APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1

หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1

ชีวิตธรรมดาของผมต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากตัดสินใจช่วยเหลือชายแปลกหน้าสะบักสะบอมคนหนึ่ง ทว่าเขากลับอันตรธานหายไปพร้อมกับหม้อข้าวต้มที่อุ่นไว้ให้ เรื่องราวยิ่งน่าพิศวงขึ้นเมื่อเรากลับมาพบกันอีกครั้งในมหาวิทยาลัย บาดแผลฉกรรจ์ที่เคยเห็นกลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความอัศจรรย์นี้ทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า ร่างกายของเขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร หรือแท้จริงแล้ว ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมในเวลานี้ จะไม่ใช่คนเดียวกันกับคนเจ็บที่ผมเคยยื่นมือเข้าช่วยในคืนนั้นกันแน่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

คริสต์ศักราช 1973 ประเทศนอร์เวย์

สวัสดีครับ ผมชื่อ เรย์ ซิลวาเพิร์ต เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอ็กซ์ ปัจจุบันผมอายุสิบแปดปี วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ หลังจากที่ได้เดินดูรอบมหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้รู้สึกว่าที่นี่จะมีความพิเศษอะไร พื้นที่เขรอะไปด้วยคราบสีดำ บอกให้รู้ว่าไม่ได้มีการขัดทำความสะอาดมานาน โรงยิมนี้มืดมิดไร้แสงไฟเข้าถึง ห้องน้ำก็เขรอะไปด้วยรอยวาดขีดเขียนจากพวกมือบอน แต่เพราะพ่อตัดสินใจพาผมย้ายจากประเทศจีนมาที่นอร์เวย์ ผมก็คงต้องพยายามอย่างมากกับการปรับตัวให้ชินกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย มันคงเป็นอะไรที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับชีวิตวัยเด็ก โลกของผู้ใหญ่กำลังรอผมอยู่ ผมยังรู้สึก ...ไม่อยากโตเลยแฮะ

ตกเย็นหลังจากที่ปฐมนิเทศเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บ้านของผมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยสักเท่าไร แต่คุณเมสันพ่อของผมก็ยังขับรถมารับ

“วันแรกเป็นยังไงบ้าง” พ่อเอ่ยถามหลังจากที่ผมขึ้นมานั่งบนรถ ผมพยายามทำตัวเหมือนว่าตื่นเต้นกับมัน เพราะถ้าจะบอกว่าไม่ชอบที่นี่เลย พ่อคงจะรู้สึกอึดอัด

“มันรู้สึกสุดยอดมากเลยครับ แว็บแรกที่เห็นนึกว่ามหาฯ ลัยร้างซะอีก” ถึงแม้จะบอกว่าสุดยอด แต่ก็ยังติดตลกว่าเหมือนมหาวิทยาลัยร้าง ทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับหัวเราะลั่น

“ฮ่าฮ่าฮ่า เอาน่า... มหาฯ ลัยนี้มันมีมาตั้งแต่รุ่นปู่เราแล้วอะเนอะ”

“เอาจริง ๆ พ่อไม่จำเป็นต้องมารับผมก็ได้ บ้านเราก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง”

“พอดีวันนี้พ่อว่างน่ะ”

เมสันกำลังขับรถกลับบ้าน สองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยป่าที่หนาทึบ วันนี้หมอกค่อนข้างหนา บรรยากาศน่านอนสุด ๆ แต่แล้วก็มีชายคนหนึ่งเดินพุ่งพรวดออกมาจากป่า เรย์มองจ้องไปที่ชายคนนั้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด เสื้อผ้าก็ขาดหลุดลุ่ย และได้เห็นเขาทรุดตัวลงนอนกองอยู่ข้างถนน

“พ่อ! จอดรถก่อนครับ ตรงนั้นมีคนได้รับบาดเจ็บ” เรย์ตกใจพูดบอกพ่อเสียงดังลั่น ทำให้พ่อหันไปมองที่คนเจ็บ ก่อนจะเหยียบเบรกเพื่อจอดรถอย่างกะทันหัน

