APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]

Omega's instinct สัญชาตญาณดิบ [Omegaverse]

เมื่อ เจเรมี เมอร์ซี ทายาทตระกูลผู้นำกลับไม่ได้เป็นอัลฟ่าอย่างที่คิด แต่กลับกลายเป็นโอเมก้าในโลกที่ตัดสินคนด้วยเพศสภาพ เขาจึงถูกลดฐานะลงสู่จุดต่ำสุด และจำใจต้องเข้าร่วมเกมล่าชีวิตสุดโหดเพื่อปกป้องคนสำคัญที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ในสมรภูมิแห่งนี้เขาได้เผชิญหน้ากับ คริส ฟ็อกซ์ อัลฟ่านักโทษกบฏผู้หวังครอบครองตัวเขาเพื่อแลกกับอิสรภาพของตนเอง ท่ามกลางการเข่นฆ่าที่ไร้ทางออก เจเรมีต้องเลือกระหว่างการกำจัดทุกคนเพื่อชิงชัยชนะ หรือยอมจำนนต่ออัลฟ่าเพื่อรักษาชีวิตคนที่รักเอาไว้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

เจเรมีรู้ดีแก่ใจว่าการเข้ามาศึกษาต่อในสถาบันพัฒนาบุคลากรอัลฟ่าเป็นไปเพื่อให้เหล่าทายาทตระกูลอัลฟ่าได้เรียนรู้ระบบแบบแผนของกลุ่มคนบนยอดพีระมิดพึงปฏิบัติ ก่อนจะออกไปทำหน้าที่ทางสังคมที่ได้รับมอบหมาย ดังนั้นอัลฟ่าอย่างเขาจะได้รับการศึกษาที่สูงกว่าพวกเบต้าที่ส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาสูงสุดแค่การศึกษาระดับตอนปลายซึ่งเทียบเท่าอายุสิบแปดปีพอดี จากนั้นก็จะออกไปทำงานตามที่ตนถนัด มีส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับการศึกษาต่อสูงขึ้นเพื่อมาช่วยงานในองค์กรใหญ่ๆ ของอัลฟ่า และแน่นอนว่าสถาบันที่ให้การศึกษานั้นไม่ใช่สถานที่เดียวกับพวกเขา

อย่างที่รู้กันว่าอัลฟ่ามีสิทธิพิเศษเหนือทุกชนชั้นในสังคม เรื่องอะไรที่จะยอมให้มีชนชั้นอื่นมาเจือปนความบริสุทธิ์ของพวกเขากันล่ะ แม้แต่สถานที่ก็ยังใช้หายใจร่วมกันแทบไม่ได้โดยอ้างว่าที่ต้องจัดการอย่างนี้ก็เป็นไปเพื่อความสงบสุข

สงบสุขบ้าบออะไร ความเห็นแก่ตัวชัดๆ เหยียดเพศกันเห็นๆ!

หากแต่เจเรมีไม่อยากจะใส่ใจนัก อย่างไรเสียหลังจบการศึกษาในอีกสองปีข้างหน้า เขาก็ต้องมารับช่วงต่อจากบิดาซึ่งเป็นผู้ถือครองตำแหน่งหนึ่งในสี่ตระกูลผู้ปกครองมหานครเพิร์ลอยู่ดี ถึงจะไม่ใช่ในระดับผู้นำแต่ก็หนีไม่พ้นแวดวงนั้น เพราะหากให้เขาไปทำอย่างอื่นก็ดูท่าจะไม่มีฝ่ายไหนอยากรับฝากฝังนัก

เป็นตัวก่อกวนถึงขนาดชื่อเสียงลือลั่นไปทั่วอย่างนี้ คงจะมีใครอยากเสี่ยงรับเข้าไปให้องค์กรวุ่นวายหรอก

ไม่ใช่เจเรมีแค่คนเดียวที่มีลักษณะนิสัยอย่างนี้ แต่ เจอโรม เมอร์ซี บิดาของเขาเองก็เช่นกัน ถึงจะเป็นหนึ่งในสี่ของตระกูลผู้ปกครองที่รั้งตำแหน่งในสภาระดับสูง แต่การที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ ก็แสดงว่าความคิดความอ่านค่อนข้างจะขวางโลกอยู่ไม่น้อย หลายครั้งทีเดียวที่ความคิดเห็นของเขาไปขัดแย้งกับนโยบายของผู้นำจากอีกสามตระกูลจนเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต แต่นั่นก็นับเป็นข้อดีอย่างหนึ่งเพราะทำให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจกัน ทว่าอุปนิสัยอย่างนี้ก็ไม่มีใครชอบเท่าไหร่นัก หากไม่ใช่เพราะตระกูลเมอร์ซีมีอิทธิพลในการปกครองมหานครแห่งนี้มายาวนานหลายทศวรรษล่ะก็ ป่านนี้คงไม่ได้เชิดหน้าชูตาหยิ่งผยองอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้หรอก

