APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

8.4 / 10.0
ความรักสิบปีไม่มีค่าเมื่อฉันจับได้ว่า ‘ธวัชชัย’ คู่หมั้นหนุ่มแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ‘นิชานันท์’ น้องสาวของเพื่อนผู้ล่วงลับที่เขาอ้างว่าเอ็นดูเหมือนน้องสาว ในวันที่ฉันป่วยหนักเขากลับเลือกทิ้งฉันเพื่อไปดูแลเธอเพียงเพราะกลัวเสียงฟ้าร้อง ทั้งยังเพิกเฉยต่ออาการแพ้กุ้งขั้นรุนแรงของฉันอย่างไม่ไยดี เมื่อรู้ซื่อว่าความรักที่ผ่านมาเป็นแค่เครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ ฉันจึงตัดสินใจยกเลิกงานแต่งงานทันที พร้อมหันไปร่วมมือกับ ‘เอกภพ’ นักธุรกิจคู่แข่งอันดับหนึ่งของเขาเพื่อเสนอดีลหุ้นใหญ่ ถึงเวลาที่อดีตคนรักต้องชดใช้ด้วยการสูญเสียทุกสิ่ง

เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน ตอนที่ 1

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข ฉันกลับเห็นธวัชชัย คู่หมั้นที่คบกันมาสิบปี กำลังกอดนิชานันท์ 'น้องสาว' ที่เขาอ้างว่าบริสุทธิ์ใจอย่างแนบแน่น

ริมฝีปากของเขาประทับลงบนหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน ท่าทางที่เคยเป็นของฉันคนเดียว แต่เมื่อฉันถามถึงความสัมพันธ์นั้น เขากลับตวาดใส่ว่าฉัน "คิดมาก" และ "งี่เง่า" ที่ไปหึงน้องสาวของเพื่อนที่ตายไปแล้ว

ในวันที่ฉันป่วยหนักจนติดเชื้อในกระแสเลือดนอนพะงาบๆ อยู่ที่โรงพยาบาล เขากลับทิ้งฉันไว้ลำพังเพื่อไปปลอบนิชานันท์ที่แค่ "กลัวเสียงฟ้าร้อง"

ซ้ำร้ายเขายังทำอาหารใส่กุ้งที่ฉันแพ้อย่างรุนแรงให้นิชานันท์กิน โดยไม่สนใจว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร

ภาพในโซเชียลมีเดียที่นิชานันท์ป้อนข้าวเขาอย่างสนิทสนม ตอกย้ำความจริงที่ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ฉันเป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ และเป็น "ของตาย" สำหรับเขา

ความรักและความทุ่มเทของฉันถูกตอบแทนด้วยการทรยศหักหลังที่เจ็บปวดที่สุด

พอกันทีกับความโง่เขลา ฉันเช็ดน้ำตาแล้วหยิบโทรศัพท์กดโทรหา "เอกภพ" คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของเขา

"ฉันมีข้อเสนอเกี่ยวกับหุ้นของเกียรติชัย กรุ๊ป... และฉันต้องการยกเลิกงานแต่งงานเดี๋ยวนี้"

งานนี้ฉันจะไม่จากไปเงียบๆ แต่จะทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า "สูญเสียทุกอย่าง" มันเป็นยังไง

บทที่ 1

พิมพ์ชนก POV:

ในคืนส่งท้ายปีเก่าที่เสียงพลุดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะฉีกฟ้าให้ขาดวิ่น หัวใจของฉันก็แตกสลายไม่ต่างกัน

ฉันเห็นธวัชชัยยืนอยู่ตรงนั้น... ใต้แสงจันทร์อ่อนๆ ที่สาดส่องผ่านม่านเมฆหนาทึบ

เขากำลังกอดนิชานันท์อย่างอ่อนโยน.

ริมฝีปากของเขาแตะแผ่วเบาที่หน้าผากของเธอ.

ท่าทางที่คุ้นเคย.

ท่าทางที่ฉันเคยได้รับ.

ความอบอุ่นที่แสนปลอมเปลือก.

ภาพนั้นกัดกินหัวใจฉันจนรู้สึกเหมือนจะหยุดเต้น.

เสียงหัวเราะคิกคักของนิชานันท์ดังแว่วมาตามสายลมหนาว.

เธอซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของธวัชชัย.

เขาลูบผมเธอเบาๆ ราวกับปลอบโยนเด็กน้อย.

