APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]

Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]

เมื่อ เจเรมี เมอร์ซี ทายาทตระกูลผู้นำกลับไม่ได้เป็นอัลฟ่าอย่างที่คิด แต่กลับกลายเป็นโอเมก้าในโลกที่ตัดสินคนด้วยเพศสภาพ เขาจึงถูกลดฐานะลงสู่จุดต่ำสุด และจำใจต้องเข้าร่วมเกมล่าชีวิตสุดโหดเพื่อปกป้องคนสำคัญที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ในสมรภูมิแห่งนี้เขาได้เผชิญหน้ากับ คริส ฟ็อกซ์ อัลฟ่านักโทษกบฏผู้หวังครอบครองตัวเขาเพื่อแลกกับอิสรภาพของตนเอง ท่ามกลางการเข่นฆ่าที่ไร้ทางออก เจเรมีต้องเลือกระหว่างการกำจัดทุกคนเพื่อชิงชัยชนะ หรือยอมจำนนต่ออัลฟ่าเพื่อรักษาชีวิตคนที่รักเอาไว้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เอาอีกแล้ว...

ศาสตราจารย์รำพึงในใจขึ้นมาทันที สุดท้ายก็กลายเป็นเรื่องที่เจเรมีมักพูดบ่อยๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายหนุ่มคนนั้นถามอะไรทำนองนี้ และไม่ใช่กับเขาคนเดียวด้วย เจเรมีมักจะมีแนวความคิดต่อต้านสังคมแบบนี้เสมอ ตั้งแต่เข้ามาศึกษาในสถาบันแห่งนี้ก็ไม่เคยมีผู้สอนคนไหนรอดพ้นไปจากคำถามท้าทายเชิงต่อต้านสังคมเลยสักคน แรกๆ ก็ตกใจ ผ่านไปสักพักก็รู้สึกว่าท้าทาย หากหลังๆ ชักกลายเป็นความน่ารำคาญ เขาเองก็ไม่อยากจะตอบสักเท่าไหร่นักด้วยรู้ว่าถ้าตอบไปแล้ว คำถามอื่นๆ ต้องตามมาแน่จึงได้แต่เบนความสนใจไปเป็นการตักเตือน

“ความคิดต่อต้านสิ่งที่เป็นบรรทัดฐานของสังคมนี่ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะคุณเมอร์ซี”

“จะบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถามต่ออะไรก็แล้วแต่ที่สังคมบอกว่าดีงั้นสิ” เจเรมีเลิกคิ้วสูง สีหน้ากวนประสาทปรากฏออกมาให้เห็นชัดเจน “น่าเสียดาย นึกว่าคุณจะมีความสามารถพอที่จะตอบคำถามผมซะอีก”

คนมองต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากทีเดียวที่จะไม่หัวเสียกับคำพูดท้าทายของชายหนุ่มรุ่นลูกก่อนอธิบายออกไป

“ผมก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่สิ่งที่คนรุ่นก่อนคิดและวางแบบแผนให้มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว คุณไม่ต้องนึกสงสัยหรอก ถ้ามันไม่ดีจริงคงจะไม่ยึดถือปฏิบัติกันมาหลายทศวรรษ”

การเลี่ยงที่จะตอบคำถามแบบขอไปทีทำให้เจเรมีพูดขึ้นมาลอยๆ

“คิดกันไปเองว่าดีล่ะสิไม่ว่า”

พูดแล้วก็จับจ้องยังใบหน้าของชายวัยกลางคนตรงหน้า คนอาวุโสกว่าไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขามากนัก ต่อปากต่อคำไปก็รังแต่จะเสียเวลา ซ้ำยังทำให้อารมณ์เสีย ตอนนี้บรรยากาศในคลาสเรียนก็เริ่มกร่อยแล้วด้วย ตัดบทไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราวเลยจะดีกว่า

“จะคิดยังไงก็เอาเถอะคุณเมอร์ซี แต่ผมขอเตือนไว้อย่างนึง”

เจเรมีเลิกคิ้วสูง

“ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเสนอความเห็นอะไรที่มีแนวโน้มเอื้อผลประโยชน์ให้กับพวกโอเมก้า สำหรับตอนนี้น่ะอาจจะถามได้เพราะคุณกำลังศึกษาในสถาบัน แต่ถ้าคุณออกจากที่นี่ไป และพูดอะไรทำนองนี้ในชีวิตจริง ระวังจะใช้ชีวิตไม่ราบรื่นนะ อย่าลืมว่าคุณไม่ใช่โอเมก้า ไม่ต้องเรียกร้องสิทธิ์ให้คนพวกนั้น ทำตามที่อัลฟ่าควรจะทำก็พอแล้ว”

ได้ยินแล้วก็ขัดใจ ทำไมล่ะ ในเมื่อเขาไม่เห็นด้วยก็อยากจะแสดงความคิดเห็นบ้างไม่ได้งั้นเหรอ

ขนาดในหมู่อัลฟ่าด้วยกันยังไร้ซึ่งความยุติธรรมในการใช้สิทธิ์เลยให้ตายสิ!