“นายคิดมากเกินไปแล้วอัล” ได้ยินเพื่อนบ่นไม่เลิก เจเรมีก็อดรำคาญไม่ได้

“การกระทำของนายสมควรให้ฉันคิดมากหรือเปล่าล่ะ” อัลเบิร์ตชักสีหน้า “กว่าจะจบออกไป ฉันคงโดนคนทั้งสถาบันเกลียดขี้หน้าตามนายไปด้วย”

รอบนี้ไม่ได้บ่นลอยๆ สีหน้าเคร่งเครียดบ่งบอกให้รู้ว่าจริงจังแค่ไหน นั่นทำให้เจเรมีต้องเขย่าตัวเพื่อนเป็นการใหญ่

“เกลียดก็ดีสิ นายจะได้มีฉันเป็นเพื่อนสนิทชั่วชีวิต ดีออก เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เกิดจนตาย มีใครเขาคบกันได้ยาวนานขนาดนี้บ้าง”

ยังมีหน้ามายิ้มกว้างอีก เขี้ยวคมๆ ที่เผยออกมาให้เห็นกับท่าทางทะเล้นทำให้อัลเบิร์ตหลุดหัวเราะ

“ฉันคงจะเส้นเลือดในสมองแตกตายก่อนวัยอันควรแน่”

สุดท้ายก็ต้องยอม อย่างที่เจเรมีพูด เขาเป็นเพื่อนสนิทกับอีกฝ่ายมาตั้งแต่จำความได้แล้ว นั่นก็เพราะบิดาของเขาซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขค่อนข้างสนิทสนมกับตระกูลเมอร์ซี ทั้งคู่จึงได้พบปะกันบ่อยกระทั่งกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างที่เห็น ความจริงเจเรมีก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพียงแต่หัวดื้อและซุกซนมากกว่าคนทั่วไปสักหน่อย มันเลยเกิดปัญหาตามมาให้แก้ไม่หยุดจนเขาต้องออกรับหน้าแทน หรือไม่ก็เป็นคนห้ามทัพไม่ให้เจเรมีทำสถานการณ์ให้เลวร้ายลงกว่าเดิมอยู่บ่อยครั้ง

“ฉันไม่ปล่อยให้นายตายหรอกน่า นายยังต้องตามเก็บตามเช็ดให้ฉันอีกนาน”

เจเรมีรู้ตัวว่าอัลเบิร์ตมักทำอย่างนั้นจึงเย้าแหย่ ก่อนจะเลื่อนมือไปยีเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนบนศีรษะเพื่อนแล้วผละออกไป

อัลเบิร์ตหัวเราะให้กับการกระทำนั้น มองคนตัวสูงกว่าที่เดินลิ่วนำหน้าไปอย่างชื่นชม

ใช่ ชื่นชม ลึกๆ แล้วเขาชื่นชมในความกล้าของเจเรมีอยู่มาก

ใบหน้าคมคายหล่อเหลา รอยยิ้มที่แสนเย้ายวน ร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ล้วนแล้วแต่ทำให้ชายหนุ่มกลายเป็นที่พูดถึงของสาวๆ ทั้งอัลฟ่าและเบต้าได้ไม่ยากนัก หากไม่นับนิสัยห่ามๆ ของอีกฝ่ายกับการทำอะไรไม่ค่อยคิดก็สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าเจเรมีเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มากเลยทีเดียว ต่างจากเขาที่รูปร่างสันทัด หน้าตาแค่พอดูได้ ซ้ำยังไม่ค่อยจะมีปากมีเสียงกับใครเท่าไหร่จนมักถูกกลั่นแกล้งจากอัลฟ่าด้วยกันอยู่บ่อยๆ

ถ้าไม่มีเจเรมีสักคน เขาคงจะเป็นไอ้ขี้แพ้ที่วันๆ เอาแต่ถูกแกล้งไม่ก็นั่งท่องตำราอย่างโดดเดี่ยวทุกช่วงพักระหว่างเรียน ไร้คนคบหาไปตลอดชีวิตแล้ว...

“จะยืนมองอีกนานไหม รีบตามมาเร็ว” เห็นเพื่อนไม่ยอมก้าวตามมาก็หันไปร้องเรียก

อัลเบิร์ตก้าวฉับอย่างรวดเร็ว ไม่กี่อึดใจก็ไปเดินเคียงข้าง ก่อนเอ่ยถาม “แล้วจะเอาไงต่อ ถูกไล่ออกมาอย่างนี้แล้วจะกลับเข้าไปไหม หรือค่อยเข้าฟังบรรยายคลาสต่อไป”

“นายยังคิดจะให้ฉันเข้าไปในห้องเส็งเคร็งนั่นอีกหรือไง” เจเรมีถามกลับโดยไม่มองหน้า สายตามองตรงคล้ายกับว่าไม่ได้สนใจคนข้างกายนัก

“ถ้าไม่กลับเข้าไป แล้วนายจะไปไหน”

ฉับพลันเจเรมีก็หยุดเดิน เหลียวมามองหน้าเพื่อนพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ “มีที่สนุกๆ ให้ไปก็แล้วกัน”

“อย่าบอกนะว่า...ข้างนอก?”

เมื่อเจเรมีส่งเสียงขานรับว่า ‘อือ’ ออกมา อัลเบิร์ตก็ถอนหายใจอีกรอบทันที ถ้าวันนี้เขาทำอย่างนี้อีกหน มีหวังเส้นผมของเขาคงได้กลายเป็นสีขาวแน่

เมื่อวานก็เป็นอย่างนี้ ไปยั่วประสาทอาจารย์จนถูกไล่ออกมาแล้วสุดท้ายก็ออกไปเที่ยวเตร่ข้างนอก วันนี้ก็จะเอาอย่างนั้นอีกเหรอ

เอาอย่างนั้นแหละ เจเรมีเคยมีท่าทีว่าอยากฟังบรรยายในสถาบันเสียที่ไหน ยิ่งวันนี้ไม่มีคลาสเรียนวิชาที่โปรดปรานด้วย ชายหนุ่มไม่อยู่ให้เสียเวลาหรอก

“งั้นวันนี้จะไปไหนล่ะ” ยอมจำนนต่อความดื้อด้านของเจเรมีจนได้

อีกฝ่ายเผยอริมฝีปากขึ้น “ตลาดมืดเป็นไง นายยังไม่เคยไปนี่ ฉันเองก็ไม่เคยไป”

คนฟังเบิกตาโตทันควัน “อย่าบอกนะว่าตลาดมืดที่หมายถึงจะเป็น...”

“ตลาดค้าโอเมก้า” เจเรมียักคิ้วขณะให้คำตอบ

อัลเบิร์ตตั้งท่าจะร้องห้ามด้วยไม่เป็นการดีสักเท่าไหร่นักหากพวกเขาจะไปเดินเตร่อยู่ในนั้น ถ้าบังเอิญเจอคนรู้จักขึ้นมา มีหวังถูกมองในแง่ลบแน่แม้จะเป็นที่รู้กันดีว่าพวกอัลฟ่าไปยังตลาดค้าโอเมก้าเพื่ออะไร กระนั้นก็ไม่ได้เป็นการกระทำที่สามารถเปิดเผยได้ แต่คนอย่างเจเรมีจะสนใจอะไรล่ะ เห็นเพื่อนอ้าปากจะห้ามก็คว้าคอมากอดไว้อีกระลอก

“อย่ามัวชักช้าน่า รีบไปกัน”

“เดี๋ยวเจมี อย่าเพิ่ง...”

ปากกำลังจะร้องห้าม ขืนตัวไม่ยอมออกเดิน ทว่าก็เห็นอะไรบางอย่างตกออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเจเรมีเสียก่อน เหลือบมองไปก็เห็นว่าเป็นยาเม็ดที่ศาสตราจารย์คอร์ทนีย์แจกจ่ายให้นักศึกษาทุกคนก่อนจะเริ่มคลาสเพื่อต่อต้านการตอบสนองต่ออาการฮีทของโอเมก้าที่เขานำตัวมาสาธิตประกอบการบรรยาย

อัลเบิร์ตยกแขนล่ำของเพื่อนออกจากตัว ก้มลงเก็บยาเม็ดนั้นพลางชูขึ้นตรงหน้า

“นายไม่ได้กินยานี่เหรอ”

เจเรมีหันไปมอง พยักหน้ารับ “ก็เห็นๆ อยู่”

ความสงสัยประดังประเดเข้ามาในสมองของอัลเบิร์ตทันที

ในเมื่อไม่ได้กินยาต้าน แล้วทำไมเขาถึงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกับอาการฮีทของโอเมก้า ทั้งที่คนอื่นๆ กินยาต้านเข้าไปแล้วแต่ก็ยังมีอาการเมื่อโอเมก้าปล่อยฟีโรโมนออกมาในปริมาณมาก...เพราะอะไรกัน

“ทำไมล่ะ” สงสัยจนทนไม่ไหวจึงต้องถามออกไป ใจอยากจะถามเหตุผลด้วยซ้ำว่าทำไมเจเรมีถึงยังมีอาการปกติได้

เจเรมียื่นแขนซ้ายออกไปตรงหน้า ถกแขนเสื้อเครื่องแบบที่ยาวจนถึงข้อมือขึ้นให้เห็นข้อพับ รอยจุดแดงๆ บนนั้นทำให้อัลเบิร์ตย่นคิ้วยู่เข้าไปอีก

“เมื่อเช้าฉันเพิ่งถูกฉีดยามา หมอบอกว่าช่วงนี้อาการแย่ ต้องฉีดยาเช้าเย็นแล้วก็ห้ามรับยาตัวอื่นเพื่อป้องกันผลข้างเคียงน่ะ”

เมื่ออธิบายออกมาแล้ว อัลเบิร์ตก็ไม่สงสัยต่อ รู้ดีว่าที่เจเรมีต้องฉีดยาทุกวันอย่างนี้เป็นเพราะชายหนุ่มมีโรคประจำตัวตั้งแต่กำเนิด แม้จะไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรก็ตาม เขาเคยถามบิดาของตัวเองแล้วเพราะดูท่าทางจะรู้กันกับครอบครัวเมอร์ซีว่าอีกฝ่ายป่วยเป็นอะไร หากแต่ได้เพียงคำตอบว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา พร้อมกับเหตุผลว่าจำเป็นต้องปิดเรื่องที่เจเรมีป่วยเป็นความลับด้วยเกรงว่าจะมีผลต่อการเข้ารับตำแหน่งสืบต่อจากเจอโรมในอนาคตได้ อย่าว่าแต่อัลเบิร์ตไม่รู้เลยว่าเขาป่วยเป็นโรคอะไร เจเรมีเองก็ไม่รู้เช่นกัน แค่พ่อแม่บอกว่าร่างกายของเขาไม่ปกติ จำเป็นต้องได้รับการรักษา ชายหนุ่มก็รับยาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อายุสิบสาม ...จากแค่รับประทานเฉยๆ ก็เริ่มกลายมาเป็นฉีดเข้าเส้นเลือด จากแค่รับยาอาทิตย์ละครั้ง กลายมาเป็นสองสามวันครั้ง ไม่นานก็เป็นวันละครั้ง จนตอนนี้ถูกฉีดเช้าฉีดเย็นไปแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร ถามทีไรก็ถูกปฏิเสธที่จะให้คำตอบมาทุกครั้งจนเขาเลิกถามไปแล้ว รู้เพียงอย่างเดียวว่า...

