APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เดือนแสนจันทร์

เดือนแสนจันทร์

แสนจันทร์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเผชิญมรสุมชีวิตจากการตกงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ตัดสินใจผันตัวมาจับปากกาเขียนหนังสือจนเริ่มมีชื่อเสียงทว่ากลับถูกนักเขียนรุ่นพี่กล่าวหาว่าลอกเลียนแบบผลงาน แม้ไม่มีหลักฐานชัดเจนแต่เธอก็ไม่มีทุนทรัพย์พอที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาล ความเครียดและทางตันทำให้เธอเกือบจะจบชีวิตตัวเองลง แต่ในวินาทีวิกฤตนั้น ทนายหนุ่มข้างบ้านผู้ลึกลับได้พังประตูเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันท่วงที ทนายหนุ่มผู้นี้ไม่เพียงแต่ช่วยดึงเธอให้รอดพ้นจากความตาย แต่เขายังอาสาเข้ามาเป็นกำลังสำคัญในการทวงคืนความยุติธรรม พร้อมทั้งคอยเยียวยาและดูแลหัวใจของสองแม่ลูกให้กลับมาพบกับความสุขที่แท้จริงอีกครั้ง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ด้วยอิทธิฤทธิ์ป้าบัวข้างบ้านจึงทำให้ข่าวที่หญิงสาวเข้ามาอยู่ในบ้านของทนายกระจายทั่วตลาด ตั้งแต่หน้าตลาดจนถึงท้ายตลาดเป็นเรื่องคุยสนุกปาก

ส่วนคนที่ไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นหรือไม่สนว่าใครจะนินทาตน กำลังมองมือถือที่ปิดเครื่องอยู่ เธอไม่กล้าแม้แต่จะเปิดออกอ่าน ไม่กล้าแม้แต่จะกล้าเปิดคอมพิวเตอร์

พอคิดถึงเรื่องที่โดนกล่าวหาหัวใจเธอก็ร้องไห้อีกครั้ง แรงที่จะต่อสู้ก็ยังไม่มี จึงหันมาขัดพื้นกวาดบ้านต่อจนสะอาดเสียยิ่งกว่าสะอาด

ตอนที่เจ้าของบ้านกลับมายังจำไม่ได้ว่านี่บ้านตัวเองจริง ๆ หรือเปล่า

“คุณได้พักบ้างไหม”

แสนจันทร์พยักหน้า “งีบเมื่อตอนกลางวันค่ะ”

“ผมไม่ได้ใช้ให้คุณทำงานหนักแบบนี้นะ”

“ให้ฉันทำเถอะค่ะ สมองจะได้ไม่ว่าง” หัสดินเดินไปยังหลังครัวมองอาหารที่เสร็จร้อน ๆ หอมลอยเตะจมูก

เอ้อการมีผู้หญิงอยู่บ้านดีแบบนี้นี่เอง ว่าแต่เขากำลังคิดอะไรอยู่ พอคิดว่าตัวเองคิดเลอะเทอะก็คิดจะหยิบจาน

“อาบน้ำล้างมือก่อนเถอะค่ะ มาร้อน ๆ ด้านนอกเชื้อโรคเยอะปลอดภัยไว้ก่อน”

ประโยคนี้เหมือนแม่ชอบพูดกับเขาบ่อย ๆ ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนพูด จากที่คิดจะดื้อพอเห็นสีหน้าเศร้านั้นเลยยอมไม่ดื้อก่อนลุกขึ้นไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า พอออกมาก็เห็นว่าเธอกำลังป้อนอาหารให้ลูกสาวกินอยู่

สายตามองแกงเทโพปลาเค็ม “คุณรู้ได้ไงว่าผมชอบกิน”

แสนจันทร์ส่ายหน้า “ป้าข้างบ้านเอามาให้ค่ะ”

“หมายถึงป้าบัวนะหรือ”

