APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เดือนแสนจันทร์

เดือนแสนจันทร์

แสนจันทร์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตจากการตกงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ตัดสินใจผันตัวมาจับปากกาเขียนหนังสือจนเริ่มมีชื่อเสียงทว่ากลับถูกนักเขียนรุ่นพี่กล่าวหาว่าลอกเลียนแบบผลงาน แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจนแต่เธอก็ไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล ความเครียดและทางตันทำให้เธอเกือบจะจบชีวิตตัวเองลง แต่ในวินาทีวิกฤตนั้น ทนายหนุ่มข้างบ้านผู้ลึกลับได้พังประตูเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันท่วงที ทนายหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงแต่ช่วยดึงเธอให้รอดพ้นจากความตาย แต่เขายังอาสาเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการทวงคืนความยุติธรรม พร้อมทั้งคอยเยียวยาและดูแลหัวใจของสองแม่ลูกให้กลับมาพบกับความสุขที่แท้จริงอีกครั้ง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

สุดท้ายแล้วข้าวของที่มีเพียงนิดก็ย้ายมาอยู่บ้านเขา ชายหนุ่มมองแสนจันทร์ที่กำลังอุ้มเด็กน้อยนอนบนโซฟา

แสนจันทร์มองบ้านไม้ชั้นเดียวแต่ด้านในกว้างกว่าบ้านเช่าที่เธออยู่ มองไปยังด้านในมีถึงสองห้องนอนและห้องน้ำ พร้อมกับบริเวณห้องรับแขกและมีห้องครัวเล็ก ๆ อยู่ใกล้กับห้องน้ำด้านหลัง

“เดี๋ยวผมไปจัดการห้องด้านในก่อน” หัสดินบอกเธอแล้วเดินไปยังห้องติดกันซึ่งปกติจะเป็นห้องสำหรับเก็บของ เมื่อเข้าไปถึงก็ถอนใจอีกรอบเพราะว่ามีแต่กล่องหนังสือเต็มไปหมด

“เดี๋ยวฉันทำความสะอาดเองค่ะ คุณ” แสนจันทร์จะเรียกชื่ออีกฝ่ายก็ลืมไปว่ายังไม่รู้จักชื่อ

“หัสดิน เรียกผมดินก็พอ”

“ฉันแสนจันทร์ค่ะ เรียกจันทร์ได้ค่ะ ฝากคุณดินช่วยดูลูกดาวด้วยนะคะ ฉันกลัวแกจะตื่นขึ้นมา”

หัสดินพยักหน้ารับคำจากนั้นก็เดินกลับไปยังโซฟา พอนั่งลงก็มองเด็กน้อยตัวเล็กผอมกำลังนอนกอดตุ๊กตากระต่ายที่ดูเก่าและเหมือนจะเป็นของเล่นชิ้นเดียวที่เธอมี

กลับบ้านมาว่าจะหาอะไรกินสักหน่อยจึงลุกขึ้นเข้าครัวเพื่อหาของกิน ก็เจอแต่มาม่าและน้ำเปล่า ชีวิตโสดเป็นอะไรที่แสนรันทดเหมือนกัน บ่นเสร็จก็หยิบมาม่าสองถ้วยที่เหลือ หันไปต้มน้ำได้ไม่นานเธอก็ออกมาพร้อมกับเหงื่อโชกท่วมตัว

หัสดินนั่งลงกินมาม่าถ้วยของตัวเองมองเธอขนข้าวของตัวเองเก็บใส่ในห้องจนโล่งเหมือนเดิม จากนั้นก็อุ้มเด็กน้อยเข้าไปนอนด้านในเขาสงสัยจึงอดลุกขึ้นเดินไปดูไม่ได้ เมื่อเห็นห้องที่รกถูกจัดเป็นระเบียบก็ต้องมองตาค้าง

