้วบ้านได้ก็คงต้องให้ผู้เป็นพ่อพาออกไป เซี่ยซูเหยาไม่คิดที่จะลักลอบออกไป นางไม่รู้ทางที่นี่ ถ้าไปแล้วกลับมาไม่ได้จะทำยังไง

“หื้อ” เซี่ยห้าวไห่ไม่เข้าใจ ปกติลูกสาวคนเล็กจะเก็บตัวเงียบในห้อง คงมีเพียงหายป่วยรอบนี้ที่นางชอบออกมานั่งตากลมจนเป็นห่วง

“อาเหยาอยากไปกับท่านพ่อ”

ยามนี้ไม่มีชาวบ้านจ้างงานอะไร เซี่ยห้าวไห่ก็เข้าป่าล่าสัตว์ตามปกติไม่มีวันไหนที่หยุด เซี่ยซูเหยาจึงอยากขอไปด้วย อย่างน้อยถ้าไปถึงคงจะคิดอะไรออกบ้าง

เซี่ยห้าวไห่มองลูกสาวด้วยความแปลกใจ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ลูกสาวขอติดตามไปด้วย เพียงแต่คนเป็นพ่อเช่นเขานั้นห่วงลูกสาว

“ในป่ามีสัตว์เล็กเยอะมากอาเหยา พ่อกลัวว่าอาเหยาจะโดนกัด” เซี่ยห้าวไห่ตอบ

“ท่านพ่อ” เซี่ยซูเหยารีบวิ่งมาเกาะแขนเซี่ยห้าวไห่ที่นั่งพักอยู่อย่างออดอ้อน นางไม่เชื่อว่าถ้านางอ้อนท่านพ่อจะไม่พานางไป

“เฮ้อ อาเหยา ช่วงนี้อาการเจ้าแปลก ๆ”

คนเป็นพ่อที่เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงลูกมามีหรือจะไม่สังเกต แค่ลูกสาวไม่เก็บตัวเงียบก็ว่าแปลกแล้ว ยังจะขอติดตามเข้าป่าอีก มันไม่ใช่อาเหยาเลย

“ก็อาเหยาเบื่อ”

“ได้ ๆ เดี๋ยวพ่อจะพาเจ้าไป แต่ไม่ใช่ยามนี้” เซี่ยห้าวไห่พยักหน้า

ยามนี้อากาศมันร้อนมาก ยิ่งเข้าไปในป่าต่อให้อยู่ใกล้น้ำมันก่อนร้อนอยู่ดี รอให้อากาศมันเย็นหรืออากาศดีกว่านี้ก่อนถึงจะพาไปได้ ช่วงนั้นพวกสัตว์เล็กคงไม่ค่อยออกมาแล้ว

“ไม่ได้นะเจ้าคะท่านพ่อ! ถ้ามีแมลงมากัดอาเหยาล่ะ” เซี่ยซูเจี๋ยที่ออกมาตักน้ำได้ยินบทสนทนาผู้เป็นพ่อกับน้องสาวพอดีจึงรีบเอ่ยปากห้าม

นางรู้ว่าอาเหยาเบื่อ แต่ก็สามารถพาไปเล่นข้างนอกบ้านได้ ทำไมอาเหยาถึงอยากเข้าป่า

“พี่สาว”

เซี่ยซูเหยาหน้าเสีย ท่านพ่ออนุญาตแล้วแต่ยังเหลือพี่สาวที่เหมือนแม่อีกคน นางลืมไปได้อย่างไรว่าพี่สาวเป็นห่วงนางมาก

“น้องอาการแข็งแรงขึ้นมากแล้วอาเจี๋ย พ่อว่าถ้าน้องอยากไปก็ให้ไปเถอะ”

สำหรับเซี่ยห้าวไห่แล้วเขาคิดว่าพาลูกสาวไปด้วยครั้งนี้ ครั้งหน้านางคงจะไม่เข้าไปอีก หรือไม่ถ้าเกิดล้มป่วยอีกก็จะได้มีข้ออ้างไม่พาไปได้

“เฮ้อ” เซี่ยซูเจี๋ยส่ายหน้าแล้วรีบไปตักน้ำ ต่อให้นางห้ามยังไงก็ไม่มีใครฟัง เห็นทีถ้าอาเหยาจะเข้าไปจริง ๆ นางคงต้องไปด้วย ไม่เช่นนั้นผู้เป็นพ่อกับน้องชายคงไม่มีใครห้ามอาเหยาได้

เซี่ยซูเหยาขอตัวเข้าไปพักในห้องนางให้เหตุผลว่ารู้สึกเหนื่อย แต่จริง ๆ แล้วนางจะกลับไปคิดต่างหากว่าเข้าป่าไปนางต้องทำอะไร