คิ้วหัสดินขมวดเข้าหากัน รอบก่อนเขาทำคดีให้จนอีกฝ่ายชนะคดีเงินกู้ได้สำเร็จ ต่อมาแกก็มักจะทำอาหารมาเผื่อเสมอ เพียงแต่อีกฝ่ายค่อนข้างจะปากมากพอสมควรคิดว่าพอเห็นหญิงสาวแล้วไม่รู้ว่าตอนนี้เรื่องไปไหนถึงไหนแล้ว

แต่เพราะเขาไม่ได้อยู่บ้านบ่อยนัก อีกทั้งไม่ค่อยได้ไปตลาดจึงไม่เดือดร้อนที่จะสนใจเรื่องซุบซิบนินทาเท่าไร

เขานั่งลงแล้วมองแกงจืดเต้าหู้ราดบนข้าวร้อน ๆ เด็กน้อยตักกินเองบ้าง แม่ป้อนบ้าง สรุปแล้วเขากินข้าวหมดจานเธอก็ยังไม่ได้กิน

“เดี๋ยวผมดูแกให้เอง คุณกินข้าวเถอะ” หัสดินลุกขึ้นแล้วอุ้มเด็กน้อยไปยังด้านหน้าโซฟา ก่อนจะมองหาของเล่นของเด็กที่มองทั่วบ้านก็มีแค่กระต่ายเน่าตัวหนึ่งเท่านั้น

ความคิดแรกแวบเข้ามาว่าถ้ามีเวลาเขาจะหาซื้อมาเพิ่มให้ แต่เอ๊ะรู้สึกจะทำเกินหน้าที่เพื่อนบ้านไปหรือเปล่า ทำไปทำมาเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นพ่อคนหนึ่งไม่ใช่หนุ่มข้างบ้านแล้ว

ลูกดาวเงยหน้ามองคนตรงหน้า จากนั้นก็รับตุ๊กตาเข้ามากอดไว้แน่น จากนั้นก็หอมแล้วส่งให้อีกฝ่ายหอมตาม หัสดินยิ้มรับมาแต่ก็ไม่ได้หอมตาม เพียงแต่ดัดเสียงเป็นเด็กแล้วคุยแทน

“ว่าไงคุณลูกดาวข้าคือกระต่ายเน่าวันนี้จะมาเล่นกับเจ้า”

ลูกดาวเงยหน้ามองเขาไม่กะพริบตาก่อนจะยิ้มออกมามีเสียงหัวเราะเล็กน้อย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้เขาลุกขึ้นไปเปิดประตูพบว่าเป็นป้าบัวคนเดิม ที่คราวนี้หอบหิ้วผลไม้มาฝาก

“คุณทนายป้าเอาผลไม้มาฝาก ของหลานอิฉันมันเอาจากสวนมาฝากเมื่อวาน”

หัสดินรับผลไม้แล้วขอบคุณ แต่ป้าบัวก็ยังไม่กลับยังยืนที่เดิมสายตาสอดส่องเข้าไปด้านใน มองเห็นหญิงสาวกำลังล้างจาน

“เมียคุณทนายหรือคะ”

หัสดินสะอึกกับคำถาม “คนข้างบ้านครับป้า พอดีเขาไม่มีที่อยู่ก็เลยให้มาอยู่ก่อน คิดว่าอีกสองสามวันคงหาที่อยู่ได้ครับ”

เขาก็บอกไปตามจริงไม่ได้ปิดบังอะไร แต่ป้าบัวไม่ได้คิดแบบนั้นนะสิ ถ้าไม่เป็นอะไรกันแล้วทำไมต้องให้มาอยู่ด้วยกัน อย่างไรเหตุผลก็ฟังไม่ขึ้นอยู่ดี

ป้าบัวกวาดสายตาอีกรอบอย่างเสียดายในใจก็บ่นไปว่า ไม่น่าเลยเสียของดี ๆ หมด ตอนแรกว่าจะให้หลานตัวเองที่กำลังทำงานเป็นพยาบาลมาเจอกับพ่อทนายสุดหล่อหน่อย สุดท้ายก็เสร็จสาวข้างบ้าน

