APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามกาลบันดาลใจ

ข้ามกาลบันดาลใจ

เมื่อจันทร์วาดพลัดหลงเข้าไปในโลกนิทานอันลึกลับ โชคชะตานำพาให้เธอได้พบรักแท้กับคุณหลวงอัครเดช ชายผู้มีความรักอันมั่นคง ทว่าอุปสรรคครั้งใหญ่ก็มาเยือนเมื่อพลังอำนาจลี้ลับพยายามจะพรากทั้งคู่จากกันด้วยความเจ็บปวดเจียนตายจนร่างแทบแตกสลาย ถึงแม้จะต้องเผชิญหน้ากับความทรมานแสนสาหัสเพียงใด คุณหลวงก็ไม่คิดจะปล่อยมือจากหญิงคนรัก แม้ความตายจะคืบคลานเข้ามา เขาก็ขอเลือกสิ้นลมหายใจอยู่ในอ้อมกอดของจันทร์วาดเท่านั้น ด้วยพลังแห่งความผูกพันอันลึกซึ้งนี้ จึงไม่มีแรงอาถรรพ์ใดที่จะสามารถทำลายล้างความรักที่ทั้งสองมีให้พังทลายลงได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ในที่สุดเขาก็ยอมนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากที่มีฟูกยัดนุ่นหนา ๆ ปูรองด้านบน

จันทร์วาดมองซ้ายมองขวาก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เขา เล่นเอาคุณหลวงผู้ถือยศศักดิ์ถึงกับตาค้างกับกิริยาไร้การสำรวมและเข้าหาผู้ชายโดยไม่ถือตัว

จันทร์วาดมองคนข้าง ๆ แล้วยิ้มจนเห็นฟันขาววับโชว์ลักยิ้มน่ารักข้างแก้ม

“มองทำไมคะ”

“ไยไม่นั่งที่พื้น นั่งเสมอบุรุษนั่งเสมอเจ้านายไม่อาจทำได้”

จันทร์วาดย่นจมูก

“พื้นเย็นจะตายนี่คะ ฉันไม่ใช่ทาสของคุณหลวงด้วย เรื่องหมอบคลานไม่ถนัดอีกอย่างที่นี่หนาวจะตายดูสิฝนก็ตกฟ้าก็ผ่า ฉันกลัวเสียงฟ้าร้องค่ะ เมื่อกี้ที่โผล่มาก็มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าฉันนี่กลัวจนฉี่แทบราดเลยค่ะ พวกเราต่อไปต้องสนิทกันตอนนี้ก็ใกล้ชิดกันไว้เถอะค่ะ ฉันไม่อยากนั่งพื้น ถ้าคุณหลวงอยากนั่งก็นั่งเองสิคะ อย่ามาบังคับคนอื่น”

สีหน้าของหลวงอัครเดชคล้ายจะเอือมระอา ในขณะที่จันทร์วาดกลับตีหน้าขรึมเอาจริงเอาจัง หลวงอัครเดชจึงเอ่ยเบา ๆ

“ใครเขาจะไปอยากสนิทกับคนท่าทางเพี้ยน ๆ เช่นหล่อนกัน”

“คุณหลวงอย่าพูดแบบนั้นสิคะ ฉันเสียใจนะคะ ฉันออกจะน่ารักไม่ได้เพี้ยนสักหน่อย”

บทเด็กขี้อ้อนเริ่มมาแล้ว ตอนนี้เธออายุยี่สิบกว่าปีถ้าคุณหลวงมีอายุตามหนังสือนิยายบอกตอนนี้เขาก็อายุยี่สิบแปดปีแล้ว ห่างกันตั้งหลายปีเธอจึงเหมือนเป็นน้องสาวของเขา

แต่ว่าด้วยสเปกชอบผู้ชายที่แก่กว่าของจันทร์วาดทำให้ดวงตาของเธอเป็นประกายเมื่อพบว่าผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เธอตอนนี้ตรงกับสเปกทุกประการ

ผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนไร้รูขุมขน ใบหน้าสะอาดตาหล่อเหลา สันกรามคม ดวงตากลมโต จมูกโด่งได้รูป ปากหนาแบบฉบับชายไทยแท้ กล้ามท้องสวยเป็นลอน กล้ามแขนนั่นก็น่ากัดจนรู้สึกอยากลองสักคำ

ที่สำคัญคุณหลวงคนนี้ตัวสูงไม่น้อย น่าจะไม่ต่ำกว่าร้อยแปดสิบแน่ ๆ ทำให้จันทร์วาดที่สูงแค่หนึ่งร้อยหกสิบเซ็นเตี้ยไปถนัดตาเมื่อยืนคู่กับเขา

อา โชคดีจริง ๆ ที่ได้เห็นพระเอกในนิยายตัวเป็น ๆ ไม่คิดว่าจะงานดีกว่าที่คิดไว้อีก

จันทร์วาดจ้องเขาดวงตาหวานเชื่อมปากยังพูดอ่อนหวาน

“คุณหลวงฟังฉันหน่อยนะคะ ฉันไม่ใช่คนร้ายจริง ๆ ดูสิฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้ จะกล้าโกหกได้ยังไงคะ”

ทั้งน้ำเสียงอ่อนหวานสายตาออดอ้อนที่หลวงอัครเดชไม่เคยพบมาก่อนในชีวิตทำให้น้ำเสียงแข็ง ๆ และท่าทางแข็งกร้าวของเขาอ่อนลงไปมาก เธอกระแซะเขาพร้อมกับอมยิ้มขยับเข้ามาใกล้ ๆ

เขายืดตัวถอยหนี

“คุณหลวงรังเกียจฉันเหรอคะ”

“เรียกว่าสำรวม”

“ทำไมต้องสำรวมคะ ฉันไม่ใช่มหาเทวีเจ้าสักหน่อย”

หลวงอัครเดชพูดเบา ๆ

“ในเมื่อหล่อนไม่รู้จักคำว่ากุลสตรี ก็คงเป็นฉันที่ต้องระวังตัว”

จากนั้นเขาก็ลุกขึ้น ทว่ากลับถูกจันทร์วาดคว้ามือเอาไว้แล้วดึงให้เขานั่งลงที่เดิม

“นั่งด้วยกันนี่แหละค่ะ จะได้พูดคุยกันได้สะดวก ไม่ต้องไปนั่งพื้นหรอก ฉันไม่ถือ”

เขาปวดหัวแล้ว ใครจะนั่งพื้นกันเขาแค่จะยืนคุยกับหล่อนเท่านั้น เขาดึงมือของจันทร์วาดออกแต่หล่อนไม่ยอมปล่อยยังเกาะแน่นหนา ทั้งยังแอบลูบเบา ๆ จนเส้นข้างใบหน้าของหลวงอัครเดชตึงขึ้นมาทันใด

“เป็นแม่หญิงเข้ามาในห้องหับผู้อื่นกลางค่ำกลางคืนยังนั่งใกล้กันเช่นนี้ไม่ได้”

“ทำไมไม่ได้ล่ะคะ หรือชอบให้คนอื่นมาได้ยิน ฉันรู้ว่าหน้าห้องนอนของคุณหลวงต้องมีไอ้พร้า เอ๊ยน้าพร้าคอยเฝ้าอยู่ไม่ใช่หรือคะ”

คุณหลวงได้ยินยิ่งมีสีหน้าประหลาดใจ แน่นอนว่าหน้าเรือนของเขามีไอ้พร้าบ่าวที่ติดตามเขามาตั้งแต่เด็กคอยเฝ้าอยู่ตลอดแล้วแม่หญิงผู้นี้จะเข้ามาโดยที่บ่าวของเขาไม่รู้ได้อย่างไร

เรื่องเหนือธรรมชาติคนโบราณย่อมเชื่อถือมากกว่าคนสมัยใหม่ ตอนนี้ในใจของคุณหลวงจึงมองว่าเธอเป็นผีหรือไม่ก็วิญญาณลี้ลับที่บังเอิญโผล่เข้ามาในห้อง