ผมกับพ่อรีบลงไปดูชายคนนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจ คือพ่อโยนเครื่องเงินบางอย่างไปบนตัวเขา

“นี่พ่อทำอะไรน่ะ พวกเราต้องรีบช่วยเขานะ!” พ่อไม่ตอบรับ เขายังคงมองไปที่ชายคนนั้นก่อนจะหยิบมีดพกประจำตัวที่ผมเห็นอยู่บ่อยครั้งออกมา จากนั้นก็วิ่งเข้าป่าไป ทิ้งให้ผมอยู่กับชายแปลกหน้าที่นอนจมกองเลือดเพียงลำพัง

‘แล้วผมต้องทำไงดีล่ะ สถานการณ์แบบนี้มันทำให้ผมทำตัวไม่ถูก’

...เรย์ได้แต่มองตามเมสันที่วิ่งเข้าป่าไปเพื่อสำรวจโดยรอบ...

“นี่นาย อย่าเป็นอะไรไปนะ ตั้งสติเข้าไว้”

ผมค่อย ๆ นั่งลงข้างคนเจ็บ มือข้างหนึ่งจับประคองคนร่างหนาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ตอนนี้ผมทำได้แค่เพียงเรียกสติของชายแปลกหน้าที่ดวงตาริบหรี่ใกล้ปิดสนิทไม่ให้หลับไป และในขณะนั้นพ่อก็วิ่งออกมาจากป่าข้างทางด้วยท่าทีที่รีบร้อน

“เราต้องรีบพาเขาออกไปจากที่นี่” ผมเห็นด้วยกับคำพูดนั้น พวกเราจึงช่วยกันพยุงเขาขึ้นรถ และกลับบ้านในทันที

บ้านของเรย์

เรย์มองดูชายตรงหน้าที่หลับสนิท นิ้วมือยาวเริ่มถอดเสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยไม่เป็นชิ้นของเขาออกทั้งหมดก็อดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นบาดแผลบนกายใหญ่นั้น

‘นี่เขาไปถูกใครทำร้ายมากันนะ? อาการของชายคนนี้แย่มาก สภาพมอมแมมคล้ายไปฟัดกับหมาที่ไหนมา แต่บาดแผลนั้นลึกและเป็นรอยยาว ทั้งบนแผ่นหลัง หน้าอก แขนและขา’ เรย์เริ่มปฐมพยาบาลโดยการใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลให้เขา

จนทั่วทั้งตัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องของชายหนุ่มผู้ให้การช่วยเหลือ หลังจากที่ใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลเสร็จจึงเริ่มทายาแดง เสร็จสรรพก็นำผ้าก๊อซมาพันแผลเอาไว้ แต่แผลบนร่างกายของชายแปลกหน้ามีเยอะมาก ทำให้ผ้าก็อซที่มีอยู่นั้นไม่พอ เมสันจึงอาสาออกไปซื้อให้

‘ไม่รู้ว่าเขาจะฟื้นตอนไหน หากฟื้นแล้วผมถึงจะนำตัวเขาส่งรักษาได้ แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร เห็นเป็นเพียงวัยรุ่นผู้ชายที่อายุน่าจะไล่เลี่ยกันกับผม’

ชายร่างหนาตรงหน้ายังไม่ลืมตา เขามีอาการหนาวสั่น นอนขดตัวอยู่บนเตียงนอน เรย์จึงเดินไปหยิบผ้าห่มหนาอีกผืนจากตู้มาห่มให้เขาอีกชั้น แต่ทว่า...

“กูจะฆ่าพวกมึง!?”

