APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง ปรารถนาเถื่อนอสูรร้าย

ปรารถนาเถื่อนอสูรร้าย

9.4 / 10.0
ภูตะวันจำต้องเผชิญหน้ากับบทลงโทษแสนดุดันจากเกเบรียล ชายหนุ่มผู้ไร้ความปรานีที่เอ่ยเตือนอย่างเย็นชาว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของบทเรียนอันโหดร้ายโดยไม่มีวันทะนุถนอมเธอ ขณะเดียวกัน ตรีประดับก็ตกที่นั่งลำบากเมื่อเฟดเดอริโกนำข้อมูลลับของเพื่อนสนิทมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง บีบให้เธอต้องยอมจำนนอย่างไร้ทางเลี่ยง แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนสุดกำลังเพื่อไม่ให้ตัวเองถลำลึกเข้าไปในบ่วงเพลิงพิศวาสที่เขาจงใจสร้างขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทานในวังวนนี้

ปรารถนาเถื่อนอสูรร้าย ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

“เฮ้ย!! มันอยู่นั่น ตามจับตัวให้ได้”

ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำ สวมหมวกใบโตและแว่นตาสีดำปกปิดใบหน้า ชี้มือชี้ไม้ไปที่ร่างบอบบางที่ยืนอยู่อีกฝั่งของถนน

“ที่นี่สวยจริงๆ ” ภูตะวันกดชัตเตอร์รัวเร็วอย่างไม่ยั้งด้วยความสุข เพราะได้ทำในสิ่งที่ชื่นชอบ และเบิกบานใจเพราะสามารถหนีงานหมั้นกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ที่เธอไม่เคยแม้จะได้ยินชื่อ รู้จักหรือว่าเคยเห็นหน้ามาได้

สาวน้อยละจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ด้วยความงงงัน เมื่อหูแว่วได้ยินเสียงร้องตะโกนดังลั่นและชี้มือชี้มาตรงที่เธออยู่ยืน

“พวกนั้นชี้มาทางเราหรือเปล่านะ”

ภูตะวันเหลียวซ้ายแลขวาดูว่ารอบๆ กายมีอะไรผิดปรกติหรือไม่ ก็ไม่เห็นมี ใกล้ๆ กับที่เธอยืนอยู่ก็ยังมีผู้คนบ้างประปราย แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าเธอกำลังจะมีปัญหาที่...ใหญ่เสียด้วย

“พวกนั้นหมายถึงเรานี่น่า” เธอเย็นวาบที่แผ่นหลัง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ด้วยความตกใจและหวาดกลัว เพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านเมืองของตัวเอง หากเกิดอะไรขึ้นจริงๆ กว่าจะเคลียร์ได้คงจะต้องใช้เวลานาน ดังนั้นทางที่เลือกคือ...หนี!

ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจสักเท่าไหร่ ว่าที่ยินได้เห็นเมื่อครู่นั้น เพราะเธอหูฝาดตาฝาดไปหรือเปล่า แต่หญิงสาวก็สาวเท้าถอยไปด้านหลังเรื่อยๆ เพื่อเตรียมพร้อมไว้ก่อน แล้วเมื่อเห็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทพวกนั้นจ้องมา ชายพวกนั้นมองซ้ายมองขวาและข้ามถนนมาฝั่งที่เธอยืนอยู่ ทำให้ภูตะวันเริ่มหวาดกลัว รีบหันหลังเดินไปอย่างรีบเร่ง

เหมือนกับว่าคนพวกนั้นจะรู้ว่าเธอรู้ตัวแล้ว จึงตะโกนบอกกันพร้อมกับที่ร่างบึกบึนวิ่งมาที่เธอ

ภูตะวันรีบใส่เกียหมาให้เท้า ออกตัววิ่งหนีอย่างรวดเร็ว แต่เพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ อีกทั้งไม่ชำนาญเส้นทางด้วย การหนีเลยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

หญิงสาววิ่งหลบเข้าไปในซอย แต่คงจะเป็นคราวซวย เพราะซอยที่เธอวิ่งเข้ามานี่ตัน ใบหน้านวลชื้นไปด้วยเหงื่อเหลียวมองซ้ายขวาอย่างตื่นตระหนก

“ไปทางไหนดีล่ะเรา”

โชคของเธอยังคงจะไม่แย่มากนัก เมื่อมุมหนึ่งของซอยมีช่องให้คนตัวเล็กๆ อย่างเธอได้หลบซ่อนตัว ภูตะวันรีบวิ่งเข้าไปแอบอย่างรวดเร็ว หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง เพราะกลัวว่าแม้แต่การหายใจจะทำให้คนพวกนั้นได้ยิน ในใจก็เฝ้าภาวนาอย่าให้คนพวกนั้นได้เจอ

