APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ season 1

ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ season 1

หมี่ขาว สาววิศวะผู้ครองความโสดมาอย่างยาวนาน ตัดสินใจเข้าร่วมประเพณีเดินขึ้นดอยเป็นปีที่สามติดต่อกัน โดยที่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต ทว่าจากคำท้าทายของกลุ่มเพื่อนสนิทที่เธอเผลอรับปากไปด้วยความคึกคะนอง ส่งผลให้เธอตัดสินใจตอบรับคำชวนอันเรียบง่ายจาก เก้าอี้ รุ่นพี่ปีสี่สุดลึกลับแห่งภาควิชาไฟฟ้า ผู้มาพร้อมภาพลักษณ์เคร่งขรึมและผ้าคาดโซตัสสีแดงในฐานะผู้ถือธงเกียร์นำขบวนของปีนี้ เพียงคำถามสั้นๆ อย่าง ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ จากเขา ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของทั้งสองสองคนละมุนที่เธอไม่เคยคาดฝัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

คนอื่นอาจจะคิดว่าไกลเกินฝัน แต่สำหรับเธอนั้นไม่เคยคิดว่าความฝันอยู่ไกลเกินเอื้อม

สุดท้ายก็เลือกสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดสำหรับตัวเอง

1.คณะแพทยศาสตร์

2.คณะวิศวกรรมศาสตร์

เพื่อนอีกสี่คนที่เหลือซึ่งช่วงนั้นแทบไม่ได้คุยกัน ต่างก็เลือกคณะสายการแพทย์ ทุกคนมีความฝัน ความฝันของเด็ก ม.6 ทุกคนคือได้เรียนในคณะที่ชอบ มหาวิทยาลัยที่ใช่

ช่วงสอบหมี่ขาวถือว่าเป็นเด็กขยัน หมายถึงว่าขยันกว่าช่วงปกติ 30% ซึ่งตัวเลขนี้ค่อนข้างน่าตกใจ เพราะเธอยังคงไปร้านเกมและเช่านิยายมาอ่านได้ทุกวัน สำหรับเด็กที่ไม่ค่อยเรียนพิเศษอย่างเธอ ยังมีความสุขในการอ่านนิยายมากกว่าอ่านหนังสือเรียนสุดๆ แต่ว่าเธอไม่สามารถละทิ้งอนาคตได้ กลัวว่าถ้าหากไม่กระตุ้นตัวเองสักหน่อย แม้ว่าจะเป็นเด็กฉลาดขนาดไหนก็พลาดได้ และแม่ของเธอคงเสียใจถ้าหากเธอยังไม่สนใจอนาคตของตัวเอง

ที่จริงผลการสมัครรับตรงของมหาวิทยาลัยอื่นส่งมาแล้ว แต่หมี่ขาวไม่ได้ตอบรับ ที่จริงเธอเคยยื่นสมัครคณะโบราณคดีของมหาวิทยาลัยหนึ่ง แต่ดันลืมจ่ายค่าสมัคร เธอคิดว่าถ้าครั้งนั้นสมัครสอบแล้วติด ชีวิตนี้เธออาจไม่ต้องเรียนเคมีอีกเลยตลอดชีวิต

ใช่...เด็กเรียนดีก็มีวิชาที่เกลียด

เธอเกลียดเคมี

ความขยันของหมี่ขาวเพิ่มมาเป็น 50% ในช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนสอบโควตา ในวันสอบนั้น เด็กศิลป์จะได้รับข้อสอบหมวดวิชาวิทยาศาสตร์คนละฉบับกับเด็กสายวิทย์ และจะมีเวลาในการทำข้อสอบน้อยกว่าเด็กสายวิทย์ 90 นาที

หมี่ขาวทำชีววิทยาก่อน เพราะเธอไม่ถนัด แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่แบบเคมี ฟิสิกส์คือวิชาสุดท้ายที่เธอเลือกทำ และขณะที่เธอเพิ่งเริ่มทำวิชาฟิสิกส์ กริ่งของโรงเรียนก็ดังขึ้น