พึ่บ!!! ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงที่เกรี้ยวกราดของชายคนนั้นทำให้เรย์ตกใจมาก เพียงแค่ปลายนิ้วของเรย์สัมผัสโดนตัวเขา ก็โดน

ล็อกคอให้ลงไปนอนราบบนเตียง โดยที่คนตัวใหญ่กว่าขึ้นมาทับอยู่บนตัว ใบหน้าหล่อคมนั้นซุกอยู่ที่ซอกคอของคนตัวเล็กกว่า ลมหายใจร้อนของคนบนร่างกระทบต้นคอจนเรย์รู้สึกจั๊กจี้

‘นี่เขานอนละเมอออกมาอย่างไม่รู้ตัวเลยสักนิดงั้นสินะ’

“ตัวหนักชะมัดเลย” เรย์ค่อย ๆ ผลักตัวเขาออก ดวงตาสีน้ำเงินครามพลางมองดูผู้ชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้า เปลือกตาของเขาปิดสนิท แพรขนตาดำยาว เส้นผมสีดำเทารับกับจมูกโด่งใบหน้าคมคายได้รูปทำให้เรย์ตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ

‘ทั้งที่เสียเลือดเยอะขนาดนี้ เขายังดูดีอยู่เลย’

เรย์เบนสายตาจากชายตรงหน้าแล้วเริ่มเก็บทำความสะอาดห้องนอนของตนเอง นำสิ่งของเปื้อนเลือดใส่ถุงแล้วเดินลงมาทิ้งขยะด้านล่าง

ผมไม่รู้ว่าพ่อจะกลับมาเมื่อไหร่ และคนเจ็บจะตื่นขึ้นมาตอนไหน เลยทำเมนูง่าย ๆ เป็นข้าวต้มหมูหม้อใหญ่ตั้งไว้กลางโต๊ะอาหาร ก่อนจะนอนดูทีวีอย่างสบายใจที่โซฟานิ่มด้านล่าง เพราะผมไม่อยากไปนอนเบียดกับคนแปลกหน้าข้างบนห้อง

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป [Talk …]

“ปวดตัวชะมัด” กลิ่นหอมของอาหารทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ผมลืมตาขึ้นช้า ๆ พลางมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องสี่เหลี่ยมนี้ ทุกอย่างที่เห็นมันดูแปลกตาไปหมด แถมยังมีกลิ่นของคนที่ไม่คุ้นเคย พอมองดูดี ๆ ถึงได้สติว่านี่มันไม่ใช่ห้องของผม

จ๊อก...

เมื่อท้องร้องโครกครากเสียงดัง ผมเริ่มรู้สึกหิวทันทีจึงค่อย ๆ พยุงตัวเองเดินตามกลิ่นของอาหารไปที่ชั้นล่างแต่ไม่พบใคร มีเพียงเมนูแปลกตาเป็นข้าวใส่ผัก และมีชิ้นหมูเล็กผสมอยู่ในหม้อใหญ่ที่ถูกวางอยู่ตรงกลางโต๊ะ ผมสูดดมกลิ่นอาหารไปหนึ่งฟอดใหญ่ ก่อนจะจัดการข้าวต้มหมูตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยในห้องครัวที่มืดมิด

ง่ำ ๆ แกรก ๆ

เรย์เผลอนอนหลับไป แต่เริ่มรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างตรงบริเวณโต๊ะอาหาร จึงค่อย ๆ หยัดตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะหาอาวุธที่อยู่ใกล้มือมากที่สุด และเดินย่องเข้าไปในห้องครัว ดวงตาสีน้ำเงินเห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ด้านใน แผ่นหลังกว้างที่ไม่คุ้นตาทำให้เรย์แน่ใจว่าเป็นคนร้ายแน่ ๆ ที่มานั่งทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ในความมืดแบบนี้

ผมที่หิวโซกินข้าวต้มหมูจนเกือบจะหมดหม้อแล้ว แต่ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง ทำให้รู้สึกถึงจิตสังหารที่คืบคลานเข้ามา

‘จะฟาดให้ตายเลย’ เรย์คิดในใจก่อนจะง้างมือขึ้นสูง

“นี่แน่ะ ไอ้โจรตายซะ!!!” เสียงตวาดดังมาจากด้านหลัง พร้อมอาวุธบางอย่างที่พุ่งมาทางผม

ดีที่ผมยังไหวตัวทัน แต่ยังคงโดนไม้กวาดฟาดเข้าให้สองสามที เด็กหนุ่มที่ถือไม้กวาดเป็นอาวุธไม่มีทีท่าว่าจะถอยและวางไม้นั่นลง ผมคงต้องเผ่นก่อน แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบหม้อข้าวต้มมาด้วย

..เมนูนี่ผมไม่เคยกินมาก่อน แล้วมันยังอร่อยมากด้วย..