‘พ่อจ๋าแม่จ๋า พี่ลูกจันทร์ช่วยตะวันด้วยนะ ตรีช่วยตะวันด้วย ตรีมารับตะวันเร็วๆ นะ’

แต่ภูตะวันลืมไปว่าพอลงจากเครื่องบินได้ เธอก็เดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายใบโต เดินออกจากสนามบินด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง รื่นรมย์จนลืมแวะตู้โทรศัพท์ เพื่อที่จะโทรบอกตรีประดับเพื่อนรักและญาติสนิทเลยให้มารับ

“เฮ้ย!! มันหายไปไหนแล้ววะ เร็วยิ่งกว่าลิงอีก พวกมึงตามหาให้เจอนะโว้ย ถ้าไม่เจอ คุณหนูเอาเราตายแน่”

สิ่งที่ทำให้ภูตะวันกลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นก็คือ คำสั่งจากน้ำเสียงแข็งกร้าวและดุดันที่ดังแว่วมาเข้าหู ใบหน้านวลชื้นไปด้วยเหงื่อ หัวใจแทบจะหยุดเต้นเมื่อหนึ่งในคนพวกนั้นกำลังเดินมาใกล้จุดที่เธอซ่อนตัวอยู่ แล้วก็ต้องโล่งใจเหมือนเห็นว่าถูกมองผ่านเลยไป

‘คนพวกนี้ตามไล่จับเราทำไมนะ’

ภูตะวันได้แต่คิดด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเธอเพิ่งจะลงจากเครื่องบินได้ไม่ทันจะถึงชั่วโมงดีเลยด้วยซ้ำ มาถึงก็มัวแต่ถ่ายรูปจนไม่ได้สนใจอะไรเลยสักนิด แล้วที่เลือกมาทางนี้ เพราะมันคือทางผ่านไปบ้านตรีประดับและอาภารวี อาสาวที่ได้สามีเป็นคนที่นี่ จึงเลือกตั้งรกรากด้วยการเปิดร้านอาหารไทย และเธอเพียงต้องการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเท่านั้นเอง แต่กลับถูกใครก็ไม่รู้ไล่ล่าเอา

หญิงสาวแอบมองชายหนุ่มร่างใหญ่ทั้งสี่คนที่กำลังเดินตามหาเธอเสียให้ควัก ดูเหมือนว่าหนึ่งในคนพวกนั้นจะตาไว หันมาสบตากับเธอเข้าจังๆ ทำเอาภูตะวันหัวใจหล่นไปกองที่ปลายเท้า ต้องรีบออกจากที่ซ่อน และวิ่งหนีอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ภูตะวันวิ่งหนีจนเหนื่อยหอบ แต่ก็ยังดูเหมือนว่าเจ้าคนพวกนั้นก็ยังคงวิ่งไล่ตามอย่างไม่ลดละเช่นกัน ตอนนี้พวกนั้นก็วิ่งใกล้เข้ามาแล้วด้วย ทำเอาหญิงสาวร้อนใจ เธอเหลียวมองซ้ายขวาอย่างหวาดกลัว ก่อนจะเร่งเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตอีกครั้ง

“ฉันจะไปทางไหนดี...ไปไหนดี”

หญิงสาวคิดพลางวิ่งพลาง จนเหนื่อยหอบแทบจะก้าวขาไม่ไหวแล้ว แต่เพราะต้องการเอาตัวรอด เธอจึงต้องสอดส่ายหาทางหนีที่ไล่ ราวกับพระมาโปรดเมื่อบ้านหลังหนึ่งประตูเล็กของบ้านเปิดแง้มไว้

ภูตะวันเหลียวมองซ้ายขวาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าปลอดโปร่ง ก็รีบแทรกตัวเองเข้าไปอย่างไม่รีบรอ

แต่ก็ยังมีปัญหาอีก เมื่อบริเวณรั้วบ้านที่เธอยืนอยู่นั้นไม่มีที่ให้หลบซ่อนเลย พวกที่ตามจับตัวเธอก็กำลังวิ่งเข้ามาเกือบจะถึงตัวอยู่รอมร่อ

ภูตะวันตัดสินใจวิ่งตัวปลิวเข้าไปในบ้านหลังเล็กที่อยู่เบื้องหน้า เธอคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องเอาตัวรอดจากคนพวกนั้นให้ได้

หญิงสาวยื่นมือไปเปิดประตูออก แล้วเธอก็ต้องหน้าเสีย เพราะประตูบ้านล็อก

“เอายังไงดีละทีนี้”