แต่คนอย่างเจเรมีไม่ใช่พวกที่จะหุบปากเงียบแล้วทำตัวสงบเสงี่ยมเชื่อฟังโดยง่าย ถูกตอกกลับมาอย่างนั้น เขาก็สวนคืนทันที

“แล้วถ้าผมเป็นคนพวกนั้น... เวลาเห็นผมแล้วคุณจะเกิดอาการติดสัดด้วยไหมล่ะศาสตราจารย์”

“พูดอะไรของคุณ” คนถูกทักย่นคิ้ว ก่อนหน้าก็รู้สึกว่าตัวเองโดนดูถูกแล้ว แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายกดลงให้ต่ำมากกว่าเดิมเสียอีก

เจเรมีไม่ตอบในทันที ค่อยๆ ไล่สายตาจากใบหน้าย่นยู่ลงมายังเป้ากางเกงของอีกฝ่ายแล้วพยักปลายคางเล็กน้อย

“ไอ้หนูของคุณน่ะออกอาการแล้ว เก็บอาการหน่อยครับศาสตราจารย์ ไม่จำเป็นต้องติดสัดตามผู้เรียน เอ หรือว่ามันจะเป็นเรื่องปกติของคุณ”

คำพูดอวดดีหลุดออกจากริมฝีปากหนา ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความรู้สึกผิดที่พูดจาโอหัง ซ้ำยังยกยิ้มขึ้น ดูอย่างไรก็เป็นการยิ้มเย้ย และเหิมเกริมมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่ายั่วโมโหอีกฝ่ายได้จนศาสตราจารย์กำมือแน่น จ้องเขาอย่างเกรี้ยวกราด เห็นอย่างนั้น เจเรมีก็บิดตัวออกจากโต๊ะมาด้านข้าง อ้าขาออกกว้างแล้วชี้นิ้วไปยังส่วนกลางของลำตัว

“ว่าไงล่ะ ถ้าผมเป็นโอเมก้า เห็นผมทำท่าแบบนี้แล้วคุณจะออกอาการติดสัดไหม”

“คุณเมอร์ซี!”

คนมองแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างปกปิดไม่มิดด้วยสุดจะทนกับคนคนนี้แล้ว ขณะที่คนยั่วเย้ารอดูอย่างใจจดใจจ่อว่าศาสตราจารย์ที่เอาแต่อวดภูมิความรู้ใส่เขาจะตอบโต้อย่างไร ทว่ายังไม่ทันจะได้เห็น ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งมองเหตุการณ์โดยตลอดก็รีบเอื้อมมือไปสะกิดเพื่อนให้หยุดการกระทำบ้าๆ

“เจมี หยุดทำแบบนั้นน่า”

เจเรมีหันไปตามต้นเสียง เห็นหน้าเพื่อนสนิทที่ชื่ออัลเบิร์ตดูกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกก็หัวเราะลั่น

“นายเองก็อยากจะติดสัดเหมือนศาสตราจารย์เหรออัล เอาสิ โอเมก้าอย่างฉันจะถ่างขารอ”

“เจมี...”

“เอ้า คงไม่ต้องรอแล้วล่ะมั้ง นายติดสัดไปแล้วนี่”

ยังคงล้อเลียนไม่ยอมหยุด พลางชี้นิ้วไปยังบริเวณกลางลำตัวของเพื่อนที่มีอาการเดียวกันกับคนอื่นๆ ด้วย ก่อนอัลเบิร์ตจะหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายขึ้นมา

ไม่สิ ไม่ใช่แค่อัลเบิร์ต ศาสตราจารย์เองก็เช่นกันทว่าเป็นเพราะความโกรธ เขาตบโต๊ะดังปัง เรียกสายตาของเจเรมีให้หันกลับไป