“คุณหลวงจ้องฉันอีกแล้วนะคะ นิสัยชอบคิดไม่ชอบพูดนี่ทำให้คนไม่รู้นะคะว่าจริง ๆ อยากได้อะไร”

ผู้ชายโบราณรูปหล่อคนนี้ตกใจกับคำพูดของเธออีกแล้ว แน่นอนว่านั่นเป็นเพราะเธอดันรู้กระทั่งนิสัยที่ไม่ค่อยชอบพูดของเขา

“ฉันรู้สึกว่าเรื่องของหล่อนมันคลุมเครือไม่ชัดเจน คนธรรมดาไม่อาจทำได้ หรือหล่อนจะไม่ใช่คนจริง ๆ”

จันทร์วาดหัวเราะคิก

“อย่าบอกนะคะว่าคุณหลวงกำลังคิดว่าฉันเป็นผี”

เธอทายถูกเผง และสายตาคมที่มองมานั้นทำให้เธอถอนหายใจยาว

“คุณหลวงฉันเป็นคนจริง ๆ ค่ะ ฉันชื่อจันทร์วาด คือฉันเกิดวันจันทร์ค่ะ แม่เลยตั้งส่ง ๆ ว่าจันทร์คำเดียว ดูสิฉันสวยขนาดนี้จะใช้ชื่อว่าจันทร์ได้ยังไง เพื่อนล้อตายเลย พอโตขึ้นมาฉันเลยไปเปลี่ยนเองเลยค่ะ เติมวาดเข้ามาเป็นจันทร์วาด ชื่อเหมือนนางในวรรณคดีเลยใช่หรือเปล่าคะ ฉันเคยไปดูดวงแล้วนะคะ ชื่อนี้ดีมากอาจได้เป็นถึงคุณหญิงคุณนายนั่งกินนอนกินไปตลอดชีวิต ถ้าคุณหลวงจะกรุณา”

จันทร์วาดอดไม่ได้ที่จะเต๊าะคนหล่อไปหนึ่งประโยค แต่ดูเหมือนว่าคุณหลวงคนนี้จะไม่เข้าใจความตั้งใจของเธอแล้ว

หลวงอัครเดชฟังเธอเล่าเรื่องตัวเองรัวเร็วจนหูอื้อ เขาไม่เคยพบแม่หญิงคนใดพูดเร็วเท่านี้มาก่อน ยังมีเรื่องชื่อที่เขาไม่เห็นด้วย

“ชื่ออีจันทร์ก็ไพเราะไม่เบา ไยจึงคิดเปลี่ยนชื่อที่พ่อแม่ให้มาเล่า”

“อีจันทร์ โอ๊ยคุณหลวงก็ช่างมาเติมให้ฉัน แค่จันทร์คำเดียวก็แย่แล้วค่ะ ยังมามีอีเอออะไรอีก เชยจะตาย อีจันทร์นี่มันเพราะตรงไหนคะ แล้วคุณหลวงว่าชื่อจันทร์วาดไม่ดีเหรอคะ”

ในที่สุดเขาก็ถูกเด็กหลอกให้พูดเรื่องชื่อที่เขาเห็นว่าไร้แก่นสารจนได้

“เอาเถิดหล่อนเข้าใจเลือก จันทร์วาดก็งามสง่าไพเราะไม่น้อย เอาเป็นว่าชื่อดีทั้งสองหากจะไม่เปลี่ยนก็ยังเป็นชื่อที่งามนัก”

“ใช่ไหมล่ะคะ คุณหลวงยังบอกเลยว่าไพเราะเพราะพริ้ง อ้อ แล้วฉันไม่ใช่ผีจริง ๆ นะคะ ดูสิ ตัวก็อุ่น หัวใจก็เต้นเป็นปกติ”

มือของเธอไวเท่ากับฝีปาก เพราะต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นคนจึงคว้ามือของคุณหลวงขึ้นมาจับที่จมูกตัวเองแล้วยังพามือใหญ่มาวางแนบอก