คนบาดเจ็บใช้มือข้างหนึ่งเปิดหน้าต่าง และกระโดดออกมาจากตัวบ้านอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย เจ้าหัวขโมย เอาหม้อคืนมา!” เรย์ตามไปไม่ทัน เขากระโดดออกหน้าต่างหายไปพร้อมกับหม้อข้าวต้มหมูแล้ว

“นี่มันอะไรกัน? แล้วชายคนนั้นล่ะ!” เรย์ตั้งสติได้ก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง จึงพบว่าชายคนนั้นหายไป

“ทั้งที่บาดเจ็บหนักขนาดนั้น แล้วตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้วแท้ ๆ ทำไมยังต้องหนีอีก” เสียงแห่งความสงสัยถูกเปล่งออกมา หัวคิ้วทั้งสองของเรย์ชนเข้าหากัน

เมสันเพิ่งกลับมา เขาถือถุงยาและผ้าก็อซเดินมาถึงตรงทางขึ้นบันได แต่สังเกตเห็นหน้าต่างถูกเปิดออกทั้งได้ยินเสียงเรย์ดังมาจากข้างบนพอดี

“เกิดอะไรขึ้น” เมสันรีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นบน เมื่อมาถึงห้องของเรย์ก็มองเตียงที่ว่างเปล่า และเข้าใจได้ในทันทีว่าชายคนนั้นหนีไปแล้ว

"เดี๋ยวพ่อกลับมา" เมสันโยนถุงยาในมือทิ้งไว้บนเตียงของเรย์ ก่อนจะออกไปสำรวจรอบ ๆ บ้าน

มหาวิทยาลัยเอ็กซ์ [Talk Ray]

“สวัสดีนักศึกษาทุกคน ตามธรรมเนียมของเรา ทุกคนจะต้องมีคู่บัดดี้ เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือกัน อาจารย์จะเรียกให้มาจับฉลาก แล้วให้นั่งโต๊ะคู่กันกับบัดดี้ของตัวเอง ส่วนเรื่องสายรหัสก็รับคำใบ้จากพี่รหัสของตัวเอง แล้วไปตามหากันเอาเองนะจ๊ะ” อาจารย์เอ่ยเสียงดังฉะฉานอยู่ที่หน้าห้อง และเมื่อจบคำก็หันมาเรียกผมเป็นคนแรก

“มาจ้ะ เรย์” ผมเดินออกไปหน้าชั้นเรียน ส่งมือลงไปในกล่องกระดาษสีดำ และควานหาชื่อคู่บัดดี้ของผม แต่ก็หวังว่าผมจะไม่โชคร้ายนะ

“เวเฟียสครับ” อาจารย์ชี้นิ้วไปทางเจ้าของชื่อ สายตาของผมเลื่อนไปจับจ้องผู้ชายคนนั้น เขามีเส้นผมสีแดงสด ผิวขาวซีด ริมฝีปากอมชมพูจนเกือบแดง

‘ดูโดดเด่นมากจริง ๆ เขาดูมีอะไรบางอย่างที่แตกต่าง ทำให้ผมจ้องเขาอยู่สักพักเลยล่ะ’

“นายคือเวเฟียสสินะ ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมหอบข้าวของไปนั่งข้างชายผมแดง แต่เขากลับไม่มีท่าทีใส่ใจอะไรผมเลย

“อืม” มีเพียงการตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาของเขา มันทำให้ผมรู้สึกว่าเขาอาจจะไม่อยากมีบัดดี้เป็นผม