“ถ้าคุณไม่พร้อมที่จะเรียนในคลาสผมก็ขอเชิญออกไปก่อนแล้วกัน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับเข้ามา”

“ช่วยไม่ได้นะ” เจเรมียืดตัวขึ้น บิดขี้เกียจเล็กน้อย ทำท่าทางไม่ยี่หระกับสิ่งที่เกิดขึ้นสักนิด หันไปชักชวนเพื่อนอีก “นายก็ไปกับฉันด้วยสิ”

“เอ่อ...คือ...” อัลเบิร์ตที่จู่ๆ ก็ถูกเรียกออกอาการเลิ่กลั่ก มองเพื่อนตัวเองกับศาสตราจารย์สลับกันไปมาแล้วก็ต้องชะงัก

“มัวแต่นั่งอยู่นั่น ตามมาเร็วๆ”

พูดจบ เจเรมีก็เดินออกจากห้องบรรยายไปโดยไม่สนใจสายตาของเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมน่าระอาแม้แต่น้อย ปล่อยให้อัลเบิร์ตทนรับกับสายตาทิ่มแทงเพราะเป็นเพื่อนสนิทกันอีกพักหนึ่งจนเริ่มไม่ไหว รีบลุกขึ้น หันไปเอ่ยขอโทษคนอาวุโสกว่าเล็กน้อยแล้วก้าวตามออกไป ปล่อยให้ชั้นเรียนได้เข้าสู่ความสงบอีกครั้งเมื่อ ‘จอมวายร้าย’ จากไป

จอมวายร้ายประจำหมู่อัลฟ่าที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง...เจเรมี เมอร์ซี

“ให้ตายเถอะเจมี นายไม่น่าพูดกับศาสตราจารย์แบบนั้นเลยนะ” พ้นจากบริเวณหน้าห้องบรรยายมาได้ อัลเบิร์ตก็หลุดตำหนิเพื่อนสนิทออกมา

เจเรมีไม่มีท่าทีสนใจกับคำร้องท้วงนั้น ก้าวเดินต่อไปให้อีกฝ่ายพ่นลมหายใจออกมาเต็มแรง ก่อนจะเอ่ยอีก

“เมื่อไหร่นายจะหยุดก่อกวนสักที เมื่อวานนายก็เพิ่งจะทำคุณอีตันโมโหไป วันนี้ก็ทำศาสตราจารย์คอร์ทนีย์หัวเสียอีก พักนี้นายจะหาเรื่องมากไปแล้วนะ”

“ตาแก่นั่นชื่อคอร์ทนีย์เหรอ” แทนที่จะฟังเพื่อนดันถามชื่อคนที่ตัวเองเพิ่งยั่วโทสะไปเสียอย่างนั้นทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าเขาชื่ออะไร

อัลเบิร์ตถอนหายใจ ยกมือขึ้นคลึงขมับเล็กน้อย พึมพำอย่างเหนื่อยใจ

“ตั้งแต่เมื่อไหร่นะที่นายกลายเป็นพวกขวางโลกแบบสุดโต่งอย่างนี้ นายปั่นประสาทอาจารย์ไปกี่คนแล้ว”

กี่คนก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ต้องมานั่งจำหรอก เอาเป็นว่าแทบจะไม่มีใครเหลือรอดจากการถูกเจเรมีปั่นหัวก็แล้วกัน และชายหนุ่มก็ไม่ใส่ใจด้วยเพราะนั่นเป็นนิสัยพื้นฐานของเขา

สงสัยก็ต้องถาม เห็นต่างก็ต้องโต้แย้ง คนพวกนั้นคิดว่าตัวเองมีความรู้สูงส่ง ไม่เปิดใจยอมรับฟังเอง มันก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องโดนลองภูมิ เพียงแต่การลองภูมิของทายาทตระกูลเมอร์ซีออกจะร้ายกาจและหยาบคายไปหน่อยก็เท่านั้น

“ฉันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว”

เจเรมีว่าอย่างไม่ยี่หระ ทำเอาอัลเบิร์ตเหนื่อยใจหนักขึ้นไปอีก

“ใช่ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้วด้วย แต่พอเข้าสถาบันพัฒนาฯ เมื่อปีก่อน นายก็ทำตัวขวางโลกมากขึ้น ตอนนี้ขึ้นปีสองแล้ว แทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ ดันนิสัยเสียยิ่งกว่าเดิมอีก เมื่อไหร่นายจะเพลาไอ้ความกวนประสาทนั่นลงสักที”

