APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เดือนแสนจันทร์

เดือนแสนจันทร์

8.7 / 10.0
แสนจันทร์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตจากการตกงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ตัดสินใจผันตัวมาจับปากกาเขียนหนังสือจนเริ่มมีชื่อเสียงทว่ากลับถูกนักเขียนรุ่นพี่กล่าวหาว่าลอกเลียนแบบผลงาน แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจนแต่เธอก็ไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล ความเครียดและทางตันทำให้เธอเกือบจะจบชีวิตตัวเองลง แต่ในวินาทีวิกฤตนั้น ทนายหนุ่มข้างบ้านผู้ลึกลับได้พังประตูเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันท่วงที ทนายหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงแต่ช่วยดึงเธอให้รอดพ้นจากความตาย แต่เขายังอาสาเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการทวงคืนความยุติธรรม พร้อมทั้งคอยเยียวยาและดูแลหัวใจของสองแม่ลูกให้กลับมาพบกับความสุขที่แท้จริงอีกครั้ง

เดือนแสนจันทร์ ตอนที่ 1

แสนจันทร์มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก จู่ ๆ หน้าก็มืดเหมือนจะเป็นลม เพราะนิยายที่เริ่มเขียนมาตลอดสองเดือน จู่ ๆ ก็มีคนกล่าวหาว่าเธอไปลอกเลียนแบบของนักเขียนชื่อดัง

เธอพึ่งเข้าวงการนักเขียน ตั้งใจจะเขียนนิยายหาเงินเลี้ยงลูก แรกเริ่มนั้นเธอเพียงแค่ต้องการเงินเท่านั้น แต่พอนานวันเข้าเธอก็พบว่าเธอหลงรักอาชีพนักเขียนโดยไม่รู้ตัว

ทุกอักษรทุกคำที่พิมพ์ลงไปยังแป้นคีย์บอร์ดเธอคิดออกมาจากสมองเธอทุกคำ แต่แล้วทำไมคนอื่นถึงมากล่าวหาเธอแบบนี้

แล้วนิยายของนักเขียนคนนั้นเธอก็ไม่เคยอ่าน!!

ในเมื่อเธอไม่ผิดเธอก็ต้องแสดงความจริงให้คนอื่นรู้ แสนจันทร์พยายามอธิบายกับนักเขียนเจ้าของเรื่องที่ทักมา แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่ทนายมาอ้าง

หนักสุดก็คือให้ทนายโทรมาขู่!!

แต่หนักยิ่งกว่าทนายก็คือ ให้คนที่สนับสนุนเขาเข้ารุมด่าแล้วเอาเธอไปประจานในกลุ่มต่าง ๆ

ตอนนี้มือเธอสั่นตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก เสียงลูกน้อยสองขวบก็กำลังร้องงอแงด้วยความหิว แสนจันทร์พยายามวางความคิดจากปัญหาที่เกิดรีบลุกขึ้นไปหยิบกระป๋องนมเพื่อจะชงให้ลูกกิน

มือพยายามเปิดฝากระป๋องแต่ก็แกะลำบาก มือไม้สั่นจนเธอต้องรวบรวมสติตัวเองให้ดี

“ลูกดาวหนูรอก่อนลูก” ปากพูดปลอบลูกไปแต่ใครกันที่จะมาปลอบเธอ แม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเธอกว่าจะหาเงินเลี้ยงตัวเองและลูกได้ในแต่ละวันก็แสนจะยากเย็น

หากไม่เพราะอยู่เพื่อลูกเธออาจจะตายไปแล้วก็ได้ คำว่าตายทำให้มือเธอหยุดแสนจันทร์มองไปยังคานบนหลังคาบ้านเช่าหลังเก่านี้