กล่องที่ดูเกะกะก็ถูกแบ่งโซนไว้ริมผนังฝั่งขวา ส่วนทางด้านซ้ายก็เป็นที่นอนของเด็กน้อยและข้าวของที่เธอมีพร้อมกับคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น เขามองพัดลมอันเล็กที่เธอกำลังเสียบก็ส่ายหน้า

จึงเดินไปยังห้องตัวเองหยิบพัดลมที่ได้เป็นของขวัญปีใหม่และไม่ได้ใช้งานเอามาให้เธอ “ใช้ตัวนี้ดีกว่า เธอเองก็จะได้ไม่ร้อน”

“ขอบคุณค่ะ” แสนจันทร์ยกมือขอบคุณอีกฝ่าย

“เราอายุเท่าไร ดูเหมือนหน้าตายังเด็กอยู่”

“ยี่สิบค่ะ” แสนจันทร์พูดอายุตัวเอง

“ก็แสดงว่าจบ ม.หกแล้ว”

“จบปวช.ค่ะ เลขานุการ”

ดวงตาเขาเปิดกว้างอย่างน่าสนใจ “แสดงว่าพิมพ์งานเก่ง”

แสนจันทร์พยักหน้ารับคำ “แล้วคอมนั่นใช้ทำอะไร”

“พิมพ์นิยายค่ะ แต่ตอนนี้” สายตาเธอเศร้าลงแต่ก็ไม่ได้พูดความจริงกับเขา “ไม่จำเป็นแล้ว”

หัสดินได้ยินเสียงเศร้า แต่เวลากลางดึกแบบนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเค้นความจริงกับคนที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย

“หิวไหม ผมมีมาม่าเหลืออีกหนึ่งถ้วย”

แสนจันทร์อยากปฏิเสธแต่เสียงท้องเธอเกิดร้องขึ้นมาเขาจึงกึ่งบังคับกึ่งขู่ให้เธอไปนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับเขาที่เดิม

หัสดินกลับมาที่โต๊ะ พบว่าบะหมี่เริ่มพองตัวจึงนั่งลงรีบกินก่อนที่จะเย็นแล้วไม่อร่อย ส่วนเธอก็หยิบมันแกะใส่น้ำร้อนแล้วยืนอยู่ที่เดิมไม่กล้านั่งลงบนโต๊ะอาหารพร้อมเขา

เจ้าของบ้านหันมองแล้วพูด “ผมไม่กัดคุณหรอกมานั่งด้วยกันได้”

แสนจันทร์จึงถือถ้วยบะหมี่ไปนั่งตรงข้ามเขา ระหว่างรอบะหมี่สุกเขาที่กำลังกินก็เอ่ยถามต่อ

“แล้วทำไมไม่กลับบ้าน”

แสนจันทร์ส่ายหน้าไม่ยอมตอบ “แล้วพ่อของลูกดาว”

เธอก็ส่ายหน้าไม่ยอมตอบอีกเหมือนเดิม จนหัสดินถอนใจจึงถามอีกเรื่อง “แล้วคิดได้หรือยังว่าจะไปอยู่ที่ไหน”

หญิงสาวส่ายหน้าอีกรอบ “คงต้องไปขอหลวงตาอยู่วัดสักสองสามวันค่ะ”

กลัวแต่จะอยู่ยาวมากกว่า แล้ววัดก็ใช่ที่พักของผู้หญิงกับเด็กผู้หญิงเสียด้วย ไหน ๆ ก็ช่วยมาถึงตอนนี้แล้วก็ช่วยให้ตลอดแล้วกัน

“อยู่กับผมไปก่อน ไว้มีทางไปก็ค่อยว่ากัน”

คนที่กำลังตักบะหมี่ใส่ปากเงยหน้ามองเขา ดวงตาก็เอ่อด้วยน้ำตาออกมา จนเจ้าของบ้านนิ่งงันแล้วพยายามกลบความรู้สึกสงสารก่อนลุกขึ้นไปล้างถ้วยบะหมี่แทน

“วางไว้เถอะค่ะ เดี๋ยวจันทร์ทำเอง” แสนจันทร์วางมือจากบะหมี่รีบมาดึงถ้วยเขาออกจากมือแล้วเอาไปล้างเอง