วิชาพละ

โรงยิมเก่า ๆ แบบนี้จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อถูกซ่อมแซมทำความสะอาดเท่านั้นแหละ ไม่พ้นจะต้องเป็นหน้าที่ของนักศึกษา ผมสงสัยว่ามหาวิทยาลัยไม่มีเงินจ้างภารโรงหรือแม่บ้านเลยหรือไง แล้ววิชาพละของผมก็กลายเป็นวิชาทำความสะอาดไปซะงั้น

“ช่วยด้วย! เพื่อนโดนสังกะสีบาด” เสียงตะโกนร้องจากทางหลังโรงยิมดังขึ้น ผมที่กำลังถูพื้นอยู่ด้านในโรงยิมกับเวเฟียส โยนไม้ถูพื้นในมือทิ้งไป ทุกคนพากันวิ่งกรูไปดูยังจุดเกิดเหตุ เพื่อนคนหนึ่งในห้องโดนสังกะสีหล่นใส่ที่ขา จนเกิดแผลลึกเหวอะหวะน่ากลัว เลือดไหลอาบท่วมขาและเปื้อนพื้นไปหมด

‘นี่มัน… ทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วเนี่ย เฮ้อ’

ผมก้าวไปนั่งลงข้าง ๆ คนเจ็บ

“ขอผ้าสะอาดและเปลผู้ป่วย ด่วนครับ!” ผมพูดคล้ายออกคำสั่ง ให้เพื่อนที่เหลือช่วยกันจัดแจง เพื่อน ๆ ต่างช่วยกันตามที่ผมบอก และไม่นานก็มีเพื่อคนหนึ่งเอาผ้าสะอาดมาให้ผม

“มาแล้ว ๆ” ผมรับผ้าขาวสะอาดนั้นมาประคบลงบนขาของคนเจ็บ และกดเพื่อห้ามเลือดเอาไว้ เลือดจำนวนมากซึมผ่านผ้ามาที่มือของผม

“พาเพื่อนส่งห้องพยาบาลได้เลยครับ” ผมบอกเพื่อนคนอื่น ๆ ทุกคนช่วยกันพยุงร่างของเขาขึ้นบนเปลคนเจ็บ

เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และหันหลังกลับไปมองทางด้านในโรงยิม เวเฟียสยังยืนถูพื้นอยู่ตรงนั้นอยู่เลย 'นี่เขาไม่เห็นหรือไงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงยังถูพื้นอยู่ได้หน้าตาเฉยโดยไม่สนใจอะไรเลย'

ห้องเรียนนักศึกษาปีที่หนึ่ง

“อาจารย์นำตัวเพื่อนส่งรักษาที่โรงพยาบาลแล้วนะครับ เขาบาดเจ็บหนักคงต้องลาหยุดยาว ทุกคนไปเยี่ยมเพื่อนได้นะ และต้องขอโทษด้วยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” อาจารย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า

‘ผมเข้าใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก’

ในขณะที่อาจารย์พูดอยู่ เรย์ก็หันมองเวเฟียสไปด้วย

“เวเฟียส ทำไมนายไม่มาดูเพื่อนเลย” เรย์ถามคนข้างกายด้วยความสงสัย

“ไม่ใช่ธุระของฉัน" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉย

‘หมอนี่มันเป็นคนยังไงถึงได้เย็นชาขนาดนี้’

“แต่ว่าเพื่อนเจ็บหนักเลยนะ”

“ฉันไม่สน”

‘สีหน้าของเขานิ่งเฉยและคำพูดดูไม่สนโลก แต่ว่าพวกเราก็เพิ่งจะรู้จักกัน ผมเลยไม่อยากจะเซ้าซี้ แต่อยากจะเรียนรู้ตัวตนของเขาให้มากขึ้น ก่อนที่จะตัดสินว่าเวเฟียสเป็นคนนิสัยยังไง’ เรย์เลิกต่อล้อต่อเถียงกับชายหนุ่มเส้นผมสีแดง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตามองกลับไปที่อาจารย์อีกครั้ง