ในใจก็คิดว่าหากเธอตายไปให้พ้น อาจจะทำให้เธอหลุดพ้นกับปัญหาที่เกิดก็เป็นได้ เสียงฝานมดังขึ้นทำให้เธอได้สติหันมาเปิดฝานม ออกแต่ก็พบว่านมผงที่ลูกสาวจะกินยังไม่มี

ลูกดาวแพ้นมวัว นมที่จะกินได้ก็มีแค่นมแพะเท่านั้น แถมนมแพะก็มีราคาแพงกว่านมทั่วไป เงินที่มีแม้แต่ค่าเช่าค่ากินก็แทบจะไม่เหลือ

ความหวังเดียวของเธอก็คือนิยายเรื่องนั้น หวังเพียงถ้ามันได้ออกขายอาจจะทำให้เธอมีบ้าน มีเงินซื้ออาหารซื้อนมให้ลูก แต่ตอนนี้ชีวิตเหมือนพังไม่เป็นท่า

หมดแล้วขาเธอทรุดลงพื้นไม้ทิ้งกระป๋องนมที่ว่างเปล่าลงพื้นอย่างไม่ไยดี เสียงลูกสาวตัวน้อยยังคงร้องไห้ไม่หยุด แสนจันทร์จึงลุกขึ้นไปหาเธอแล้วสวมกอดร้องไห้หนักกว่าเดิม

สุดท้ายก็ไม่มีอะไรกิน เธอหันมองข้าวสารถ้วยสุดท้ายจัดการลุกขึ้นทำเป็นข้าวต้มเกลือ ต้มน้ำให้เยอะเพื่อจะได้กินให้พอสองคน เด็กน้อยพอได้ข้าวเปล่าอิ่มท้องก็เลยเลิกงอแงชั่วคราว

แสนจันทร์จึงกลับมายังหน้าคอมพิวเตอร์อีกครั้ง มองคอมพิวเตอร์เก่าที่ยืมมาจากเพื่อนข้างบ้านที่เขาจะขายทิ้ง หน้าจอคอมพิวเตอร์กะพริบเป็นเส้นสลับกันไป เสียงมือถือเธอดังขึ้นไม่ขาดสาย

จนกระทั่งอินเทอร์เน็ตที่ซื้อไว้อัปเดตนิยายนั้นหมดลงอย่างไร้ประโยชน์ ไม่นานก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา

“หากคุณไม่ยอมรับผิด เราจะส่งเรื่องฟ้องคดีอาญาและแพ่งกับคุณ”

มือเธอสั่นทิ้งมือถือที่รับสายลงพื้น น้ำตาหยดลงแก้มบางจนแทบจะเป็นสายเลือด อยากมีคนกอดอยากมีคนปลอบใจแต่ก็ทำได้เพียงแค่กอดตัวเองเท่านั้น

สายตาเธอหันมองรอบกายคิดว่าพอจะมีอะไรจำนำเพื่อสู้คดีได้ไหม ไม่มีอะไรเลยรอบด้านล้วนว่างเปล่า แต่สายตาเธอกลับพบเชือกเส้นหนึ่งที่เธอคิดจะเอามาผูกเปลให้ลูกกับต้นไม้หลังบ้าน

แสนจันทร์ลุกขึ้นจากนั้นก็เดินไปหามันแล้วเงยหน้ามองไปยังคานด้านบน มองหาเก้าอี้กลมจากนั้นก็ใช้เชือกผูกเป็นปม น้ำตาเธอหยดลงพื้นหันมองลูกสาวที่กำลังเล่นตุ๊กตา

“แม่ขอโทษ” เสียงเธอขอโทษลูกสาวสุดที่รัก สติที่ไร้ความคิดก็วางคอลงไปบนเชือก จากนั้นก็ขยับเก้าอี้ออกห้อยขาลงมา

อาการของคนใกล้ตายเป็นอย่างไรนะ ใช่แบบที่เธอรู้สึกหรือเปล่า ภาพแห่งความทรงจำในอดีตกลับมา ตั้งแต่เธอถูกผู้ชายคนแรกในชีวิตทิ้งไปทันทีที่รู้ว่าเธอท้อง

เธอต้องออกจากวิทยาลัยกลางคัน ต้องอุ้มท้องเพียงลำพังคนเดียว เธอต้องออกมาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารพอเจ้านายรู้ว่าเธอท้องตอนห้าเดือนก็ไล่เธอออก

ตอนนั้นเธอสิ้นไร้หนทางเหมือนเช่นวันนี้แต่เพราะครั้งนั้นเธอได้ยินเด็กน้อยขยับในท้องครั้งแรก เธอจึงตระหนักว่ายังมีอีกชีวิตอยู่เธอต้องสู้

หลังจากวันนั้นเธอก็พยายามหางานทำมาตลอดสุดท้ายแล้วก็ได้เป็นแค่คนเข็นผักในตลาด สองมืออุ้มท้องโตเข็นผักจนคลอดสุดท้ายพอคลอดแล้วก็ต้องถูกไล่ออกจากงาน

ให้เธอกลับบ้านเธอก็ไม่กล้ากลับ ให้เธอโทรไปขอร้องพ่อแม่ที่ไล่เธอออกจากบ้านก็ไม่กล้าสู้หน้า สุดท้ายแล้วเธอก็ต้องอุ้มลูกไปขอข้าววัดกิน

จนสุดท้ายก็มาเจอบ้านหลังนี้ที่อยู่ท้ายวัด เจ้าอาวาสขอความเมตตาจากเจ้าของบ้านลดค่าเช่าให้ เดือนละพันบาท สำหรับคนอื่นคงหาได้ไม่ยาก

แต่แม่เลี้ยงเดี่ยวแบบเธอแสนยากเย็นเหลือเกิน สุดท้ายแล้วเธอก็ค้างค่าเช่ามาสามเดือน จนเจ้าของบ้านคิดจะให้เธอออกไปอยู่ที่อื่น

สองปีมานี้เธอพยายามทำงานทุกอย่าง แบกเด็กน้อยขึ้นหลังทำงานที่เขาจ้างทุกสิ่ง สุดท้ายแล้วก็ไม่เหลืออะไรเลยเมื่อเศรษฐกิจแย่ลงเรื่อย สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่มีใครจ้าง

ตอนที่กำลังสิ้นหวังหนทางเธอก็มองกล่องหนังสือที่มีนิยายที่เธอเคยซื้อไว้ตอนเด็ก ๆ สะสมจนมีจำนวนมาก ของพวกนี้สามารถทำเงินได้สุดท้ายเธอก็เอาออกมาขายจนหมดมันก็ไม่พอค่าใช้จ่ายอยู่ดี

ตอนนั้นเองที่เธอมองหนังสือเล่มโปรดแล้วคิดว่าถ้าตัวเองได้เขียนนิยายแล้วขายก็คงดี จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากเป็นนักเขียน อยากมีเงินซื้อนมลูก อยากมีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน อยากมีเงินซื้ออาหารไว้กิน แค่นี้เธอผิดด้วยหรือ

ทำไมพวกเขาถึงกล่าวหาเธอแบบนั้น

ทำไมพวกเขาไม่คิดถามเธอว่าเธอทำจริงไหม ก็ตัดสินว่าเธอผิดแล้ว

ทำไมความยุติธรรมถึงกลับมาทำร้ายคนไม่มีทางสู้

แล้วเธอจะหาใครให้ช่วยได้อีกกัน...

ไม่มีแล้วไม่มีจริง ๆ...

เสียงเด็กน้อยร้องไห้ดังขึ้น ทำให้คนที่ใกล้จะตายนั้นได้สติ แสนจันทร์ก้มลงมองลูกสาวตอนนั้นเองที่เธอได้สติ ถึงจะไม่มีกินจนตายเธอก็ควรจะสู้เพื่อลูก ไม่ใช่ยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้ สองมือพยายามดึงเชือกให้หลุดแต่ยิ่งดิ้นเชือกก็ยิ่งรัดคอแน่น

แสนจันทร์พยายามดิ้นรนใช้เท้าเขี่ยเก้าอี้กลับมาแต่ยิ่งใช้เท้าเตะมันเท่าไรเก้าอี้นั้นก็ยิ่งห่างไปอีกจนกระทั่งล้มลงพื้นเสียงดัง

ไม่นะ เธอตายไม่ได้ในใจเธอพยายามคิดแบบนั้น แต่ลมหายใจของเธอกำลังจะหมดลงจริง ๆ ดวงตาเธอเต็มไปด้วยสีขาวโพลน ใบหน้าลูกสาวก็แทบมองไม่เห็นเริ่มหายไปจากสายตาเธอ

ลูกดาวแม่ขอโทษที่แม่คิดง่ายไป

ลูกดาวลูกจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีแม่

ช่วงจังหวะสุดท้ายที่คิดว่าตัวเองไม่รอดนั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นดวงตาเธอมองทุกอย่างเป็นสีขาวแล้ว

ส่วนคนที่ถีบประตูก็หันมองหญิงสาวที่กำลังจะผูกคอตายก็รีบวิ่งมาประคองขาเอาไว้ยกขึ้นสูง

เฮือก... ลมหายใจเข้ามาทางปอดของคนที่ใกล้หมดลมหายใจ แสนจันทร์เหมือนคนที่ตายแล้วได้เกิดใหม่

ไม่นานคนมาช่วยก็พาเธอลงมาได้สำเร็จ จากนั้นก็เรียกอีกฝ่าย

“คุณ คุณ”

แสนจันทร์มองภาพที่เริ่มชัดกลับมาเหมือนเดิม มองเห็นใบหน้าของผู้ชายคนหนึ่งแต่จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน จากนั้นภาพก็เลือนหายไปเพราะหมดสติไปเสียก่อน

หัสดินจึงอุ้มหญิงสาวพาขึ้นรถเก๋งของตัวเองจากนั้นก็พาไปส่งโรงพยาบาล ตอนที่ไปถึงพยาบาลหันมองเด็กน้อยที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ถาม

“ภรรยาคุณเป็นอะไรหรือคะ” จู่ ๆ ได้เมียโดยไม่ได้หา เขาไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี แต่เพื่อตัดปัญหาที่เขาไปยุ่งเรื่องข้างบ้านจึงตอบกลับไปว่า “เธอหกล้มคอไปถูกเชือกรัดคอจนเกือบตาย ดีที่ผมกลับไปบ้านทันครับ”

ถ้าบอกว่านี่เป็นเรื่องโกหกก็ว่าได้ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นเชียว แม้พยาบาลไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ต้องช่วยคนป่วยก่อน จึงพาเธอเข้าห้องฉุกเฉินปฐมพยาบาลให้หมอตรวจไม่นานเธอก็ฟื้น

“ลูกดาว ลูกสาวฉัน” แสนจันทร์ลืมตาขึ้นมาก็ถามถึงลูกสาว พยาบาลเห็นว่าเธอฟื้นดีแล้วจึงเรียกพ่อและลูกเข้ามาด้านใน ตอนที่แสนจันทร์มองเห็นลูกน้อยถูกคนอื่นอุ้มก็ตกใจ

และตกใจยิ่งกว่าที่เขาเรียกเธอว่า “ที่รักเป็นอย่างไรบ้างหายแล้วใช่ไหมผมตกใจแทบแย่”

ฉันจะตกใจมากกว่าที่คุณพูดแบบนั้นกับฉัน จากนั้นเขาก็กะพริบตาข้างหนึ่ง ทำให้เธอหันมองพยาบาลอีกครั้ง