ชั่วชีวิตที่ผ่านมานางทำอาหารตั้งแต่จบประถมเพราะอาป๊ากับหม่าม้าสอน ที่บ้านมีกิจการร้านอาหารเป็นไปไม่ได้ที่นางจะทำไม่เป็น อีกอย่างที่คิดไว้หลังเรียนจบจะเข้าไปช่วยอาป๊า แต่เฮ้อ นางไม่สามารถกลับไปช่วยได้อีกแล้ว

หรือนางจะเปิดร้านอาหาร? จริงสิ ในความทรงจำของอาเหยาเหมือนที่นี่จะแห้งแล้งและยากจนมาก หากให้เทียบกับเมืองอื่น แต่ในเมืองก็พอจะค้าขายได้บ้าง เหมือนอย่างที่พ่อของนางเอาไก่หรือสัตว์เข้าไปขาย ยังดีที่ผักสามารถปลูกได้ และป่ายังมีสัตว์ให้ล่า

อีกทั้งเหมือนกับว่านางจะสานต่อความต้องการของนางในชาติก่อนก็ได้ ต่อให้ไม่เหมือนกันแต่นางเชื่อว่าครอบครัวเซี่ยจะสนับสนุน ต่อให้นางไม่ลงแรงเองแต่พี่สาวอย่างเซี่ยซูเจี๋ยนั้นฝีมือดีมาก

วัยเพียงสิบสี่หนาวแต่ทำอาหารออกมาได้รสชาติที่ดี ในขณะเครื่องปรุงไม่มีให้ใช้เยอะ แต่ก็สามารถทำอาหารออกมาได้ถูกใจคนป่วยอย่างเซี่ยซูเหยา

แต่ก่อนจะเปิดร้านเห็นทีนางต้องไปหาทุนเสียก่อน ในความทรงจำญาติสกุลเซี่ยก็ไม่สามารถช่วยได้ ซ้ำยังผลักไสครอบครัวของนางเสียอีก

เหมือนว่ายามนี้จะมีเงินเก็บอยู่หลายตำลึงเงิน แต่มันก็ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเซี่ยห้าวไห่กับเซี่ยซูเหยียน เซี่ยซูเหยาอยากเริ่มทำอะไรด้วยตัวเองเสียก่อน

เห็นว่าในตำบลมีตลาดทุกวัน เซี่ยซูเหยาก็จะเริ่มจากตรงนี้เสียก่อน ยังเหลือเวลาอีกหลายปีกว่านางจะโตเต็มวัย พอถึงเวลานางก็จะทำอะไรสะดวกมากขึ้น

“อาเหยา ออกมากินมื้อเย็นได้แล้ว”

เสียงของเซี่ยซูเหยียนดังขึ้นนอกห้อง ทำให้เซี่ยซูเหยาหลุดออกจากภวังค์ นางคงจะคิดเพลินมากเกินไปจนพี่สาวทำอาหารเสร็จแล้ว

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยาอ้าปากหาว มาอยู่ที่นี่นางใช้ชีวิตส่วนมากไปกับการนอน จึงไม่แปลกที่จะตื่นเช้าและอยากนอนเร็ว

เซี่ยซูเหยาส่ายหน้าเมื่อเห็นกับข้าววันนี้ ตุ๋นไก่ที่เต็มไปด้วยเนื้อเป็นของนางโดยเฉพาะ ส่วนของคนอื่นจะมีเพียงกระดูกกับน้ำแกง และมีผัดเนื้อไก่ที่นางก็ได้ไม่ต่างกัน

“ท่านพ่อเจ้าคะ อาเหยาตักข้าวให้”

เซี่ยซูเหยาอาศัยเวลาเซี่ยซูเจี๋ยยกของมาวางบนโต๊ะไปตักข้าวให้ทุกคน ทุกวันนี้พี่สาวหุงข้าวเพิ่มเยอะขึ้น

แต่ส่วนมากก็ให้แค่นาง คนอื่นได้เพียงนิด นางรู้ว่าผู้เป็นพ่อไม่อิ่ม แต่ก็ไม่ยอมกินเพิ่มเพราะกลัวลูกไม่อิ่ม ก็แน่สิ มีทั้งลูกสาวคนโต ลูกชายคนกลาง ไหนจะลูกสาวคนเล็กอีก เขาจะกินอิ่มได้อย่างไรหากลูกไม่อิ่ม

“เก่งมาก”

เซี่ยซูเหยายิ้มกว้างเมื่อได้รับคำชม นานมากแล้วเหมือนกันที่นางไม่ได้รับคำชมแบบนี้ พอได้รับมันก็อุ่นใจขึ้นมาก