หมี่ขาวสะดุ้ง เธอลุกขึ้นแล้วสบถในใจว่า ฉิบหายแล้ว

อาจารย์คุมสอบเกือบเดินมาเก็บข้อสอบแล้ว ตอนนั้นสติของเธอกระเจิดกระเจิง หมี่ขาวรีบฝนข้อสอบอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งผ่านไปราวห้านาที มีอาจารย์อีกคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าเป็นกริ่งของสายศิลป์ สายวิทย์ยังมีเวลาทำอีกเหลือเฟือ

หมี่ขาวถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก

แต่ช่วยไม่ได้ สติเธอกระเจิงไปนานแล้ว ได้แต่น้ำตานองในอกเพราะเนื้อหาที่อ่านมาไหลออกไปตั้งแต่ตอนที่กริ่งดังแล้ว

วิชาสุดท้ายของการสอบโควตา สำหรับคนที่เลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ มันคือการสอบพื้นฐานทางวิศวกรรม

มันคือข้อสอบเชาวน์ปัญญา เธอเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างตอนสอบวัด IQ ในห้องเรียนพิเศษ ดังนั้นมันค่อนข้างมองออกง่าย ที่ง่ายที่สุดคือ Drawing หมวดนี้เป็นการมองภาพรูปทรงต่างๆ เธอผ่านมันไปอย่างง่ายดาย

ผลสอบออกมาในเย็นของวันหนึ่ง เป็นวันเดียวกับที่แม่พาเธอไปสอบถามพี่คนหนึ่งที่เรียนมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพ เพราะแม่ไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะให้เธอไปสอบสัมภาษณ์มหาวิทยาลัยแห่งนั้นดีหรือไม่

แต่สุดท้ายแม่ก็ตัดสินใจได้ เพราะลูกพี่ลูกน้องของเธอดันมาบอกว่า

“อย่าให้น้องไปเลยอา ร้านเหล้าเยอะ”

เย็นวันนั้นเพื่อนรักอีกคนของหมี่ขาวโทรมา บอกว่าเธอติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า

หมี่ขาวสมองลัดวงจรไปพักใหญ่ ไม่ใช่ว่าผิดหวังที่ไม่ติดหมอ แต่ที่อึ้งเพราะเธอไม่คิดหวังว่าจะติดโควตา แถมตอนนั้นยังไปบนไว้ดิบดีว่าจะกินเจถ้าติดคณะอะไรก็ได้

ส่วนแม่นอยด์ไปพักใหญ่ เพราะแม่ไปบนขอให้ลูกสาวติดหมอ

ลูกสาวมารู้ทีหลังหัวเราะไม่ออก เธอไม่คิดว่าแม่จะคาดหวังให้เธอเรียนหมอขนาดนั้น อีกอย่างไฟในใจของเธอดับไปนานแล้วตั้งแต่ตอนที่เสียคุณยายไป เส้นทางการเป็นหมอของเธอปิดลงตั้งแต่ตอนนั้น

เหลือเพียงความฝันเล็กๆ ที่ซ่อนไว้ตั้งแต่ประถม

ฉันอยากทำงานกับ NASA

เพื่อนของเธอคนที่โทรมานั้นติดทันตแพทยศาสตร์ ส่วนปลาติดแพทยศาสตร์ และเพื่อนอีกสี่คนยังไม่มีที่เรียน มันเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ชีวิตเด็ก ม.ปลายไม่ได้มีทางเลือกมากเหมือนกันทุกคน

ตัดมาที่ตอนสอบสัมภาษณ์ อาจารย์ผู้สัมภาษณ์สอบถามเธอว่าทำไมถึงอยากเรียนวิศวะ หมี่ขาวยิ้มเขินๆ บอกตามตรงด้วยความรู้สึกแรงงกล้า

“หนูชอบเอนจิเนียร์ในเกมยูริมากเลยค่ะ หนูอยากเป็นแบบนั้น”

อาจารย์หัวเราะ บอกว่าเรียนวิศวะยากนะ จะไหวเหรอ หมี่ขาวยิ้มแห้ง จากนั้นก็จบการสัมภาษณ์แบบงงๆ

