APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง Sign on love   เดิมพันรัก มาเฟียร้าย

Sign on love เดิมพันรัก มาเฟียร้าย

9.0 / 10.0
มินตรา นักแสดงสาวผู้มีภาพลักษณ์แสนหยิ่งยโส ยอมใช้เสน่ห์ทุกรูปแบบเพื่อล่อลวง กรรฐ์ มาเฟียหนุ่มสุดเย็นชาในคราบหมอให้ตกหลุมรัก ทว่าในเกมหัวใจที่ต่างฝ่ายต่างซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย เธอหารู้ไม่ว่าเขาได้ถลำลึกในบ่วงรักนี้ไปนานแล้ว การเดิมพันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบ เพื่อดูว่าใครจะยอมเผยความในใจก่อนกัน ในเมื่อความรักถูกใช้เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการพิชิตใจมาเฟียร้ายคนนี้

Sign on love เดิมพันรัก มาเฟียร้าย ตอนที่ 1

คลับ

ค็อกเทลบาร์

“Old Fashioned ที่คุณสั่งได้แล้วครับ”

กรรฐ์ดึงสายตาที่กำลังจ้องมองบรรยากาศเรื่อยเปื่อยโดยรอบกลับคืนมาด้วยท่าทีเกียจคร้านเมื่อได้ยินว่าค็อกเทลที่เขาสั่งเอาไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วกรรฐ์สูดกลิ่นหอมของเปลือกส้มตากแห้งที่แต่งหน้าวางอยู่บนน้ำแข็งด้วยความสดชื่นก่อนที่นิ้วเรียวยาวขาวเนียนดุจหยกจะยื่นไปหยิบแก้วค็อกเทลที่อยู่ตรงหน้าขึ้นจิบช้าๆในใจพลันรู้สึกว่า...

‘รสชาติดีแต่ไม่ใช่ดีที่สุด…’

“อืม รสชาติพอใช้”

รอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าของไวนพลันแข็งค้างเมื่อคำชมที่เขาหวังจะได้ยินกลายเป็นคำพูดที่ไม่น่าฟังเลยสักนิดที่ผ่านมาเขาพยายามฝึกปรือฝีมือการชงค็อกเทลเพื่อให้ได้รับการยอมรับและคำชมจากเหล่านักท่องราตรีมาโดยตลอดซึ่งเขาก็ทำสำเร็จแต่ดูเหมือนว่าสำหรับคนตรงหน้าแล้วฝีมือของเขานั้นคงจะยังไม่ถูกใจอีกฝ่ายสักเท่าไหร่คำชมที่ได้รับจึงอยู่ในระดับแค่ ‘รสชาติพอใช้’ เท่านั้น

ถึงแม้ว่าในใจของไวน์จะรู้สึกขุ่นเคืองใจกับคำพูดของอีกฝ่ายมากแค่ไหนเขาก็ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับคำติชมที่ไม่เต็มใจยอมรับนี้เอาไว้พร้อมกล้ำกลืนความไม่พอใจเอาไว้เต็มท้องเท่านั้นเขาก็แค่ลูกจ้างคนหนึ่งจะไปมีสิทธิ์มีเสียงต่อว่าลูกค้าที่คือพระเจ้าได้อย่างไรเมื่อคิดมาถึงความจริงข้อนี้สีหน้าของไวน์ก็พลันหม่นหมองลงอย่างเห็นได้

“อยากชงค็อกเทลให้อร่อยกว่านี้ไหม ?”

