APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)

อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)

จากความเจ็บปวดในอดีตได้หล่อหลอมให้ศิลากลายเป็นชายผู้มีหัวใจเย็นชาดั่งหินผา ทว่าลึกลงไปข้างในเขากลับซ่อนไฟแค้นที่พร้อมแผดเผาทุกชีวิตเพื่อทวงความยุติธรรมกลับคืนมา และเมื่ออสูรร้ายเช่นเขาเริ่มต้นเกมนัดชำระแค้น มินตา หญิงสาวผู้อ่อนโยนและไร้เดียงสากลับต้องตกเป็นเหยื่อในวงจรที่เต็มไปด้วยอันตรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอต้องเผชิญหน้ากับความน่ากลัวของเพลิงพยาบาทที่ปะปนไปกับกระแสไฟปรารถนาอันร้อนแรง ซึ่งพร้อมจะแผดเผาทำลายล้างทุกสิ่งและหลอมละลายหัวใจของทั้งสองให้พังทลายลงในเกมล่าครั้งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

มินตาหน้าแห้ง พยักหน้ากับเพื่อน แล้วเดินกลับไปกลับมา หล่อนชะเง้อมองเข้าไปหลายหน แต่หล่อนมองไม่เห็นว่าธันวาเข้าไปตรงไหนของห้องนั้น หล่อนได้เห็นแต่เจ้าหนุ่มคู่กรณีของหล่อน เห็นเขาเข้าไปยืนอยู่ใกล้ๆ เตียงของแม่สาวที่ธันวาบอกว่าตกเลือด ไม่ใช่เมียก็อาจจะเป็นคู่รักกระมัง...หล่อนพินิจมองเขา...ก่อนจะนึกออก หล่อนดีดนิ้วออกมาแรงๆ สีหน้าสดใสขึ้น เมื่อนึกได้ว่าเขาคือใครมิน่าเล่า หน้าตาถึงคุ้นเหลือเกิน

ธันวาเดินหน้าตาซีดเซียวออกมาจากห้องนั้นในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา มินตารีบลุกไปหา “หน้าตานายเหมือนคนใกล้ตาย”

“เจ็บนี่หว่า”

เขาพูดจาแบบนี้กับมินตา...ใครๆ ก็พูดกับหล่อนแบบนี้ เพราะในออฟฟิศนั้นมินตาเหมือนเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง หล่อนเป็นสาวคนเดียวที่ออฟฟิศมี และจากการทำงานกันนานวันเข้า มินตาก็ทำเหมือนหล่อนไม่ใช่ผู้หญิง หล่อนแข็งแกร่งพอจะยืนหยัดไปพร้อมๆ กับเพื่อนคนอื่นๆ หลายหนเข้าทุกคนจึงลืมเหมือนกันว่าหล่อนเป็นผู้หญิง พูดจากับหล่อนก็ไม่ค่อยจะอ่อนโยน และมินตาก็ไม่เคยถือสา หล่อนมีนิสัยง่ายๆ ตรงไปตรงมา แต่หล่อนก็ขีดเส้นเอาไว้เหมือนกัน ไม่มีใครก้าวล้ำเส้นนั่นไปได้ มินตาเป็นผู้หญิงรักตัวเอง...หล่อนไม่มีแฟน และทำท่าจะขายยากเอาการอยู่ หล่อนไม่เคยมีผู้ชายคนใดมาจีบ

หล่อนก็จัดว่าหน้าตาดี สวยพอที่พวกหนุ่มๆ ในออฟฟิศเล็กๆ จะชื่นชมได้ยามที่หล่อนแต่งตัวเป็นผู้หญิง...แต่ในยามที่หล่อนรวบผมขึ้นสวมหมวกครอบหน้าเอาไว้เห็นแต่ดวงหน้ามอมๆ ไม่มีเครื่องสำอางฉาบทา หล่อนก็ไม่ได้เชิญชวนสายตาใครเลย

เพื่อนๆ ลงความเห็นว่า มินตาขาดเสน่ห์ทางเพศ หล่อนไม่มีจริตมารยาของเพศหญิงเพียงพอ เปรียบหล่อนเป็นดอกไม้ หล่อนจึงกลายเป็นดอกไม้พลาสติกไปโน่น