“อาเหยาของพี่พอแล้ว” เซี่ยซูเจี๋ยรีบห้ามเมื่อเห็นว่าน้องสาวตักให้นางเยอะเกินไป

“เจ้าค่ะ”

เซี่ยซูเหยายอมหยุดตักเพราะแค่นี้พี่สาวก็คงจะกินไม่หมดแล้ว จากนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งเก้าอี้ที่ติดกับของพ่อ ปกติเซี่ยซูเหยาจะกินข้าวในห้อง แต่พอมีนางมา นางก็ออกมากินข้าวนอกห้อง

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
ชะตากรรมบีบคั้นให้องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องออกเดินทางเพื่อเข้าพิธีวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างทางนางกลับล่วงรู้ความลับอันดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้ไร้ความปรานี เป็นเหตุให้เขาต้องตามล่าหมายปลิดชีวิตนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางวิกฤตและความตายที่คืบคลานเข้ามา องค์หญิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้ไหวพริบหาทางหลบหนีสุดชีวิตจากเงื้อมมือของบุรุษสุดเหี้ยมโหดผู้นี้ เรื่องราวการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบและความรักที่ลงเอยด้วยความสุข
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
ภาพปกนิยายเรื่อง หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลเลือกเดินทางกลับสู่อารันดาอีกครั้งตามที่หัวใจเรียกร้อง เพื่อเคียงคู่กับชี้คฟีรอส ชายผู้มีความรักอันมั่นคงให้แก่เธอ ทว่าในคืนแรกที่มาถึง เหตุการณ์เลวร้ายกลับอุบัติขึ้นเมื่อเธอถูกลักพาตัวไปจากห้องพัก และฟื้นขึ้นมาในกระโจมกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง พร้อมกับร่างที่บาดเจ็บจนโชกเลือดและไร้สติของชี้คหนุ่มที่อยู่ข้างกาย ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและหญิงสาวอีกมากหน้าหลายตาที่คอยจ้องจะแย่งชิงตัวชายคนรักไป น้ำตาลจึงต้องใช้ความรักและความเชื่อใจทั้งหมดที่มีเป็นเครื่องพิสูจน์ เพื่อพากันก้าวผ่านพายุทะเลทรายและภัยอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปให้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ซูเจิน นายหญิงแห่งพฤกษา
7.8
ซูเจิน นักวิจัยด้านพฤกษศาสตร์ผู้จมอยู่กับห้องทดลองมาอย่างยาวนาน ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการเข้าร่วมคณะสำรวจป่าเหอหนาน ดินแดนสุดอันตรายที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปมากมาย แม้จะถูกทักท้วงจากเพื่อนร่วมงาน แต่เธอยังคงมุ่งมั่นที่จะเข้าไปเก็บกู้ตัวอย่างพรรณไม้หายากในพื้นที่เร้นลับซึ่งวิทยาการสมัยใหม่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ จนกระทั่งเข้าสู่สัปดาห์แรกของการเดินทาง การเผชิญหน้ากับดอกไม้พิศวงในป่าลึกส่งผลให้เกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติขึ้น เพียงแค่เธอแตะต้องมันก็หมดสติลงทันทีพร้อมแสงสว่างลึกลับที่เข้ามากำหนดเส้นทางชีวิตใหม่ของเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
8.9
เมื่อโลกใบนี้บิดเบี้ยวและไร้ซึ่งความยุติธรรม อดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมจึงกลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวผู้ปัญญาอ่อน ในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพละกำลังและความแข็งแกร่ง นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจที่เคยมี พร้อมบดขยี้ศัตรูทุกคนที่กล้าขวางทางให้ราบคาบ การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายระเบียบสังคมอันเน่าเฟะและสถาปนาความยิ่งใหญ่ของตนเองในมหาพิภพแห่งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 3
9.5
อานนท์ ชายโสดผู้เติบโตจากสถานสงเคราะห์และทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสให้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัยห้าขวบผู้เป็นลูกชายของบัณฑิตตกอับที่ถูกเนรเทศมาเผชิญความลำบากในชนบทห่างไกล แม้การเกิดใหม่ครั้งนี้จะทำให้เขาได้รับความอบอุ่นและความรักจากพ่อ แม่ และย่าอย่างที่เคยปรารถนามาตลอดชีวิต แต่ครอบครัวกลับต้องเผชิญกับวิกฤตความยากจนอย่างแสนสาหัส อดีตผู้ช่วยนักเขียนอย่างเขาจึงต้องงัดเอาทุกความรู้และทักษะที่มีออกมารับมือเพื่อพาครอบครัวก้าวผ่านอุปสรรคและเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่ที่พร้อมจะทดสอบเขาอยู่เสมอ