แววตาของธวัชชัยที่มองนิชานันท์เต็มไปด้วยความห่วงใย.

ความห่วงใยที่ฉันโหยหามาตลอดสิบปี.

ฉันยืนนิ่งราวกับรากงอกติดพื้น.

สายฝนเทกระหน่ำลงมาไม่หยุด.

ความหนาวเย็นกัดกินเข้ากระดูก.

ฉันรู้สึกไม่สบายตัวตั้งแต่ก่อนมางานปาร์ตี้.

อาการไข้เริ่มกำเริบ.

หัวใจของฉันบีบรัดอย่างแรง.

คลื่นไส้จนแทบจะยืนไม่ไหว.

สมองสั่งการให้ร่างกายหลบหนีจากภาพตรงหน้า.

แต่ขาทั้งสองข้างกลับแข็งทื่อ.

ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วร่าง.

มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางกาย.

แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากความทรยศหักหลัง.

ฉันรับรู้ได้ถึงรสชาติขมปร่าในลำคอ.

มันเป็นรสชาติของความผิดหวัง.

ความผิดหวังที่ไม่อาจกลืนลงไปได้.

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างเชื่องช้า.

นิ้วเรียวกดเปิดกล้อง.

มือสั่นเทาเล็กน้อย.

แต่สายตาของฉันกลับมุ่งมั่นและเยือกเย็น.

ฉันต้องการหลักฐาน.

หลักฐานสำหรับสิ่งที่ฉันเพิ่งเห็น.

ภาพที่บันทึกไว้ในความทรงจำจะไม่มีวันเลือนหาย.

แต่หลักฐานในโทรศัพท์จะใช้ยืนยันความจริง.

ในวันที่เขาปฏิเสธทุกอย่าง.

ฉันมองเห็นภาพธวัชชัยที่เคยบอกว่ารักฉันหมดหัวใจ.

ภาพของเขาที่บอกว่านิชานันท์เป็นเพียงน้องสาว.

คำพูดเหล่านั้นไหลย้อนกลับมาในหัว.

มันคือคำโกหก.

คำโกหกทั้งเพ.

ฉันเคยเชื่อทุกอย่าง.

เชื่อในความรักของเรา.

เชื่อในคำสัญญาของเขา.

แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังทลายลงตรงหน้า.

ความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าที่คาดคิด.

ฉันมันโง่สิ้นดี

ทันใดนั้น.

เสียงฟ้าร้องคำรามดังสนั่น.

ธวัชชัยกับนิชานันท์สะดุ้งเล็กน้อย.

พวกเขามองหน้ากัน.

แล้วธวัชชัยก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น.

นิชานันท์ซบหน้าลงกับอกเขาอีกครั้ง.

ฉันผงะถอยหลัง.

หลบเข้ามุมมืดของระเบียง.

หัวใจเต้นรัว.

กลัวว่าพวกเขาจะเห็นฉัน.

กลัวว่าพวกเขาจะรู้ว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้.

ความรู้สึกอับอายและไร้ที่พึ่งถาโถมเข้ามา.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งกลางพายุ.

ยืนตากฝนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานแสนนาน.

ความหนาวเย็นกัดกินร่างกาย.

ไข้ขึ้นสูงจนเริ่มมีอาการเพ้อ.

ลมหายใจติดขัด.

โลกหมุนเคว้ง.

ทุกอย่างมืดมิดไปชั่วขณะ.

ฉันพยุงตัวเองกลับมาที่คอนโด.

ในหัวเต็มไปด้วยภาพของธวัชชัยและนิชานันท์.

เมื่อมาถึงห้อง.

ฉันเห็นธวัชชัยกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว.

กลิ่นหอมของอาหารลอยฟุ้งไปทั่วห้อง.

เขาหันมามองฉันด้วยรอยยิ้ม.

รอยยิ้มที่เคยทำให้ฉันอบอุ่นใจ.

แต่ตอนนี้มันกลับดูเสแสร้งและน่ารังเกียจ.

ฉันยืนมองเขาอยู่ห่างๆ.

ธวัชชัยไม่เคยเข้าครัว.

ไม่เคยทำอาหารให้ฉันเลย.

ตลอดเวลาที่เราคบกันมา.

ฉันเป็นคนดูแลเรื่องอาหารการกินของเรามาตลอด.

แต่ตอนนี้เขากำลังปรุงอาหารจานพิเศษ.

อาหารที่ฉันไม่เคยกิน.

เขาหันมามองฉัน.

"พิมพ์ คุณไปไหนมา? ผมเป็นห่วงแทบแย่"

คำพูดของเขาฟังดูห่วงใย.

แต่ฉันกลับรู้สึกคลื่นเหียน.

ธวัชชัยเดินเข้ามาหาฉัน.

มือของเขายื่นมาสัมผัสหน้าผากฉัน.

"ตัวร้อนจี๋เลย ไปตากฝนที่ไหนมา?"

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด.

แววตาตำหนิฉายชัด.

เขาไม่เคยห่วงใยฉันจริงจัง.

มีแต่ความไม่พอใจในความไม่สมบูรณ์แบบของฉัน.

"พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจค่ะ"

ฉันตอบเสียงแผ่ว.

พูดออกไปตามความเคยชิน.

ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ทำอะไรผิดกลับมาอีกครั้ง.

ฉันรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะโต้แย้ง.

ทันใดนั้น.

เสียงเปิดประตูดังขึ้น.

นิชานันท์เดินเข้ามาในห้อง.

ในชุดนอนผ้าไหมสีอ่อน.

เธอดูสดชื่นและไร้เดียงสา.

แตกต่างกับฉันที่ดูเหมือนคนป่วยใกล้ตาย.

"พี่วัชคะ ฝนตกหนักมากเลยค่ะ นิกลัว"

นิชานันท์ทำเสียงออดอ้อน.

แล้วเหลือบมองมาที่ฉันเล็กน้อย.

รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ.

รอยยิ้มที่ฉันมองเห็นอย่างชัดเจน.

หัวใจของฉันหล่นวูบ.

ธวัชชัยเดินไปหานิชานันท์.

โอบไหล่เธอเบาๆ.

"ไม่เป็นไรนะนิ พี่อยู่นี่แล้ว"

เขาหันมามองฉัน.

"พิมพ์ นิจะค้างที่นี่คืนนี้นะ ฝนตกหนักมากเลย"

คำพูดของเขาเหมือนคำสั่ง.

ฉันทำได้แค่พยักหน้า.

นิชานันท์คือน้องสาวของเพื่อนสนิทที่เสียชีวิตไปแล้วของธวัชชัย.

เขาเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ๆ.

ครอบครัวของธวัชชัยก็เอ็นดูนิชานันท์มาก.

โดยเฉพาะคุณแม่ของธวัชชัยที่มักจะตำหนิฉันเสมอว่าไม่ดูแลนิชานันท์ให้ดี.

โต๊ะอาหารเงียบงัน.

ธวัชชัยตักอาหารให้นิชานันท์อย่างเอาใจใส่.

"นิชอบกินปลาทอดนี่นา พี่ทำไว้ให้เยอะเลย"

เขาพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น.

ฉันนั่งกินข้าวเงียบๆ.

อาหารที่เขาทำมีส่วนผสมของกุ้ง.

ซึ่งฉันแพ้อย่างรุนแรง.

แต่เขากลับไม่จำเรื่องนี้เลย.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งกลางทะเลทราย.

โดดเดี่ยวและไร้ค่า.

นี่คือสิ่งที่ฉันได้รับจากการอยู่เคียงข้างเขามาตลอดสิบปีงั้นหรือ?

หลังอาหาร.

ธวัชชัยบอกให้นิชานันท์ไปนอนห้องรับแขก.

"ห้องนั้นสบายนะนิ พรุ่งนี้ค่อยกลับ"

เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม.

ห้องรับแขกที่เต็มไปด้วยของใช้ส่วนตัวของฉัน.

ห้องที่ฉันใช้ทำงาน ใช้พักผ่อน.

ตอนนี้มันกำลังจะถูกครอบครองโดยนิชานันท์.

ฉันรู้สึกเหมือนถูกปล้นทุกสิ่งทุกอย่างไป.

บ้านที่เคยเป็นของเรา.

ตอนนี้มันกำลังกลายเป็นบ้านของคนอื่น.

ฉันอยากจะกรีดร้อง.

อยากจะโวยวาย.

แต่เสียงเหล่านั้นกลับจุกอยู่ในลำคอ.

ฉันไม่เหลือแรงแม้แต่จะส่งเสียง.

ธวัชชัยกลับเข้ามาในห้องนอนตอนดึก.

เขาไม่ได้พูดอะไร.

เพียงแค่เดินไปล้มตัวลงนอนข้างๆ ฉัน.

ฉันยังคงตัวร้อนจี๋.