อาจจะเป็นเพราะมินตาปิดกั้นตัวเองมากเกินไป หล่อนทำงานหนัก...แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน เวลาของหล่อนคืองาน...แล้วงานก็คือเงิน...หล่อนได้ชื่อว่าเป็นคนงกเงินอย่างหนัก เคยมีคนถามหล่อน มินตาจะได้แต่หัวเราะ แล้วหล่อนย้ำอยู่เสมอๆ ว่าหล่อนชอบเงิน หล่อนฝันจะมีเงินมากๆ และจะไม่ทำงานหนักอีกเมื่อตอนที่หล่อนเป็นสาวแก่ หล่อนประกาศว่าจะอยู่อย่างสุขสบายใช้เงินที่เก็บสะสมเอาไว้

“เจ็บแค่นี้ไม่ถึงตายหรอกย่ะ...เลือดออกแค่นี้...” หล่อนก้าวหลีกเมื่อประตูห้องฉุกเฉินเปิดออก แล้วเตียงคนไข้ถูกเข็นออกมา...หล่อนเห็นผู้หญิงที่มีดวงหน้าขาวจนเกือบเขียว มีขวดน้ำเกลือขวดเลือดระโยงระยาง ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ตาย แต่ดูบอบช้ำอย่างหนัก...มินตากลืนน้ำลายลงคอ หล่อนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสบประสานกับดวงตาดุๆ คู่นั้นของบุรุษที่มีดวงตาเหมือนดวงไฟ แล้วเขาก็เดินจากไป

หล่อนเพิ่งสังเกตเห็นถนัดถึงจุดคล้ำๆ ที่กระจายอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสวยของเขา...มันเหมือนหยดเลือด

“ตกเลือดนี่น่ะมันร้ายไหม”

คราวนี้หล่อนแค่กระซิบ เอียงหน้าเข้าไปเกือบจะติดหน้าของธันวา แต่ดวงตาของหล่อนยังมองตามไปเขม็ง

หล่อนมองดูผู้ชายร่างสูงคนนั้น...เค้าหน้าของเขาเหมือนนัก แต่บุคลิกท่วงท่าของเขาไม่เหมือน หล่อนพยายามนึกถึงคนที่หล่อนเคยรู้จักในช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงหนึ่ง มันแตกต่างกัน แต่หล่อนก็แน่ใจว่าหล่อนคงจะจำคนไม่ผิด

“ก็แค่แท้งลูก”

“ฮ้า...”

หล่อนอ้าปากกว้าง

“เราได้ยินหมอเขาซักนะ...ได้ยินว่าถูกซ้อม...”

“ตายละ...ผัวซ้อมหรือเปล่า”

“ก็ไม่ได้ยินนะว่าใครซ้อม”

“สงสัยอีตานั่นแน่ๆ เลย ท่าทางให้ คงจะเผลอซ้อมเมีย แล้วมาเล่นบทพ่อพระเอาเมียมาส่งหาหมอ...แต่หน้าตาเช้ยเฉยนะ ท่าทางเดือดร้อนอยู่หรอก แต่ไม่ถึงกับห่วงใยนักหนา”

“อย่าไปยุ่งเรื่องคนอื่นเลยน่า”

“ฉันว่าฉันรู้จักเขา”

มินตาบอก หล่อนพาธันวามารอหน้าห้องจ่ายยา และคิดเงินค่ารักษา ตัวหล่อนยังก้าวตามผู้ชายคนนั้นไป หล่อนเห็นเขานั่งที่เก้าอี้ยาวๆ ที่ตั้งเอาไว้รอบในห้องโถงชั้นล่างนี้เขาไม่ได้ตามเข้าไปในลิฟต์ที่พาคนไข้ขึ้นไปชั้นบน เห็นเขานั่งก้มศีรษะลงเล็กน้อยหยิบซองบุหรี่ออกมา ซองหนังเสียด้วย แล้วยังจะไฟแช็คอันเล็กๆ สวยงาม...