มือของเขาทั้งใหญ่และร้อนแม้จะทาบอยู่นอกเสื้อคลุมแต่ก็ทำให้จันทร์วาดสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอุ่นวาบตรงนั้น

ทว่าหัวใจของจันทร์วาดเต้นเป็นจังหวะปกติ แต่หัวใจของหลวงกลับเต้นระรัวรุนแรง หลวงอัครเดชกระแอมแล้วค่อย ๆ ดึงมือของตัวเองออกมาช้า ๆ

ยอมรับอยู่ไม่น้อยว่านั่งใกล้หล่อนเช่นนี้ทำให้ได้กลิ่นหอมประหลาดที่ชวนให้รู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าว และยังติดอยู่ที่ปลายจมูกไม่รู้คลาย

เขาเสมองไปทางอื่นด้วยสายตาเอาแต่จะคอยจับจ้องใบหน้านวลผ่อง ฟันขาววับที่งามพิกลของหล่อน

“เอาล่ะแม่จันทร์”

จันทร์วาดยกมือขึ้นแล้วส่ายไปมาพร้อมกับส่ายศีรษะของตัวเอง

“จันทร์วาดค่ะ จันทร์วาด ไม่เอาไม่เรียกว่า จันทร์เฉย ๆ”

แม่หญิงผู้นี้ช่างมากเรื่องนัก แต่หลวงอัครเดชยังใจเย็นพูดคุยกับหล่อนโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน

“อะ แฮ่ม แม่จันทร์วาด”

เมื่อเขาเรียกถูกเธอจึงยิ้มแป้นจนเห็นลักยิ้มอย่างพอใจ หลวงอัครเดชเห็นว่ารอยยิ้มนี้ช่างน่าดูชมไม่น้อย

“ค่ะ ว่ามาค่ะ ต่อเลย”

“หากหล่อนไม่ใช่ผี เช่นนั้นหล่อนก็สารภาพมาว่าใช้กลอันใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้”

จู่ ๆ จันทร์วาดก็ยืนขึ้นจนคุณหลวงตกใจ จากนั้นเธอก็วิ่งตึง ๆ ไปที่ข้างเตียงของเขา ตรงนั้นที่เธอทำหนังสือหล่นเอาไว้ก่อนจะวิ่งกลับมาหยุดยืนที่หน้าเขา

“จะลุกจะนั่งก็ให้สำรวม กิริยามารยาทให้งามเสียหน่อยเถิดแม่”

จันทร์วาดขบขันกับน้ำเสียงและคำพูดที่แสนจะโบราณนี้ของเขา เธอจึงอดกระเซ้าไม่ได้

“ฉันยังไม่มีลูกค่ะ เป็นน้องคุณหลวงตั้งหลายปี คุณหลวงต้องพูดว่าจะลุกจะนั่งก็ให้สำรวมหน่อยเถิดหนู”

หลวงอัครเดชขมวดคิ้ว ในขณะที่จันทร์วาดยิ้มหวานแล้วหัวเราะเบา ๆ

“มุกนี้ไม่ตลกเหรอคะ”

เขาส่ายหน้าช้า ๆ

“อย่าเล่นลิ้นอีกเลย หนังสืออันใดอยู่ในมือหล่อน”

เขาจ้องหนังสือที่จันทร์วาดกอดเอาไว้เขม็ง

“อ้อ” จันทร์วาดพูดรัวเร็ว

“คุณหลวงนี่ดูสิคะ ว่าทั้งหมดเขียนเกี่ยวกับคุณหลวงเอาไว้ฉันเลยรู้จักคุณหลวง ฉันคิดว่าฉันมาจากอีกโลกหนึ่งถูกดูดเข้ามาที่นี่”

เธอหยุดพูดเล็กน้อยก่อนที่จะส่งสายตานับถือเขาออกไป

“ฉันยังรู้ว่าคุณหลวงมีเมียตั้งสี่คนแน่ะค่ะ”

