APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา

เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา

9.3 / 10.0
เมื่อทายาทมาเฟียสาวแห่งยุค 2000 ต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางโลกที่กำลังล่มสลายและตัดสินทุกสิ่งด้วยพลังปราณกับพลังธาตุอันแข็งแกร่ง แม้ว่าเธอจะมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้โลกใบนี้รออยู่เบื้องหน้า ทว่าอุปสรรคชิ้นโตกลับเป็นความทรงจำดั้งเดิมที่เลือนหายไปอย่างมาก ทำให้เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่การปลูกผักเพื่อประทังชีวิต ควบคู่ไปกับการต่อสู้เพื่อกำจัดเหล่ามารร้ายที่คอยรุกราน ภายใต้โชคชะตาที่แสนโหดร้ายและเหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่คนนี้จะขุดเอาทักษะความสามารถจากชาติก่อนมาปรับใช้เพื่อเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ให้กลับมาสงบสุขอีกครั้งได้อย่างไร

เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา ตอนที่ 1

ท่ามกลางเสียงร้องไห้ดังระงม และผู้คนนับพันที่มาร่วมไว้อาลัยให้กับการสูญเสียบุคคลที่ยิ่งใหญ่มากอำนาจอันดับต้น ๆ ของวงการมาเฟียแห่งแดนมาเก๊า

ร่างโปร่งแสงยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสงบ เธอกวาดตาไปยังบุคคลที่รู้จักก่อนมองไปยังกรอบรูปภาพขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ อันเป็นภาพของผู้เสียชีวิต

รูปภาพนั้นสะท้อนภาพใบหน้าของหญิงสาวผู้งดงาม ดวงตากลมโตนัยน์ตาดำขลับมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัวและอนาทรต่อสิ่งใด ทำให้คนที่พบเห็นยำเกรงและเคารพ แม้ว่านั่นจะเป็นเพียงภาพที่ตั้งอยู่ก็ตาม

หญิงสาวเข้าไปใกล้ภาพนั้นเรื่อย ๆ จนยืนชิดกับกรอบรูปหากไม่มีใครเห็นเธอสักคน เพราะคนที่เสียชีวิตและเจ้าของรูปภาพที่ตั้งอยู่คือตัวเธอเอง... เว่ยซือหง ทายาทอันดับสองของตระกูลเว่ย ตระกูลมาเฟียเก่าแก่ของแดนมังกร

จากบุคคลสำคัญของวงการมาเฟีย เจ๊ใหญ่ตระกูลเว่ยที่ขยับตัวทำอะไรมีแต่คนให้ความสนใจ กลับกลายเป็นดวงวิญญาณธรรมดา แม้ยืนตรงหน้าก็ไร้ผู้คนมองเห็น

‘หึ! ร่ำรวยมากอำนาจแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ตายอยู่ดีไม่ใช่หรือ?’ เว่ยซือหงคิดพลางยกยิ้มหยันให้กับสัจธรรมชีวิตที่เธอกำลังเผชิญ

หญิงสาวส่ายหน้าไปมาพลางมองคนที่มาแสดงความอาลัยต่อเธอคนแล้วคนเล่าด้วยแววตาเฉยเมย กระทั่งสั่นไหวเมื่อตรงหน้าคือคนสำคัญในชีวิต

เว่ยซือหงมองภาพครอบครัวที่กอดกันร้องไห้นั้นด้วยความเศร้าและเสียใจ ถ้าเลือกได้เธอก็ไม่ได้อยากจากไปโดยไม่ทันร่ำลาด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์แบบนี้ ทว่าขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุใช่สิ่งที่จะห้ามไม่ให้เกิดขึ้นได้ ต่อให้ระมัดระวังมากแค่ไหน สุดท้ายถ้ามันจะเกิด มันก็เกิดอยู่ดี เจ๊ใหญ่ตระกูลเว่ยจึงจากไปด้วยประการฉะนี้

คำอำลาจากปากของคนในครอบครัวทำเจ๊ใหญ่น้ำตานองหน้า แม้เป็นเพียงวิญญาณก็สามารถร่ำไห้ได้ ความเศร้าโศกอาดูรที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่กับคนเหล่านั้นได้อีกต่อไปทำหญิงสาวเสียใจสุดพรรณนา

