APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง VILLAIN ..นายตัวร้าย!

VILLAIN ..นายตัวร้าย!

โชคชะตานำพาให้ฉันต้องก้าวเข้าสู่ใจกลางความขัดแย้งอันแสนอันตรายระหว่างกลุ่มทายาทผู้มีอำนาจจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างเดสทิเนเซียและวาเนีย ทว่าเรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อฉันได้พบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า ตัวฉันเองรวมถึงคนในความทรงจำที่พยายามตามหามาตลอด คือชนวนเหตุสำคัญของศึกสายเลือดครั้งนี้ ปมปริศนาที่ต้องแลกด้วยชีวิตและความสูญเสีย ซึ่งฉันไม่เคยคาดคิดว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังย้อนกลับมาบีบบังคับให้ต้องชดใช้และเผชิญหน้ากับวังวนแห่งความแค้นที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เช้าวันต่อมา..

ฉันนั่งมองตู้เสื้อผ้าอย่างคิดไม่ตก ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเรียนที่ Vania แล้วแท้ๆ แต่ทำไมอยู่ๆถึงรู้สึกแปลกๆไม่รู้แฮะ

แฟร์รี่ : ไปเถอะน่า ถ้ารุ่นพี่ไลลาสั่งรื้อสวนสาธารณะ K ขึ้นมาจริงๆ เธอจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินในมุมสวยๆแบบนั้นได้จากที่ไหนกันล่ะ?

นั่นสินะ

เดวิล : เลอะเทอะละ! แค่ที่ดูวิวที่ไหนก็ดูได้ จะหลงไปอยู่ในสังคมจอมปลอมนั่นทำไม พวกคนรวยน่าเบื่อจะตายป้ะ

ใช่เลย! ก็จริง

แฟร์รี่ : ก็ถือเป็นปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ๆสิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย แต่ไปหาเพื่อนคนรวยใหม่ๆ...

เดวิล : ไปให้เขาดูถูกมากกว่าน่ะสิ!

แฟร์รี่ : เดวิลใจร้ายเกินไปแล้วนะ หัดมองโลกในแง่ดีบ้างสิ

เดวิล : คนอ่อนแอก็ชอบมองโลกสวยเว่อร์แบบนี้

แฟร์รี่ : แฟร์รี่ก็แค่...

“พอ! พอทั้งคู่นั่นแหละน่า”

ฉันหลุดพูดคนเดียวเพราะโหมดแฟร์รี่กับเดวิลเริ่มตั้งท่าจะตีกันมั่วในหัวแล้วสิ เฮ่อ.. เอาไงดีเนี่ย เริ่มสายแล้วด้วย ไอ้โอห์มแต่งตัวเสร็จแล้วมั้งป่านนี้

ก๊อกๆๆ~

นั่นไง

“พี่แอลเสร็จยัง ช้าอะ ไปก่อนนะ”

“เค โชคดี”

ฉันตะโกนบอกโอห์มที่เดาว่ามันคงเดินไปตั้งแต่ตัวเองพูดจบแล้วแหละ เดี๋ยวนี้น้องชายฉันไปเรียนแต่เช้าเพราะติดสาว ต้องคอยไปประคบประหงมกันตลอดเวลา แต่ก็นะ ดีกว่าไม่ไปเรียนนี่

กลับมาที่ชุดนักศึกษาเจ้าปัญหาที่ถึงเวลาต้องเลือกสักที เอาวะ! Vania นี่แหละเป็นตัวของตัวเองที่สุดแล้ว!!

คิดได้แบบนั้นฉันก็คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำอย่างไม่รีรอ อาบน้ำอาบท่าแล้วเดินออกมาเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างมั่นใจ แต่ก็ต้อง...

อ๊ากกกกกกก!

“แม่คะ ชุดนักศึกษาของหนูอยู่ไหน!!!!!!”

ฉันตะโกนลั่นบ้านทันทีที่เห็นแค่ชุดนักศึกษาของ Destinesia แขวนอยู่ และต้องใช่แน่! ถ้าไม่ใช่แม่ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับตู้เสื้อผ้าของฉันหรอก!

“ก็อยู่ในตู้ไงจ๊ะ แม่รีดให้เนี๊ยบสุดๆเลยนะ จับดีๆระวังกลีบกระโปรงบาดมือนะลูก อิอิ”

“หนูหมายถึงอีกชุดนึง ชุดของ Vania ค่ะ!”

ฉันเริ่มชักสีหน้าอย่างรู้ชะตากรรมว่าแม่ต้องเล่นอะไรแผลงๆอีกแน่ และเชื่อเขาเลย

“อ้อ เมื่อวานแม่จะเผาขยะแล้วไม่มีเชื้อเพลิงก็เลยโยนมันลงไปแทน โทษทีจ้ะ แม่ไม่รู้ว่าลูกต้องใช้น่ะ ตายแล้ววว แบบนี้ลูกคงต้องใส่ชุดของ Destinesia ไปก่อนแล้วล่ะ”

นั่นไง! นั่นนนนไง!!! จะบังคับให้ไปให้ได้เลยสินะไอ้มหาลัยไฮโซเฮงซวยนั่นน่ะ ตั้งแต่รู้จักที่นี่ทำไมชีวิตฉันไม่ค่อยมีความสุขอีกเลยเนี่ย

“สาบานสิคะว่าแม่ไม่รู้จริงๆ!”

“ม่ายยยนะ แม่ไม่รู้อะไรเลยจ้ะ”

เห๊อะ!

