APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายชุด อุ้มรักประกาศิต

นิยายชุด อุ้มรักประกาศิต

ร่วมสัมผัสสามเรื่องราวรักสุดประทับใจในนิยายชุดนี้ เริ่มต้นกับชายหนุ่มผู้มีรักแท้ที่ยอมทำตามประกาศิตหัวใจเคียงข้างพราวรุ้ง หญิงสาวผู้ตัดสินใจอุ้มท้องแทนเพื่อช่วยเหลือคุณยาย จนเกิดเป็นสายใยความผูกพันที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะแยกจากกันได้ ต่อด้วยเรื่องราวของภีม หนุ่มสหกรณ์สุดเข้มที่ต้องมาจับมือกับพลอยใส สาวช่างฝัน เพื่อร่วมกันผลักดันแบรนด์ข้าวของชุมชน ภายใต้เงื่อนไขการพิสูจน์ใจในเวลาสามเดือน และปิดท้ายด้วยเลอทรัพย์ วิศวกรหนุ่มมาดนิ่งที่ต้องเจอกับมินตรา อสม. สาวจอมโก๊ะที่เข้ามาสั่นคลอนหัวใจท่ามกลางเรื่องราววุ่นๆ ในหมู่บ้าน ทุกเรื่องราวคือเส้นทางรักที่พร้อมเติมเต็มรอยยิ้มและแรงบันดาลใจอันแสนอบอุ่น
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ลมอุ่นพัดกลีบกุหลาบปลิวผ่านลานสวนของคฤหาสน์ตระกูลศิริวัฒน์ แสงเช้าละมุนสะท้อนผืนผ้าแพรบนซุ้มดอกไม้ สีขาวและทองตัดไปกับสีเขียวของสนามจนเหมือนภาพในโปสการ์ด ผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเวียนเข้ามาแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาว

ประกาศิต... ชายหนุ่มที่มักยิ้มอยู่เสมอ และเจ้าสาวศิรินทิพย์ คุณหนูผู้สงบเสงี่ยมของบ้านตระกูลใหญ่ไม่แพ้กัน

“เจ้าบ่าวยิ้มเก่งจังเลยนะจ๊ะ” แขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเอ่ยแซว

“คุณลุงชมแบบนี้ ผมต้องยิ้มเพิ่มอีกสองเท่าเลยครับ” เขาตอบพร้อมหัวเราะเบา ๆ นัยน์ตามีประกายขี้เล่นตามแบบฉบับของเขา

พิธีการดำเนินไปอย่างเรียบร้อย เสียงดนตรีคลอเบา ๆ ใต้ร่มเงาต้นจามจุรี ศิรินทิพย์แตะชายกระโปรงอย่างเรียบร้อย ยิ้มละมุนด้วยมารยาท เธอหันไปสบตาพิมพ์ลดา พี่เลี้ยงสาวคนสวยที่คอยดูแลเธออยู่ไม่ห่าง สายตาที่ทั้งสองมองสบกันนั้น ทั้งอ่อนโยนและมั่นคง

หลังซุ้มด้านข้าง มีหญิงสาวรูปร่างบอบบางกำลังจัดวางจานรองเค้กอย่างตั้งใจ เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีอ่อน ผมถูกรวบเรียบง่าย ใบหน้าสะอาดสะอ้าน

พราวรุ้งช้อนสายตามองเวทีพิธีเพียงแวบเดียว ก่อนกลับไปจดจ่ออยู่กับงานในมือ กลิ่นดอกมะลิที่ติดตัวเธอมาตั้งแต่วัยเด็กลอยเบา ๆ ผสมกับกลิ่นชาอุ่น

“พราวจ๊ะ เดี๋ยวช่วยพี่จัดแก้วตรงโต๊ะผู้ใหญ่เพิ่มหน่อยนะ” แก้วใจซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ในบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส

“ได้จ้ะพี่แก้ว” พราวรุ้งยิ้มบาง ๆ แล้วหยิบถาดแก้วอย่างคล่องแคล่ว

ประกาศิตเหลือบเห็นมุมที่พราวรุ้งกำลังจัดแก้ว เขาชะงักเสี้ยววินาที ราวกับความทรงจำเก่า ๆ เฉียดผ่านภาพหญิงสาวตัวเล็กที่วิ่งวุ่นช่วยงานบ้านเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เขามาเยี่ยมบ้านของศิรินทิพย์ครั้งในฐานะคู่หมั้น เขาเคยเห็นพราวรุ้งคอยยกน้ำให้คนงาน ช่วยป้าแม่บ้านเช็ดกระจก และกลับไปอ่านหนังสืออย่างไม่ย่อท้อ ความทรงจำนั้นทิ้งรอยยิ้มจาง ๆ บนริมฝีปากของเขาโดยไม่รู้ตัว

“เจ้าบ่าวคะ ได้เวลาตัดเค้กแล้วค่ะ” เสียงพิธีกรเรียก

“ครับผม” เขาตอบอย่างร่าเริง หันกลับไปประคองศิรินทิพย์ขึ้นเวที แม้ไม่ได้รักใคร่ประดุจดั่งคนรัก ก็เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ตลอดหลายปีมานี้เธอไม่เคยทำให้เขาต้องลำบากใจเลย ไม่เคยงี่เง่า ตามหึงหวง หรือพูดจาชวนทะเลาะ มีแต่เคารพเขาเสมอมา ดังนั้นการตัดสินใจแต่งงานเพื่อครอบครัวและธุรกิจ จึงทำให้เขาไม่ได้ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย

เค้กสามชั้นประดับดอกไม้สีครีมยืนโดดเด่นกลางสายตาทุกคน มีเพียงไม่กี่คนที่สังเกตว่า พิมพ์ลดายืนห่างออกมาเล็กน้อย ทว่าแววตาที่มองศิรินทิพย์นั้นเต็มไปด้วยความรักความห่วงใย ศิรินทิพย์ละสายตามองครู่หนึ่ง แล้วจึงหันกลับมาทำตามพิธีด้วยท่วงท่าสงบ

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ ที่มาเป็นสักขีพยานให้พวกเรา” ประกาศิตกล่าวหลังตัดเค้ก น้ำเสียงของเขานุ่มและจริงใจ

“ผมหวังว่าสองครอบครัวเราจะร่วมมือกันอย่างดีทั้งทางธุรกิจและในฐานะคู่ค้าของกันและกัน” เขาพูดหยอกปิดท้าย

“ถ้าอาหารอร่อย ชมเจ้าของบ้านนะครับ แต่ถ้าชาเขียวหวานไปหน่อย ชมผมครับ เพราะผมเป็นคนแอบขอเพิ่มน้ำเชื่อมเอง” ผู้คนหัวเราะเบา ๆ กับอารมณ์ขันของเขา บรรยากาศในงานผ่อนคลายลง

ขณะที่แขกทยอยรับประทานของหวาน พราวรุ้งกำลังเก็บแก้วบนโต๊ะผู้ใหญ่ด้วยมือที่สั่นเพียงน้อยไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เพราะความหนักอึ้งในหัวใจ เธอแอบเงยหน้ามองเวทีอีกครั้ง ศิรินทิพย์ยิ้มจาง ๆ ทว่าในตาเต็มไปด้วยความเศร้า

“น้องพราวพักหน่อยไหม” แก้วใจยื่นขวดน้ำให้

“พราวไหวค่ะพี่ เดี๋ยวเสร็จโต๊ะนี้แล้วค่อยพัก” พราวรุ้งเอ่ยตอบ

สายลมเย็นยามบ่ายกระทบระฆังลม ก้องแผ่วเหมือนเตือนว่าค่ำคืนนี้กำลังใกล้เข้ามา ทุกอย่างดูสวยงามและปกติถ้ามองจากภายนอกงานแต่งของสองตระกูลใหญ่ที่เหมาะสมกันที่สุด แต่ในความเงียบ มีข้อตกลงบางอย่างที่ซุกซ่อนเอาไว้ และใครบางคนกำลังยอมแลกบางสิ่งที่สำคัญเพื่อคนที่รัก

เมื่อพิธีจบลง ดวงไฟระยิบระยับถูกจุดขึ้นทั่วสวน แขกเริ่มทยอยกลับ ประกาศิตยืนส่งอย่างสุภาพ เขายังยิ้ม แต่แววตาแอบมองตามร่างเล็กที่กำลังยกถาดจานเข้าครัว ราวกับมองผ่านม่านหมอกของกาลเวลา

“ขอบคุณที่มานะครับคุณอา”

“ยินดีมาก ๆ หลานชาย ดูแลหนูศิให้ดี ๆ”

“ครับผม” เขาตอบด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเงียบสงบลง ศิรินทิพย์เดินมาหาเขา

“วันนี้เหนื่อยไหมคะ”

“นิดหน่อยครับ น้องศิเหนื่อยไหม ถ้าเหนื่อยพี่จะนวดให้คลายเมื่อย” เขาตอบติดตลก

ศิรินทิพย์ยิ้มบาง ๆ

“พี่ใหญ่ใจดีเสมอเลยนะคะ”

“เราโตมาด้วยกัน เราก็เหมือนน้องสาวของพี่ มีอะไรก็บอกพี่ได้” คำพูดนั้นเหมือนม้วนผ้าไหมที่คลุมความจริงเอาไว้อย่างนุ่มนวล เขาจะบอกเธอกลายๆ ว่าเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว ไม่ต้องกังวลอะไรไป เหมือนจะรู้ด้วยว่าเธอเองก็ไม่ได้มีใจให้เขาเช่นกัน

ศิรินทิพย์ก้มหน้ารับคำอย่างสุภาพ พิมพ์ลดาที่คอยอยู่ไม่ไกลเงยขึ้นสบตาเจ้าสาว และขยับยิ้มให้กำลังใจ เธอเอ่ยเบา ๆ

“คุณหนูแวะทานซุปอุ่น ๆ ก่อนไหมคะ”

“ขอบคุณค่ะพี่พิมพ์ลดา” ศิรินทิพย์เอ่ยตอบ ก่อนหันไปบอกประกาศิต

“งั้นเจอกันตอนค่ำนะคะพี่ใหญ่”

“ครับ ตามสบาย”

ค่ำคืนคืบคลานอย่างช้า ๆ ไฟระย้าตามทางเดินสว่างขึ้นทีละดวง ห้องหอถูกตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้สีครีม กลิ่นดอกไม้สดลอยอ่อน ๆ

ประกาศิตยืนอยู่หน้ากระจก จัดเน็กไทง่าย ๆ แล้วยิ้มกับเงาตัวเอง

เขาไม่ได้คิดจะล่วงเกินใครมาตั้งแต่แรก แผนในหัวของเขาคือคุยให้ชัดเจนว่าหลังพิธีเสร็จสิ้น ธุรกิจดำเนินไปด้วยดี จะหาทางแยกย้ายไปอย่างผาสุก

ในอีกฟากหนึ่งของบ้าน ห้องเล็กชั้นล่างที่พราวรุ้งพักชั่วคราวมีเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะส่องแสงอบอุ่น พราวรุ้งกุมมือแน่นจนเย็นเฉียบ เธอคิดถึงคุณยาย ยายสายบัวที่กำลังป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ความทรมานจากโรคและค่ารักษาที่พอกพูนคือเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอต้องตัดสินใจ

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น

“พราวรุ้ง” ศิรินทิพย์ยืนอยู่พร้อมกับพิมพ์ลดา ทั้งสองมองเจ้าของห้องอย่างเอ็นดูระคนเห็นใจไม่น้อย

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง กลายเป็นตัวตลกที่น่าสงสาร
7.9
ความสัมพันธ์ชั่วคืนจากความพลั้งเผลอกลายเป็นฝันร้าย เมื่อเขากลับมาในชีวิตเธอด้วยสถานะพี่เขย แม้เธอพยายามผลักไสและหลีกหนี ชายหนุ่มกลับยิ่งดึงรั้งเธอไว้ เขาหยิบยื่นความอบอุ่นจอมปลอมที่ทำให้เธอหลงคิดว่าตนเองโชคดี ทว่าความสุขกลับพังทลายเมื่อความจริงปรากฏ ทุกอย่างคือเกมหลอกลวงที่จงใจปั่นหัวให้เธอเป็นคนโง่ ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศเปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความเคียดแค้น จนเกิดเป็นคำอธิษฐานสุดท้ายจากใจที่แหลกสลาย ว่าขออย่าได้เวียนวนมาพบเจอกับเขาอีกเลยตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง สวัสดี ท่านประธาน(ภาคที่1)
8.4
ห้าปีแห่งความสงบสุขต้องสิ้นสุดลงเมื่อลูกน้อยถูกลักพาตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางความหวาดผวา ชายหนุ่มบุคลิกแข็งกร้าวผู้เปี่ยมอำนาจได้ก้าวเข้ามาในโลกของเธอพร้อมความจริงที่น่าตกตะลึง เขาประกาศกร้าวว่าตนคือบิดาผู้ให้กำเนิดเด็กน้อย ชายผู้นี้ยังเป็นถึงประธานบริหารสูงสุดขององค์กรยักษ์ใหญ่ที่กุมชะตาพนักงานนับหมื่นคน การปรากฏตัวของเขาดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความวุ่นวาย ชีวิตที่เคยธรรมดาถูกพลิกผัน เธอจำต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและสถานะใหม่ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนยากจะตั้งรับได้ทัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าชายของฉัน
7.7
แม้แคว้นใหญ่จะมั่งคั่ง แต่ชาวบ้านในหุบเขาต้าชานกลับต้องเผชิญความหิวโหยและภัยป่า เมื่อฤดูหนาวมาเยือน ครอบครัวของกู้หรูเฟิงก็ตกอยู่ในจุดวิกฤต ชายหนุ่มผู้สง่างามแต่ร่างกายอ่อนแอและมีแผลเป็น ต้องอาศัยการวาดภาพหาเงินประทังชีพ ทว่าเขากลับถูกภรรยาด่าทออย่างเกรี้ยวกราดเพราะทำไร่ไถนาไม่ได้ เขาจำต้องก้มหน้าทนรับความเจ็บปวดทั้งกายและใจจากการถูกเหยียดหยาม โดยที่ไม่เคยล่วงรู้เลยว่า ความขัดแย้งอันแสนรันทดทั้งหมดนี้ กำลังถูกจับตาดูอย่างเงียบๆ โดยหลิ่วเจิน ดวงวิญญาณสาวที่เร้นกายอยู่ในเงามืด
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานที่ป่าเถื่อน
7.0
ความเมามายนำพาให้เกิดความผิดพลาด เมื่อหญิงสาวผู้แสนอ่อนหวานต้องมาพัวพันกับประธานหนุ่มจอมเล่ห์เหลี่ยม สิ่งที่ควรจบลงแค่ชั่วข้ามคืนกลับกลายเป็นบ่วงรัดรึงชีวิตของคนสองคนไว้ด้วยกัน ชายหนุ่มผู้มากแผนการไม่ยอมปล่อยเธอไป เขาตั้งใจสานต่อพันธะนี้ด้วยกลวิธีแยบยล บีบให้เธอต้องชิงไหวชิงพริบเพื่อรับมือกับความร้ายกาจของเขา การปะทะกันระหว่างความบริสุทธิ์และความเจ้าเล่ห์ก่อให้เกิดความรักอันซับซ้อน ในความสัมพันธ์ที่ยิ่งหนีก็ยิ่งผูกพันลึกซึ้งจนยากจะคาดเดาตอนจบ
ภาพปกนิยายเรื่อง นางรำ
9.2
มหาเศรษฐีหนุ่มผู้หยิ่งผยองมองสตรีเป็นเพียงเครื่องสนองตัณหา ทัศนคตินี้ต้องสั่นคลอนเมื่อเขาพบหญิงสาวผู้อุทิศชีวิตให้นาฏศิลป์ เธอรับจ้างรำอวยพรในงานวันเกิดของเขาเพื่อหาเงินรักษาญาติและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม เขาพยายามใช้เงินข่มเหงและซื้อศักดิ์ศรีของเธอ แต่เธอกล้าหาญและยืนหยัดมอบให้เพียงความงดงามของศิลปะโดยไม่ตกเป็นของเล่นใคร ความเข้มแข็งนี้เป็นบทเรียนล้ำค่าที่ทำลายความจองหอง ทำให้เขาตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของมนุษย์ผ่านท่วงท่าร่ายรำของสตรีที่เขาเคยดูแคลน
ภาพปกนิยายเรื่อง อยากแก่พร้อมเธออย่างจริงจัง
9.4
บาดแผลที่คมสันต์ทิ้งไว้ในใจของเปลียว เปรียบดั่งหนามพิษที่ทิ่มแทงและสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ความร้าวรานจากอดีตทำลายความเชื่อใจจนหมดสิ้น เปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความบอบช้ำที่ยากจะเยียวยา ส่งผลให้เธอสูญเสียความกล้าที่จะมอบหัวใจให้ใครอีก ทว่าหากโชคชะตากำหนดให้เวลาหมุนย้อนกลับ และบังคับให้เธอต้องเผชิญกับเรื่องราวเหล่านั้นอีกครั้ง หญิงสาวก็ยังคงเด็ดเดี่ยวที่จะเลือกเส้นทางเดิมอย่างแน่วแน่ แม้จะรู้ดีว่าปลายทางคือความรวดร้าวและการแตกสลายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ตาม