มีพบก็ต้องมีจาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นของคู่กัน ถึงตัวจากไปแต่ใจผูกพัน เรายังอยู่ในห้วงความทรงจำของคนเป็นเสมอ เว่ยซือหงเข้าใจดี

ร่างโปร่งแสงแย้มยิ้มบางพร้อมพิธีศพประจำตระกูลสิ้นสุดลง

“โชคดีนะทุกคน ฉันก็คงไปตามทางของฉันเหมือนกัน”

แต่... เป็นวิญญาณแล้วต้องไปไหนอะ? ไหนยมทูตขาวดำ? ไหนแม่น้ำลืมเลือน? ไหนน้ำแกงยายเมิ่ง? ไม่เห็นมี!

ขณะที่หญิงสาวขบคิดด้วยความมึนงง จู่ ๆ ชั้นบรรยากาศโดยรอบก็หมุนวนดูดดวงวิญญาณของเธอเข้าไป กระทั่งแรงดูดของชั้นบรรยากาศหายไปหญิงสาวจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

“ที่ไหนวะเนี่ย!” เสียงอุทานที่ออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูปดังขึ้น เมื่อจู่ ๆ ก็มาโผล่ยังสถานที่ว่างเปล่า ทุกอย่างล้วนขาวโพลน ไม่มีผู้คน ไร้สิ่งก่อสร้าง

กลุ่มหมอกสีขาวยังลอยเอื่อย ก้มมองเท้าตัวเองพบว่าตัวเธอกำลังลอยเช่นกัน หากกลับสัมผัสได้ว่ายืนอยู่ ความรู้ย้อนแย้งนี้คืออะไร?

ความคิดภายในหัวหมุนวน เชื่อว่าคำถามยอดฮิตของเหล่าดวงวิญญาณคงเป็นประโยคที่ว่า ‘ตายแล้วไปไหน’ แน่ เพราะเธอก็ถามตัวเองแบบนี้เช่นเดียวกัน!

คิดไปก็ไม่ได้คำตอบ เว่ยซือหงตัดสินใจเดินไปข้างหน้า โดยระหว่างเดินก็สอดส่ายสายตามองรอบตัวเองไปด้วย น่าแปลกที่เดินมาร่วม 2 ชั่วโมง เธอก็ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดของสถานที่นี้เสียที กลับกันกลุ่มหมอกที่แน่นขนัดในตอนแรกกลับจางลงเรื่อย ๆ พร้อมอากาศบริสุทธิ์

“เดี๋ยวนะ อากาศบริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ?”

“เป็นวิญญาณหายใจได้ด้วย?”

“หรือที่นี่จะเป็นสวรรค์? เป็นไปไม่ได้หรอก”

เจ๊ใหญ่แห่งวงการมาเฟียอย่างเธอ แม้ไม่ได้เข่นฆ่าคนไปทั่ว ใช่ว่ามือจะไม่เปื้อนเลือด แน่ละ ในเมื่อศัตรูบางคนมันต้องการเอาชีวิตเธอ เธอก็ต้องเอาชีวิตมันคืนสิ จะให้เป็นนางเอกยอมคนมองโลกในแง่ดี ทั้งที่สถานะของตัวเองและตระกูลเป็นมาเฟียก็ไม่ใช่เรื่อง ในเมื่อศัตรูหันปืนใส่เธอก่อน เธอก็ต้องหันปืนใส่มันกลับสิถึงจะถูก

เว่ยซือหงสะบัดศีรษะขับไล่ความคิดไร้สาระออกไป ก่อนพิจารณาสถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้อีกครั้ง หญิงสาวยกมือกอดอก ก่อนแขนขวายกขึ้นตั้งฉากแล้วทำมือคล้ายป้องปาก แต่ที่จริงใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้สลับไปมาเพื่อเกลี่ยริมฝีปากตนเอง