หัสดินยอมตามใจจึงเดินถอยห่างหันมองบะหมี่ที่กำลังยังกินค้างอยู่ของเธอ “กินให้เสร็จก่อนค่อยล้างก็ได้ ผมจะอ่านหนังสือห้ามทำเสียงดังเข้าใจไหม”

“ค่ะ” จากนั้นก็หันหลังเข้าห้องตัวเองทันที

แสนจันทร์พ่นลมหายใจโล่ง รู้สึกขอบคุณเขาที่ช่วยเหลือเธอในครั้งนี้ คิดว่าบุญคุณนี้เธอจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด

เธอหันมองรอบบ้านจากนั้นก็หยิบจับไม้กวาดขึ้นมากวาดบ้านให้ พยายามทำตัวเงียบเชียบที่สุด แต่สุดท้ายแล้วก็มีเสียงเด็กน้อยร้องขึ้นมา

แสนจันทร์ด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้อง เด็กน้อยคงหิวเพราะกินแค่ข้าวต้มเพียงถ้วยเดียว “อย่าร้องลูก เราอยู่บ้านคุณลุงเขาอย่าทำเสียงดังเข้าใจไหม”

แต่เด็กน้อยที่ยังไม่รู้ความพอหิวก็ร้องออกมาไม่อาจอดทนได้ สุดท้ายแล้วผ่านไปสิบนาทีก็ยังไม่หยุดร้อง คนที่กำลังอ่านสำนวนทนายความอยู่ก็วางลงแล้วเดินออกมา

“ทำไมถึงร้อง”

“แกคงหิวค่ะ”

คำว่าหิวดูจะสะเทือนใจคนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอย่างเขาจริง ๆ หัสดินเงยหน้ามองนาฬิกาบนฝาผนังพบว่าเป็นเวลาสี่ทุ่มพอดี เขาจึงเดินเข้าห้องแล้วหยิบกุญแจรถจากนั้นก็ออกจากบ้านไป

เมื่อไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าปากซอย ก็ยืนมองชั้นที่ขายนมผงสายตากวาดมองทั้งชั้น ก่อนจำยี่ห้อกระป๋องนมที่ตกหล่นบนพื้นจึงเดินไปกำลังจะมองก็เห็นราคาที่สูงกว่ายี่ห้ออื่นเท่าตัว

“นมสำหรับเด็กแพ้นมวัวค่ะ นมยี่ห้อนี้แพงกว่ายี่ห้ออื่น คนเป็นพ่อแม่ก็จะลำบากหน่อยนะคะ”

แม่ที่อุ้มลูกอีกคนมายืนข้าง ๆ จากนั้นก็หยิบกระป๋องนมยี่ห้อที่พูดถึง “สำหรับคนมีเงินก็มองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำอย่างพวกเรานะคือเรื่องที่หนักมาก แต่เพื่อลูกแล้วแม้จะต้องอดข้าวก็ต้องยอม”

หญิงสาวก้มลงหอมแก้มลูกที่อยู่บนเป้สะพายเด็กด้านหน้าจากนั้นก็ไปจ่ายเงิน หัสดินหันมองราคากระป๋องนมอีกครั้งจึงหยิบมาสองกระป๋อง

คิดว่าจะหยิบแค่นั้น แต่พอเห็นร่างเด็กน้อยที่ดูผอมไร้แรงเดินก็เลยเดินเลยไปยังแผนกอาหาร หยิบไปหยิบมาก็ได้มาอีกหนึ่งตะกร้าเต็ม ๆ

พอไปจ่ายเงินแบงก์เทาสองใบก็ปลิวไปโดยไม่รู้ตัว ไม่ได้แบบนี้ต้องเพิ่มในบัญชีนี้ ทำงานขาดทุนแบบนี้เหมือนเอาเงินทิ้งแม่น้ำ

