APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)

BAIT NAVA เหยื่อของนาวา(จบ)

ชีวิตปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยของ สายลม นักศึกษาผู้ดิ้นรนสู้ชีวิตต้องสั่นคลอนอย่างหนัก เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงเธอให้มาเจอกับ นาวา ชายหนุ่มลุคดิบเถื่อนผู้เต็มไปด้วยรอยสักและนิสัยดุดันสุดคาดเดา แม้เธอจะพยายามหลบหลีกพาตัวเองออกห่างจากคนอันตรายอย่างเขามากเท่าไร ทว่านาวากลับยิ่งก้าวเข้ามาแทรกซึมในชีวิตของเธออย่างไร้ความปรานี ทั้งยังแสดงความเอาแต่ใจและเปิดเผยอดีตของตนเองอย่างตรงไปตรงมาจนเธอต้องตั้งรับไม่ทัน ท่ามกลางมรสุมชีวิตทั้งเรื่องเรียนและงานที่รุมเร้า สายลมจะรับมืออย่างไรกับผู้ชายที่ยากจะควบคุมคนนี้ที่ยังคงตามพัวพันไม่ยอมปล่อย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

อ่า ทำไมวันนี้อากาศถึงได้ร้อนแบบนี้กันนะ ฉันบ่นกับตัวเองในใจพร้อมกับเดินไปตามทางเดินท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด ซึ่งแดดประเทศไทยขึ้นชื่อว่าแรงมาก จนเหงื่อฉันไหลท่วมตัวอยู่แล้ว ฉันเลยยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามกรอบใบหน้าของตัวเองออกอย่างลวกๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งซึ่งภายในร้านถูกตกแต่งสไตล์น่ารักๆ เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ แต่ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะมาพักผ่อนหรอก ฉันทำงานพิเศษที่นี่น่ะ

“ลม มาแล้วเหรอ”

เสียงของหญิงสาววัยกลางคนที่เป็นเจ้าของร้างเบเกอรี่แห่งนี้เอ่ยทักฉันด้วยความสนิทสนม

“ค่ะ วันนี้ร้อนจังเลยนะคะเจ๊”

ฉันบ่นขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้าไปทางหลังร้าน ดีที่ร้านนี้ติดแอร์ไว้จนทำให้บรรยากาศภายในร้านไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนกับข้างนอก แบบว่าฉันเป็นคนขี้ร้อนนะ เจออากาศร้อนๆ แบบนี้ทีไรมันมักจะทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดทุกทีเลย

“แบบนี้แหละ โลกเปลี่ยนอากาศก็เปลี่ยน”

พี่นิด คนที่ฉันเรียกว่าเจ๊ซึ่งเป็นเจ้าของร้านแห่งนี้เอ่ยขึ้นตามภาษาคนอายุเข้าเลขสี่ และมันก็ทำให้ฉันระบายยิ้มออกมากับคำพูดที่ดูเป็นทางการของแก

“ลม ไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะคะ”

ฉันเอ่ยขึ้นแล้วเดินเข้าไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนเป็นยูนิฟอร์มของร้าน ฉันทำงานที่นี่มาได้สองปีแล้ว เลยทำให้เจ๊เจ้าของร้านเอ็นดูฉันเป็นพิเศษ ที่นี่ไม่ใช้ร้านขายเบเกอรี่ธรรมดาๆ ทั่วไป แต่เป็นร้านที่ขายพวกกาแฟเครื่องดื่มอะไรพวกนี้ด้วย อ่อ และพนักงานที่นี่ก็มีอยู่แค่สี่คนรวมทั้งฉันด้วย ก็จะมีพี่หน่อย พี่ตาล แล้วก็แชมป์ซึ่งเป็นคนทำหน้าที่ชงกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ ส่วนพวกผู้หญิงมีหน้าที่รับออเดอร์และเก็บโต๊ะอะไรแบบนี้

อ่อลืมไป ฉันชื่อว่าสายลม เรียกง่ายๆ ว่าลม ตอนนี้ฉันเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สี่แล้วล่ะ เรียนอยู่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์น่ะ ชีวิตฉันก็ไม่ได้มีอะไรมาก ก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ต้องทำงานพิเศษหาเลี้ยงตัวเอง ฉันไม่ได้ทำงานแค่ที่นี่แค่ที่เดียวหรอก ฉันมีงานหลักๆ อยู่อีกอย่างคือเป็นพริตตี้ที่โชว์รูมชื่อดังแห่งหนึ่ง รายได้ดีพอสมควรเลยล่ะ ซึ่งฉันทำงานนี้มาสามปีแล้ว เลยไม่ค่อยเป็นอุปสรรคต่อฉันสักเท่าไหร่ ส่วนงานที่ร้านเบเกอรี่แห่งนี้ฉันทำเป็นบางวันคือวันศุกร์ เสาร์แล้วก็วันอาทิตย์แค่นั้นแหละ

“เจ๊ลม เสร็จยัง”

เสียงของแชมป์พนักงานชายเพียงคนเดียวของร้านเอ่ยเรียกฉันที่กำลังเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด อ่อ แชมป์เป็นรุ่นน้องฉันที่มหาลัยนะแต่อยู่คนละคณะ อยู่ปีหนึ่งและมันก็เป็นเด็กผู้ชายที่หน้าตาดีใช้ได้เลยล่ะ แต่นิสัยมันออกจะกวนตีนไปหน่อย ๆ ฉันเลยเรียกมันว่าไอ้แชมป์ไปตามปริยาย

“เสร็จแล้วๆ”

ฉันเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเดินไปที่เคาน์เตอร์สำหรับสั่งเครื่องดื่มและพวกเบเกอรี่ต่างๆ วันนี้ลูกค้าไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่พวกฉันเลยไม่ได้วุ่นวายทำงานกัน และพนักงานที่นี่ก็ไม่ได้เข้มงวดเรื่องกฎเกณฑ์อะไร เวลาว่างของพวกฉันเลยสามารถเล่นโทรศัพท์ได้ และฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเล่นโทรศัพท์ในเวลาว่าง ฉันเป็นพวกที่ชอบทำอะไรในไอจีน่ะ ชอบระบายความรู้สึกของตัวเองในนั้น รู้สึกว่ามันช่วยให้ฉันระบายความเครียดที่สะสมมาทั้งวันได้ดีเลยล่ะ

วันนี้ฉันยังไม่ได้อัพรูปลงไอจีเลยนี่นา คิดได้อย่างนั้นฉันก็อัพรูปลงไอจีของตัวเองทันที รูปที่ฉันลงเป็นรูปที่ฉันยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเมื่อกี้นี้แหละ เป็นรูปที่ถ่ายในร้านแต่ถ่ายออกไปนอกร้านเพื่อถ่ายบรรยากาศร้อนอบอ้าวของวันนี้ ส่วนมากรูปที่ฉันลงจะเป็นพวกรูปทิวทัศน์ต่างๆ มากกว่ารูปถ่ายของตัวเองน่ะ

NAVA Tattoo Liked your post . 3 second

ทันทีที่ฉันลงรูปเสร็จก็มีคนมากดถูกใจรูปของฉันทันที ฉันจะไม่แปลกใจอะไรเลยถ้าคนที่ถูกฉันคนแรกจะเป็นคนคนเดียวกันที่ชอบกดไลค์รูปของฉันคนแรกอยู่ตลอด ฉันไม่รู้ว่าคนคนนี้เป็นใครเพราะฉันไม่กล้าที่จะกดติดตามเขา เพราะรู้สึกว่าคนคนนี้น่ากลัวแปลกๆ จนฉันรู้สึกได้ ไม่รู้สิ ทันทีที่ฉันลงรูปไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่เวลาไหนเขาจะเป็นคนแรกที่ครั้งที่เป็นคนกดไลค์แบบนี้มันเรียกว่าแปลกไปไหม

ฉันเลยกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของเขาแต่บัญชีของเขาเป็นแบบส่วนตัวเลยทำให้ฉันไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเขาคนนี้เป็นใครกันแน่ แค่ยอดคนที่ติดตามเขาอยู่ทำเอาฉันตกใจมากพอสมควร มันเยอะมากจนฉันเองยังรู้สึกแปลกใจ นี่เขาเป็นใครกันนะ ด้วยความอยากรู้ฉันเลยตัดสินใจกดคำร้องขอติดตามเขา

กริ๊งๆ

เสียงประตูของร้านถูกเปิดขึ้นมันเป็นสัญญาณของลูกค้านะ ฉันเลยเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ แล้วเก็บโทรศัพท์ของตัวเองไว้ในกระเป๋าทันทีเพื่อที่จะได้หันไปทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมาย 

“ยินดีต้องรับค่ะ รับอะไรดีคะ”

ฉันเอ่ยถามเสียงใส พร้อมกับมองหน้าลูกค้าที่มาใหม่เพื่อรอคำตอบจากเขา เอ๋ ผู้ชายคนนี้อีกแล้ว ฉันคิดกับตัวเองในใจหลังจากที่ฉันเห็นใบหน้าของลูกค้าที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าฉัน เขาเป็นลูกค้าประจำของที่นี่นะ เขาชอบมาทุกเย็นวันศุกร์ซ้ำกันทุกๆ อาทิตย์จนพนักงานทุกคนจำหน้าของได้แล้ว หรือเป็นเพราะว่าเขาหน้าตาดีด้วยแหละเลยทำให้เป็นที่น่าจดจำ

เขาเป็นผู้ชายตัวสูงผิวขาวมาก ใบหน้าคมเข้มแต่ดูน่ากลัวไปหน่อย ก็แบบว่าเขาสักไปทั้งตัวมันเลยทำให้เขาดูเหมือนพวกอันธพาล และฉันเป็นคนที่ไม่ชอบคนที่มีรอยสักด้วยฉันเลยแอนตี้และพยายามอยู่ห่างคนประเภทนี้นิดหน่อย แต่พวกพี่หน่อยกับพี่ตาลนี่กรี๊ดกร๊าดเขาใหญ่เลยละ เขามาที่นี่ทีไรสองคนนั้นจะชอบแย่งกันไปเสิร์ฟทุกที ส่วนฉันนะเหรอ ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้ซักเท่าไหร่หรอก ไม่ว่าจะผู้ชายหล่อขนาดไหน คนอย่างสายลมคนนี้ก็ไม่หวั่นไหวหรอก

“ลาเต้ กับบราวนี่”

เขาเอ่ยสั่งเสียงเรียบก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันครั้งหนึ่ง

“รอสักครู่นะคะ”

“อืม”

เขาตอบเพียงแค่นั้นก่อนที่จะหันไปหลังเดินไปนั่งที่โต๊ะที่เขาชอบนั่งประจำ

“แชมป์ ลาเต้ที่หนึ่ง”

ฉันหันไปสั่งไอ้แชมป์เสียงเรียบก่อนที่จะก้มลงไปหยิบบราวนี่ขึ้นมาใส่จานเตรียมเสิร์ฟ

“เดี๋ยวพี่เอาไปเสิร์ฟเอง”

พี่ตาลเดินมาบอกฉัน ฉันเลยยื่นจานที่บรรจุบราวนี่หน้าตาน่าทานไปให้เธอ

“ตามสบายเลยค่ะ ลมไม่แย่งหน้าที่พี่หรอก”

ฉันเอ่ยแล้วก็ขยิบตาให้พี่ตาลครั้งหนึ่งก่อนที่จะหันไปทำงานของตัวเองต่อ แต่ระหว่างที่ทำงานอยู่นั้นจู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องฉันอยู่พอฉันเงยหน้าขึ้นไปมองก็ไม่เห็นว่ามีใครมองฉันอยู่เลย สงสัยฉันคงคิดไปเองแหละ

“ลาเต้เสร็จแล้ว”

ไอ้แชมป์พูดขึ้นฉันเลยหันไปมอง แต่ไม่มีใครเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟเลย พี่หน่อยกับพี่ตาลก็ไม่ว่าง สงสัยฉันคงต้องเอาไปเสิร์ฟเองแล้วละ ไม่ค่อยอยากจะไปเลยแฮะ แต่นี่มันเป็นหน้าที่ยังไงฉันก็ต้องทำมันอยู่ดี อย่าเลือกลูกค้าสิลม ฉันบอกกับตัวเองก่อนที่จะเดินไปหยิบแก้วกาแฟวางบนถาดแล้วยกขึ้นมาถือไว้

“เจ๊จะไปเสิร์ฟเหรอ”