อันเป็นท่าประจำเวลาที่เว่ยซือหงใช้ความคิดมาก ๆ

“แม้เราจะไม่ได้ฆ่าคนไปทั่วเป็นผักปลา แต่มือเราก็เปื้อนเลือดเพราะเข่นฆ่าศัตรู ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้ขึ้นสวรรค์ หากสถานที่นี้ก็ไม่ใช่นรก… สรุปที่แห่งนี้คืออะไรกันแน่” หญิงสาวครุ่นคิดก่อนแววตาสะท้อนความไม่เชื่อออกมา

“เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง จะเป็นไปได้เหรอที่มันจะเหมือนนิยายแนวทะลุมิติอะไรเทือกนั้น ที่พอตายวิญญาณก็ถูกพามายังมิติของเหล่าเทพเซียน... บ้าบอไปกันใหญ่แล้วยายหง นี่มันบ้ามาก เป็นไปไม่ได้หรอก”

“เป็นไปได้สิ” ขณะที่หญิงสาวตบตีกับความคิดตัวเองอยู่นั้น เสียงทุ้มเจือแววอ่อนโยนของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นเบื้องหลัง

เว่ยซือหงสะดุ้งก่อนหันกลับมามองข้างหลังของตนอย่างว่องไว สายตาหญิงสาวสำรวจคนที่จู่ ๆ ก็โผล่มาอย่างไม่เก็บกิริยา ดวงตาหงกวาดมองขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่หลายรอบ ใบหน้าสวยฉายแววฉงน แววตาเจือความสงสัยเด่นชัด

บุรุษวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ สวมชุดจีนโบราณค่อนข้างจะ... คร่ำครึไปหน่อยหรือไม่ แต่งองค์ทรงเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้า อาภรณ์หรูหราสีทองปักด้วยดิ้นทอง เอาจริงดิ?

คนที่ถูกมองสำรวจนอกจากจะไม่ว่าอันใดแล้ว ยังยิ้มและมองหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนโยนเจือเอ็นดู จนทำให้เว่ยซือหงทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย หญิงสาวยิ้มแห้งที่เผลอเสียมารยาท

“ขอโทษค่ะ คุณเป็นใครคะ” พอรวบรวมสติได้ก็ถามทันที

“เจ้ากำลังคิดถึงสิ่งใดอยู่เล่า” ไม่ตอบแต่ถามกลับ

“เทพเซียน?” เอียงคอถามอย่างไม่มั่นใจ หากบุรุษตรงหน้ากลับยกยิ้มและพยักหน้าตอบรับคำพูดของเธอ ดวงตาหงเบิกกว้างอ้าปากค้าง แม้ไม่อยากเชื่อ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อไม่ได้แล้ว

ถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่เทพเซียนจะเป็นใครไปได้อีก!

“เจ้าคงสงสัยว่าเจ้ามาทำอันใดที่นี่ และสถานที่แห่งนี้คือที่ใด มาเถิด ตามข้ามาแล้วข้าจะเล่าให้ฟัง”

เว่ยซือหงลังเลเล็กน้อยแต่แล้วความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะความลังเล หญิงสาวเดินตามบุรุษชุดจีนโบราณผู้ที่อ้างตนว่าเป็นเทพเซียนไปต้อย ๆ จนไปหยุดที่เก๋งริมน้ำที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา

คล้ายบุรุษชุดจีนโบราณรับรู้ความคลางแคลงใจของหญิงสาว จึงวาดมือเบา ๆ พลันนั้นโต๊ะตรงหน้าก็มีกาน้ำชา ถ้วยชา รวมถึงกระดานหมากที่มักเห็นในซีรีส์จีนโบราณบ่อย ๆ ปรากฏขึ้น ดวงตาหญิงสาวแทบถลนจ้องมองสิ่งที่ปรากฏและบุรุษตรงหน้าไม่กะพริบตา ปากก็อ้าค้างเสียกิริยาความเป็นเจ๊ใหญ่ไปโดยปริยาย

“ทีนี้เชื่อข้าหรือยังเล่า”

“เชื่อแล้วค่ะท่านเทพ” หลักฐานชัดเจนเพียงนี้ไม่เชื่อได้หรือ พร้อมเรียกคนตรงหน้าว่าท่านเทพอย่างไม่กระดากปาก

ชักไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่มาเจอเทพเซียนแทนที่จะเป็นยมทูตขาวดำแบบนี้

แต่เอาเถอะ เธอจะมองว่ามันโชคดีไปก่อนแล้วกัน คิดง่าย ๆ มองง่าย ๆ จะได้ไม่ปวดหัวทีหลัง...