หลวงอัครเดชดวงตาเบิกกว้าง สีหน้าและท่าทางตกใจไม่น้อย

“ฉันน่ะหรือ มีเมียสี่คนผู้ใดบอกหล่อนกัน”

“ฉันอ่านมาค่ะ นี่ดูค่ะ ก่อนที่จะมาโผล่ที่นี่ฉันกำลังนั่งอ่านหนังสือเล่มนี้ที่คอนโด อยู่ดี ๆไฟก็ดับ รู้ตัวอีกทีก็ถูกดูดเข้ามาในนี้ค่ะ เอ๊ะ แต่ทำไมหนังสือเปิดไม่ออกกันนะ ทำไมติดกันแบบนี้”

จันทร์วาดพยายามเปิดหนังสือ แต่หนังสือเล่มนั้นกลับติดกันแน่นเหมือนถูกกาวเหนียวติดเอาไว้ทั้งเล่ม

“ส่งมาให้ฉันซี ให้ฉันตรวจสอบเสียหน่อย”

คุณหลวงยังมีสีหน้าฉงน ใจหนึ่งยังคิดว่าจันทร์วาดเป็นผีแต่เนื้อตัวอุ่นนุ่มนิ่มทั้งยังสามารถแตะต้องได้ดวงตามีประกายเหมือนคนทั่วไป

ร่างกายของแม่หญิงจันทร์วาดก็หอมอ่อน ๆ ทั้งตัวเขาก็เป็นคนมีของดีไม่น้อยแม่จันทร์วาดผู้นี้กลับไม่ยักเป็นอันใดเมื่อยามที่นั่งแซะกายข้าง ๆ เขา

คุณหลวงยื่นมือมารับหนังสือ ทว่ากลับบังเกิดลมพัดแรงจนหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ทั้งยังมีไม้ค้ำดันปิดเข้ามาดังปัง ตะเกียงในห้องถูกลมพัดจนปลิวและกระแทกจนไส้ตะเกียงร่วงหล่นลงมาดับสนิท

“ประเดี๋ยวฉันจัดการตะเกียงก่อน หล่อนอยู่เงียบ ๆ ในนี้ฉันจะไปเรียกไอ้พร้าให้เอาตะเกียงอันใหม่มาให้”

คุณหลวงเอ่ยเบา ๆ เกรงว่าจะทำให้แม่จันทร์วาดคนนี้ตกใจเข้าให้แล้ว ทว่าเมื่อเขาคิดจะจับมือของหล่อนให้นั่งลงบัดนี้ก็พบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ยืนอยู่ที่นั่นแล้ว