“เมื่อฉันตายล่ะมั้ง” เสียงหัวเราะขบขันหลุดออกจากริมฝีปากหนาของเจเรมี ทำเอาอัลเบิร์ตย่นปากยู่ ก่อนที่จอมวายร้ายจะถลาเข้าไปกอดคอเพื่อน “จริงจังไปได้น่า ฉันเป็นแบบนี้ นายน่าจะชินแล้วนี่อัล”

“ชินมันก็ชินอยู่หรอก แต่มันวางตัวลำบาก”

วางตัวลำบากเพราะการกระทำของเจเรมีนี่แหละ เขาแทบจะกลายเป็นคนไม่มีสังคมเพราะเพื่อนสนิทเป็นคนน่ารังเกียจในสายตาคนอื่นอย่างนี้ เจเรมีเองก็ไม่เถียงหรอกว่าเขาร้ายกาจขนาดไหน หากนับตั้งแต่ตอนจบการศึกษาระดับตอนปลายจนมาเข้าสถาบันพัฒนาบุคลากรที่เป็นสถาบันบ่มเพาะเยาวชนอัลฟ่าเพื่อขัดเกลาก่อนจะออกไปเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงชนชั้นสูงของมหานครเพิร์ล ก็ไม่รู้เลยว่าเขาก่อวีรกรรมชวนปวดกะโหลกให้กับเพื่อนและวงศ์ตระกูลมากี่ครั้งแล้ว เริ่มตั้งแต่เถียงไม่เลือกหน้า ก่อความวุ่นวาย จนถึงขั้นทะเลาะวิวาท เจเรมีล้วนทำมาแล้วทั้งสิ้น แต่นั่นเป็นเพราะเขาแค่ไม่ได้คำตอบในสิ่งที่เขาสงสัย ในเมื่อไม่ได้คำตอบก็ต้องถาม ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันจะนำไปสู่ความขัดแย้ง ที่เขาทำมันไม่ใช่ความก้าวร้าวสักหน่อย เรียกว่ามีความคิดก้าวหน้าต่างหาก

“นายจะไปใส่ใจทำไม ก็แค่เรื่องเล็กน้อย”

“มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะเจมี ต่อให้จบการศึกษาจากที่นี่ไป เราก็ต้องเจอกับคนพวกนี้อยู่ดี แวดวงอัลฟ่ามันจะกว้างสักแค่ไหนกันเชียว จบออกไปแล้วก็ต้องไปทำงานเจอหน้ากันทั้งนั้น นายเป็นแบบนี้ ในอนาคตจะทำงานร่วมกับคนอื่นยากนะ”

อัลเบิร์ตเตือนตามความเป็นจริง กลุ่มอัลฟ่ามีจำนวนค่อนข้างน้อย นับเป็นหนึ่งในสี่ของพวกเบต้าเลยด้วยซ้ำ แต่อย่างไรเสีย กลุ่มโอเมก้าก็ยังมีน้อยกว่าอีกมากโข