คิ้วหนาเข้มที่ขมวดแน่นกับสายตาขุ่นเคืองคู่หนึ่งพลันคืบคลานเข้ามาใกล้เกือบจะเรียกได้ว่าชนจมูกเมื่อได้ยินคำถามจากหนุ่มหล่อตรงหน้าที่ยังคงนั่งจิบค็อกเทลด้วยท่าทีที่แฝงไปด้วยความเกียจคร้านเช่นเคย

“ถามแบบนี้พี่จะสอนผมหรือไง ? หรือว่าจะส่งผมไปเรียนเพิ่มแล้วมาชงให้พี่ชมว่ารสชาติดีมาก”

    มุมปากของกรรฐ์พลันกดลึกปรากฏเป็นรอยยิ้มที่มองแล้วแฝงไปด้วยความเสเพลอยู่หลายส่วนเมื่อได้ยินคำพูดยียวนคล้ายต้องการหาเรื่องเขาของอีกฝ่ายก่อนที่ดวงตาดอกท้อที่เจือรอยยิ้มบางเบาจะสบเข้ากับสายตาที่แฝงไปด้วยความน้อยใจราวกับได้รับความไม่เป็นธรรมของเด็กหนุ่มนิ้วเรียวยาวขาวราวหยกงามเคาะลงบนเคาน์เตอร์บาร์เบาๆราวกับกำลังใช้ความคิด

“อืม ฉันจะสอนนายเองรับรองว่ารสชาติดีกว่าแก้วนี้ที่นายชงแน่นอน”

ความยินดีพลันฉายชัดอยู่ในดวงตาของเด็กหนุ่มก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็วดวงตาของไวน์หรี่ลงเล็กน้อยพร้อมจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าอย่างคลางแคลงใจนี่เขาพูดจริงจากใจหรือว่าพูดเล่นเอาฮากันแน่อย่างเขาเนี่ยนะจะชงค็อกเทลเป็น ?

“ทำหน้าแบบนี้ไม่เชื่ออะดิ หึ นายคิดว่าคนอย่างฉันมีดีแค่หน้าตาหรือไงลองนายได้รู้จักฉันจริงๆนิ้วมือสิบนิ้วยังไม่พอให้นับถึงความสามารถที่มีของฉันเลย”

คำพูดโอ้อวดของพี่ชายรูปหล่อทำให้ไวน์เผลอเบะปากท่าทางของเด็กหนุ่มในตอนนี้คล้ายกำลังบอกให้กรรฐ์เลิกพูดเรื่องไร้สาระสักทีเถอะเขาทนฟังต่อไปไม่ไหวอีกแล้วกรรฐ์ที่เห็นว่าเด็กหนุ่มไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูดก็ไม่อยากเสียเวลาพูดมากอีกต่อไปเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินอ้อมไปยังด้านหลังเคาน์เตอร์แล้วยกนิ้วชี้บอกให้ไวน์หลบไปซึ่งไวน์ก็ยอมถอยหลบไปยืนอยู่ด้านหลังเขาแต่โดยดี

ดวงตาคู่คมไล่มองส่วนผสมที่อยู่ตรงหน้าพร้อมยื่นมือที่ขาวราวกับหยกชั้นดีหยิบแก้วจากที่วางมาใบหนึ่งก่อนที่กรรฐ์จะเริ่มผสมเหล้าตามสูตรด้วยความรวดเร็วโดยที่ไม่มีการวัดตวงใดๆทั้งสิ้นเขาอาศัยการคาดคะเนจากสายตาที่ผ่านการชงค็อกเทลมานับครั้งไม่ถ้วนและเทส่วนผสมของค็อกเทลที่มีชื่อเรียกว่า Singapore Sling ลงไปในแก้วด้วยความรวดเร็วกรรฐ์ใช้เวลาเพียงห้านาทีก็ผลักแก้วเหล้าที่เสร็จเรียบร้อยมาตรงหน้าของไวน์ที่กำลังยืนอึ้งด้วยความตกใจ

นะ นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกันเครื่องดื่มแต่ละแก้วตัวเขาเองยังใช้เวลาสิบถึงสิบห้านาทีขนาดพี่ตะวันที่สอนเขายังใช้เวลาตั้งสิบนาทีแต่ผู้ชายคนนี้กลับใช้เวลาเพียงห้านาทีแถมสายตาของเขายังดีมากอีกด้วยเทส่วนผสมลงไปโดยที่ไม่มีการวัดตวงที่สำคัญไม่มีการหยิบผิดหรือหยิบสลับเลยแม้แต่น้อยการชงเครื่องดื่มที่รวดเร็วและชำนาญขนาดนี้มีแต่คนที่ผ่านการชงมานับครั้งไม่ถ้วนเท่านั้นแหละที่สามารถทำได้

“อ้าว มัวแต่ยืนอึ้งอยู่ทำไม ? ลองชิมดูสิ”

ใบหน้าหล่อเหลาของกรรฐ์ยกยิ้มจนตาหยีทำเอาไวน์ถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะที่ผ่านมาเขาพบเจอกับผู้คนมามากหน้าหลายตาไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือนักร้องแถวหน้าชื่อดังของวงการแต่ไม่มีใครที่ทำให้ไวน์รู้สึกว่าหน้าตาของเขานั้นหล่อเหลาสะกดตาคนมองได้เท่ากับผู้ชายที่กำลังส่งยิ้มให้เขาคนนี้เลยในใจของเด็กหนุ่มพลันบังเกิดความรู้สึกอิจฉาอยู่เล็กน้อยจนทำให้เขาถึงกับเหม่อไปชั่วขณะ

ป๊อก

“อูย เจ็บ”

นิ้วเรียวที่เคาะลงบนหน้าผากของไวน์ทำให้ความคิดที่กำลังอิจฉาคนตรงหน้าถูกดึงกลับมาไวน์ยกมือขึ้นลูบบริเวณที่ถูกกรรฐ์ดีดด้วยความเจ็บ

“จ้องหน้าฉันตาไม่กระพริบแบบนี้แอบชอบกันอยู่หรือไง หืม ?”

  คำพูดชวนขนหัวลุกของกรรฐ์ทำให้ไวน์ถอยออกห่างจากเขาเล็กน้อยปากก็เอ่ยแก้ตัวด้วยความร้อนรน

   “ผมไม่ได้แอบชอบพี่สักหน่อยถึงพี่จะหน้าตาดีกว่าผู้ชายทุกคนที่ผมเคยเจอแต่ผมผู้ชายทั้งแท่งนะครับ”

   “อ้อ ไอ้เราก็นึกว่าจะแอบชอบกันแล้วซะอีก”

กรรฐ์เอ่ยสัพยอกเด็กหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาดอกท้อคู่งามเจือไปด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้คนหลงใหลก่อนที่เขาจะดันแก้วเหล้ามาตรงหน้าของไวน์ที่รีบยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบทันทีที่ลิ้นของเขาสัมผัสกับรสชาติของเหล้าที่หอมหวานดวงตาของไวน์พลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

    ‘เหล้าแก้วนี้รสชาติดีเกินไปแล้ว’

 “อืม รสชาติดีมาก”

   ไวน์เอ่ยขึ้นอย่างไม่ตระหนี่ถี่เหนียวคำชมในขณะที่คนถูกชมก็พยักหน้ารับอย่างไม่เกรงใจเช่นกัน

    “เหล้ารสชาติจะดีหรือไม่ดีก็ต้องดูด้วยว่าใครเป็นคนชง”

   กรรฐ์เอ่ยชื่นชมตัวเองอย่างไม่นึกกระดากปากเลยแม้แต่น้อยในขณะที่ไวน์เองก็ต้องยอมรับว่าฝีมือการชงเหล้าของพี่ชายรูปหล่อคนนี้นั้นดีมากจริงๆ

    “ผมขอฝากเนื้อฝากตัว...”