“ถ้าอาการดีขึ้นแล้วสามารถกลับบ้านได้เลยค่ะ โชคยังดีนะคะที่คุณพ่อพามาเอง ถ้าเป็นคนอื่นกว่าจะได้รักษาคงนานค่ะ”

ประโยคนี้ของพยาบาลทำให้เธอเข้าใจเจตนาของเขา จึงไม่พูดแก้ตัวแต่อย่างใด ให้เขาพาเธอกลับบ้าน จากนั้นพอขึ้นรถเธอก็ยกมือไหว้ทันที

“ขอบคุณที่ช่วยฉันค่ะ”

“คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีก ถ้าผมเข้าไปช่วยไม่ทันคุณนั่นแหละจะตายตาไม่หลับ คิดดูว่าลูกคุณจะอยู่ยังไง”

แสนจันทร์ก้มลงหอมแก้มลูกสาวด้วยความรู้สึกผิดจริง ๆ สองมือกอดเธอไว้แน่นกว่าที่เคยเป็นมา ความอบอุ่นของตัวเด็กน้อยและเสียงเต้นหัวใจของเธอทำให้เธอรู้ว่าโชคดีแค่ไหนที่เธอยังมีชีวิตอยู่

พอเห็นเธอเศร้าเขาที่คิดจะบ่นต่อก็พูดไม่ออก มองเธอร้องไห้ออกมาอีกรอบ คนเราจะมีเรื่องทุกข์ใจขนาดไหนถึงขนาดต้องฆ่าตัวตายเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ

ในเมื่อตัวเองเป็นทนายก็ควรสืบเรื่องราวให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินคนอื่นแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่พบกัน เขาจึงนิ่งเงียบตลอดทางปล่อยให้หญิงสาวร้องไห้ออกมาให้พอ

จากนั้นเมื่อมาถึงบ้านของเธอและบ้านของเขาที่อยู่ติดกัน ด้วยความหวังดีหัสดินก็เดินไปส่งหญิงสาวถึงบ้าน พอเข้าไปถึงก็เห็นเชือกและเก้าอี้ เขาก็รีบเก็บเชือกแล้วเอาไปทิ้งถังขยะหน้าบ้านทันที

เด็กน้อยง่วงจนหลับไปแล้ว แสนจันทร์จึงพาเด็กน้อยเข้าไปนอนในห้องด้านในที่มีเพียงแค่ฟูกบางเท่านั้น คนอยากรู้อยากเห็นก็ชะโงกมองรอบห้องด้านใน

“แล้วสามีคุณไปไหน?”

“ไม่มี” เสียงหญิงสาวตอบรับแบบเสียงแข็ง เหมือนไม่พอใจที่เขาถามถึงสามีที่เคยอยู่ในชีวิตเธอมาก่อน

คนที่กำลังสืบก็ถอยออกมาด้านนอก หันมองรอบบ้านพบเพียงเสื่อน้ำมันกับเก้าอี้ที่เธอใช้ฆ่าตัวตาย หันมองกระป๋องนมที่กำลังตกหล่นอยู่ ก่อนจะพบข้าวต้มในถ้วยที่ยังเหลือทิ้งเอาไว้

ถ้าหนักกว่านี้ก็คงกินดินไปแล้วเขาคิดแบบนั้น จึงล้วงกระเป๋าเงินตัวเองขึ้นมาแล้วส่งให้อีกฝ่าย

“เงินนี้ไว้ซื้อนมกับข้าว”

แสนจันทร์มองแบงก์เทาที่เขาส่งให้ก็ส่ายหน้า “ฉันรับไว้ไม่ได้”

จะตายอยู่แล้วยังจะเรื่องมากอีก หัสดินไม่เข้าใจความคิดอีกฝ่ายเท่าไร “ผมเองก็มีไม่มากเท่าไร เพราะพึ่งทำงานเป็นทนายได้แค่สองเดือน แต่เงินนี้ก็คงทำให้คุณไม่คิดฆ่าตัวตาย”

แสนจันทร์มองเงินตรงหน้า ใช่เวลาที่จะมานึกถึงบุญคุณศักดิ์ศรีก็ใช่เหตุ จึงยอมรับเงินดังกล่าวแต่

“ฉันไม่รับเงินเปล่า ๆ ค่ะ ให้ฉันทำความสะอาดบ้านคุณแทนได้ไหม”

หัสดินมองคนตรงหน้า เขาที่พึ่งเป็นทนายเป็นแค่พนักงานของบริษัทว่าความไม่ใช่เจ้าของบริษัทเสียหน่อย เงินจากทนายและเงินรอบนอกก็แค่หมื่นกว่า ๆ

ตอนนี้เหมือนเอาขาไปหาภาระที่ไม่ใช่ของตนก็รู้สึกเสียเปรียบชอบกล แต่ก็ “ถ้าไม่ได้ฉันไม่ขอรับเงินนี้ค่ะ”

เธอคิดแล้วว่าเดี๋ยวจะลองหาเงินด้วยวิธีอื่น ส่วนเขาก็เหมือนคนถูกใครปฏิเสธแล้วหงุดหงิดโดยเฉพาะคนที่พึ่งช่วยชีวิตไป

มือเขาจับมือเธอแล้วยัดเงินใส่มือ “ทำความสะอาดแค่สัปดาห์ละสองวัน เสาร์กับอาทิตย์ พรุ่งนี้ยังไม่ต้องค่อยทำอาทิตย์ทีเดียว ไว้วันทำงานผมจะบอกว่าอะไรตรงไหนห้ามแตะเข้าใจไหม”

แสนจันทร์พยักหน้ามองแบงก์สีเทาตรงหน้าก็คิดว่าจะเอามันไปเสียค่าเช่าสักเดือนหนึ่งก่อน ส่วนเงินไว้กินข้าวคงต้องไปขอหลวงตาก่อน

“อะอื้ม” เสียงในลำคอคนตรงประตูทำให้พวกเราหันมอง

“ได้เงินแล้วก็เอามาจ่ายค่าเช่า” สองมือเจ้าของบ้านเดินมาแล้วดึงแบงก์สีเทาลอยไปต่อหน้าจากนั้นก็บ่นต่อ

“พันเดียว เธอค้างค่าเช่าฉันสามเดือนนะ ถ้าไม่เพราะหลวงตาช่วยฉันจะไม่ยอมลดค่าเช่าให้หรอก อะไรเนื้อไม่ได้กินยังต้องเอากระดูกมาแขวนคออีก เด็ก ๆ ขนของออกไปให้หมด”

“เดี๋ยวสิป้า ป้าไล่พวกเธอออกจากบ้านกลางดึกแบบนี้แล้วพวกเธอจะไปอยู่ที่ไหน”

“อยู่ที่ไหนก็เรื่องของเธอไม่เกี่ยวกับฉัน” แสนจันทร์มองคนที่กำลังขนของเธอออกไป สายตามองพวกเขาที่กำลังจะตรงไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวของเธอ หญิงสาวก็รีบเข้าไปขวางทาง

“ฉันยอมออกแล้วป้าแต่ขอเวลาคืนนี้อีกคืน พรุ่งนี้ฉันจะไป”

ป้ารวยหันมองสีหน้าหญิงสาว ใจเธอก็ไม่อยากจะทำเท่าไร แต่เพราะว่าตัวเองก็ต้องกินต้องใช้จึงต้องหาคนเช่าใหม่ที่ได้ราคาสูงกว่ามาแทน

“ได้ ถ้างั้นพรุ่งนี้ถ้าฉันเห็นยังอยู่ถึงตอนนี้ข้าวของพวกนี้ฉันก็จะยึดให้หมด เสียเวลาทำมาหากินจริง ๆ”

พูดจบก็ออกจากห้องไป เหลือเพียงเธอและเขากับเด็กน้อยที่ยังนอนหลับสนิท แสนจันทร์ทรุดลงพื้นอีกครั้งรอบนี้เธอจนหนทางจริง ๆ