ถึงบ่นไปก็เท่านั้น สุดท้ายแล้วเขาก็หิ้วของที่ซื้อกลับมาบ้าน มาถึงก็เห็นคนเป็นแม่กำลังอุ้มเด็กน้อยปลอบจนหลับเขาวางถุงแล้วพูด

“ในนั้นมีนม ปลุกแกมากินจะได้ไม่ตื่นมาร้องอีก ผมต้องทำงานแล้วของชิ้นอื่นก็เก็บเข้าตู้เย็นด้วย”

วางเสร็จก็หันหลังให้แล้วเข้าห้องปิดประตูเหมือนเดิม สีหน้าบึ้งตึงของเขาขัดกับการกระทำมาก

แสนจันทร์ได้แต่ขอบคุณเขาในใจ จากนั้นก็หยิบกระป๋องนมที่เธอไม่มีปัญญาซื้อขึ้นมามองก็น้ำตาไหลรินออกมาอีกครั้ง เปิดกระป๋องนมขึ้นมาชงให้ลูกกิน

เด็กน้อยกินด้วยความหิวจนอิ่มจากนั้นก็หลับไป แสนจันทร์ยกผ้าขึ้นห่มลูกสาวหันพัดลมให้คลายร้อน จากนั้นก็ออกจากห้องเพื่อไปจัดการพวกเนื้อผักที่เขาซื้อมา

เสียงด้านนอกแม้ไม่ดังมาก แต่ก็พอทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกว่าอีกฝ่ายยังไม่นอน หัสดินวางแว่นตาลงจากนั้นก็เดินไปยังด้านนอกมองไปหญิงสาวกำลังขัดถูบ้านจนสะอาดเอี่ยม

เขาที่ไม่ได้ทำความสะอาดบ้านมานานก็ยังรู้สึกว่าสิ่งที่เขาช่วยเหลือหญิงสาวก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เอาเถอะเรื่องเธอค่อยคิดว่าจะเอาอย่างไรพรุ่งนี้แล้วกัน

เสียงนาฬิกาปลุกตอนตีห้าดังขึ้นทำให้หัสดินที่นอนหลับลุกขึ้นมาเพื่อจะเตรียมตัวไปทำงาน แต่พอเปิดประตูออกมาเดินไปถึงห้องน้ำก็พบหญิงสาวกำลังเตรียมอาหารไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

“คุณตื่นตีเท่าไร”

“ประมาณตีสี่ค่ะ”

หัสดินนึกถึงตอนเที่ยงคืนที่เธอยังไม่นอน ก่อนมองไปยังด้านหลังบ้านก็พบว่าเสื้อผ้าของเขาถูกตากเรียบร้อยแล้ว แถมยังมีกางเกงในแขวนเอาไว้ด้วย!!

“คุณซักกางเกงในผมด้วย”

แสนจันทร์เงยหน้ามองเขาแล้วตอบ “ค่ะ”

เป็นเขาเองมากกว่าที่เขินจากนั้นก็พูดเสียงติด ๆ ขัด ๆ “ต่อไปไม่ต้องซักแล้วกางเกงในนั้นผมซักเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่ถือ”

“แต่ผมถือ” หัสดินตอบกลับอย่างรวดเร็ว แสนจันทร์ก็รีบรับคำ “ได้ค่ะ ฉันจะแยกไว้ให้นะคะ”

พอเห็นสีหน้าเธอเศร้าอย่างรู้สึกผิดเขาเองก็เหมือนเดิม

“ถึงคุณจะมีลูกแล้ว แต่ผมยังไม่มีแฟนยังไงก็รู้สึกว่ามันแปลกอยู่ดี”

“ค่ะ” ตอบแค่คำเดียวจากนั้นก็หันไปยกแกงจืดบนหม้อมาวางบนโต๊ะ แสนจันทร์ใช้ช้อนตักแล้วส่งให้เขา

“คุณช่วยชิมหน่อยไม่แน่ใจว่ารสชาติถูกปากไหม”

หัสดินมองสภาพตัวเองที่ยังไม่อาบน้ำล้างหน้า แต่ก็ยอมเดินไปรับช้อนมาเพื่อชิมรสชาติ ในใจคำแรกที่ชิมก็คือ ‘อร่อย’

แต่เขาไม่พูดออกไปเด็ดขาด “ได้แล้วผมกินได้ทุกอย่าง”

ก็มันอร่อยทุกอย่างแล้วจะให้เขาติอย่างไร จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเกร็งเพราะมีคนอื่นอยู่ด้วย การอาบน้ำครั้งนี้จึงเร็วกว่าปกติ

เมื่อออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างเคยตัว พอเห็นหน้าหญิงสาวเขาก็รีบหันหลังกลับ แต่หญิงสาวกลับมองเห็นเขาเป็นหิน มองเลยผ่านแล้ววิ่งไปในห้องเพราะเสียงลูกร้องตื่นแล้ว

ตอนนี้เขาก็เลยเร่งฝีเท้ากึ่งวิ่งเข้าห้องตัวเองแล้วรีบปิดประตูจากนั้นก็รู้สึกโล่งใจ เอ๊ะทำไมรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่บ้านตัวเอง คิดไปก็เท่านั้นเมื่อหันมองนาฬิกาใกล้หกโมงแล้ว

ถ้าออกรถช้ารถอาจจะติดแล้วไปถึงที่ทำงานสายแน่นอน เขาจึงรีบแต่งตัวกำลังจะเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อมองหาเสื้อก็พบว่าทุกตัวไม่ได้รีด จึงออกจากห้องนอนอีกครั้ง

เสียงเขาค่อนข้างเกรงใจ “พอดีผมต้องไปทำงานสาย จะรบกวนคุณมากไปไหมถ้าจะช่วยรีดผ้าให้หน่อย ผมจะกินข้าวก่อน”

แสนจันทร์ที่ส่งขวดนมให้ลูกกินพยักหน้ายิ้ม จากนั้นก็รับเสื้อและกางเกงเขาไปรีดให้ ส่วนเขาก็นะยังออกมาในชุดผ้าขนหนูตัวเดิมเหมือนกัน

เขานั่งลงตรงข้ามเด็กหญิงตัวน้อย “ชื่ออะไรนะเรา”

“ลูกดาวค่ะ”

“ผมถามเด็กไม่ได้ถามคุณ”

“แกพูดไม่ได้ค่ะ” ร้องได้อย่างเดียวแต่พูดออกมาเป็นประโยคไม่ได้ และดูเหมือนพัฒนาการจะช้ากว่าเด็กทั่วไปด้วย สำหรับแม่แล้วเป็นเรื่องที่ทำใจได้แล้ว

แต่... หนุ่มข้างบ้านตอนนี้ถึงกับตกใจ ถึงว่าตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้เด็กน้อยไม่ยอมพูดสักคำเอาแต่ร้องอย่างเดียว สายตาเขาหันมองแม่เลี้ยงเดี่ยวตรงหน้า

เธอต้องผ่านอะไรมาบ้างในช่วงสามปีนี้ ที่แน่ ๆ อาจจะไม่มีวันเวลาที่ดีแน่นอน เขาพยายามสะบัดสายตาสงสารออกหันมาตักข้าวแล้วรีบกินเพื่อไปทำงาน

ปกติแล้วมื้อเช้าเขากินแค่กาแฟแก้วเดียว แม้ไม่คุ้นชินกับการกินอาหารเช้า แต่เขาก็ตักกินไปถึงสองจาน!! บ้าไปแล้ว อาหารที่เธอทำอร่อยเป็นบ้า!!

แสนจันทร์ที่เงยหน้าจากเตารีดมองเจ้าของบ้านตักกินอย่างอร่อยก็ยิ้มมีความสุข เธอรีดจนเสร็จก็นำไปแขวนด้านในห้องของเขาให้ มองสำรวจห้องที่ดูรก หนังสือวางเกะกะเต็มไปหมด

อีกทั้งผ้าปูก็ยับยู่ยี่ แทนที่จะรีบออกก็คันไม้คันมือจัดให้เขาต่อ คนกินข้าวเสร็จรีบวางจานแล้วกลับมายังห้องตัวเองจากนั้นก็ปิดประตู ด้วยความเคยชิน เขาจึงรีบถอดผ้าขนหนูออกจากนั้นก็หันไปเพื่อหยิบเสื้อผ้า

“เฮ้ย!!” เสียงร้องเขาดังทำให้คนที่กำลังจัดผ้าปูคิดจะหันมอง

“เดี๋ยวอย่าหันมา” หัสดินรีบคว้าผ้าขนหนูขึ้นมาจากนั้นก็รีบผูก

“คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร” ไม่สิเขากินอร่อยจนลืมสังเกตว่าเธออยู่ไหนต่างหาก

“ฉันเอาผ้ามาแขวนให้ค่ะ แต่เห็นว่าห้องรกคิดจะเอาผ้าปูและผ้าห่มไปซักให้มันค่อนข้างอับ เลยเปลี่ยนชุดใหม่ให้ก่อน”

แสนจันทร์หันไปหาเขาก็พบว่าเขาอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนเดียวเหมือนเดิม จึงก้มลงหยิบผ้าปูเตียงและผ้าห่มชุดเก่าออกจากห้อง สีหน้าแววตาเหมือนคนไร้ความรู้สึก

ส่วนเขาที่เป็นผู้ชายยังรู้สึกตกใจมากกว่าอีก สองมือรีบคว้าเสื้อผ้าตัวเองมาสวมใส่แล้วออกจากบ้านไป

เสียงรถของหัสดินออกไปแล้ว แสนจันทร์จึงลุกจากการแช่ผ้าขึ้นมาสำรวจห้องเขา ก่อนจะมองสำรวจหนังสือกองโตแล้วหันมองชั้นวางหนังสือที่ว่างเปล่าเหมือนซื้อมาตั้งไว้เฉย ๆ

เธอจึงใช้ความรู้เรื่องการจัดเก็บเอกสาร จัดเรียงมันขึ้นชั้นจากนั้นก็ทำกระดาษและสมุดเล็กบอกรายละเอียดของหนังสือแต่ละชั้น วางบนโต๊ะทำงานให้เขา

ทำงานหมดไปครึ่งวันก็ได้เวลานอนของลูกสาวจึงพาเจ้าตัวเล็กไปนอนที่โซฟาด้านนอกเปิดหน้าต่างที่มองเห็นสระปลาที่ติดกับวัด บรรยากาศยามเที่ยงจึงไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป

เธอหันมองลูกสาวที่หลับสบายจึงล้มตัวลงนอนด้วยกัน นอนหลับไปนานเท่าไรไม่รู้ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

“คุณทนาย” แสนจันทร์ลืมตาขึ้นแล้วเดินไปยังประตู เมื่อเปิดออกมาก็พบว่าเป็นผู้หญิงสูงอายุ

ป้าข้างบ้านทำสีหน้าแปลกใจ “คุณเป็นใคร?” ถามเหมือนว่าตัวเองเป็นเมียหลวงของคุณทนาย ส่วนเธอเป็นเมียน้อยอย่างไรไม่รู้

“ฉันเป็นคนทำงานบ้านให้คุณทนายค่ะ”

ออ ก็แค่คนทำงานบ้าน “ฉันทำแกงเทโพปลาเค็มมาฝากคุณทนายยังไงก็ฝากไว้ด้วย”

