APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ season 1

ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ season 1

หมี่ขาว สาววิศวะผู้ครองความโสดมาอย่างยาวนาน ตัดสินใจเข้าร่วมประเพณีเดินขึ้นดอยเป็นปีที่สามติดต่อกัน โดยที่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต ทว่าจากคำท้าทายของกลุ่มเพื่อนสนิทที่เธอเผลอรับปากไปด้วยความคึกคะนอง ส่งผลให้เธอตัดสินใจตอบรับคำชวนอันเรียบง่ายจาก เก้าอี้ รุ่นพี่ปีสี่สุดลึกลับแห่งภาควิชาไฟฟ้า ผู้มาพร้อมภาพลักษณ์เคร่งขรึมและผ้าคาดโซตัสสีแดงในฐานะผู้ถือธงเกียร์นำขบวนของปีนี้ เพียงคำถามสั้นๆ อย่าง ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ จากเขา ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของทั้งสองสองคนละมุนที่เธอไม่เคยคาดฝัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ย้อนกลับไปเมื่อตอนปี 1 สมัยที่การสอบเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาไม่ได้แบ่งย่อยจนปวดหัวแบบนี้ เด็กม.ปลายส่วนใหญ่จะเลือกหาที่เรียนพิเศษเพื่อติวสำหรับเรียนต่อมหาวิทยาลัย เริ่มตั้งแต่ไม่มาเรียนและเข้าแคมป์ติวเข้ม หรือเรียนพิเศษเข้มข้นตอนเย็น เป็นเช่นนี้เหมือนกับวงจรอุบาทว์ที่หนีอย่างไรก็ไม่พ้นเสียที แต่หมี่ขาวไม่ได้โชคร้ายขนาดนั้น

จะเรียกว่าเป็นเรื่องดีในโชคร้ายหรือเรื่องร้ายในโชคดีกันนะ

เพราะที่บ้านของเธอมีแม่เป็นหัวหน้าครอบครัว แม้ว่าจะเป็นเด็กที่ได้รับเงินทุนการศึกษาแบบเต็มก็ยังบอกไม่ได้ว่าสบายจนสามารถเรียนพิเศษได้ ทุนการศึกษาที่ได้ยังมีเงื่อนไขอยู่ว่าห้าม กู้เงินเรียน&;

แน่ล่ะ...สำหรับเด็กที่มีฐานะปานกลางมาจนถึงยากจนล้วนต้องได้ยินเรื่องการกู้เงินเรียนจากรัฐบาล บ้างก็ว่าดี บ้างก็ว่าไม่ดี เพื่อนของเธอหลายคนได้รับเงินกู้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) มีทั้งที่บ้านฐานะยากจนจริงๆ และบ้างก็กู้มาเพื่อใช้จ่ายอื่นๆ ตัวอย่างเช่นผ่อนโทรศัพท์มือถือ ซื้อของใช้ จ่ายค่าเรียนพิเศษ

โชคดีหน่อยที่เธอได้เรียนเป็นหลักสูตรพิเศษ แม้ว่าค่าเทอมจะแพงกว่าหลักสูตรทั่วไป แต่เพราะเธอได้ทุนเต็มจึงไม่มีปัญหาเรื่องนี้ เนื้อหาที่เรียนจะเน้นหนักกว่าห้องเรียนอื่นและสุดท้ายยังสามารถเรียนจบก่อนเพื่อนห้องอื่นตั้งหนึ่งเทอม

ซึ่งนั่นเป็นข้อได้เปรียบของนักเรียนห้องเรียนพิเศษ

หลักสูตรที่ว่านี้จะเน้นหนักไปทางกิจกรรม ทั้งกิจกรรมวิชาการและกิจกรรมนอกเวลา รวมไปถึงค่ายโอลิมปิกวิชาการของเขตภาคเหนืออีกด้วย

ค่ายโอลิมปิกวิชาการเป็นประสบการณ์ที่น่าสัมผัส คุณจะได้พบเจอทั้งรุ่นพี่มหา’ลัยหนุ่มหล่อขาวตี๋ สาวสวยหมวยอึ๋มหรือคนอ้วนเตี้ยล่ำ ผอมกะหร่องเหมือนปลาแห้ง แม้กระทั่งตัวใหญ่ยักษ์แต่น่ารักใจดี

สิ่งที่พลาดไม่ได้ในชีวิตมอปลายคือค่ายโอลิมปิกวิชาการเฉพาะสาขา ซึ่งจำลองชีวิตการเรียนหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัย การแข่งขันระหว่างโรงเรียนต่างๆ ในภาคเหนือ ถึงจะเป็นอย่างนั้น ท่ามกลางการแข่งขันก็ยังมีมิตรภาพเกิดขึ้น ยามระลึกถึงเมื่อไรก็ยังคงยิ้มให้ด้วยความรู้สึกดีๆ บางครั้งอาจทำให้พบเจอคนที่คุณปิ๊ง หรือแม้แต่อาจารย์ที่น่ารักซึ่งในอนาคตอาจจะได้สอนคุณในระดับอุดมศึกษา