ส่วนเขาที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตนแต่แรกก็อดยุ่งเรื่องชาวบ้านไม่ได้ “ขนของไปไว้ที่บ้านผมก่อน ไว้ค่อยคิดอีกรอบว่าจะไปพักที่ไหน”

อย่างไรพรุ่งนี้เขาก็ไม่อาจทนเห็นหญิงสาวไม่มีที่อยู่ สรุปสุดท้ายที่คนเขาบอกว่า การช่วยเหลือคนได้บุญกุศล สำหรับเขาแล้วตอนนี้การช่วยเหลือคนกลับได้ความทุกข์มาเพิ่มมากกว่า

อ่านต่อ

สารบัญ เดือนแสนจันทร์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ตลอดเวลาห้าปีที่ฉินเฉี่ยนยอมเป็นเพียงผู้หญิงในเงาของลู่ซีซิงสิ้นสุดลงทันทีเมื่อเขาตัดสินใจหมั้นกับหญิงอื่น เธอเลือกที่จะหันหลังและเดินจากไปอย่างไม่ลังเล ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาเพิ่งรู้ตัวและออกตามล่าหาตัวเธออย่างบ้าคลั่งนานถึงเจ็ดวัน แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่เพียบพร้อมและมีชายอื่นอยู่เคียงข้างกายแล้ว ลู่ซีซิงที่หัวใจแตกสลายพยายามทำทุกวิถีทางเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและหวังให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มที่เย็นชาและความห่างเหิน แม้เขาจะพยายามรั้งเธอไว้ด้วยรักที่เพิ่งตื่นขึ้นในวันที่สายเกินไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียเด็กของคุณป๋า
9.1
เพื่อกอบกู้ฐานะของครอบครัวที่กำลังเผชิญวิกฤตล้มละลายและหนี้สินล้นพ้นตัว พิชญา เด็กสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องจำยอมเซ็นสัญญาแสนอัปยศ ตกเป็นของเล่นชั่วคราวคอยรองรับอารมณ์ดิบเถื่อนของ ปรเมศวร์ มหาเศรษฐีค้าเพชรผู้ทรงอิทธิพล สำหรับเขาแล้ว เธอเป็นเพียงสินค้าไร้ค่าที่ไม่มีสิทธิ์คิดฝันจะก้าวขึ้นมาเป็นแม่ของลูก พิชญาต้องอดทนต่อความเย็นชาและความโหดร้ายสารพัดในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาจนกว่าจะเรียนจบ ทว่าเธอกลับพบความจริงอันน่าหวาดกลัวว่า ชายหนุ่มที่สังคมต่างชื่นชมแท้จริงคืออสูรกร้ายไร้หัวใจ และตราบใดที่เขายังไม่รู้จักพอ เธอคงไม่มีวันได้รับอิสรภาพกลับคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยายเรื่อง นางบำเรอขัดดอก
9.1
อลินชาต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตชีวิตเมื่อเธอต้องกลายเป็นนางบำเรอขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้มีอิทธิพลล้นมือ ผู้ซึ่งไม่เคยปิดบังความปรารถนาอันร้อนแรงที่มีต่อเธอเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางความกดดันรอบด้านและความต้องการที่คุกรุ่น พ่อเลี้ยงหนุ่มกลับยิ่งพึงพอใจและเฝ้ารอคอยที่จะได้ครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบในเร็ววัน แม้ว่าหญิงสาวจะพยายามต่อต้านด้วยความหวาดหวั่นและประหม่าเพียงใด แต่เขากลับยิ่งเดินหน้าหยอกเย้าและรุกรานเข้าสู่หัวใจของเธออย่างย่ามใจ ภายใต้ข้อผูกมัดแห่งพันธสัญญาเสน่หาที่เธอไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์