พอรู้สึกไม่พอใจป้าบัวก็เลยต่อความยาวจากเรื่องที่คุณทนายพูดเอาไว้ ไม่สิเติมเพิ่มเป็นละครอีกหนึ่งเรื่องยาวไปตั้งแต่หัวตลาดยันท้ายตลาด

แสนจันทร์ล้างจานเสร็จก็เดินไปเก็บผ้าห่มพับเก็บเอาไว้ในตู้ให้หัสดิน ก่อนจะกลับมาหาลูกสาวก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังหัวเราะเล่นสนุกอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

คำถามแรกสำหรับเธอ เธอเป็นแม่ไม่ดีพอหรือเปล่า สองปีมานี้น้อยเหลือเกินที่จะได้มีเวลาเล่นกับลูกแบบนี้ เพราะเธอหรือเปล่าลูกดาวถึงไม่พูด เพราะเธอหรือเปล่าเด็กน้อยจึงมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กคนอื่น

สุดท้ายแล้วเธอก็โทษตัวเองเข้าไปอีก

“ลูกดาวมากับแม่มะ ให้คุณทนายทำงานก่อน”

หัสดินหันมองคนเป็นแม่ที่เดินมาอุ้มเด็กหญิงเข้าไปในห้อง เขาก็เลยลุกขึ้นจะเข้าห้องเพื่อไปทำงาน ตอนเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่ทันสังเกตว่าห้องเปลี่ยนไปเยอะ

อีกทั้งหนังสือ!! ด้วยความตกใจคิดว่าหนังสือจะหายจึงรีบเดินไปดูในชั้น ก่อนจะพบว่าหนังสือถูกจัดเรียงตามอักษรเป็นระเบียบเมื่อกลับมายังโต๊ะทำงานก็พบว่ามีสมุดจดรายชื่อหนังสือแต่ละชั้นให้พร้อม

เขาต้องยอมรับเลยว่าความคิดในตอนแรกที่คิดว่าหาเรื่องใส่ตัว ตอนนี้เหมือนจะเอาเรื่องสบายเข้าตัวมากกว่า ชีวิตที่ต้องอยู่กับการทำงานเลิกดึก ข้าวปลาไม่ได้กินก็เหมือนจะเข้าที่เข้าทาง

สายตากวาดมองรอบห้องอีกครั้ง มีหญิงสาวไว้ทำงานบ้านให้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรจริง ๆ คงต้องคิดแล้วว่าจะทำยังไงต่อไป

เช้าวันอาทิตย์ต่อมารุ่งเช้าวันใหม่ แสนจันทร์มองผักและอาหารสดที่หายไปเยอะพอสมควรจึงคิดจะเดินไปบอกเขา แต่พบว่ามีแบงก์สีเทาวางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้วพร้อมกับกระดาษโน้ต

“ผมไปธุระช่วงเช้ายังไงคุณก็ไปซื้อของในตลาดใส่ตู้เย็นให้หน่อยครับ ออกจากบ้านก็เอากุญแจบ้านใส่ใต้กระถางต้นดอกชบาได้เลยครับเผื่อผมกลับมาก่อน”

แสนจันทร์เก็บเงินใส่กระเป๋า แล้วหยิบเป้สะพายหลังใส่ลูกน้อยแล้วออกจากบ้านพร้อมรถเข็นใส่ของเล็ก ๆ เดินจากบ้านลัดเลาะผ่านวัดไปไม่นานก็เจอตลาด เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่เธอมองก็คือราคา

เดินเทียบทั่วตลาดหนึ่งรอบก่อนจะเลือกราคาที่ถูกที่สุด ระหว่างที่กำลังเลือกมะเขือเทศคิดว่าจะเอาไปทำต้มยำให้คุณทนายตอนเย็น แม่ค้าขายผักที่คุ้นเคยก็เงยหน้าแล้วถาม

“ตอนนี้ทำงานอะไรนะเรา” คนเคยทำงานเข็นผักมาหนึ่งปีเงยหน้าแล้วยิ้ม

“ตอนนี้ว่างงานค่ะ”

เธอหยิบแบงก์เทาส่งให้ป้าเดือน อีกฝ่ายก็ตกใจ

“ว่างงานแล้วเอาเงินมาจากไหน หรือว่าที่เขาพูดกันว่าเราไปเป็นเมียน้อยคุณทนายจริงใช่ไหม”

คนไม่มีเมียหลวงแต่มีเมียน้อยแล้วตอนนี้คงสะดุ้ง

แสนจันทร์ถึงกับหน้าซีดแล้วรีบปฏิเสธ “เปล่านะป้า ฉันแค่ไม่มีที่อยู่คุณทนายก็เมตตาฉันให้ฉันพักที่บ้านก่อนจะหาที่อยู่ได้ เงินนี้ก็ของคุณทนายฉันเอากลับไปทำอาหารให้คุณทนายค่ะ”

ป้าเดือนพยักหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “คนดี ๆ แบบคุณทนายเขาก็ต้องได้ผู้หญิงดี ๆ สินะ เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมีลูกติดแบบนี้ยังไงเขาก็ไม่มอง ป้าว่าเรารีบหาที่อยู่อื่นเถอะ ก่อนที่ชื่อเสียงคุณทนายจะด่างพร้อยไปมากกว่านี้”

ได้ยินแบบนี้เธอก็ยิ่งรู้สึกผิด ตอนกลับมาถึงบ้านเธอก็รีบจัดการอาหารสดใส่ตู้เย็น เก็บเสื้อผ้าไว้ให้คุณทนายรีดผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเข้าห้องเก็บเสื้อใส่กระเป๋า

สายตาเธอหันมองคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาเสียใจ จึงเขียนโน้ตแปะใส่ตู้เย็นเอาไว้ คิดว่าถ้าหาที่อยู่ได้แน่นอนจะกลับมาเอาของที่เหลือตอนนี้ขอฝากคุณทนายไว้ก่อน

แสนจันทร์มองรอบบ้านด้วยสายตาเศร้า จากนั้นก็หันหลังให้ปิดประตูจากนั้นก็ใส่กุญแจใต้กระถางดอกชบา แล้วพาเด็กน้อยออกจากบ้านคุณทนายไปตามทางที่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกันแน่

สายฝนที่กำลังโปรยลงมานั่นทำให้คนที่กำลังพาช่างมาต่อเติมห้องด้านหลังเพิ่มถึงกับปวดหัว กว่าจะมาถึงก็เปียกปอนไปหมดทั้งตัวเขาลงจากรถมองรถกระบะช่าง

คนงานที่นั่งอยู่ด้านหลังเปียกปอนไปหมดทั้งตัว

“คุณทนายยังไงก็เริ่มงานก่อนไม่ได้ต้องรอให้ฝนหยุดก่อน ยังไงผมขนของลงก่อนพรุ่งนี้จะกลับมาใหม่นะครับ”

คนใจร้อนอย่างทนายพยักหน้าเห็นด้วย กำลังจะเข้าบ้านก็เห็นประตูกุญแจคล้องอยู่ หรือว่าเธอจะติดฝนที่ตลาดยังไม่กลับมาหันมองเวลานี่ก็บ่ายสามแล้ว ถ้าไปเดินตลาดทั้งวันคงไม่ใช่แน่

ลางสังหรณ์ว่าต้องมีเรื่องทำให้หัสดินรีบยกกระถางดอกชบาขึ้นหยิบกุญแจบ้านแล้วเปิดเข้าไปดูด้านใน มองทุกอย่างเรียบร้อยเหมือนตอนออกมา

ฝีเท้าเขาเดินไปยังห้องของหญิงสาวพบคอมพิวเตอร์วางอยู่ก็รู้สึกเบาใจ แต่พอมองให้ดีอีกรอบก็พบว่าเสื้อผ้าหายไปหมด แสดงว่าเธอไปแล้วจริง ๆ

เขาควรรู้สึกโล่งใจที่ไม่มีภาระให้ต้องดูแลหรือใส่ใจใช่ไหม แต่ทำไมเขารู้สึกกังวลรู้สึกเป็นห่วงว่าสองแม่ลูกจะกินอยู่อย่างไร ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน หรือมีที่พักไว้สำหรับนอนคืนนี้หรือยัง

เสียงสายฝนที่พัดกระหน่ำเข้ามาไม่หยุด ชายหนุ่มเงยหน้าไปนอกหน้าต่างก็ยิ่งรู้สึกกังวลใจ หันมองร่มที่วางอยู่ตรงหน้าก็ลุกขึ้นแล้วหยิบออกจากบ้านเพื่อไปตามหาเธอ

แสนจันทร์อุ้มลูกไว้ในอกหลบฝนอยู่ใต้ศาลาริมทางของถนน หลังจากเดินมาครึ่งวันเธอก็พบว่าตัวเองไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน จึงขอพักเอาแรงเสียก่อน หันมองลูกสาวที่กำลังร้องไห้ด้วยความหิว เธอหยิบขวดนมที่ชงติดมือมาส่งให้ลูกน้อยกินแล้วนอนบนตัก

สายฝนที่สาดลงมายังศาลาที่ไม่ได้กันฝนเท่าไร แสนจันทร์จึงใช้ผ้าห่มขึ้นมาห่มกันฝนให้ลูกสาว เธอมองเด็กน้อยที่กินนมนิ่งสงบเหมือนเด็กน้อยจะยอมรับสภาพความลำบากที่เรามีไปแล้วจึงไม่ได้งอแงแต่อย่างใด

ลูกดาวกินจนหลับไปแต่สายฝนก็ยังไม่หยุด จนความมืดเริ่มมืดขึ้นเรื่อย ๆ เธอคิดว่าคืนนี้อาจจะต้องนอนที่ศาลาริมทางนี้ก่อน แต่แล้วก็มีมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดหน้าศาลา

จากนั้นก็มีกลุ่มวัยรุ่นสองคนเข้ามาหลบฝน วัยรุ่นสองคนนั้นหันมองคนที่อยู่ก่อนแล้ว จึงขยับไปทางด้านซ้ายของศาลาแทน ส่วนเธอเองก็ขยับไปทางขวาเว้นระยะห่างอย่างระวังตัว

แต่ฝนก็เหมือนจะแกล้งพวกเรา เพราะยิ่งนานก็ยิ่งตกหนัก เธอนั่งได้ไม่นานก็ได้กลิ่นบุหรี่ลอยเข้ามา จึงเงยหน้ามองวัยรุ่นสองคนนั้นกำลังสูบบุหรี่อยู่ควันของบุหรี่ลอยเข้ามาทางจมูก เธอก็ก้มลงมองลูกสาวแล้วเอาผ้าห่มคลุมให้มิดกว่าเดิม

วัยรุ่นสองคนหันมองหญิงสาวที่หน้าตาดี ก่อนจะมองรอบถนนที่ไร้รถหรือคนขับผ่านมาร่วมชั่วโมง หันมองรอบด้านบ้านคนก็ห่างพอสมควร สองคนหันมองหน้าแล้วยิ้ม จากนั้นก็ทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าเหยียบขยี้จากนั้นก็หันหลังพร้อมกัน

เสียงฝีเท้าของวัยรุ่นสองคนทำให้แสนจันทร์ผวาเธอรีบอุ้มลูกลุกขึ้นอย่างระวังรีบหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาแล้วคิดจะออกจากศาลาแต่พวกมันก็ยังรู้ทันดักหน้าเธอเอาไว้

“จะไปไหนพี่สาว ทำไมไม่อยู่กับผัวมาทำอะไรตรงนี้หรือว่าผัวไล่ออกจากบ้านมา” จากนั้นสองคนก็หัวเราะเสียงดัง เธอเองก็พยายามหาทางหนีออกจากศาลา แต่ด้านหลังเป็นบึงน้ำ ด้านข้างก็เป็นเก้าอี้นั้น มีเพียงด้านหน้าที่เป็นทางออก

“ปล่อยฉันไปเถอะ เห็นแก่ลูกฉันด้วย” แสนจันทร์ยกมือขึ้นไหว้วัยรุ่นสองคนตรงหน้า ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าหรือมากกว่าตน ตอนนี้ได้แต่หวังว่าเขาจะยอมปล่อยเธอ

วัยรุ่นสองคนนั้นมองหน้ากันจากนั้นก็ขยับเท้าเข้าไปหาเธอพร้อมกับผลักเธอลงนอนจนลูกสาวที่อยู่ตรงหน้าอกร้องตกใจขึ้นมา พวกมันรำคาญจึงผลักเด็กหญิงออกจากตัวเธอ

กรี๊ด! เสียงเธอกรีดร้องขอร้องอ้อนวอนพวกมัน แต่พวกมันกลับมองเป็นเรื่องสนุก คนหนึ่งจับแขนเธอไว้ อีกคนก็กดขาเธอไม่ให้ขยับ

“ได้โปรดขอร้องละเว้นฉันกับลูกเถอะ” น้ำตาเปื้อนใบหน้าอ้อนวอนขอร้องให้พวกเขาปล่อย แต่สุดท้ายแล้วก็เหมือนเสียงสายฝนจะกลบไปจนหมด เธอได้แต่กรีดร้องเมื่อคนตรงหน้ากำลังโน้มตัวลงทำอะไรที่เธอหวาดกลัวที่สุด...

หัสดินถือร่มเดินมองหาหญิงสาวตามทาง เดินเข้าวัดไปถามหากับเจ้าอาวาสก็พบว่าหญิงสาวเข้ามาแวะพักกินข้าวเที่ยงที่วัดจริง ๆ ก่อนที่จะออกจากวัดประมาณบ่ายสองกว่า ๆ หลังจากนั้นฝนก็ตกหนัก คิดว่าคงไปไกลจากวัดไม่เท่าไร

เขาจึงเดินเท้าหันไปตามถนน ลัดเลาะถามชาวบ้านแถวนั้นจนกระทั่งมีคนเห็นว่าเธอเดินไปแถวถนนสายรอง จำได้ว่าแถวนั้นค่อนข้างเปลี่ยว

ในใจเขาก็ยิ่งร้อนรนมากกว่าเดิม กลัวว่าหญิงสาวจะเกิดเรื่อง สายฝนที่พัดเข้ามานั้นทำให้เสื้อของเขาเปียกไม่เหลือสภาพ เดินได้ไม่นานก็รู้สึกรำคาญร่มที่ถือจึงหุบทิ้ง