ป้าบัวกวาดสายตาสำรวจอีกรอบ ก่อนจะพบเด็กน้อยที่นอนหลับอยู่ สายตาก็ยิ่งสงสัยคิดว่าที่หญิงสาวพูดอาจจะเป็นเรื่องโกหก พอประตูปิดลงเธอก็รู้สึกคันปาก จึงคิดจะไปเมาท์ที่ตลาดสักหน่อยจะได้หายคัน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนปรารถนา
7.9
ความแค้นในใจของคทาวุธปะทุขึ้นเมื่อปาณิศาทำลายสัญญาแต่งงานของสองเราและเลือกวิวาห์กับชายคราวพ่อ ทว่าความจริงแล้วเธอมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้ และหัวใจของเธอยังคงมีเพียงเขาเสมอ เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางถ่านไฟเก่าที่ยังคงกรุ่น คทาวุธได้เอ่ยปากถามเพื่อทดสอบความรู้สึกของเธอ เมื่อความต้องการในใจปะทุขึ้นจนยากจะต้านทานสัมผัสอันแสนคุ้นเคย ปาณิศาจึงตัดสินใจทิ้งอดีตที่ผิดพลาดไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ในอ้อมแขนของชายคนเดียวที่เธอรักสุดแสนจะคิดถึง
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี
9.3
ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ไม่เคยพบความเพลินใจที่แท้จริงจากความสัมพันธ์ชั่วคราว จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เขามาพบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายหลอกมาขายเพื่อหวังผลประโยชน์ โดยใช้ความลับเรื่องแม่แท้ๆ ของเธอมาเป็นเครื่องมือบีบบังคับ ชมจันทร์ต้องตกอยู่ในวิกฤตชีวิตและบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ก่อขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งและการพิสูจน์ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยเชื่อใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากเด็กหญิงที่เคยวิ่งเล่นเคียงข้าง ‘อินทัช’ ในอดีต วันนี้ ‘จันทร์เจ้าขา’ ได้เติบโตเป็นสาวสะพรั่งพร้อมกับความรู้สึกในใจที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความผูกพันในฐานะอาหลานที่เคยมีกลับกลายเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว เธอไม่ปรารถนาจะหยุดอยู่เพียงแค่สถานะเด็กน้อยในสายตาของเขาอีกต่อไป หญิงสาวจึงตัดสินใจทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงเต็มตัว ไม่ว่าจะต้องใช้เสน่ห์หรือความเย้ายวนรูปแบบใด เพื่อเปลี่ยนมุมมองของชายหนุ่มและก้าวข้ามขอบเขตความสัมพันธ์เดิม ๆ สู่การเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กุมหัวใจของเขาอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักไม่มีลิมิต Love Unlimitz "Untill you"
8.3
เมื่อ นาธาน มหาเศรษฐีหนุ่มสุดหล่อผู้เพียบพร้อมจนกลายเป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ ทั่วประเทศ กลับต้องมาเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อเขาตกหลุมรัก ธารใส หญิงสาวชาวไทยแสนธรรมดาอย่างหมดหัวใจ ทว่าไม่ว่าชายหนุ่มจะแสดงความคลั่งรักและพยายามเข้าหาเธอมากแค่ไหน สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความเฉยชาและการปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยจากเธอเสมอ ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้จึงเต็มไปด้วยอุปสรรคและคำถามชวนสงสัย ว่าอะไรคือสาเหตุแท้จริงที่ทำให้หญิงสาวธรรมดาๆ อย่างเธอใจแข็งและคอยผลักไสชายหนุ่มที่แสนสมบูรณ์แบบคนนี้ให้ออกห่างจากชีวิตอยู่ตลอดเวลา
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนอ้อนพี่สาว
8.2