มีปัญหาก็ต้องหาทางแก้ไข ภูตะวันเลือกที่จะวิ่งเลยไปด้านหลัง เมื่อเห็นว่ามีที่พอให้หลบซ่อนกายได้ ดูเหมือนว่าจะเป็นโชคดีของเธอด้วย เมื่อหน้าต่างห้องบานหนึ่งเปิดแง้มไว้ อย่างไม่สนใจสิ่งใดแล้วนอกจากจะต้องเอาตัวรอดให้ได้ หญิงสาวรีบกระชากหน้าต่างออก แล้วก็ถลากายพาร่างบอบบางเข้าไปในห้องนั้นทันที

ภายในห้องนั้นมืดสนิท แต่ก็เปิดแอร์ไว้อย่างเย็นฉ่ำ จนภูตะวันถึงกับต้องรีบยกมือลูกแขนทันที เพราะความเย็นที่แตะต้องร่างกาย

หญิงสาวรีบปรับสายตาให้ชินกับความมืดของห้อง แสงสว่างยังพอมีให้เห็น เธอรู้สึกสะดุดใจกับเตียงนอนที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้อง ก่อนจะต้องรีบหาที่ซ่อนอีกครั้ง เพราะไม่แน่ใจว่า คนพวกนั้นยังตามหาเธออยู่หรือเปล่า

“ซ่อนที่ไหนดีล่ะนี่” หญิงสาวพึมพำ ห้องออกจะกว้าง แต่ไม่มีที่ให้เธอซุกซ่อนกายได้เลย

หญิงสาวคว้าเอากระเป๋าสะพายบนหลังซ่อนไว้ใต้เตียงนอน ก่อนตัวเองจะขึ้นไปนอนบนเตียง เอาผ้าห่มนวมผืนหนาปกคลุมกาย ให้เหมือนกับว่าผ้าห่มผืนนี้คลุมหมอนข้าง เธอหลับตาปี๋ พร้อมกับคำภาวนา ขอให้คนที่ตามล่าเธออยู่นั้นรีบสลายตัวไปอย่างเร็วที่สุด

ด้วยความเหน็ดเหนื่อยและเมื่อยล้าจากการต้องวิ่งหลบหนีใครก็ไม่รู้ บวกกับอ่อนเพลียจากการเดินทาง ลมหายใจหญิงสาวเริ่มแผ่วเบาเป็นจังหวะ แม้จะพยายามดึงสติที่มีอยู่มาแทนที่ แต่เธอทนกับความง่วงที่เกิดขึ้นไม่ได้ ภูตะวันก็หลับสนิทไปทั้งที่ใจยังคงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล

“ลุงปาโก้มีอะไรให้ผมเซ็นอีกหรือเปล่า” เกเบรียลถามลูกน้องวัยคราวพ่อที่ยื่นเอกสารสำคัญให้เซ็น ก่อนที่เขาจะเดินทางไปดูงานตามสาขาต่างๆ เป็นเวลาหนึ่งเดือนและถือโอกาสนี้เดินทางไปเยี่ยมคุณย่าที่เกาะส่วนตัวอีกประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์ด้วย

ปาโก้เป็นลูกน้องคนสนิทของบิดามาก่อน จนเมื่อท่านปลดระวางแต่ชายชราคนนี้ไม่อยากอยู่เฉยๆ เลยขอมาทำงานกับเขาต่อ ซึ่งเขาเองก็ยินดีที่จะได้คนดีมีฝีมือมาดูแลงาน อีกทั้งยังสอนสั่งประสบการณ์ที่มีให้ จนถึงตอนนี้บริษัทที่เขาดูแลอยู่ ได้กลายเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ส่วนหนึ่งก็มาจากชายนามปาโก้ที่นั่งยิ้มให้อยู่นี่แหละ

“งานที่จะเซ็นไม่มีแล้วครับ ที่มีก็คงจะเป็นเรื่องงานที่บอสกำลังเสนอตัวเข้าประมูลนั่นแหละครับ ได้ข่าวมาว่าทางบริษัทของเราเป็นตัวเองเก็ง จนหลายคนเริ่มจะไม่ชอบใจ คอยหาเรื่องใส่ไฟ เพื่อกำจัดบอสออกจากการประมูลครั้งนี้แล้วนะครับ” ปาโก้บอกอย่างคนที่มักวิตกกังวลใจง่ายๆ