ล่วงเข้าสู่ปีที่สาม เธอกำลังจะเป็นพี่ว้าก หลังจากผ่านการรับน้องในปี 1 ผ่านเสียงหัวเราะและกิจกรรมต่างๆ ในมหาวิทยาลัย จากเฟรชชี่ก้าวเข้าสู่ปีสอง จากปีสองก้าวเข้าสู่ปีสาม ผ้าคาด SOTUS ในปีนี้ของเธอกลายเป็นสีขาวแล้ว

มันเป็นเช้ามืดของวันขึ้นดอย

หมี่ขาวหัวเราะกับตัวเอง เธอทอดสายตามองรุ่นน้องปี 1 ที่ยังไม่ถูกเรียกน้อง มองเด็กน้อยทั้งหลายด้วยสายตาของรุ่นพี่ที่ผ่านชีวิตมหาวิทยาลัยมาพอควร ราวกับผู้เฒ่าในนวนิยายกำลังภายในที่ทอดสายตามองศิษย์ใหม่ก้าวเข้าสู่พิธีการของสำนัก

วันที่พี่จะได้เรียกน้อง

วันที่ลูกช้างจะได้ไหว้พระธาตุ

วันที่เสลี่ยงของเกียร์สายฟ้าจะเหินขึ้นดอย

ในช่วงเวลาที่คล้ายกันเมื่อสองปีก่อน เธอยังไม่เข้าใจเลยว่าเพราะเหตุใดฝนถึงตกในวันที่เปิดสายรหัส สวนสนเต็มไปด้วยรุ่นพี่เกียร์ต่างๆ และต่อมาไม่นานนัก ก่อนเธอจะขึ้นปี 2 ชั้นปีของเธอก็ได้เสื้อช็อป...เกียร์สายฟ้า

หมี่ขาวยิ้มกับธงเกียร์ที่โบกพลิ้ว หวังว่าปีนี้ฝนจะไม่ตก

เพราะสายฟ้า...มากับสายฝน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงแค้นภรรยา ราชวงศ์เป็นเถ้าถ่าน
8.6
ในวันครบรอบวันตายของลูกชาย ฉันกลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายเมื่อพบสามีอยู่กับชู้รักที่กำลังตั้งท้องในบ้านของเรา เขาจงใจส่งการ์ดแต่งงานใหม่มาเยาะเย้ย พร้อมทิ้งคลิปเสียงประณามว่าฉันเป็นคนมีมลทินจากโศกนาฏกรรมในอดีต มิหนำซ้ำเขายังสารภาพอย่างเลือดเย็นว่าแอบทำให้ฉันเป็นหมัน เพียงเพราะต้องการสร้างทายาทที่บริสุทธิ์กับผู้หญิงคนใหม่เพื่อสถาปนาราชวงศ์อันรุ่งโรจน์ของตัวเอง ในเมื่อเขาอยากเริ่มต้นใหม่บนความทุกข์ของฉัน ฉันจึงขอไปเยือนงานวิวาห์ครั้งนี้เพื่อทำลายความฝันและแผดเผาทุกสิ่งของพวกเขาให้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านด้วยมือคู่นี้เอง
ภาพปกนิยายเรื่อง หลงรักผู้ชายร้ายๆ
9.4
ความแค้นฝังลึกระหว่างสองตระกูลนำไปสู่สงครามประสาทที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่อลินกลับต้องเผชิญมรสุมชีวิตครั้งใหญ่เมื่อตกอยู่ท่ามกลางศึกสายเลือดระหว่างบิดาแท้ๆ กับสามีของเธอเอง ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นวิกฤต เมื่อพ่อของเธอยอมหันหลังให้ศีลธรรมและวางแผนกำจัดหลานในไส้เพียงเพื่อทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามให้ย่อยยับ ท่ามกลางเพลิงพยาบาทที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่ง อลินจะยอมก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้าย หรือจะรวบรวมความกล้าเพื่อปกป้องลูกน้อยให้พ้นจากอันตรายที่มาจากน้ำมือของผู้เป็นพ่อ
ภาพปกนิยายเรื่อง รักแสนชัง ฤดูเหมันต์冬季不爱你
8.4
เมื่อพิธีแต่งงานอันศักดิ์สิทธิ์สิ้นสุดลง ชีวิตคู่ที่เธอวาดฝันกลับพังทลายกลายเป็นเพียงฉากหน้าอันแสนเย็นชา เมื่อสามีที่เธอร่วมผูกพันธะกลับมอบหัวใจให้หญิงอื่นอย่างเปิดเผย การต้องทนเห็นชายผู้เป็นสามีแสดงความรักต่อหน้าต่อตาคือความทุกข์ทรมานที่กัดกินใจเธอในทุกวัน ในเมื่อความรักที่ถวิลหาไม่มีวันเกิดขึ้นจริงในความสัมพันธ์นี้ เธอจึงเลือกที่จะยุติความเจ็บปวดด้วยการยื่นข้อเสนอขอหย่าขาด และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปลดแอกตัวเองออกจากกรงขังสมรสอันแสนหนาวเหน็บนี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง กริชเพียงขิม
9.0
เมื่อความต่างทางชนชั้นกลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นความรัก ภัคธีมาจึงต้องเผชิญกับการกีดกันจาก ศาสตรา ภูวเดชาธร เจ้าของไร่ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเชียงใหม่ พี่ชายของชายคนรักที่ทำทุกวิถีทางเพื่อแยกพวกเขาออกจากกัน แม้หญิงสาวจะพยายามหลบหนีจากเอื้อมมือของเขา แต่โชคชะตากลับบีบบังคับให้เธอต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของชายใจร้ายคนนี้อย่างไม่มีทางเลือก ทว่าในระหว่างที่ความเกลียดชังและการต่อต้านดำเนินไป บ่วงเสน่หาที่เขาสร้างขึ้นกลับค่อยๆ ผูกมัดหัวใจของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อถึงวันที่เธอได้รับอิสรภาพกลับคืนมาตามต้องการ การหักห้ามใจไม่ให้รักเขาซ้ำยังเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง ห้าปี กับ หนึ่งคำโกหก อันแสนสาหัส
8.6
ตลอดห้าปีในชีวิตแต่งงานที่ฉันคิดว่าแสนราบรื่นและเพียบพร้อมมาโดยตลอด กลับต้องพังทลายลงในพริบตาเมื่อได้รับอีเมลแจ้งเตือนพิธีศีลจุ่มของเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งใช้นามสกุลเดียวกับสามีของฉัน ภาพชายคนรักกำลังอุ้มทารกน้อยเคียงคู่กับเน็ตไอดอลชื่อดังในโบสถ์ กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เปิดโปงว่าเขาแอบไปสร้างอีกครอบครัวหนึ่งอย่างลับๆ ทั้งที่เคยปฏิเสธเรื่องการมีลูกกับฉันมาโดยตลอด เวลาที่เขาเคยอ้างว่าต้องทุ่มเทให้กับการทำงาน แท้จริงแล้วถูกนำไปปรนเปรอให้หญิงอื่น เมื่อความจริงอันโหดร้ายเปิดเผย ฉันจึงเลือกที่จะไม่ทนกับคำลวงนี้อีกต่อไป และตัดสินใจตอบรับทุนวิจัยที่เมืองซูริกทันทีเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และทวงคืนอนาคตของตัวเองกลับคืนมา
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายนายเพื่อนสนิท
8.4
ความสัมพันธ์ลับระหว่างเพื่อนสนิทต้องเผชิญกับความร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อมาร์คแสดงความต้องการในตัวเธออย่างหนักหน่วงจนยากจะต้านทาน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธเพราะมีภาระหน้าที่ต้องไปทำงาน แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มความใคร่ให้หายคิดถึงหลังจากหายหน้าไปหนึ่งสัปดาห์เต็มเพื่อพาคู่ควงคนใหม่ไปเที่ยวต่างประเทศ การกลับมาในครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยสัมผัสที่จาบจ้วงและรุนแรงเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป โดยไม่สนใจเลยว่าเธอจะเหนื่อยล้าและอ่อนแรงเพียงใด