หลังเลิกเรียน เรย์เห็นว่าทุกคนเริ่มตามหาพี่สายรหัสของตัวเองกันแล้ว คำใบ้ในใบกระดาษที่ทุกคนได้นั้นมันดูคล้ายเกมซ่อนแอบ เพราะไม่มีใครรู้ว่าพี่รหัสคือใคร ตัวตนของพี่รหัสเป็นอย่างไร

“รุ่นพี่ก็มีเยอะมากด้วย อย่างน้อยถ้าบอกเพศมาหน่อยอาจจะช่วยให้ง่ายขึ้น เฮ้อ” เรย์กางกระดาษใบน้อยในมือออกมาแล้วได้แต่ถอนหายใจ

‘นี่มันคำใบ้อะไรกันเนี่ย!’

หิวตลอดเวลา

‘แสดงว่าเขาต้องมีรูปร่างใหญ่ และกินตลอดเวลาแน่ ๆ นอกจากนี้เขาต้องมีความสุขในการกินมาก ๆ ด้วยล่ะสิ แต่ใครใช้ให้เขียนคำใบ้ที่มันไม่ได้เรื่องแบบนี้มากันน่ะ ถ้าผมเจอพี่รหัส เขาจะต้องปล้นของกินผมไปหมดแน่เลย หรือไม่ก็ใช้ให้ผมทำอาหารที่เขาอยากกิน แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว’ เรย์ได้แต่กุมขมับตัวเอง มองดูนักศึกษาคนอื่น ๆ วิ่งพล่านไปมา ขณะที่เขานั่งรอพ่อมารับ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อฉันตกอยู่ในเงื้อมมือของศัตรู อัลฟ่าที่เคยเป็นคนรักกลับเลือกที่จะละทิ้งฉันอย่างไม่ใยดีเพียงเพื่อไปหาคู่แท้ของเขา คำพูดอันแสนเย็นชาผ่านสายโทรศัพท์ในนาทีชีวิตทำให้ฉันไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยอมก้มหัวอ้อนวอนต่ออัลฟ่าฝ่ายตรงข้ามเพื่อเอาชีวิตรอดและยอมตกเป็นของเขา ทว่าในเวลาต่อมาเมื่ออดีตคนรักเกิดเปลี่ยนใจและคิดจะกลับมาทวงตัวฉันคืน ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะในตอนนี้ร่างกายและหัวใจของฉันได้กลายเป็นกรรมสิทธิ์ของศัตรูผู้ไร้ความปรานี และเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ฉันกลับไปหาใครหน้าไหนอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าอยู่เหนือราชาพยัคฆ์
9.4
ซูฮวาหลุดมิติมายังโลกโบราณในสภาพปางตายจากอุบัติเหตุ แต่รอดชีวิตมาได้ด้วยความช่วยเหลือของราชาพยัคฆ์ใต้หน้ากากทองคำผู้แสนลึกลับ ชายหนุ่มผู้ต้องคำสาปจากหินมรกตจนกลายร่างเป็นอสูรร้ายและคืนร่างมนุษย์ได้เพียงชั่วครู่มานานนับสิบปี เหตุผลที่เขาช่วยนางเป็นเพราะนิมิตประหลาดเกี่ยวกับดาวหางพุ่งชนอกที่เผยร่างหญิงสาวชุดขาว ทว่าการเยียวยาครั้งนี้มีข้อแลกเปลี่ยน ซูฮวาต้องยอมทำสัญญาเพื่อโอกาสในการกลับสู่โลกเดิมและอิสรภาพ ท่ามกลางกงล้อโชคชะตาที่เริ่มหมุนวนและไม่มีใครหลีกหนีพ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง จุดมุมเจอความรัก
7.2