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพมารักเธอ
9.1
ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำและท้องฟ้าแปรปรวนอย่างบ้าคลั่ง วินาทีชีวิตของผมแขวนอยู่บนความตายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนร้ายที่ส่งเสียงกู่ร้องด่าทออย่างโหดเหี้ยมสลับกับเสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าเวทนา แต่ความระทึกขวัญยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเสือลายพาดกลอนตัวมหึมาพร้อมเขี้ยวแหลมคมน่าเกรงขามปรากฏกายขึ้นและคำรามลั่นเตรียมเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง วิกฤตการณ์นองเลือดในครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำพาตัวผมก้าวข้ามสู่โลกใบใหม่ ดินแดนต่างภพที่เต็มไปด้วยภยันตรายและเรื่องราวเหนือธรรมชาติสุดหยั่งถึงที่โชคชะตาลิขิตไว้ให้ผมต้องเผชิญโดยไม่อาจหลีกหนีได้พ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ซ่อนรักปถวี
9.1
ชีวิตของฟาสต้องพลิกผันสู่ความมืดมิด เมื่อเธอเผอิญไปรับรู้ความลับสุดยอดที่ไม่ควรรู้ จนถูกปถวีจับตัวมาเค้นหาความจริงด้วยความเกรี้ยวกราด แม้หญิงสาวจะพยายามปฏิเสธทั้งน้ำตาด้วยความหวาดกลัว ท่ามกลางร่องรอยบอบช้ำจากการถูกใช้กำลังคุกคาม แต่ชายหนุ่มกลับยิ่งบันดาลโทสะอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้น ปถวีในเวลานี้แปรเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนฟาสไม่เหลือเค้าความทรงจำเดิมที่เคยรู้จัก เขาตัดสินใจประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย พร้อมทั้งเอ่ยปากข่มขู่เอาชีวิตเธออย่างโหดเหี้ยม เพียงเพื่อจะฝังความลับนั้นให้ตายไปกับเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ
8.3
เมื่อ ‘ฉลาม’ หัวโจกเด็กอาชีวะสุดโหดผู้ไม่เคยยอมใคร กลับต้องมาเสียอาการเพราะตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง ปฏิบัติการเดินหน้าจีบสาวในสไตล์หนุ่มสายลุยสุดโต่งจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คนดิบเถื่อนอย่างเขาเมื่อปักใจรักใครแล้วก็พร้อมจะพุ่งชนและพิชิตใจเธอด้วยวิถีลูกผู้ชายตัวจริงที่ไม่มีใครเหมือนและไม่ซ้ำใคร ท่ามกลางบรรยากาศการปะทะและสมรภูมิอันดุเดือดของเหล่าวัยรุ่น เขาจะงัดทุกกลเม็ดเด็ดพรายมาเพื่อคว้าหัวใจเธอมาครองให้ได้ในที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
เมื่อทายาทมาเฟียสาวแห่งยุค 2000 ต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางโลกที่กำลังล่มสลายและตัดสินทุกสิ่งด้วยพลังปราณกับพลังธาตุอันแข็งแกร่ง แม้ว่าเธอจะมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้โลกใบนี้รออยู่เบื้องหน้า ทว่าอุปสรรคชิ้นโตกลับเป็นความทรงจำดั้งเดิมที่เลือนหายไปอย่างมาก ทำให้เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่การปลูกผักเพื่อประทังชีวิต ควบคู่ไปกับการต่อสู้เพื่อกำจัดเหล่ามารร้ายที่คอยรุกราน ภายใต้โชคชะตาที่แสนโหดร้ายและเหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่คนนี้จะขุดเอาทักษะความสามารถจากชาติก่อนมาปรับใช้เพื่อเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ให้กลับมาสงบสุขอีกครั้งได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักมาเฟียร้าย (เรย์ของพลอย) NC20++SM
9.1
เรย์ คาร์เทอร์ เจ้าพ่อมาเฟียร้ายแห่งอาณาจักรคาเทอร์ (เพื่อนรักของหมอกฤษฎิ์จากคุณหมอที่รัก เรย์ของน้องแก้มใส) โคตรโหด โคตรเถื่อน โคตรร้าย มองความรักเป็นเรื่องไร้สาระ แต่กลับมาแพ้ทางให้สาวขี้ยั่วขี้อ่อยอย่างเธอพลอยไพลิน พลอยไพลิน สาวสวย Sexy ขี้ยั่ว ใจถึง กล้าได้กล้าเสีย เธอไม่เคยรู้เลยว่าความกล้าที่นำพาให้เธอเดินเข้ามาในโลกสีเทาของเขา จะทำให้ทั้งตัวและหัวใจของเธอถูกพันธนาการเอาไว้กับผู้ชายที่ชื่อเรย์ คาร์เทอร์อย่างหมดสิ้นหนทางที่จะหลีกหนีไปไหนได้
ภาพปกนิยายเรื่อง หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลเลือกเดินทางกลับสู่อารันดาอีกครั้งตามที่หัวใจเรียกร้อง เพื่อเคียงคู่กับชี้คฟีรอส ชายผู้มีความรักอันมั่นคงให้แก่เธอ ทว่าในคืนแรกที่มาถึง เหตุการณ์เลวร้ายกลับอุบัติขึ้นเมื่อเธอถูกลักพาตัวไปจากห้องพัก และฟื้นขึ้นมาในกระโจมกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง พร้อมกับร่างที่บาดเจ็บจนโชกเลือดและไร้สติของชี้คหนุ่มที่อยู่ข้างกาย ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและหญิงสาวอีกมากหน้าหลายตาที่คอยจ้องจะแย่งชิงตัวชายคนรักไป น้ำตาลจึงต้องใช้ความรักและความเชื่อใจทั้งหมดที่มีเป็นเครื่องพิสูจน์ เพื่อพากันก้าวผ่านพายุทะเลทรายและภัยอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปให้ได้