หล่อนเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา เห็นเขามองไล่ตั้งปลายเท้าในรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อของหล่อนขึ้นมา จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าคิ้วเข้มหนาของเขาดึงขึ้นสูง...โดยที่ริมฝีปากหนาหยักได้รูปสวยนั้นหุบนิ่ง แววตาไม่ปรากฏร่องรอยยินดียินร้ายใดๆ ทั้งสิ้น

“คุณนั่นแหละ...ฉันจำได้ คุณต่อ”

หล่อนไม่พูดพล่าม นอกจากทึกทักเอาดื้อๆ “ฉันนึกแทบแย่ว่าเคยเห็นคุณที่ไหน คุณจำฉันไม่ได้หรือ” หล่อนนั่งหล่อนใกล้ๆ ถามอย่างกระตือรือร้น “ฉันเป็นเพื่อนเก่าของคุณไงล่ะ...มินตา...มิน”

สีหน้าของเขายังเรียบเฉย แต่มุมปากกระตุกนิดๆ บอกชัดว่ารู้สึกรำคาญมากกว่าอื่นใด แล้วน้ำเสียงเรียบๆ ก็หลุดออกมาจากปากเขา

“ผมไม่ทราบว่าคุณพูดอะไร แต่ดูเหมือนว่าคุณจำคนผิดแน่นอน...”

“ฉันไม่เคยจำใครผิด”

มินตายังยืนยัน “หน้าตาคุณยังเมื้อนเหมือน แต่ท่าทางคุณไม่เหมือน คุณดูโก้ดี...”

“ผมชื่อศิลา...”

เขาบอกอย่างรำคาญ ยิ้มเยาะระบายไปทั่วใบหน้าของเขาเมื่อเขากดไฟแช็คดังกริ๊กที่ปลายบุหรี่ อัดควันเข้าไปมือที่กดไฟแช็คนั่นได้รูปสวย นิ้วทุกนิ้วยาวเรียวปลายนิ้วตัดเล็บสั้นเจียนมน...ลักษณะสำอางกรีดกรายเอาการอยู่ มินตายังยืนยันด้วยคำเดิมนั่นเอง

“คุณชื่อต่อ...ฉันจำชื่อจริงคุณไม่ได้หรอก...แต่ฉันไม่ได้จำผิดคน...คุณหลอกฉันไม่ได้แน่ คุณยังไม่ตายรึนี่”

“ผมไม่ทราบว่า ทำไมคุณมาตู่ผมแบบนี้ หรือคุณนึกว่าวิธีนี้จะช่วยให้ผมไม่เรียกร้องค่าเสียหาย...”

เขาลงเสียงหนักขึ้น

“ผมจะเรียกประกันแน่นอน คุณรอรับเรื่องด้วยก็แล้วกัน...วิธีนี้ไม่สำเร็จหรอกครับ คุณผู้หญิง”

เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย พ่นควันบุหรี่เข้าใส่หน้าหล่อนจนมินตามองเห็นดวงหน้าของเขาไม่ถนัดนัก แต่หล่อนกำลังโกรธด้วย หล่อนลุกขึ้นยืนเกือบจะทันที เสียงห้วนจัดไปเหมือนกัน

“ฉันไม่เคยคิดแบบที่คุณคิด ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ซิ...” แล้วหล่อนก็ผลุนผันจากมา ธันวาได้ยาและจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว มินตาจูงมือของเขาเดินลิ่วๆ ลงบันไดด้านข้างไปที่จอดรถชั้นล่าง

“หมั่นไส้อีตาบ้านั่นชะมัด...นึกหรือว่าฉันจะอยู่รอจนกว่าประกันจะมา...”

“จะหนีหรือ”

“ฉันไม่ได้ผิด เรื่องอะไรฉันจะต้องเสียเงิน รวยนักก็ซ่อมเอาเองซิ...เงินเท่านี้ขนหน้าแข้งคงจะไม่ทันร่วง”

“ฮื่อ...” ธันวาคล้อยตาม “เราได้ยินเรื่องเด็ดๆ มาด้วยล่ะ รู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”

“ฉันรู้ชื่อเขา...นายต่อ...จะเป็นใครมาจากไหนฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่สนเขาด้วย”

“เห็นว่าเป็นมือขวาของเจ้าแม่...” ธันวาลดเสียงให้เบาลง “ไม่ใช่เจ้าแม่มาเฟียที่ไหนหรอกนะ แต่เป็นเจ้าแม่ขายเนื้อสดน่ะ เคยได้ยินชื่อเจ้าแม่แหม่มบ้างหรือเปล่า”

“แหม่มไหน”

มินตาถามอย่างงงๆ

เสียงธันวาจิ๊กจั๊กในลำคอ “ไม่ฉลาดมั่งเล้ย ทีบางเรื่องล่ะรู้ เรื่องนี้ไม่ยักรู้ ก็เจ้าแม่ที่มีเด็กสาวๆ เยอะแยะเอาไว้ส่งป้อนให้ผู้ชายมีความสุขไงล่ะ”

“แล้วเจ้าแม่นี่ มีชื่อรถยี่ห้อไหนต่อท้ายล่ะ...เคยได้ยินแต่บีเอ็ม...ซีตรอง เปอร์โยต์...