   “Dry Martini แก้วหนึ่งค่ะ”

ในขณะที่ไวน์กำลังจะเอ่ยขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของกรรฐ์เสียงหวานใสก็ดังขึ้นแทรกเข้ามาก่อนทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะหันไปมองยังมาผู้มาใหม่ที่ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางเกียจคร้านแต่กลับชวนให้คนมองไม่อาจละสายตาจากไปได้ มินตราฟุบใบหน้าลงบนเคาน์เตอร์บาร์อย่างไม่คิดที่จะรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดีต่อให้มีคนแอบถ่ายรูปของเธอไปนั่งเทียนเขียนข่าวในทางที่ไม่ดีเธอก็ไม่คิดจะสนใจคนอย่างเธอเคยสนใจพวกข่าวไร้สาระแบบนั้นที่ไหนกัน

ดวงตาดอกท้อคู่งามของกรรฐ์พลันยกยิ้มจนตาหยีโค้งราวกับพระจันทร์เสี้ยวเมื่อเห็นว่าลูกค้าที่เข้ามาใหม่คือใครก่อนที่รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจจะหุบลงทันทีเมื่อเห็นว่าไวน์กำลังหรี่ตาจ้องมาที่เขาด้วยสายตาจับผิดในที่สุดคนที่เขารอคอยก็มาถึงสักทีกรรฐ์ยื่นมือไปผลักไวน์ให้หลบพ้นทางก่อนที่เขาจะลงมือชง Dry Martini ให้มินตราด้วยตัวเอง

“Dry Martini ได้แล้วครับ”

น้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นหูทำให้มินตราที่จิตใจกำลังห่อเหี่ยวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาดวงตาคู่สวยที่ดูไม่สบอารมณ์พลันเปลี่ยนเป็นความความตื่นเต้นดีใจเมื่อเห็นว่าใครที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ

 “ไหนคุณบอกว่าไม่ว่างไงแล้วใครกันน้าที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีนตอนนี้ ?”

   มินตราเท้าคางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของกรรฐ์ด้วยแววตากรุ้มกริ่มนิ้วมือพลันยื่นไปจิ้มหน้าอกของเขาอย่างต้องการหยอกล้อในขณะที่ไวน์เลิกคิ้วจ้องหน้ามินตราและกรรฐ์สลับกันไปมาด้วยแววตาสนใจใคร่รู้หน้าตาท่าทางที่ดูผิดปกติของทั้งคู่ทำให้ไวน์แอบคาดเดาอยู่ในใจว่าทั้งคู่ต้องมีซัมติงกันอย่างแน่นอนไวน์ฟันธง!

  “ตอนนั้นผมไม่ว่างจริงๆนี่นาแต่ว่าตอนนี้ว่างแล้วครับแถมยังว่างทั้งคืนไปจนถึงเช้า”

คำตอบที่แฝงไปด้วยความนัยของกรรฐ์ทำให้หัวใจของมินตราเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกในใจพลันคาดหวังถึงบางสิ่งบางอย่างด้วยความรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนแทบอยากจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดีแต่สุดท้ายก็จำต้องเก็บความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้แล้วแสร้งทำเป็นแง่งอนอย่างน่ารักน่าเอ็นดูชวนให้หัวใจของกรรฐ์รู้สึกคันยุบยิบราวกับมีมดนับพันกำลังไต่ไปมา

  “เหอะ คนโกหกเป็นห่วงมีนก็บอกมาเถอะไม่ต้องทำมาเป็นปากแข็ง”

มินตราย่นจมูกใส่คนหน้าตายด้วยความหมั่นไส้ก่อนที่เธอจะยกแก้วเหล้ากระดกรวดเดียวหมดแก้วโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสีทั้ง ๆ ที่ความขมปร่าแสบคอกำลังไหลลงสู่กระเพาะชวนให้ร่างกายรู้สึกร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก

 “อืม ผมโกหกคุณจริงๆนั้นแหละความจริงแล้วผมเป็นห่วงคุณมาก”

เมื่อได้ยินกรรฐ์ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาอารมณ์ของมินตราก็พลันดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัดบรรยากาศรอบตัวคล้ายกับมีดอกไม้ผลิบานส่งกลิ่นหอมฟุ้งเต็มไปหมด

   “ในที่สุดคุณก็ยอมรับแล้วเป็นห่วงมีน”

 มินตราแย้มยิ้มด้วยความเบิกบานใจอย่างถึงที่สุดก่อนที่เธอจะกลับมานั่งเท้าคางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของกรรฐ์ด้วยแววตาหลงใหลในขณะที่กรรฐ์เองก็ไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาที่ร้อนแรงของเธอแต่อย่างใด

“เฮ้อ หล่อเกินไปจนใจเจ็บมีนหลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วรู้ไหมคะ ?”