...เขาไม่มีปฏิกิริยาตอบรับอะไรกับฟีโรโมนของโอเมก้า

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามภพมารักเธอ
9.1
ท่ามกลางพายุโหมกระหน่ำและท้องฟ้าแปรปรวนอย่างบ้าคลั่ง วินาทีชีวิตของผมแขวนอยู่บนความตายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มคนร้ายที่ส่งเสียงกู่ร้องด่าทออย่างโหดเหี้ยมสลับกับเสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าเวทนา แต่ความระทึกขวัญยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเสือลายพาดกลอนตัวมหึมาพร้อมเขี้ยวแหลมคมน่าเกรงขามปรากฏกายขึ้นและคำรามลั่นเตรียมเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง วิกฤตการณ์นองเลือดในครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำพาตัวผมก้าวข้ามสู่โลกใบใหม่ ดินแดนต่างภพที่เต็มไปด้วยภยันตรายและเรื่องราวเหนือธรรมชาติสุดหยั่งถึงที่โชคชะตาลิขิตไว้ให้ผมต้องเผชิญโดยไม่อาจหลีกหนีได้พ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ซ่อนรักปถวี
9.1
ชีวิตของฟาสต้องพลิกผันสู่ความมืดมิด เมื่อเธอเผอิญไปรับรู้ความลับสุดยอดที่ไม่ควรรู้ จนถูกปถวีจับตัวมาเค้นหาความจริงด้วยความเกรี้ยวกราด แม้หญิงสาวจะพยายามปฏิเสธทั้งน้ำตาด้วยความหวาดกลัว ท่ามกลางร่องรอยบอบช้ำจากการถูกใช้กำลังคุกคาม แต่ชายหนุ่มกลับยิ่งบันดาลโทสะอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนหน้าไหนทั้งสิ้น ปถวีในเวลานี้แปรเปลี่ยนไปเป็นคนละคนจนฟาสไม่เหลือเค้าความทรงจำเดิมที่เคยรู้จัก เขาตัดสินใจประกาศตัดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย พร้อมทั้งเอ่ยปากข่มขู่เอาชีวิตเธออย่างโหดเหี้ยม เพียงเพื่อจะฝังความลับนั้นให้ตายไปกับเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ
8.3
เมื่อ ‘ฉลาม’ หัวโจกเด็กอาชีวะสุดโหดผู้ไม่เคยยอมใคร กลับต้องมาเสียอาการเพราะตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง ปฏิบัติการเดินหน้าจีบสาวในสไตล์หนุ่มสายลุยสุดโต่งจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คนดิบเถื่อนอย่างเขาเมื่อปักใจรักใครแล้วก็พร้อมจะพุ่งชนและพิชิตใจเธอด้วยวิถีลูกผู้ชายตัวจริงที่ไม่มีใครเหมือนและไม่ซ้ำใคร ท่ามกลางบรรยากาศการปะทะและสมรภูมิอันดุเดือดของเหล่าวัยรุ่น เขาจะงัดทุกกลเม็ดเด็ดพรายมาเพื่อคว้าหัวใจเธอมาครองให้ได้ในที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
เมื่อทายาทมาเฟียสาวแห่งยุค 2000 ต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางโลกที่กำลังล่มสลายและตัดสินทุกสิ่งด้วยพลังปราณกับพลังธาตุอันแข็งแกร่ง แม้ว่าเธอจะมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้โลกใบนี้รออยู่เบื้องหน้า ทว่าอุปสรรคชิ้นโตกลับเป็นความทรงจำดั้งเดิมที่เลือนหายไปอย่างมาก ทำให้เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่การปลูกผักเพื่อประทังชีวิต ควบคู่ไปกับการต่อสู้เพื่อกำจัดเหล่ามารร้ายที่คอยรุกราน ภายใต้โชคชะตาที่แสนโหดร้ายและเหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่คนนี้จะขุดเอาทักษะความสามารถจากชาติก่อนมาปรับใช้เพื่อเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ให้กลับมาสงบสุขอีกครั้งได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักมาเฟียร้าย (เรย์ของพลอย) NC20++SM
9.1
เรย์ คาร์เทอร์ เจ้าพ่อมาเฟียร้ายแห่งอาณาจักรคาเทอร์ (เพื่อนรักของหมอกฤษฎิ์จากคุณหมอที่รัก เรย์ของน้องแก้มใส) โคตรโหด โคตรเถื่อน โคตรร้าย มองความรักเป็นเรื่องไร้สาระ แต่กลับมาแพ้ทางให้สาวขี้ยั่วขี้อ่อยอย่างเธอพลอยไพลิน พลอยไพลิน สาวสวย Sexy ขี้ยั่ว ใจถึง กล้าได้กล้าเสีย เธอไม่เคยรู้เลยว่าความกล้าที่นำพาให้เธอเดินเข้ามาในโลกสีเทาของเขา จะทำให้ทั้งตัวและหัวใจของเธอถูกพันธนาการเอาไว้กับผู้ชายที่ชื่อเรย์ คาร์เทอร์อย่างหมดสิ้นหนทางที่จะหลีกหนีไปไหนได้
ภาพปกนิยายเรื่อง หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลเลือกเดินทางกลับสู่อารันดาอีกครั้งตามที่หัวใจเรียกร้อง เพื่อเคียงคู่กับชี้คฟีรอส ชายผู้มีความรักอันมั่นคงให้แก่เธอ ทว่าในคืนแรกที่มาถึง เหตุการณ์เลวร้ายกลับอุบัติขึ้นเมื่อเธอถูกลักพาตัวไปจากห้องพัก และฟื้นขึ้นมาในกระโจมกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง พร้อมกับร่างที่บาดเจ็บจนโชกเลือดและไร้สติของชี้คหนุ่มที่อยู่ข้างกาย ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและหญิงสาวอีกมากหน้าหลายตาที่คอยจ้องจะแย่งชิงตัวชายคนรักไป น้ำตาลจึงต้องใช้ความรักและความเชื่อใจทั้งหมดที่มีเป็นเครื่องพิสูจน์ เพื่อพากันก้าวผ่านพายุทะเลทรายและภัยอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปให้ได้