“คนนี้ไม่มีชื่อรถต่อท้าย แต่ใครๆ ก็รู้ว่ากว้างขวางมีเด็กในสังกัดมากหน้า...หมอนั่นเป็นมือขวา เป็นคนดูแลเด็กๆ แล้วก็เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่...”

“ขนลุก” มินตายื่นแขนมาให้ดู “คนดูแลเด็กๆ นี่มันก็แมงดาล่ะน่า แหม!...ทำเรียกซะเก๋...แล้วที่ว่าเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่...เรื่องค้าขายสาวๆ นี่เขาจัดเป็นธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายแล้วเหรอ...ทุเรศชะมัด...โธ่โอ๊ย...” หล่อนทำเสียงปลงๆ “ฉันคงจำคนผิดจริงๆ นั่นแหละ เพื่อนเก่าฉันเขาไม่มาเป็นคนสวะๆ พรรค์หยั่งงี้หรอก...นี่ฉันเสียเวลาไปเสวนากับแมงดามาหรอกหรือ”

หล่อนทำท่าผิดหวังอย่างแรง

“นั่นคงจะเป็นสาวๆ ในสังกัดซินะ สงสัยจะไม่ยอมทำงานให้ เลยถูกซ้อมจนลูกไหลเล็ด”

“มันก็เรื่องของเขา...ไม่ใช่เรื่องของเรา...อย่าไปยุ่งกับคนพวกนี้ได้ละเป็นดี พวกเขามีชีวิตกันอีกแบบ ไม่เหมือนพวกเราหรอก”