โชคชะตาอันโหดร้ายทำลายชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งผ่านอุบัติเหตุที่พรากคนรักไปถึงสองครั้ง จนเธอต้องเผชิญหน้ากับคำตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงกินผัว ความสูญเสียซ้ำเล่าทำให้เธอตัดสินใจปิดตายหัวใจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเล่านี้อีก แต่แล้วลมหายใจแห่งความหวังก็กลับมาเมื่อชายหนุ่มรุ่นน้องที่เคยแอบชอบเธอในอดีตได้ก้าวเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ความอบอุ่นและความจริงใจของเขาค่อยๆ ทลายกำแพงที่เธอสร้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรักที่เร่าร้อนจนเธอไม่อาจต้านทานได้ ร่วมลุ้นว่ารักครั้งใหม่นี้จะเป็นยารักษาแผลใจหรือเป็นบ่วงเสน่หาที่กักขังเธอไว้ตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียลับนายหัว
8.0
................ วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว หัวใจเขาเต้นแรงมาก ความรู้สึกหม่นเศร้า เคว้งคว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บถูกปัดออกมาจากจิตใจจนสิ้นเมื่อได้พบหน้ากัญญาพัชรด้วยตาตัวเอง หนูน้อยวัยสี่ขวบเดินมาหาชายร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกในใจว่า ต้องเดินไปหา “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” เสียงหวานใสเหลือเกิน... สิงหนาทพูดอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงแรกของลูกสาว เขาก้มมองดูเด็กหญิงหน้าตาราวกับตุ๊กตา ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบน่าฟัดน่ากอด สวมใส่ชุดคอจีนสีขาวฟ้า ใบหน้าหนูน้อยชวนมองยิ่งนัก ตาโต แก้มป่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เขาย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ระดับเดียวกับกัญญาพัชร “ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ” สิงหนาทพูดกับลูกเสียงหวานมาก กัญญาภรณ์กับชุติมาสั่งสอนเสมอว่า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้า ใครที่น้องขนมไม่รู้จักชวนไปไหนอย่าไป ให้กินอะไรก็อย่ากิน ซึ่งหนูน้อยเชื่อฟังมาตลอด ทว่าครั้งนี้กัญญาพัขรกลับละเมิดคำสั่งสอนมารดา “ได้ค่ะ” กัญญาพัชรกางมือออกไปทางด้านข้าง ยิ้มเต็มใบหน้า ราวกับว่าต้องการอ้อมกอดจากเขาเช่นกัน สิงหนาทไม่รอช้ารั้งร่างอวบของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กระชับแน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างนี้จะสลายแล้วรู้ตัวว่า เขาอยู่ในความฝัน ไม่ใช่ฝัน...มันคือเรื่องจริง เนื้อนุ่มนิ่มที่เขากอด หัวใจของหนูน้อยที่แนบกับอก สิงหนาทรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ความอุ่นจากเรือนกายตอกย้ำว่า เขาได้พบลูกแล้ว น้ำตาเขาปริ่มขอบตาก่อนปล่อยมันลงมาเคลียแก้มอย่างไม่คิดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เป็นความดีใจที่รอคอยมานานสี่ปี คนเป็นพ่อค่อยๆ ดันร่างลูกสาว ลูบหัวหนูน้อยเบามือ “คุณลุนร้อนไห้ทำไมคะ โอ๋ๆ ไม่ร้อนนะคะ” สิงหนาทยิ้มกับคำพูดของลูกสาว แล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อกัญญาพัชรกอดปลอด “ไม่ต้องร้อนนะคะ โอ๋ๆ” “ลุงไม่ร้องแล้วครับ ลุงไม่ร้องแล้ว ขอบใจน้องขนมนะครับที่ปลอบลุง” สิงหนาทปาดน้ำตาทิ้ง ยิ้มให้บุตรสาวสุดน่ารัก “แม่อยู่ไหมครับ แม่แพรน่ะครับ” “แม่ไม่อยู่ค่ะ” “แม่ไปไหนครับ” “แม่ไปหาผัวใหม่” เด็กวัยสี่ขวบตอบเสียงใส ยิ้มแป้น แต่คนได้รับคำตอบกลับยิ้มไม่ออก “ไปไหนนะครับ” สิงหนาทถามซ้ำ “แม่ไปหาผัวใหม่ น้ายูบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวยค่ะ” น้องขนมตอบตามที่ชุติมาบอก ไม่รู้ความหมายในคำพูดที่เอ่ยออกไป โดยไม่รู้ว่า คำตอบของตนนั้นกำลังทำให้เสือร้ายโมโห “หนอย...ห่างผัวไม่กี่ปี ริอยากมีผัวใหม่ ฝันไปเถอะ” โรมานซ์