อ่านต่อ

สารบัญ เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในคืนที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพื่อไปช่วยอลิซ จนทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุขาหัก ซ้ำร้ายอลิซยังกุเรื่องใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำ ส่งผลให้ชายทั้งสองโกรธแค้นจนขาดสติ พวกเขาลงทัณฑ์ลิซ่าอย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนบาดแผลที่ขาเพื่อสั่งสอนให้เข็ดจำ เหตุการณ์นี้ทำให้ลิซ่าได้ตระหนักถึงโฉมหน้าอันโหดเหี้ยมและเย็นชาของคนที่เธอเคยรักอย่างหมดใจ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย เธอจึงตั้งมั่นว่าจะต้องหลบหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งมาดเนี้ยบตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อน จนถึงขั้นประกาศตัวว่าต้องการเคียงคู่และใช้นามสกุลร่วมกับเขา โชคชะตาเป็นใจส่งให้เธอได้เข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ ส่วนตัว ทว่าความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายหนุ่มกลับทำให้เธอเริ่มท้อแท้จนคิดจะถอยห่าง แต่ในยามที่เธอเตรียมจะตัดใจ มัฆวัฒน์ผู้เคยบ้างานและไม่เคยสนใจใครกลับเริ่มหวั่นไหวไปกับความสดใสของจอมขวัญจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้เธอหายไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในโลกการเงิน พยายามออกตามหาคู่แฝด ดาหลาและกาสะลอง มานานกว่าสิบปีเพื่อไถ่บาปในอดีตที่เขาเคยสร้างความพังพินาศให้แก่ครอบครัวของพวกเธอ ทว่าเหตุการณ์อันเลวร้ายในค่ำคืนนั้นที่พรากพ่อแม่ไปจนทำให้ทั้งสองต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ได้กลายเป็นบาดแผลลึกที่ไม่มีวันจางหาย แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน แต่เพลิงแค้นของสองพี่น้องยังคงคุโชน เปลี่ยนอดีตเด็กสาวผู้อ่อนหวานให้กลายเป็นอาวุธร้ายที่พร้อมจะย้อนกลับมาทำลายล้างชายผู้พรากทุกสิ่งไปจากพวกไปจากชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง แสงใต้เงา [ Chance Below Shadow ]
9.1
น้ำแข็งได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการสวมรอยเป็นหญิงสาวผู้ล่วงลับที่มีหน้าตาคล้ายเธออย่างน่าเหลือเชื่อ ทว่าชีวิตใหม่นี้กลับไม่ได้ง่ายดายเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับไมล์ ชายหนุ่มผู้ยังคงจมดิ่งอยู่กับความรักครั้งเก่าที่สูญเสียไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาคอยทำร้ายจิตใจและมองเธอเป็นเพียงตัวแทนของอดีตคนรักเท่านั้น นอกจากนี้น้ำแข็งยังถูกบีบบังคับให้ต้องอาศัยอยู่ร่วมห้องกับเขาเพื่อตอบแทนพระคุณและสร้างความสบายใจให้กับมารดาของเธอ แม้ว่าหัวใจของเธอจะเริ่มสั่นคลอนไปกับเสน่ห์ของไมล์ตั้งแต่แรกพบ แต่ความไร้หัวใจที่เขาแสดงออกกลับกลายเป็นกำแพงสูงชัน ทำให้น้ำแข็งต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ว่าจะยอมทนจมอยู่ใต้เงาของคนอื่นต่อไป หรือจะมีใครสักคนเข้ามาช่วยนำทางชีวิตของเธอให้ออกไปพบกับแสงสว่างที่แท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์