หลวงอัครเดชเพ่งสายตาในความมืดก่อนจะเอ่ยเบา ๆ

“แม่จันทร์วาดยังอยู่หรือไม่”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญาพราย
9.2
กบินทร์ต้องเผชิญวิบากกรรมไร้คู่แท้ในชาตินี้ เพราะแรงพันธนาการจากคำสาบานในอดีตชาติที่ยังคงตามหลอกหลอนอย่างไม่ลดละ เมื่อวิญญาณลึกลับผู้ยึดมั่นในสัญญาคอยขัดขวางเส้นทางรักของเขา จนก่อให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมระทึกขวัญที่คร่าชีวิตและดวงวิญญาณผู้คนไปมากมาย ทว่าเมื่อปรัศนีหญิงสาวผู้มีใจรักมั่นคงต่อเขาได้ล่วงรู้ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ เธอจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเหลือเพื่อหาทางปลดแอกกบินทร์ให้พ้นจากบ่วงกรรมอันตรายและสัญญาพรายนี้ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฝืนชะตาหวนคืนมารัก
7.9
หยางลี่อิน แพทย์หญิงผู้เปี่ยมพรสวรรค์ ต้องสูญเสียสามีสุดที่รักอย่าง กู้เฟยหลง หัวหน้าหน่วยอวี้หลินผู้ซื่อสัตย์ไปตลอดกาลจากภารกิจลับในคืนเทศกาลหยวนเซียว ทว่าสัมผัสพิเศษทำให้เธอรู้ว่าวิญญาณของเขายังวนเวียนอยู่ข้างกาย หญิงสาวจึงยอมเสี่ยงฝืนชะตาลิขิตเพื่อดึงรั้งเขากลับมาจากความตาย ทว่าปาฏิหาริย์ครั้งนี้กลับแลกมาด้วยความทรงจำของชายคนรักที่สูญหายไปจนหมดสิ้น ถึงอย่างนั้นเธอก็พร้อมจะจ่ายค่าตอบแทนแสนแพงนี้ให้แก่สวรรค์ เพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้งและทวงคืนหัวใจของเขากลับมา
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
เมื่อวัสสิกาเดินทางไปอินเดียจนหลงข้ามมิติไปพบเจ้าชายในอดีต เธอได้ช่วยเขาแย่งชิงบัลลังก์จนก่อเกิดเป็นความรักลึกซึ้งข้ามภพ แม้รักครั้งนั้นไม่อาจสมหวัง แต่โชคชะตากลับพัดพาให้เธอมาพบกับทายาทของเขาในยุคปัจจุบัน ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับเจ้าชายแสนยโสผู้คอยทำลายความตั้งใจของเธออย่างไม่ไยดี ท่ามกลางอุปสรรคและความขัดแย้ง วัสสิกาต้องผ่านบททดสอบหัวใจที่ทั้งซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อค้นพบคำตอบของความรักแท้อันมั่นคงชั่วนิรันดร์ที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา
ภาพปกนิยายเรื่อง เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
เมื่อทายาทมาเฟียสาวแห่งยุค 2000 ต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางโลกที่กำลังล่มสลายและตัดสินทุกสิ่งด้วยพลังปราณกับพลังธาตุอันแข็งแกร่ง แม้ว่าเธอจะมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้โลกใบนี้รออยู่เบื้องหน้า ทว่าอุปสรรคชิ้นโตกลับเป็นความทรงจำดั้งเดิมที่เลือนหายไปอย่างมาก ทำให้เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่การปลูกผักเพื่อประทังชีวิต ควบคู่ไปกับการต่อสู้เพื่อกำจัดเหล่ามารร้ายที่คอยรุกราน ภายใต้โชคชะตาที่แสนโหดร้ายและเหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่คนนี้จะขุดเอาทักษะความสามารถจากชาติก่อนมาปรับใช้เพื่อเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ให้กลับมาสงบสุขอีกครั้งได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนาน สายลับนกกระจอกระดับล่างผู้ไร้ภูมิหลัง ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดในศาสตร์แห่งการปรนนิบัติและกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาขุนนาง แม้จะไร้วรยุทธ์สูงส่ง แต่นางกลับใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษได้อย่างเชี่ยวชาญ แม้เคยฝึกซ้อมกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังคงต้องรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อผู้สูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ในวังวนแห่งการหักหลังและชิงไหวชิงพริบนี้ นางต้องเดิมพันด้วยร่างกายและหัวใจเพื่อเอาชีวิตรอด
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักแม่ทัพปีศาจ
8.2
ว่านฉีฉี ทายาทสาวของเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ถูกส่งตัวไปปักกิ่งเพื่อลี้ภัย ทว่าสถาบันการศึกษาของเธอกลับพาเธอย้อนเวลาสู่อดีตในยุคสงครามล้างเมืองต้าเยียน ณ เมืองจี้ ในคืนพระจันทร์สีเลือด เธอได้เผชิญหน้ากับหลี่เหวินฉาง แม่ทัพผู้โหดเหี้ยมและเย็นชาแห่งเฉียนฉิน เขาได้ลักพาตัวหญิงสาวจากต่างยุคคนนี้ไปเป็นสตรีบำเรอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอซุกซ่อนพลังของนางพญามารเอาไว้ ชะตากรรมของแม่ทัพปีศาจและสาวงามผู้กุมความลับจึงถักทอเข้าด้วยกันด้วยแรงปรารถนาและอำนาจมืดท่ามกลางสงครามอันร้อน