มินตราสารภาพความในใจออกมาอย่างไร้ซึ่งความเขินอายก่อนที่เธอจะยกนิ้วชี้โบกไปมาทำให้ไวน์ที่ลอบสังเกตท่าทีของหนุ่มสาวทั้งสองคนอยู่ห่างๆพลันเข้าใจความหมายที่มินตราต้องการจะสื่อในทันที

“เพิ่งดื่มไปแก้วเดียวก็เพ้อนี่คุณกำลังเมาเหล้าหรือเมารักกันแน่ ?”

คำพูดของหยอกล้อมินตราของกรรฐ์ทำให้มือของไวน์ที่กำลังชงค็อกเทลถึงกับชะงักนี่เขากำลังได้ยินเรื่องอะไรกันคำพูดนี้ของลูกพี่กรรฐ์หมายความว่าคุณมินตรากำลังตำหลุมรักลูกพี่ของเขาใช่ไหม ?

"แน่นอนว่าต้องเมารักอยู่แล้วแถมยังเมาหนักมากด้วยคุณว่ามีนต้องทำยังไงดีถึงจะสร่างจากอาการเมารักในครั้งนี้ได้ ?"

วาจาที่ฟังดูคล้ายสาวน้อยที่กำลังเพ้อเพราะตกอยู่ในห้วงแห่งความรักของมินตราทำให้ความรู้สึกลำคอแห้งผากของกรรฐ์กลับมาอีกครั้งก่อนที่เขาจะยื่นมือไปหยิบค็อกเทลที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมาดื่มเพื่อดับความรู้สึกร้อนรุ่มที่เต็มไปด้วยความกระหายอยากในบางสิ่งบางอย่าง

"เมาเหล้านอนตื่นเดียวก็หายแต่ถ้าเมารักก็คงต้องนอนกับผมแล้วล่ะคุณถึงจะหายเมา"

ดวงตาของมินตราพลันเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของกรรฐ์ดังขึ้นอยู่ข้างใบหูอย่างชัดเจนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาที่ค่อยๆผละจากไปทำให้มินตรารู้สึกอาวรณ์อย่างไม่บอกไม่ถูกทันใดนั้นมินตราก็ยื่นมือไปหยิบแก้วเหล้าที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมากระดกรวดเดียวจนหมดแก้วก่อนที่เธอจะเงยหน้าเรียวเล็กขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของกรรฐ์พร้อมเอ่ยถามถึงสิ่งที่เธอเพิ่งตัดสินใจไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

   “คุณ..อึก นอนด้วยกันไหม ? “

กรรฐ์รู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินคำถามของมินตราเขาไม่คิดเลยว่าคำพูดล้อเล่นของตัวเองจะทำให้เธอคิดจริงจังถึงขั้นตัดสินใจเอ่ยชวนเขาด้วยแววตาที่ทั้งดื่มด่ำและลุ่มหลงในตัวเขาเช่นนี้

“อืม เอาสิ สดหรือใส่ถุงดีล่ะ? “

ดวงตาคู่สวยที่ติดตรึงอยู่บนใบหน้าของกรรฐ์พลันเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำตอบของเขาริมฝีปากอวบอิ่มของเธอเผยอเล็กน้อยด้วยความตกใจกว่าจะรู้ตัวว่าหลุดปากพูดอะไรออกไปอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของเขาก็พันธนาการเธอเอาไว้ในอ้อมกอดเสียแล้ว

“ชวนผมขึ้นเตียงแล้วห้ามกลับคำคนอย่างผมพูดแล้วต้องทำต่อให้คุณรู้สึกเสียใจทีหลังก็ช่วยไม่ได้”

    กรรฐ์ไม่ให้เวลามินตราได้คิดทบทวนคำพูดของเธอเลยสักนิดเขาหยิบการ์ดสีดำใบหนึ่งวางลงตรงหน้าเด็กหนุ่มที่เพิ่งกลับเข้ามาพร้อมโอบเอวมินตราที่ยังคงอยู่ในอาการสับสนและมึนงงเดินจากไปส่วนไวน์ที่เพิ่งมาถึงได้แต่ยกมือขึ้นเกาศีรษะพร้อมมองแผ่นหลังของทั้งคู่ที่เดินจากไปด้วยความงุนงง

อ่านต่อ

สารบัญ Sign on love เดิมพันรัก มาเฟียร้าย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
เมื่อแหวนเพชรล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของปู่สูญหายไป คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง จึงต้องเดินทางมาประเทศไทยเพื่อสืบหาความจริง จนกระทั่งเขาได้พบว่าเครื่องประดับแสนสำคัญชิ้นนั้นตกไปอยู่ในมือของน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างมีเงื่อนงำ ชายหนุ่มปักใจเชื่อทันทีว่าเธอคือหัวขโมยที่ไร้ยางอาย เขาจึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเค้นหาความจริงด้วยตัวเอง ฝ่ายน้ำรินที่จู่ๆ ต้องกลายเป็นอาชญากรในสายตาของเขาก็พยายามต่อสู้และยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่ามีคนมอบแหวนวงนี้ให้เธอมาอย่างถูกต้อง ท่ามกลางความขัดแย้งและความแค้นที่ก่อตัวขึ้น ปริศนาเบื้องหลังอัญมณีชิ้นนี้กำลังรอให้พวกเขาร่วมกันพิสูจน์ความจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
หกปีเต็มที่สเตลล่าต้องเผชิญความทุกข์ทรมานในชีวิตแต่งงานราวกับทาส แต่เมื่อเวย์ลอนผู้เป็นสามีเอ่ยปากไล่ให้เธอหย่าและย้ายออกไป เพื่อเปิดทางให้คนรักเก่าของเขาเข้ามาแทนที่ เธอจึงตัดสินใจก้าวเดินจากไปอย่างไม่ใยดี ทว่าในยามที่เธอเริ่มสร้างชีวิตใหม่และกำลังจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับทนไม่ได้ด้วยความหึงหวงจนแทบบ้า เขาพยายามเข้ามาวุ่นวายและแทรกแซงในชีวิตของเธออีกครั้ง แต่ในวันนี้สเตลล่าคนเดิมได้เปลี่ยนไปแล้ว เธอเลือกที่จะตอบโต้อดีตสามีอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องชีวิตอิสระและหัวใจของตัวเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้สมรสกับชายในดวงใจที่เธอหลงรักมาตั้งแต่เด็ก ทว่าชีวิตแต่งงานกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อสามีผู้นิ่งเฉยไม่ยอมร่วมหอเคียงคู่ เธอจึงต้องขุดสารพัดตำรามารยาหญิงมาใช้เพื่อมัดใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังได้รับคำแนะนำเคล็ดลับการครองเรือนจากแม่สามี ที่เน้นย้ำถึงการสัมผัสแนบชิดทางกายแบบไร้สิ่งใดขวางกั้น เมื่อสาวน้อยจอมซนได้เห็นแผงอกล่ำสันของสามีเต็มตา เธอจึงต้องเร่งเรียนรู้ศาสตร์แห่งการปรนนิบัติอย่างจริงจัง เพื่อเปลี่ยนความขัดเขินให้เป็นเสน่ห์อันเย้ายวนใจ หวังเผด็จศึกและครองคู่กับสามีอย่างสมบูรณ์ในเรือนหอแห่งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์