ปวดหัวจนแทบระเบิด.

ร่างกายอ่อนล้าเต็มที.

แต่สมองของฉันกลับตื่นตัวตลอดเวลา.

ภาพธวัชชัยกอดนิชานันท์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว.

ทำไมเขาถึงทำแบบนี้?

ความรักของเรามันคืออะไรกันแน่?

ฉันอยากให้เขายอมรับความจริง.

อยากให้เขาพูดความจริงกับฉัน.

แม้ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม.

ฉันไม่ต้องการคำโกหกอีกแล้ว.

ฉันนอนจ้องเพดานจนฟ้าสาง.

น้ำตาค่อยๆ ไหลรินอาบแก้ม.

ฉันรู้สึกเจ็บปวดกับการถูกทรยศ.

แต่สิ่งที่เจ็บปวดกว่าคือความจริงที่ว่า.

ฉันอาจจะต้องเสียเขาไป.

เสียเขาไปให้กับผู้หญิงอีกคน.

และที่เลวร้ายที่สุด.

คือฉันจะต้องอับอายต่อหน้าคนทั้งประเทศ.

งานแต่งงานของเรากำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า.

ถ้าหากฉันยกเลิกงานแต่ง.

ฉันจะกลายเป็นผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้ง.

ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้แพ้.

แต่ถ้าฉันยังอยู่ต่อไป... ฉันจะเหลืออะไร?

อ่านต่อ

สารบัญ เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน นักศึกษาแพทย์หนุ่มผู้เพียบพร้อมและเป็นทายาทมหาเศรษฐี เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งอันแสนเย็นชา ได้โคจรมาพบกับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายผู้เจนจัดในเรื่องความสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืน แม้ทั้งคู่จะเรียนอยู่ในสถาบันเดียวกันแต่กลับไม่เคยได้ทำความรู้จักกันมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่เบลซตัดสินใจลองดีกับอำนาจมืด เขาใช้สายตาและคำพูดท้าทายพร้อมยื่นข้อเสนอสุดตื่นตะลึงให้เอซเพื่อแลกกับการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเพียงแค่คืนเดียว ท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดและแรงดึงดูดทางเพศที่ยากจะต้านทาน ค่ำคืนนี้จะเปลี่ยนความเคลือบแคลงสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาฝังลึกที่ไม่มีวันลบเลือน
ภาพปกนิยายเรื่อง Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อเป้าหมายเดียวในชีวิตคือการครอบครองชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ หญิงสาวจึงต้องเตรียมใจยอมรับบททดสอบสุดหิน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่อบอวลไปด้วยความร้อนแรงและดุดันจากเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฝึกฝนความอดทนเพื่อรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะปรนเปรอให้ในทุกค่ำคืน หากเธอเลือกแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่หัวใจต้องการ เธอก็ต้องเข้มแข็งและแกร่งพอที่จะต้านทานความปรารถนาอันล้นเหลือของเขา เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
การเดินทางอันแสนเรียบง่ายของจางฟางซินกลับกลายเป็นฝันร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อรถม้าของเธอถูกกลุ่มคนลึกลับลอบโจมตีจนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ท่ามกลางบาดแผลฉกรรจ์และความทรมานเจียนตายที่ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพื่อหยิบมีดสั้นเล่มเดียวที่มีหวังจะใช้ปกป้องชีวิตตนเอง แต่แล้วเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าผู้ถือกระบี่อาบเลือดจ่อประชิดตัว กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดคละคลุ้งทำเอาเรี่ยวแรงของเธอสูญสิ้นไปจนหมดสิ้น ทว่าในความหวาดกลัวนั้น ใบหน้าของเพชฌฆาตหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อพล็อตนิยายเดิมถูกคนเกิดใหม่แก้ไขจนพังยับเยิน หญิงสาวที่ทะลุมิติมาเข้าร่างของภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องหนีออกจากจวน เพื่อออกเดินทางท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวสุดกวน ทว่าชีวิตใหม่ในโลกแฟนตาซีครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความโกลาหลและเรื่องราวสุดแปลกประหลาดอย่างคาดไม่ถึง เธอต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้เคล็ดวิชาน้ำเต้าหู้สังหารศัตรูอย่างพิสดาร แถมยังต้องคอยรับมือกับเพื่อนร่วมทางตัวดีที่เรียกร้องจะกินแต่หมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางอันตรายและความวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาในโลกใบ
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์