หากคุณสามารถผ่านไปยังค่ายสองหรือค่ายสามได้ สิ่งเหล่านี้ยังเป็นใบเบิกทางชั้นดีสำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังต้องการเรียนต่อในสาขาที่สนใจอีกด้วย

ในช่วงเทอมแรกของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนร่วมห้องรวมทั้งหมี่ขาวเองก็เริ่มส่งใบสมัครในสาขาวิชาที่สนใจตามมหาวิทยาลัยต่างๆ พร้อมแฟ้มสะสมผลงานเพื่อหวังให้ผ่านการคัดเลือกแบบรับตรง

แน่นอนว่าสำหรับเด็กที่ผ่านค่ายโอลิมปิกวิชาการ หรือเป็นเด็กที่เรียนดีก็จะมีข้อได้เปรียบตรงนี้อยู่

ยื่นไปที่ไหนก็จะผ่านไปยังรอบสัมภาษณ์ตามเกณฑ์ที่ทางมหาวิทยาลัยต่างๆ กำหนด แต่เด็กภาคเหนือจะทราบกันดีว่าช่วงหนึ่งของชีวิตเด็ก ม.6 ต้องผ่านการสอบสุดหินที่เรียกว่า ‘สอบโควตา’ และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเพื่อนบางคนในห้องเรียนถึงหายไปเพื่อติวเข้ม หรือตั้งใจอ่านหนังสือจนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน

เพื่อนในห้องของหมี่ขาวครึ่งหนึ่งเก็บตัวติวหนังสือเข้ม สามในสิบมีที่เรียนแล้ว และที่เหลือคือเด็กขี้เกียจซึ่งมักจะเล่นกีฬาหรือหาอะไรทำในช่วงที่ทุกคนกดดันด้วยความเครียด

แน่นอนว่าเพื่อนในกลุ่มของเธออยู่ใน 50% ที่ติวเข้ม ส่วนเธอนั้นกลายเป็นแกะดำของกลุ่มไปแล้ว

เพื่อนคนแรกรู้ตัวว่าจะเรียนแพทย์ตั้งแต่ ม.4 ดังนั้นเธอจึงตั้งใจเรียนมาก ทั้งๆ ที่ก็ตั้งใจเรียนมาตั้งแต่ประถมแล้วก็เถอะ เพื่อนคนนี้ชื่อ ‘ปลา’ ด้วยความที่ครอบครัวทำมาค้าขาย พ่อแม่สนับสนุนเต็มที่ หมี่ขาวจำได้ว่ามีช่วงหนึ่งปลาอยากเก่งภาษาอังกฤษ เธอซื้อแผ่นเกม Assasin’s Creed มาเล่น เปิดโหมดเสียงภาษาอังกฤษและซับภาษาอังกฤษ ฝึกอยู่พักหนึ่งปลาก็เริ่มคล่องภาษาอังกฤษ และเริ่มเพิ่มระดับตัวเองด้วยการอ่านหนังสือนอกเวลาของ Oxford

หมี่ขาวมักจะไปนอนบ้านปลาและกินข้าวฟรีอยู่เป็นประจำ อาศัยช่วงที่ปลาตั้งใจอ่านหนังสือเล่นเกม Pharaoh เธอจะอ่านหนังสือเรียนบ้างเมื่อเห็นว่าปลาเพื่อนของเธอตั้งใจอ่านหนังสือเกินไปจนรู้สึกละอาย