เอาวะไหน ๆ ก็เปียกแล้วจะถือทำไมอีก จากนั้นก็เดินเท้าต่อเพื่อหาพวกเธอให้พบโดยเร็ว

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนปรารถนา
7.9
ความแค้นในใจของคทาวุธปะทุขึ้นเมื่อปาณิศาทำลายสัญญาแต่งงานของสองเราและเลือกวิวาห์กับชายคราวพ่อ ทว่าความจริงแล้วเธอมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้ และหัวใจของเธอยังคงมีเพียงเขาเสมอ เมื่อโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางถ่านไฟเก่าที่ยังคงกรุ่น คทาวุธได้เอ่ยปากถามเพื่อทดสอบความรู้สึกของเธอ เมื่อความต้องการในใจปะทุขึ้นจนยากจะต้านทานสัมผัสอันแสนคุ้นเคย ปาณิศาจึงตัดสินใจทิ้งอดีตที่ผิดพลาดไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ในอ้อมแขนของชายคนเดียวที่เธอรักสุดแสนจะคิดถึง
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี
9.3
ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ไม่เคยพบความเพลินใจที่แท้จริงจากความสัมพันธ์ชั่วคราว จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เขามาพบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายหลอกมาขายเพื่อหวังผลประโยชน์ โดยใช้ความลับเรื่องแม่แท้ๆ ของเธอมาเป็นเครื่องมือบีบบังคับ ชมจันทร์ต้องตกอยู่ในวิกฤตชีวิตและบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ก่อขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งและการพิสูจน์ความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยเชื่อใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง Uncle on my moon คุณอากับหนูขา
9.6
จากเด็กหญิงที่เคยวิ่งเล่นเคียงข้าง ‘อินทัช’ ในอดีต วันนี้ ‘จันทร์เจ้าขา’ ได้เติบโตเป็นสาวสะพรั่งพร้อมกับความรู้สึกในใจที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความผูกพันในฐานะอาหลานที่เคยมีกลับกลายเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว เธอไม่ปรารถนาจะหยุดอยู่เพียงแค่สถานะเด็กน้อยในสายตาของเขาอีกต่อไป หญิงสาวจึงตัดสินใจทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ความเป็นผู้หญิงเต็มตัว ไม่ว่าจะต้องใช้เสน่ห์หรือความเย้ายวนรูปแบบใด เพื่อเปลี่ยนมุมมองของชายหนุ่มและก้าวข้ามขอบเขตความสัมพันธ์เดิม ๆ สู่การเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กุมหัวใจของเขาอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักไม่มีลิมิต Love Unlimitz "Untill you"
8.3
เมื่อ นาธาน มหาเศรษฐีหนุ่มสุดหล่อผู้เพียบพร้อมจนกลายเป็นหนุ่มในฝันของสาวๆ ทั่วประเทศ กลับต้องมาเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อเขาตกหลุมรัก ธารใส หญิงสาวชาวไทยแสนธรรมดาอย่างหมดหัวใจ ทว่าไม่ว่าชายหนุ่มจะแสดงความคลั่งรักและพยายามเข้าหาเธอมากแค่ไหน สิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงความเฉยชาและการปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยจากเธอเสมอ ความรักที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้จึงเต็มไปด้วยอุปสรรคและคำถามชวนสงสัย ว่าอะไรคือสาเหตุแท้จริงที่ทำให้หญิงสาวธรรมดาๆ อย่างเธอใจแข็งและคอยผลักไสชายหนุ่มที่แสนสมบูรณ์แบบคนนี้ให้ออกห่างจากชีวิตอยู่ตลอดเวลา
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้อนอ้อนพี่สาว