“ฮึ...รวยบนเลือดเนื้อหยาดเหงื่อของผู้หญิง อย่างนี้มันไม่เจริญแน่ สักวันแมงดาตัวนั้นก็คงจะปีกหัก...เชื่อฉันเถอะว่าไอ้พวกขายคนด้วยกันนี่น่ะ เวลาจะตายไม่เคยตายดี มีแต่จะตายโหง!”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สาวเพอร์เฟ็กต์ของประธาน
8.3
เพราะทนรับแรงกดดันจากคำพูดร้ายกาจไม่ไหว หญิงสาวจึงเลือกที่จะปลีกตัวออกห่างจากวงสนทนาอันตึงเครียดนั้นด้วยความเร่งรีบ ทว่าความสับสนว้าวุ่นในจิตใจกลับส่งผลให้เธอขาดความระมัดระวัง จนเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันเมื่อร่างของเธอถลำไปชนเข้ากับประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมทุกประการ การเผชิญหน้าโดยบังเอิญท่ามกลางความวุ่นวายนี้ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ จากคนที่พยายามหลบซ่อน เธอต้องก้าวเข้าสู่วังวนความสัมพันธ์กับชายหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือ ซึ่งรายล้อมไปด้วยมาตรฐานอันสูงส่งและความกดดันของแวดวงธุรกิจระดับแนวหน้า สิ่งเหล่านี้จะพลิกผันโชคชะตาของเธอไปอย่างสิ้นเชิง
ภาพปกนิยายเรื่อง การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายของมือสังหารระดับพระกาฬนำไปสู่การเกิดใหม่ในต่างโลก เมื่อวิญญาณถูกจอมเวทอำมหิตดึงมาสิงร่างเด็กหนุ่มเพื่อใช้เป็นหนูทดลองมรณะ ทว่าผู้ร่ายเวทกลับประเมินเหยื่อต่ำไป ด้วยสัญชาตญาณดิบและทักษะลอบสังหารที่มี อดีตนักฆ่าจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมพลิกสถานการณ์และปลิดชีพผู้ที่อัญเชิญตนมาได้อย่างหมดจด หลังกำจัดศัตรูพ้นทาง เขาเข้ายึดครองฐานที่มั่นและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อใช้เป็นรากฐานในการสถาปนาจักรวรรดิมืดของตนเองบนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและการวางแผนซ้อนแผนที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง วายุไฟ
9.4
โลกที่ต่างกันสุดขั้วกำลังบรรจบกัน เมื่อวายุ นายแบบหนุ่มรูปงามผู้ใช้ชีวิตเปล่งประกายบนรันเวย์ ได้พบกับณธีร์ ข้าราชการหนุ่มผู้เคร่งขรึม ภายใต้ความเจิดจรัส วายุซ่อนความปรารถนาในการตามหาชายในอุดมคติมาเนิ่นนาน และข้าราชการอนาคตไกลคนนี้คือคนที่เขาเฝ้ารอ เสน่ห์อันร้อนแรงดั่งเปลวไฟของเขาต้องเผชิญกับกำแพงแห่งความแตกต่างทั้งหน้าที่การงานและนิสัยส่วนตัว ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า แรงปรารถนาในใจของเขาจะหลอมละลายความเย็นชาและเปลี่ยนความหวังให้กลายเป็นความจริงได้สำเร็จหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง องค์หญิงของเจ้าชายเย็นชา
8.3
ความเจ็บปวดจากการถูกนอกใจทำลายรักแรกวัยเรียน แต่นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ หญิงสาวผู้เคยมีภาพลักษณ์ธรรมดาสวมเสื้อผ้าราคาประหยัด ได้ก้าวข้ามความเสียใจและพลิกโฉมตัวเอง โชคชะตานำพาเธอเข้าสู่ชีวิตการทำงาน กลายเป็นสาวออฟฟิศผู้มั่นใจและสง่างามในชุดสุดหรู ท่ามกลางชีวิตที่พลิกผัน เธอได้โคจรมาพบกับประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมแต่กลับมีบุคลิกเย็นชาดุจน้ำแข็ง การพบกันของสองคนที่ต่างกันสุดขั้วได้จุดประกายความสัมพันธ์ใหม่ ก่อให้เกิดเรื่องราวความผูกพันที่ก้าวข้ามความแตกต่างและเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง พายุรักแห่งเม็ดทราย
7.5
เจ้าชายซารีฟร์แห่งอัลนูรีนหลงรักนาราภัทร สาวไทยผู้เปรียบดั่งดอกไม้งามกลางทะเลทราย ทว่าการพิชิตใจเธอนั้นยากยิ่ง เมื่อเธอสร้างกำแพงเย็นชาดุจน้ำแข็งเพื่อปิดกั้น อันเกิดจากความเข้าใจผิดว่าเขาคือชายเห็นแก่ตัวที่พรากความบริสุทธิ์ไปยามไร้ทางสู้ ความแคลงใจนี้กลายเป็นรอยร้าวลึก แม้เขาจะทุ่มเทความรักเพื่อละลายใจเธอเพียงใด สิ่งที่ได้กลับมามีแค่ความว่างเปล่า จนเจ้าชายสุดทนและตัดพ้อว่า คนที่ไร้หัวใจอย่างแท้จริงไม่ใช่เขา แต่คือเธอผู้ปิดตายหัวใจและปฏิเสธรักแท้ที่เขามอบให้อย่างหมดใจต่างหาก
ภาพปกนิยายเรื่อง แฝดจอมจุ้น เมียจ๋าอย่าหนีนะ
9.5
อดีตเมื่อหกปีก่อนยังคงฝังลึกในใจ หลังจากถูกจัดฉากจนตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ หญิงสาวไร้ทางเลือกนอกจากต้องอุ้มท้องหนีไปดิ้นรนในต่างประเทศเพียงลำพัง ทว่าความลำบากได้หล่อหลอมให้เธอแข็งแกร่งขึ้น บัดนี้เธอกลับมาพร้อมเพลิงแค้นที่แผดเผา เป้าหมายคือทวงคืนความถูกต้องจากชายผู้เป็นต้นเหตุของความพินาศและกวาดล้างทุกคนที่เคยใส่ร้าย เธอเตรียมพร้อมบดขยี้พวกมันให้แหลกสลาย ชดใช้ความเจ็บปวดที่เธอแบกรับมานาน โดยตั้งปณิธานว่าจะไม่ปรานีหรือปล่อยให้ศัตรูมีโอกาสลุกขึ้นมาต่อกรได้อีก