ตอนสมัครสอบโควตา มหาวิทยาลัย C กำหนดให้เลือกได้สองอันดับ ปลาเลือกอย่างมั่นใจ

1.คณะแพทยศาสตร์

2.คณะทันตแพทยศาสตร์

หมี่ขาวคอตก

ฉันขี้เกียจแบบนี้ ไม่อยากเรียนหมอ ไม่เอาสายการแพทย์ ไม่อยากเป็นครู

แล้วเธอเกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมา เพราะตอนนั้นเธออยากแอดมิชชั่นเรียนฟิสิกส์วิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงแค้นภรรยา ราชวงศ์เป็นเถ้าถ่าน
8.6
ในวันครบรอบวันตายของลูกชาย ฉันกลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายเมื่อพบสามีอยู่กับชู้รักที่กำลังตั้งท้องในบ้านของเรา เขาจงใจส่งการ์ดแต่งงานใหม่มาเยาะเย้ย พร้อมทิ้งคลิปเสียงประณามว่าฉันเป็นคนมีมลทินจากโศกนาฏกรรมในอดีต มิหนำซ้ำเขายังสารภาพอย่างเลือดเย็นว่าแอบทำให้ฉันเป็นหมัน เพียงเพราะต้องการสร้างทายาทที่บริสุทธิ์กับผู้หญิงคนใหม่เพื่อสถาปนาราชวงศ์อันรุ่งโรจน์ของตัวเอง ในเมื่อเขาอยากเริ่มต้นใหม่บนความทุกข์ของฉัน ฉันจึงขอไปเยือนงานวิวาห์ครั้งนี้เพื่อทำลายความฝันและแผดเผาทุกสิ่งของพวกเขาให้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านด้วยมือคู่นี้เอง
ภาพปกนิยายเรื่อง หลงรักผู้ชายร้ายๆ
9.4
ความแค้นฝังลึกระหว่างสองตระกูลนำไปสู่สงครามประสาทที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่อลินกลับต้องเผชิญมรสุมชีวิตครั้งใหญ่เมื่อตกอยู่ท่ามกลางศึกสายเลือดระหว่างบิดาแท้ๆ กับสามีของเธอเอง ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤต เมื่อพ่อของเธอยอมหันหลังให้ศีลธรรมและวางแผนกำจัดหลานในไส้เพียงเพื่อทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามให้ย่อยยับ ท่ามกลางเพลิงพยาบาทที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง อลินจะยอมก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้าย หรือจะรวบรวมความกล้าเพื่อปกป้องลูกน้อยให้พ้นจากอันตรายที่มาจากน้ำมือของผู้เป็นพ่อ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแสนชัง ฤดูเหมันต์冬季不爱你
8.4
เมื่อพิธีแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์สิ้นสุดลง ชีวิตคู่ที่เธอวาดฝันกลับพังทลายกลายเป็นเพียงฉากหน้าอันแสนเย็นชา เมื่อสามีที่เธอร่วมผูกพันธะกลับมอบหัวใจให้หญิงอื่นอย่างเปิดเผย การต้องทนเห็นชายผู้เป็นสามีแสดงความรักต่อหน้าต่อตาคือความทุกข์ทรมานที่กัดกินใจเธอในทุกวัน ในเมื่อความรักที่ถวิลหาไม่มีวันเกิดขึ้นจริงในความสัมพันธ์นี้ เธอจึงเลือกที่จะยุติความเจ็บปวดด้วยการยื่นข้อเสนอขอหย่าขาด และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปลดแอกตัวเองออกจากกรงขังสมรสอันแสนหนาวเหน็บนี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง กริชเพียงขิม
9.0
เมื่อความต่างทางชนชั้นกลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นความรัก ภัคธีมาจึงต้องเผชิญกับการกีดกันจาก ศาสตรา ภูวเดชาธร เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเชียงใหม่ พี่ชายของชายคนรักที่ทำทุกวิถีทางเพื่อแยกพวกเขาออกจากกัน แม้หญิงสาวจะพยายามหลบหนีจากเอื้อมมือของเขา แต่โชคชะตากลับบีบบังคับให้เธอต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชายใจร้ายคนนี้อย่างไม่มีทางเลือก ทว่าในระหว่างที่ความเกลียดชังและการต่อต้านดำเนินไป บ่วงเสน่หาที่เขาสร้างขึ้นกลับค่อยๆ ผูกมัดหัวใจของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อถึงวันที่เธอได้รับอิสรภาพกลับคืนมาตามต้องการ การหักห้ามใจไม่ให้รักเขาซ้ำยังเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง ห้าปี กับ หนึ่งคำโกหก อันแสนสาหัส
8.6
ตลอดห้าปีในชีวิตแต่งงานที่ฉันคิดว่าแสนราบรื่นและเพียบพร้อมมาโดยตลอด กลับต้องพังทลายลงในพริบตาเมื่อได้รับอีเมลแจ้งเตือนพิธีศีลจุ่มของเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งใช้นามสกุลเดียวกับสามีของฉัน ภาพชายคนรักกำลังอุ้มทารกน้อยเคียงคู่กับเน็ตไอดอลชื่อดังในโบสถ์ กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปิดโปงว่าเขาแอบไปสร้างอีกครอบครัวหนึ่งอย่างลับๆ ทั้งที่เคยปฏิเสธเรื่องการมีลูกกับฉันมาโดยตลอด เวลาที่เขาเคยอ้างว่าต้องทุ่มเทให้กับการทำงาน แท้จริงแล้วถูกนำไปปรนเปรอให้หญิงอื่น เมื่อความจริงอันโหดร้ายเปิดเผย ฉันจึงเลือกที่จะไม่ทนกับคำลวงนี้อีกต่อไป และตัดสินใจตอบรับทุนวิจัยที่เมืองซูริกทันทีเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และทวงคืนอนาคตของตัวเองกลับคืนมา
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายนายเพื่อนสนิท
8.4
ความสัมพันธ์ลับระหว่างเพื่อนสนิทต้องเผชิญกับความร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อมาร์คแสดงความต้องการในตัวเธออย่างหนักหน่วงจนยากจะต้านทาน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธเพราะมีภาระหน้าที่ต้องไปทำงาน แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มความใคร่ให้หายคิดถึงหลังจากหายหน้าไปหนึ่งสัปดาห์เต็มเพื่อพาคู่ควงคนใหม่ไปเที่ยวต่างประเทศ การกลับมาในครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยสัมผัสที่จาบจ้วงและรุนแรงเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป โดยไม่สนใจเลยว่าเธอจะเหนื่อยล้าและอ่อนแรงเพียงใด