“ผมเองก็ได้ข่าวแว่วๆ มาเหมือนกันครับลุง เลยคิดว่าจะใช้การเดินทางครั้งนี้เป็นข้ออ้าง เพื่อทำการสำรวจข้อมูลไปในตัวด้วย แต่คนที่เหนื่อยคงจะต้องเป็นลุงนั่นแหละครับ” เกเบรียลลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานไปยืนที่กระจกใส มองออกไปด้านนอกที่เป็นอาณาจักรธุรกิจของตัวเอง

“ไม่ว่าจะยังไง ผมก็จะไม่ยอมแพ้หรอกครับลุง งานที่เราทำ ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อทุกๆ คน” เกเบรียลบอกให้ปาโก้เชื่อใจ

อ่านต่อ

สารบัญ ปรารถนาเถื่อนอสูรร้าย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แซ่บสยิว
7.8
เมื่อโชคชะตาถูกกำหนดไว้ด้วยสัญญาคลุมถุงชนตั้งแต่เด็ก ชายหนุ่มและหญิงสาวจึงต้องเผชิญหน้ากับสถานะคู่หมั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนเติบใหญ่ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นท่ามกลางโลกปัจจุบันกลับปลุกเร้าความรู้สึกอันร้อนแรงให้ปะทุขึ้นอย่างไม่คาดคิด พันธะผูกพันในอดีตที่เคยเป็นเพียงข้อตกลงกำลังจะถูกทดสอบด้วยความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ทั้งคู่จะต้องร่วมกันค้นหาคำตอบว่า จะจัดการกับความสัมพันธ์สุดแซ่บนี้และก้าวผ่านพันธนาการที่ผูกมัดพวกเขาไว้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตหลังแต่งงานของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อผ่านไปนับเดือนสามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ท่าทีเฉยเมยนี้ทำให้เธอระแวงว่าเขาอาจมีความลับเรื่องสุขภาพปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อชายหนุ่มที่เคยดูไร้อารมณ์กลับเผยความปรารถนาอันรุนแรง อ้อมกอดและสัมผัสดุดันพิสูจน์ว่าเธอประเมินเขาผิดไป เขาปลดปล่อยความรู้สึกที่กักเก็บไว้อย่างยาวนานผ่านบทรักเร่าร้อน จนเธอไม่อาจตั้งรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันและต้องพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลที่เขาโหมกระหน่ำใส่
ภาพปกนิยายเรื่อง รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้มีอิทธิพลล้นฟ้าพร้อมทำลายล้างทุกอุปสรรค ต้องโคจรมาพบกับหญิงสาวผู้อ่อนโยนเปรียบเสมือนลูกกวางตัวน้อยที่ไร้ทางสู้ในเงื้อมมือของเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมสยบต่อการตัดสินใจของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าเขาจะเลือกทำลายเธอให้มอดไหม้หรือจะยอมปล่อยตัวเธอไป ทว่าทุกการสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้นั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจของเธอจะต้านทานได้ ในสงครามแห่งความรักและความใคร่ครั้งนี้ หญิงสาวจึงต้องติดอยู่ท่ามกลางบ่วงไฟพิศวาสที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน นักศึกษาแพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมและเป็นทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งอันแสนเย็นชา ได้โคจรมาพบกับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายผู้เจนจัดในเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนอยู่ในสถาบันเดียวกันแต่กลับไม่เคยได้ทำความรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่เบลซตัดสินใจลองดีกับอำนาจมืด เขาใช้สายตาและคำพูดท้าทายพร้อมยื่นข้อเสนอสุดตื่นตะลึงให้เอซเพื่อแลกกับการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพียงแค่คืนเดียว ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดและแรงดึงดูดทางเพศที่ยากจะต้านทาน ค่ำคืนนี้จะเปลี่ยนความเคลือบแคลงสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาฝังลึกที่ไม่มีวันลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ปัทมณฑ์ สาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกต้องเผชิญหน้ากับความปรารถนาอันร้อนแรงของไรอัน มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของธุรกิจสายการบินที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อประมูลตัวเธอมาครอบครอง แม้หญิงสาวจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวในตอนแรก แต่เขากลับเลือกใช้ความอดทนและค่อยๆ สอนบทเรียนรักที่แสนหวานเย้ายวนใจให้อย่างใจเย็น ความรัญจวนใจที่ชายหนุ่มมอบให้ทีละนิดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามที่ทำให้เธอหลงใหลจนยากจะถอนตัว แม้ร่างกายจะทรมานจากการถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสที่หนักหน่วงจากเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการนี้ได้ ซึ่งไรอันเองก็ตั้งใจที่จะเดินหน้ามอบความรักอันเร่าร้อนนี้อย่างไม่ลดละ จนกว่าเธอจะหลอมละลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขา
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์