ไอ้แชมป์เอ่ยขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วมองฉันด้วยสายตาแปลกใจ

“อืม ไม่มีใครว่างนี่ เลยต้องไปเอง”

ฉันตอบพร้อมกับถือถาดเดินอ้อมไปฝั่งที่ผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่

“ลาเต้ได้แล้วค่ะ”

ฉันเอ่ยขึ้นแล้วก็ค่อยๆ วางแก้วกาแฟที่เขาสั่งลงบนโต๊ะ และตอนนั้นเองฉันก็เผลอไปสบเข้ากับสายตาที่ดูดุดันนั่นเข้าอย่างจัง สายตาของเขาดูดุมากจนฉันรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที ฉันเลยรีบหันหน้าหนีเพราะถ้าเผลอจ้องนานกว่านี้ฉันกลัวว่ามันคงไม่ใช่เรื่องดีเข้านี่สิ

หลังจากที่เสิร์ฟเสร็จแล้วฉันก็รีบเดินกลับมายืนที่ตำแหน่งเดิมด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ฉันรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ฉันไม่ควรที่จะเข้าใกล้เขาเลยจริงๆ ดูอันตรายยังไงก็ไม่รู้สิ

“เป็นไรเจ๊ รีบเดินมาแบบนั้น”

ไอ้แชมป์เอ่ยถามขึ้นมาทันทีที่ฉันเดินมาถึงพร้อมกับเอื้อมมือขึ้นมาจับไหล่ของฉันด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“เปล่า”

ฉันตอบเสียงเรียบแล้วหันไปยิ้มบางๆ ให้ไอ้แชมป์ เพราะไม่อยากให้น้องมันกังวลไปกับฉันด้วยไง และอีกอย่างความรู้สึกนี้มันเป็นกับฉันแค่คนเดียว ฉันไม่อยากทำให้คนอื่นพลอยไม่ชอบเขาไปด้วย ยังไงเขาก็ยังคงเป็นลูกค้าอยู่ ฉันเลยเลิกสนใจแล้วหันมาตั้งใจทำงานต่อจนผู้ชายคนนั้นเขาเดินมาจ่ายเงินแล้วก็เดินออกจากร้านไป ฉันถึงค่อยรู้สึกหายใจสะดวกขึ้นมาหน่อย

เวลาต่อมา

ตอนนี้ร้านปิดแล้วและพวกฉันก็กำลังช่วยกันเก็บร้านกันอยู่ด้วยความขยันขันแข็ง เพราะถ้าขืนชักช้าพวกฉันก็พลอยกลับบ้านช้าไปด้วย รีบทำรีบกลับมันน่าจะดีกว่า

“เจ๊ลม เก็บร้านเสร็จแล้วไปกินหมูกระทะกัน”

ไอ้แชมป์เอ่ยปากขึ้นมาชวน

“วันนี้คงไม่ได้ เจ๊ต้องแวะกลับไปบ้านแม่น่ะ”

ฉันบอกพร้อมกับทำสีหน้าขอโทษไอ้แชมป์ไปด้วย

“ไม่เป็นไรเจ๊ ไว้วันหลังก็ได้”

“โทษนะ เดี๋ยววันหลังเจ๊เลี้ยงเอง”

ฉันบอกพร้อมกับยิ้มออกมาให้ไอ้แชมป์

“สัญญาแล้วนะ ห้ามลืมละ”

“จ้า น้องรัก เจ๊ไปก่อนนะ”

ฉันเอ่ยจบพร้อมกับถือกระเป๋าตัวเองขึ้นมาสะพายไว้บนบ่าพร้อมกับเดินออกมาจากร้านทันที วันนี้ฉันต้องรีบหน่อยเพราะต้องเดินทางแวะไปบ้านแม่ของฉันก่อนแล้วค่อยกลับหอ ส่วนพาหนะที่ฉันใช่เดินทางก็คงเป็นรถเมย์เหมือนเดิมนั่นแหละ ฉันใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึงบ้านที่มีขนาดกลางหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านของฉันเองแหละ

“มาแล้วสินะยัยลม นึกว่าแกจะไม่มาซะอีก”

ทันทีที่ฉันเดินเข้ามาในบ้านเสียงของคนคนหนึ่งที่ฉันเรียกว่าแม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความถากถาง ฟังไม่ผิดหรอก แม่ฉันเป็นแบบนี้ตลอดแหละ

“ลมบอกว่าจะมาก็มาสิคะ”

ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ พร้อมกับมองหน้าแม่บังเกิดเกล้าของตัวเองที่กำลังนั่งอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่มีสถานะเป็นพ่อเลี้ยงของฉัน

“นึกว่าจะลืมไปแล้วเสียอีกว่าฉันยังเป็นแม่แกอยู่”

แม่ของฉันเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ฉันเลยถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยๆ เหนื่อยที่ต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เหนื่อยที่ต้องทนฟังคำพูดที่แสนร้ายกาจจากแม่ของตัวเอง หึ ชีวิตของฉันมันไม่ได้สวยหรูอย่างใครคิดหรอก ครอบครัวฉันมีปัญหานะ ฉันเลยโตมาเป็นคนมีปัญหาแบบนี้ไง

พ่อแท้ๆ กับแม่ของฉันแยกทางกันตอนที่ฉันอายุ 13 ปี ตอนนั้นฉันเริ่มรู้อะไรเป็นอะไรแล้ว ฉันเห็นพ่อกับแม่ฉันทะเลาะกันทุกวัน ส่วนมากแม่ฉันจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เธอหาเรื่องทะเลาะกับพ่อของฉันได้ทุกวัน จนในที่สุดทั้งคู่ก็ตัดสินใจหย่ากันแล้วก็แยกทางอย่างที่เห็นนี่แหละ

อ่อ ฉันมีน้องชายที่อายุห่างจากฉันแค่ปีเดียวอยู่คนหนึ่ง แต่ตอนที่พ่อกับแม่หย่ากันพวกเขาตัดสินใจแยกเราทั้งคู่ออกจากกัน โดยพ่อฉันรับน้องชายฉันไปเลี้ยง และแม่ก็พาฉันออกจากบ้านหลังนั้นมาและเลี้ยงฉันอย่างที่เห็นนี่แหละ และต่อมาไม่นานแม่ของฉันก็มีสามีใหม่ แล้วต่อมาชีวิตของฉันก็เริ่มเหมือนละครหลังข่าวเข้าไปทุกที เมื่อสามีใหม่ของแม่ฉันไม่ได้ดีอย่างที่คิด เขาทำตัวดีต่อหน้าแม่ฉัน แต่ชอบข่มเหงฉันตอนลับหลัง

แต่เรื่องข่มเหงหรือทำไม่ดีใส่ฉันมันไม่เท่าไหร่กับการที่พ่อเลี้ยงของฉันพยายามที่จะลวนลามฉันนี่สิ นับวันยิ่งลวนลามฉันหนักขึ้นเรื่อยๆ จนมีวันหนึ่งที่แม่ฉันไม่อยู่บ้านแล้วจู่ๆ พ่อเลี้ยงฉันก็บุกเข้าห้องฉันมาแล้วเขาก็ทำท่าเหมือนจะข่มขืนฉัน แต่ตอนนั้นฉันไหวตัวทันฉันเลยรอดออกมาได้ แล้วหลังจากนั้นฉันก็ย้ายมาอยู่หอพักทันทีเพราะทนอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้แล้ว

ฉันออกมาอยู่ที่หอตั้งแต่ปีหนึ่งฉันทำงานหาเลี้ยงตัวเองโดยไม่พึ่งเงินของแม่ฉันสักบาท หนำซ้ำฉันยังต้องคอยส่งเงินมาให้แม่ฉันใช้จ่ายด้วยนี่สิ ฉันเลยต้องทำงานหนักอย่างที่เห็นนั่นแหละ และวันนี้ก็เป็นวันที่ฉันต้องนำเงินที่ฉันหาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองมาให้แม่ฉัน

“นี่ค่ะ”

ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี เลยยื่นซองที่บรรจุไปด้วยเงินจำนวนหนึ่งไปให้แม่ของฉัน ทันทีที่แม่ของฉันเห็นสิ่งที่อยู่ในมือฉันเธอก็รีบคว้าไปทันทีพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความพอใจ หึ ฉันคงอยู่ในสายตาของเธอก็ตอนที่ฉันมีเงินสินะ นี่เหรอคือสิ่งที่แม่ทั่วไปเขาทำกัน

ฉันรู้สึกน้อยใจนะที่ฉันเกิดมาเป็นอย่างนี้ ไม่ได้มีความสุขเหมือนคนทั่วไป ใช้ชีวิตแบบทุกข์ทรมานมาด้วยตัวเอง มีแม่ แม่ก็ไม่รักเพราะแม่ของฉันรักพ่อเลี้ยงมากกว่าฉันไง ฉันไม่รู้ว่าแม่ฉันไปรักไอ้แมงดานั่นได้ยังไง วันๆ เอาแต่ขี้เกียจ งานการก็ไม่ไปทำ ทุกวันนี้เงินที่ใช้จ่ายอยู่ก็เป็นเงินของแม่ฉันและส่วนหนึ่งก็มาจากฉันด้วย และมันใกล้แล้วที่ฉันจะไม่ทนกับเรื่องนี้

“นี่แกคงไปขายตัวมาสินะ ถึงได้เงินมาเยอะแบบนี้”

“แล้วแต่แม่จะคิดก็แล้วกันค่ะ ลมขอตัวกลับนะคะ”

ฉันเอ่ยออกมาด้วยความเหนื่อยใจที่ถูกแม่ของตัวเองดูถูกมาแบบนั้น ทั้งๆ งานที่ฉันทำอยู่มันไม่ได้เป็นอย่างที่แม่ฉันพูดเลย งานพริตตี้ที่ฉันทำอยู่เป็นงานที่ค่อนข้างได้เงินสูงนะ ฉันเลยได้เงินมาจุนเจือจนถึงทุกวันนี้ยังไงล่ะ

“จะกลับแล้วเหรอ ไม่ค้างที่นี่ซะละ”

ไอ้พ่อเลี้ยงแมงดาเอ่ยขึ้นพร้อมกับแสยะยิ้มให้ฉัน แต่สายตาที่มันมองมาที่ฉันนี่สิมันทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงสิ้นดี ฉันรู้ว่าในหัวมันกำลังคิดอกุศลอะไรกับฉันอยู่ สันดานมันก็คงเป็นสันดานและ คงแก้ไม่หาย

“ไม่ดีกว่าค่ะ ลมกลัวเชื้อแมงดาแถวนี้จะติด”

ฉันเอ่ยแล้วไอ้พ่อเลี้ยงแมงดาก็ทำสีหน้าโกรธจัดใส่ฉันทันที

“นี่นังลม แกกล้าดียังไงมาว่าผัวฉัน”

“ไม่ด่ามากกว่านี้ก็บุญเท่าไหร่แล้วค่ะ ไปนะคะ”

ฉันเอ่ยแล้วก็ยกมือไหว้แม่ฉันก่อนที่จะเดินออกมาโดยไม่สนใจเสียงด่าทอที่ดังตามหลังฉันมาเลยสักนิด ถามว่าฉันรู้สึกเสียใจไหมที่แม่ตัวเองทำแบบนี้กับฉัน ฉันเสียใจนะแต่มันด้านชาจนฉันไม่รู้สึกอะไรแล้วละ

แปะๆ ๆ

เหมือนฟ้าฝนจะเป็นใจกับฉันเหลือเกิน คงรู้สินะว่าฉันกำลังรู้สึกแบบไหนท้องฟ้าถึงได้ร้องไห้ออกมาแทนฉันแบบนี้ ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มที่กำลังมีหยาดฝนตกลงมากระทบลงใบหน้าของตัวเองด้วยสายตาเหม่อลอย

ตอนนี้ฉันกำลังเดินกลับหอนะ แต่ฝนดันตกซะก่อน แต่ฉันไม่คิดที่จะวิ่งไปหลบฝนหรอก เพราะฉันรู้สึกว่าตอนนี้สายฝนกำลังรับฟังความรู้สึกของฉันอยู่ ฉันปล่อยให้น้ำฝนชโลมไปทั่วร่างกายของฉันจนเปียกชื้น จนในที่สุดน้ำตาที่ฉันกลั้นตั้งแต่อยู่ในบ้านก็ไหลลงมาไปพร้อมกับสายฝน

“ฮึก”

ฉันสะอื้นออกมาเบาๆ พร้อมกับปล่อยน้ำตาของตัวเองให้ไหลไปอย่างนั้น ฉันหลับตาลงปล่อยให้สายฝนตกกระทบหน้าของตัวเองไปทั้งอย่างนั้น หลายคนอาจจะคิดว่าฉันมายืนบ้าอะไรกลางสายฝนตอนนี้ แต่ฉันแค่ไม่อยากให้ใครเห็นว่าตอนนี้ฉันกำลังร้องไห้อยู่ต่างหาก

พรึบ!

แต่ในระหว่างนั้นเอง จู่ๆ สายฝนที่กำลังตกกระทบหน้าของฉันก็หยุดลง ฉันเลยลืมตาขึ้นมองท้องฟ้า แต่มันกลับถูกบดบังด้วยร่มสีดำคันหนึ่งแทนซะอย่างนั้น

‘ใคร’

ฉันคิดกับตัวเองในใจก่อนที่จะหันไปมองผู้มาใหม่ที่กำลังถือร่มอยู่ แต่ทันทีที่เห็นใบหน้านั่นฉันก็เบิกตาขึ้นมาด้วยความตกใจ ผู้ชายคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“ให้”

เขาเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับยัดร่มใส่มือฉัน ฉันมองหน้าเขาด้วยสายตาอึ้งๆ ทำอะไรไม่ถูก เพราะรู้สึกตกใจจริงๆ ที่ต้องมาเจอกับเขาในสถานการณ์แบบนี้

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ”

ฉันเอ่ยกลับไปแล้วยัดร่มใส่มือที่เต็มไปด้วยรอยสักของเขากลับคืนไป

“อย่าปฏิเสธ”

เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดุดันแล้วก็ยัดร่มใส่มือฉันอีกครั้ง ฉันเลยรับมาแต่โดยดีเพราะสายตาที่เขากำลังมองฉันตอนนี้มันน่ากลัวเหลือเกิน

“ขอบคุณค่ะ”

“อืม”

เขากล่าวเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินตากฝนจากไป ทิ้งไว้แค่ฉันที่ยังคงยืนงงอยู่ตรงนี้ที่เดิม ผู้ชายคนนี้เขาทำแบบนี้ไปทำไมกันนะ แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน บังเอิญอย่างนั้นเหรอ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักทรายสีเลือด
8.7
เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจถูกลักพาตัวไป ท่ามกลางสมรภูมิทะเลทรายอันร้อนระอุที่อาบไล้ด้วยรอยแค้น ความเจ็บปวดแสนสาหัสจึงแปรเปลี่ยนเป็นชนวนเหตุให้เกิดการไล่ล่าครั้งยิ่งใหญ่ นำไปสู่การจับมือเผชิญหน้าระหว่างสองชายหนุ่มต่างที่มา ทหารหนุ่มสายเลือดไทยผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวและชีคผู้สูงศักดิ์แห่งดินแดนราสอัลไคมาห์ ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันบุกตะลุยฝ่าฟันอันตรายในดินแดนทะเลทรายกว้างใหญ่ เพื่อช่วยเหลือหญิงคนรักและพิฆาตกลุ่มคนชั่วให้สิ้นซาก บทสรุปของความรักท่ามกลางกลิ่นอายควันปืน หยดเลือด และรอยน้ำตาบนผืนทรายแห่งนี้จะจบลงอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
เมื่อทายาทมาเฟียสาวแห่งยุค 2000 ต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางโลกที่กำลังล่มสลายและตัดสินทุกสิ่งด้วยพลังปราณกับพลังธาตุอันแข็งแกร่ง แม้ว่าเธอจะมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้โลกใบนี้รออยู่เบื้องหน้า ทว่าอุปสรรคชิ้นโตกลับเป็นความทรงจำดั้งเดิมที่เลือนหายไปอย่างมาก ทำให้เธอต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ตั้งแต่การปลูกผักเพื่อประทังชีวิต ควบคู่ไปกับการต่อสู้เพื่อกำจัดเหล่ามารร้ายที่คอยรุกราน ภายใต้โชคชะตาที่แสนโหดร้ายและเหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่คนนี้จะขุดเอาทักษะความสามารถจากชาติก่อนมาปรับใช้เพื่อเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ให้กลับมาสงบสุขอีกครั้งได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า
8.7
ลู่เหยาเสียชีวิตอย่างอ้างว้างหลังถูกสามีทอดทิ้งนานสามปี ปล่อยให้ลูกชายเผชิญโลกตามลำพัง ทว่าสวรรค์กลับมอบโอกาสให้เธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างอนุของตระกูลจาง แม้สถานะจะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่นางก็ยินดีก้าวเข้าสู่ขุมนรกแห่งนี้อีกหนเพื่อปกป้องลูกรักและทวงแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอในอดีต จากอดีตฮูหยินแสนดีที่เคยถูกกดขี่และเหยียดหยามอย่างทารุณ วันนี้เธอกลับมาในฐานะอนุสุดแกร่งที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนศัตรูทุกคนอย่างสาสม มาร่วมติดตามว่าบทสรุปของเพลิงแค้นและความรักของแม่ในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลเลือกเดินทางกลับสู่อารันดาอีกครั้งตามที่หัวใจเรียกร้อง เพื่อเคียงคู่กับชี้คฟีรอส ชายผู้มีความรักอันมั่นคงให้แก่เธอ ทว่าในคืนแรกที่มาถึง เหตุการณ์เลวร้ายกลับอุบัติขึ้นเมื่อเธอถูกลักพาตัวไปจากห้องพัก และฟื้นขึ้นมาในกระโจมกลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง พร้อมกับร่างที่บาดเจ็บจนโชกเลือดและไร้สติของชี้คหนุ่มที่อยู่ข้างกาย ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและหญิงสาวอีกมากหน้าหลายตาที่คอยจ้องจะแย่งชิงตัวชายคนรักไป น้ำตาลจึงต้องใช้ความรักและความเชื่อใจทั้งหมดที่มีเป็นเครื่องพิสูจน์ เพื่อพากันก้าวผ่านพายุทะเลทรายและภัยอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปให้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวใช้ของนายท่านคือปีศาจสาวตนหนึ่ง
8.6
เพื่อความอยู่รอด ปีศาจจำต้องสูบพลังชีวิตจากมนุษย์ โดยเฉพาะพลังหยางที่ช่วยเพิ่มตบะ แต่ต้องแลกด้วยชีวิตของเหยื่อ ขณะเดียวกัน ‘หลิวเข่อซิง’ ปีศาจจิ้งจอกแดงก็ตกเป็นเป้าหมายของการไล่ล่าเพราะหัวใจของนางคือยาทิพย์เลอค่า ท่ามกลางวิกฤตนี้ ‘หานหรงเหยา’ กุนซือหนุ่มผู้ลี้ภัยมายังดินแดนชายแดนได้ยื่นมือเข้าช่วยชีวิตนางไว้ จนก่อเกิดเป็นสายใยผูกพัน ทว่าเมื่อความจริงเปิดเผยว่านางไม่ใช่คน แม้จะหวาดกลัวการถูกถลกหนัง แต่ชายหนุ่มกลับตัดสินใจยืดอกรับผิดชอบในตัวนางแทน จุดเริ่มต้นของความรักต่างเผ่าพันธุ์จึงได้อุบัติขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง พญาครุฑอุ้มสม เล่ม ๑
8.6
เมื่ออดีตคู่หมั้นปันใจให้ราชาอสูรและหนีตามกันไป พระมหิงส์เวหะ พญาครุฑหนุ่มแห่งสินธุจึงตกอยู่ในวังวนแห่งความเจ็บปวดและเคียดแค้น เพื่อเป็นการเอาคืนอย่างสาสม เขาตัดสินใจลักพาตัวนรีทิพย์อัปสร ผู้เป็นญาติผู้น้องของราชาอสุรามาเป็นตัวประกันในการประชดรักครั้งนี้ ทว่าในระหว่างที่จับตัวนางมาเพื่อระบายโทสะ ความใกล้ชิดกลับค่อยๆ ละลายความโกรธแค้นในใจ จนพญาครุฑหนุ่มตกหลุมรักเชลยสาวผู้อ่อนหวานอย่างหมดใจ จากแผนการแก้แค้นกลับกลายเป็นบ่วงรักแท้ที่ผูกมัดหัวใจของทั้งสองไว้ด้วยกันตลอดไปตลอดกาล