8.2
โชคชะตาอันโหดร้ายทำลายชีวิตของหญิงสาวคนหนึ่งผ่านอุบัติเหตุที่พรากคนรักไปถึงสองครั้ง จนเธอต้องเผชิญหน้ากับคำตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงกินผัว ความสูญเสียซ้ำเล่าทำให้เธอตัดสินใจปิดตายหัวใจเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเล่านี้อีก แต่แล้วลมหายใจแห่งความหวังก็กลับมาเมื่อชายหนุ่มรุ่นน้องที่เคยแอบชอบเธอในอดีตได้ก้าวเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ความอบอุ่นและความจริงใจของเขาค่อยๆ ทลายกำแพงที่เธอสร้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรักที่เร่าร้อนจนเธอไม่อาจต้านทานได้ ร่วมลุ้นว่ารักครั้งใหม่นี้จะเป็นยารักษาแผลใจหรือเป็นบ่วงเสน่หาที่กักขังเธอไว้ตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียลับนายหัว
8.0
................ วินาทีที่ได้เห็นรอยยิ้มของลูกสาว หัวใจเขาเต้นแรงมาก ความรู้สึกหม่นเศร้า เคว้งคว้างท่ามกลางความหนาวเหน็บถูกปัดออกมาจากจิตใจจนสิ้นเมื่อได้พบหน้ากัญญาพัชรด้วยตาตัวเอง หนูน้อยวัยสี่ขวบเดินมาหาชายร่างสูงใหญ่ด้วยความรู้สึกที่บอกในใจว่า ต้องเดินไปหา “สวัสดีค่ะ มาหาใครคะ” เสียงหวานใสเหลือเกิน... สิงหนาทพูดอยู่ในใจเมื่อได้ยินเสียงแรกของลูกสาว เขาก้มมองดูเด็กหญิงหน้าตาราวกับตุ๊กตา ผิวขาวอมชมพู รูปร่างอวบน่าฟัดน่ากอด สวมใส่ชุดคอจีนสีขาวฟ้า ใบหน้าหนูน้อยชวนมองยิ่งนัก ตาโต แก้มป่อง ริมฝีปากแดงอมชมพู เขาย่อตัวลงให้ความสูงอยู่ระดับเดียวกับกัญญาพัชร “ขอกอดหน่อยได้ไหมครับ” สิงหนาทพูดกับลูกเสียงหวานมาก กัญญาภรณ์กับชุติมาสั่งสอนเสมอว่า อย่าเข้าใกล้คนแปลกหน้า ใครที่น้องขนมไม่รู้จักชวนไปไหนอย่าไป ให้กินอะไรก็อย่ากิน ซึ่งหนูน้อยเชื่อฟังมาตลอด ทว่าครั้งนี้กัญญาพัขรกลับละเมิดคำสั่งสอนมารดา “ได้ค่ะ” กัญญาพัชรกางมือออกไปทางด้านข้าง ยิ้มเต็มใบหน้า ราวกับว่าต้องการอ้อมกอดจากเขาเช่นกัน สิงหนาทไม่รอช้ารั้งร่างอวบของลูกสาวไว้ในอ้อมแขน กระชับแน่นประหนึ่งกลัวว่าร่างนี้จะสลายแล้วรู้ตัวว่า เขาอยู่ในความฝัน ไม่ใช่ฝัน...มันคือเรื่องจริง เนื้อนุ่มนิ่มที่เขากอด หัวใจของหนูน้อยที่แนบกับอก สิงหนาทรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ ความอุ่นจากเรือนกายตอกย้ำว่า เขาได้พบลูกแล้ว น้ำตาเขาปริ่มขอบตาก่อนปล่อยมันลงมาเคลียแก้มอย่างไม่คิดจะกลั้น เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เป็นความดีใจที่รอคอยมานานสี่ปี คนเป็นพ่อค่อยๆ ดันร่างลูกสาว ลูบหัวหนูน้อยเบามือ “คุณลุนร้อนไห้ทำไมคะ โอ๋ๆ ไม่ร้อนนะคะ” สิงหนาทยิ้มกับคำพูดของลูกสาว แล้วยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อกัญญาพัชรกอดปลอด “ไม่ต้องร้อนนะคะ โอ๋ๆ” “ลุงไม่ร้องแล้วครับ ลุงไม่ร้องแล้ว ขอบใจน้องขนมนะครับที่ปลอบลุง” สิงหนาทปาดน้ำตาทิ้ง ยิ้มให้บุตรสาวสุดน่ารัก “แม่อยู่ไหมครับ แม่แพรน่ะครับ” “แม่ไม่อยู่ค่ะ” “แม่ไปไหนครับ” “แม่ไปหาผัวใหม่” เด็กวัยสี่ขวบตอบเสียงใส ยิ้มแป้น แต่คนได้รับคำตอบกลับยิ้มไม่ออก “ไปไหนนะครับ” สิงหนาทถามซ้ำ “แม่ไปหาผัวใหม่ น้ายูบอกว่าผัวเก่าแม่เฮงซวยค่ะ” น้องขนมตอบตามที่ชุติมาบอก ไม่รู้ความหมายในคำพูดที่เอ่ยออกไป โดยไม่รู้ว่า คำตอบของตนนั้นกำลังทำให้เสือร้ายโมโห “หนอย...ห่างผัวไม่กี่ปี ริอยากมีผัวใหม่ ฝันไปเถอะ” โรมานซ์