ชีวิตหลังแต่งงานของหญิงสาวเต็มไปด้วยความคลางแคลงใจ เมื่อผ่านไปนับเดือนสามีกลับรักษาระยะห่างและไม่ยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ท่าทีเฉยเมยนี้ทำให้เธอระแวงว่าเขาอาจมีความลับเรื่องสุขภาพปิดบังไว้ ทว่าข้อสันนิษฐานทั้งหมดก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน เมื่อชายหนุ่มที่เคยดูไร้อารมณ์กลับเผยความปรารถนาอันรุนแรง อ้อมกอดและสัมผัสดุดันพิสูจน์ว่าเธอประเมินเขาผิดไป เขาปลดปล่อยความรู้สึกที่กักเก็บไว้อย่างยาวนานผ่านบทรักเร่าร้อน จนเธอไม่อาจตั้งรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทันและต้องพ่ายแพ้ต่อความหลงใหลที่เขาโหมกระหน่ำใส่
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม เขาก็สูญเสียคู่ชีวิต
8.9
ไคอัน เบต้าหนุ่มผู้เป็นคู่ชีวิตของฉันอ้างว่าสูญเสียความทรงจำจากเหตุการณ์หมาป่าทำร้าย เขาจำไม่ได้ว่าฉันกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่กลับไปทุ่มเทความรักให้กับแกมม่าสาวอย่างเอเวลินเพราะคิดว่าเธอคือคู่แท้ ทั้งยังตราหน้าว่าโอเมก้าอย่างฉันไม่มีค่าคู่ควรกับเขา เมื่อความสัมพันธ์มาถึงทางตัน ฉันจึงตัดสินใจตัดขาดพันธะเพื่อหลีกทางให้เขา ทว่าในขณะที่ฉันกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับราชาอัลฟ่าผู้เป็นคู่ชีวิตคนใหม่ ไคอันกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมเรียกร้องหาลูกด้วยความบ้าคลั่ง ฉันจึงตอบกลับไปอย่างไร้เยื่อใยว่าเด็กคนนั้นไม่มีตัวตนอยู่อีกต่อไปแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่ทาสของกษัตริย์ผู้โหดร้าย
9.7
เมื่อบ้านเมืองถูกโจมตีและผู้คนถูกจับไปเป็นทาสบำเรออารมณ์ หญิงสาวคนหนึ่งจึงยอมเสียสละตนเองด้วยการปลอมตัวเป็นเจ้าชายเพื่อปกป้องพี่สาว และจำใจเดินทางสู่อาณาจักรป่าเถื่อน แม้เธอจะพยายามหาทางพาพี่สาวหลบหนี แต่การคุมขังที่แน่นหนากลับทำให้ต้องติดอยู่ท่ามกลางศัตรูที่แสนดุร้าย ทว่ากษัตริย์ผู้ทรงพลังและไร้ความปรานีกลับเริ่มสะดุดตาและสนใจในตัวเจ้าชายกำมะลอผู้น่าเอ็นดูคนนี้ ความลับที่เธอซ่อนไว้จะถูกเปิดเผยหรือไม่ เมื่อต้องกลายเป็นของเล่นระบายความแค้นของราชาผู้เหี้ยมโหดในดินแดนอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง อสูรเริงไฟ
9.5
บาดแผลในอดีตแปรเปลี่ยน ศิลา ให้กลายเป็นบุรุษผู้มีหัวใจด้านชา ภายใต้ท่าทีที่สงบนิ่งประดุจศิลา เขาได้ซุกซ่อนกองเพลิงแห่งความพยาบาทที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง เมื่อถึงเวลาอันสมควร อสูรร้ายจึงเผยโฉมเพื่อเริ่มต้นการเอาคืนอย่างสาสม โดยมี มินตา หญิงสาวผู้อ่อนโยนและบริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อในแผนการอันโหดเหี้ยมนี้ เธอถูกดึงเข้ามาติดกับดักและต้องรับมือกับความเกรี้ยวกราดที่เขาสาดซัดเข้าใส่ ทว่าท่ามกลางความเกลียดชังที่กำลังทำหน้าที่ แรงปรารถนากลับก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นไฟสิเน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะควบคุม