APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)

เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)

8.1 / 10.0
ปัทมณฑ์ สาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกต้องเผชิญหน้ากับความปรารถนาอันร้อนแรงของไรอัน มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของธุรกิจสายการบินที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อประมูลตัวเธอมาครอบครอง แม้หญิงสาวจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวในตอนแรก แต่เขากลับเลือกใช้ความอดทนและค่อยๆ สอนบทเรียนรักที่แสนหวานเย้ายวนใจให้อย่างใจเย็น ความรัญจวนใจที่ชายหนุ่มมอบให้ทีละนิดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่ทำให้เธอหลงใหลจนยากจะถอนตัว แม้ร่างกายจะทรมานจากการถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสที่หนักหน่วงจากเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการนี้ได้ ซึ่งไรอันเองก็ตั้งใจที่จะเดินหน้ามอบความรักอันเร่าร้อนนี้อย่างไม่ลดละ จนกว่าเธอจะหลอมละลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขา

เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน) ตอนที่ 1

ปีพุทธศักราช 2537

ภายในบริเวณลานโล่งกว้างของวัดใหญ่ประจำจังหวัดอึกทึกเลื่อนลั่นจากเสียงเครื่องขยายเสียง ในวันหยุดสงกรานต์ที่ถือเป็นวันปีใหม่ของไทย ได้มีการจัดงานทำบุญอันเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน โดยช่วงเช้านั้นจะเป็นการทำบุญเลี้ยงพระ และในช่วงเย็นแบบนี้ที่ขาดไม่ได้คือมหรสพสมโภช ที่มีทั้งวงดนตรี เครื่องเล่นสำหรับเด็กๆ ชิงช้าสวรรค์ และการละเล่น การแสดงโชว์ต่างๆ มากมาย ทำให้หน้าลานกว้างของวัดแคบไปถนัด เมื่อมีร้านรวงเล็กๆ น้อยๆ ขายของกินของใช้ และของเด็กเล่น รวมถึงพวกเกมต่างๆ ตั้งแผงแน่นขนัด ผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชมไม่ขาดสาย ผู้ใหญ่ต่างหอบลูกจูงหลานเข้ามาเที่ยว หนุ่มสาวต่างจูงมือจูงไม้พากันลัดเลาะไปตามซุ้มตามร้านรวง บ้างก็ก่อปราสาททรายกลายเป็นภาพน่ารักน่าเอ็นดู

นายตำรวจหนุ่มยศพันโท พาภรรยา ลูกชายวัยแปดขวบ และลูกสาววัยสองขวบเข้ามาเที่ยวงานในค่ำคืนนี้ด้วย

“คนเยอะมากเลยนะคะพี่” พรพรรณ ภรรยาสาววัยยี่สิบห้าพูดกับสามียิ้มๆ

“อืม ปีนี้บ้านเราจัดงานใหญ่ผู้คนจากจังหวัดใกล้เคียงก็มาเที่ยวกันเยอะจ้ะพรรณ แล้วที่นี่ก็ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ คนเลยมาเยอะ พี่ว่าเราพาตาพันกับยายหนูพลอยไปตรงโน้นดีกว่านะ ตรงนี้คนเยอะมาก ว่าไงครับพิมพ์พลอย ไปนั่งชิงช้าสวรรค์กันไหมลูก โน้น...สูงๆ โน่นแน่ะ เห็นมั้ยลูก พันล่ะอยากขึ้นชิงช้าสวรรค์ไหม” อุทิศชี้ชวนลูกสาวตัวน้อยให้ดูชิงช้าวงใหญ่ที่กำลังหมุนเป็นวงกลม แล้วหันไปถามลูกชาย

หนูน้อยพิมพ์พลอยดูท่าว่าจะตื่นเต้นมาก ร้องเสียงดังพลางฉุดมือพ่อและแม่ให้ตรงไปที่เครื่องเล่นที่หมายตาเอาไว้

“พ่อ...เล่น...เล่น”

แต่พันศึกกลับส่ายหน้า...

“ผมอยากยิงปืนครับพ่อ แต่เราพาน้องพลอยไปขึ้นชิงช้าก่อนก็ได้ครับ”

“เอางั้นก็เอา ดูสิน้องสาวเราดึงมือแม่ใหญ่แล้ว” อุทิศลูบผมลูกสาวตัวน้อยพูดยิ้มๆ

“เบาๆ จ้ะยายหนู ดูสิคะคุณ ลูกอยากจะเล่นใหญ่เลย” พรพรรณพูดยิ้มๆ เมื่อเจ้าตัวเล็กดึงรั้งทั้งเธอและเขายกใหญ่ปากก็ร้องลั่นจะเล่นท่าเดียว

นายตำรวจหนุ่มยิ้มกว้าง คว้าเอาลูกสาวตัวน้อยมาอุ้ม ฝ่ายภรรยาจูงมือลูกชายคนเก่ง

“งั้นไปกันเลย ไปครับคุณ ไปลูก...ตาพัน”

สี่คนพ่อแม่ลูกตรงไปยังชิงช้าสวรรค์ซึ่งอยู่อีกด้านของงานซึ่งมีคนต่อคิวซื้อตั๋วกันหนาแน่น ทั้งผู้ใหญ่ ลูกเล็กเด็กแดง และบรรดาหนุ่มสาวที่เกี่ยวก้อยกันเข้ามาเที่ยวในงาน

ขณะที่ยืนรอ อุทิศก็วางลูกสาวตัวน้อยลงให้อยู่กับผู้เป็นภรรยาเพื่อที่ว่าตนเองจะได้ไปเข้าแถวต่อคิวซื้อตั๋ว เสียงประกาศจากซุ้มต่างๆ ดังแข่งกันทั้งตะโกนด้วยปากและตะโกนผ่านเครื่องขยายเสียงขนาดเล็กแบบโทรโข่ง เรียกความสนใจจากผู้คนที่เดินไปมารวมทั้งพรพรรณด้วย อีกทั้งลูกชายก็ชี้ไปทางที่เขายิงปืนกันให้เธอดู เพียงชั่ววินาทีที่เธอหันไปมอง มือเล็กๆ ของลูกสาวก็หลุดออกไปจากการจับกุม เพราะเด็กน้อยมองเห็นขนมสีสันอ่อนๆ ฟองฟูของสายไหมดึงดูดล่อใจให้เดินไปหา ลืมพ่อและแม่ไปชั่วขณะ

ปัง ปัง ปัง!!!!

เสียงวี้ดว้าย เสียงร้องไห้ระงมดังเซ็งแซ่ขึ้นเมื่อสิ้นเสียงกัมปนาท ความชุลมุนโกลาหลเกิดขึ้น ณ เวลานั้นเอง เมื่อมีอันธพาลไล่ทำร้ายคู่อริวิ่งเข้ามาในบริเวณวัด

“คุณคะ”

พรพรรณคว้าลูกชายมากอด ผวาเข้าคว้าแขนสามี หน้าตาตื่นตกใจสุดขีด ต่างคนต่างหลบกันจ้าละหวั่น เกรงจะได้รับลูกหลงจากเสียงปืนนั้น

“เป็นอะไรรึเปล่าพร ลูกพัน แล้วยายพลอยล่ะ!” นายตำรวจหนุ่มหน้าตื่นบ้างเมื่อมองไม่เห็นร่างน้อยๆ ของบุตรสาว

“ยายพลอย...”

“น้องพลอย...”

พรพรรณกรีดร้องบ้างเมื่อนึกขึ้นมาได้ แต่ก็ช้าเกินไปเสียแล้ว เมื่อคลื่นมหาชนมากมายหลั่งไหลกันมาทางพวกเธอแล้วผลักดันให้ต้องถอยออกห่างจากบริเวณนั้น

อุทิศพยายามชะเง้อหาลูกสาวด้วยความเป็นห่วง หัวใจของพ่อและแม่แทบแตกสลายเมื่อมองไม่เห็นลูก ผู้คนที่เบียดเสียดกันเข้ามาบังร่างน้อยๆ ที่ร้องจ้าเพราะความหวาดกลัวตกใจจนหมดสิ้น พอๆ กับที่หนูน้อยถูกดันจนแยกไปอีกทาง แยกห่างจากพ่อและแม่ออกไป

เมื่อสิ้นเสียงปืน เหล่าผู้รักษากฎหมายและผู้ที่มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยเข้ามาไล่ล่าผู้ก่อความไม่สงบ ทั่วบริเวณวัดก็กลับมาครึกครื้นอีกครั้งราวกับว่าไม่เคยมีเหตุระทึกเกิดขึ้น อุทิศกับพรพรรณกับลูกชายตัวน้อยรีบเร่งเดินตามหาลูกสาวไปทั่วทั้งงานด้วยความรักและเป็นห่วงสุดหัวใจ

ณ มุมเล็กๆ ด้านหนึ่งเลยออกไปจากบริเวณงาน เด็กน้อยร้องจ้าหาพ่อและแม่ เรียกความสนใจจากชายฉกรรจ์สองคนที่กำลังผ่านมาทางนี้พอดี

“เด็กที่ไหนวะ” มันทั้งสองคนมองหน้ากัน ปรี่เข้าไปหา

“ร้องไห้ทำไมจ๊ะหนูน้อย พ่อแม่หนูไปไหน”

“จะหาพ่อ จะหาแม่” หนูน้อยพิมพ์พลอยร้องลั่น ควบกันการสะอึกสะอื้นร่ำไห้

ผู้ใหญ่สองคนมองหน้ากัน รอยยิ้มน้อยๆ ปรากฏบนมุมปากของมันทั้งสอง

“ท่าจะเด็กหลงว่ะลูกพี่”

“เออ นั่นสิวะสงสัยจะลูกคนมีเงิน ผิวพรรณดีแบบนี้”

“แบบนี้ แม่เลี้ยงท่าจะชอบพี่ว่าไหม”

ชายทั้งสองกระซิบกระซาบคุยกันเบาๆ พวกมันมองซ้ายมองขวาดูว่าไม่มีใครผ่านมาทางนี้ แล้วไอ้คนที่ถูกเรียกว่าลูกพี่จึงขยับเข้าไปหาหนูน้อยอีกครั้ง

“หลงกับพ่อแม่เหรอ เอางี้มากับลุงดีกว่า เดี๋ยวลุงจะพาไปหาแม่นะ”

“หาแม่...หาแม่...”

เด็กน้อยวัยสองขวบจับมือที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างว่าง่าย รู้แต่ว่าลุงใจดีคนนี้จะพาไปหาพ่อกับแม่ ด้วยความขาวบริสุทธิ์ไม่ได้รู้เลยว่าโลกใบนี้ยังมีอันตรายเกินกว่าที่เด็กวัยสองขวบเศษจะรับมือได้

“ใช่ๆ เดี๋ยวจะพาไปหาแม่ พี่เห็นแม่หนูอยู่ตรงโน้นแน่ะ” เจ้าคนเป็นลูกน้องบอกพลางยิ้มให้ แถมมันยังใจดีแวะซื้อน้ำและขนมจากร้านที่ขายอยู่ห่างๆ จากงานให้อีกด้วย

สองเสือร้ายหันมองหน้ากันแล้วยิ้ม ไม่คิดว่าแค่แวะมาเที่ยวงานซึ่งเป็นทางผ่านการมาทำงานบางชิ้นจะทำให้พวกมันได้ส้มหล่นติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

อนิจจาเด็กน้อยผู้ใสสะอาดหารู้ไม่ว่าเส้นทางชีวิตของตนเองกำลังก้าวเข้าสู่มุมมืดเข้าไปทุกทีๆ

อ่านต่อ

สารบัญ เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยอมรับหน้าที่อุ้มบุญให้แก่ชายปริศนาตามข้อตกลง แต่แล้วเธอกลับต้องเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นในวัยเด็กเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของครอบครัว แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นด้วยความห่างเหินและเย็นชา ทว่าวันเวลาที่ได้ใกล้ชิดกันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงความรู้สึกจนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วก่อนถึงกำหนดคลอดเพียงไม่นาน สามีกลับยื่นใบหย่าให้จนเธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าในท้ายที่สุด เขากลับเผยความจริงที่เก็บงำไว้ว่าเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้สมรสกับชายในดวงใจที่เธอหลงรักมาตั้งแต่เด็ก ทว่าชีวิตแต่งงานกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสามีผู้นิ่งเฉยไม่ยอมร่วมหอเคียงคู่ เธอจึงต้องขุดสารพัดตำรามารยาหญิงมาใช้เพื่อมัดใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังได้รับคำแนะนำเคล็ดลับการครองเรือนจากแม่สามี ที่เน้นย้ำถึงการสัมผัสแนบชิดทางกายแบบไร้สิ่งใดขวางกั้น เมื่อสาวน้อยจอมซนได้เห็นแผงอกล่ำสันของสามีเต็มตา เธอจึงต้องเร่งเรียนรู้ศาสตร์แห่งการปรนนิบัติอย่างจริงจัง เพื่อเปลี่ยนความขัดเขินให้เป็นเสน่ห์อันเย้ายวนใจ หวังเผด็จศึกและครองคู่กับสามีอย่างสมบูรณ์ในเรือนหอแห่งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอขัดดอก
9.1
อลินชาต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตชีวิตเมื่อเธอต้องกลายเป็นนางบำเรอขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลล้นมือ ผู้ซึ่งไม่เคยปิดบังความปรารถนาอันร้อนแรงที่มีต่อเธอเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความกดดันรอบด้านและความต้องการที่คุกรุ่น พ่อเลี้ยงหนุ่มกลับยิ่งพึงพอใจและเฝ้ารอคอยที่จะได้ครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบในเร็ววัน แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามต่อต้านด้วยความหวาดหวั่นและประหม่าเพียงใด แต่เขากลับยิ่งเดินหน้าหยอกเย้าและรุกรานเข้าสู่หัวใจของเธออย่างย่ามใจ ภายใต้ข้อผูกมัดแห่งพันธสัญญาเสน่หาที่เธอไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อพล็อตนิยายเดิมถูกคนเกิดใหม่แก้ไขจนพังยับเยิน หญิงสาวที่ทะลุมิติมาเข้าร่างของภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหนีออกจากจวน เพื่อออกเดินทางท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวสุดกวน ทว่าชีวิตใหม่ในโลกแฟนตาซีครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและเรื่องราวสุดแปลกประหลาดอย่างคาดไม่ถึง เธอต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้เคล็ดวิชาน้ำเต้าหู้สังหารศัตรูอย่างพิสดาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางตัวดีที่เรียกร้องจะกินแต่หมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางอันตรายและความวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาในโลกใบ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์