Rrrrrrrrrrr

แล้วไม่ทันที่ฉันจะต่อปากต่อคำอะไรกับแม่มากนัก น้องชายตัวแสบก็โทรเข้ามาขัดจังหวะ

“ว่าไงโอห์ม” ฉันกดรับสายอย่างอารมณ์เสีย โอห์มมันก็กรอกเสียงตื่นเต้นสุดๆกลับมา

[พี่แอล มาแล้วพี่!!!]

“อะไร?”

[ป้ายสั่งรื้อสวนสาธารณะ K ตั้งเด่นเป็นสง่าหน้าทางเข้า คนฮือฮากันใหญ่เลยพี่!!!]

“ให้ตายสิ เอาจริงหรอเนี่ย!”

ก็พอรู้นะว่าถ้าฉันไม่ไปจะทำงี้ แต่ไม่คิดจะรอเช็คหลังเลิกเรียนเลยหรอ บ้ากันไปใหญ่แล้ว มาติดป้ายตั้งแต่ 7 โมงเช้า คนรวยนี่ทำไรก็ได้จริงๆ

[พี่ไม่มีทางเลือกแล้วแหละ แต่งตัวซะ เพื่ออิสรภาพของสวนสาธารณะ K ของพวกเรานะ!!!]

เฮ่ออออ

ติ๊ด~

มาขนาดนั้นนี้ฉันก็ทำไรไม่ได้แล้วป่ะ รีบวิ่งขึ้นมาใส่ชุดนักศึกษาของ Destinesia อย่างไม่มีทางเลือกก่อนจะพุ่งตัวออกจากบ้านด้วยความเร็วแสง แล้วไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ฉันก็ลงรถเมล์มายืนอยู่หน้ามหาลัยไฮโซที่ตอนนี้วุ่นวายไปด้วยรถหรูนับสิบ หันไปอีกทางก็มีบอดี้การ์ดของลูกหลานคนรวยวิ่งวุ่นกันไปช่วยเปิดประตู นี่คนพวกนี้ลงรถกันเองไม่เป็นรึไงเนี่ย แล้วนั่นอะไร มีแม่นมถือกระเป๋าพาไปส่งขึ้นห้องเรียนรึไง

'นี่ ดูยัยนั่นสิ นางนั่งรถเมล์มาเรียนอ่ะแก'

'เห๊อะ เสียชื่อชะมัด เรียนที่ไฮโซแต่ยังติดนิสัยบ้านๆ'

'ฮ่ะๆ เด็กทุนล่ะมั้ง หน้าตาไม่คุ้นในวงไฮโซเลยอ่ะ'

ฉันเดินผ่านแก๊งค์สาวไฮโซที่จีบปากจีบคอนินทากันซึ่งๆหน้า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่น่าสนใจสักนิด เพราะสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งใดในตอนนี้ คือต้องตามหารุ่นพี่ไลลาให้เจอก่อน!

แต่เดินวนไปวนมาจนขาแทบลากก็ยังไม่เจอรุ่นพี่หรือแม้แต่ใครที่มีลักษณะคล้ายกับเธอเลยสักคน ให้ตายสิ! ที่นี่ใหญ่โตเกินกว่าจะตามหาคนๆนึงให้เจอได้ในวันเดียวล่ะมั้งเนี่ย เชื่อแล้วล่ะว่ามันโอเว่อร์อย่างที่ใครๆว่าจริงๆ แถมไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องรีบมาตั้งแต่ 8-9 โมงด้วย เพราะที่นี่เริ่มเรียนเที่ยง เลิกช้าสุดก็ 5 โมงเย็น เป็นตารางเรียนที่ชิลมากจนรู้สึกว่าไม่น่าจบออกไปพร้อมความรู้ที่เพียงพอต่อการทำงานเลยนะเอาจริง

แต่เดี๋ยวนะ..ดาดฟ้าไงล่ะ! ถ้ายืนบนดาดฟ้าก็น่าจะมองเห็นทุกคนได้ง่ายกว่ามองจากพื้นที่ในระดับเดียวกัน โป๊ะเชะ! คิดได้แบบนั้นฉันเดินลิ่วๆ ตรงมาที่ลิฟท์ของมหาลัยแล้วกดไปที่ชั้นบนสุดทันที

ติ๊งงง~

พอลิฟท์เปิดออก สิ่งแรกทึ่ทำคือฉันเดินตรงไปที่ดาดฟ้าแล้วมองลงไปข้างล่างอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งที่ตามหารุ่นพี่ไลลา แต่ฉันกลับไม่ได้สนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างล่างสักนิด เพราะวิวที่นี่มันสวยชะมัด สวยสมคำร่ำลือ สวยจริงๆอย่างที่รุ่นพี่พูดไว้ ดาดฟ้าที่นี่มันเห็นวิวรอบเมืองในละแวกนี้เลยอะ

“สุดยอด”

“แจ๋วใช่ไหมล่ะ”

กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอตะลึงกับความสวยของวิวตรงหน้าจนหลุดปากชมออกมา ก็มีคนมายืนอยู่ข้างๆแล้วล่ะ

และนี่ไง คนที่ฉันตามหา!

“รุ่นพี่ไลลา มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่กับผู้หญิงคนนี้ฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ พูดจาคะขาตลอดเลยนะ แต่รุ่นพี่ก็ไม่ตอบอะไร เธอหันหลังเดินกลับเข้าไปในตึก

“เอ่อ รุ่นพี่คะ เรื่องสวนสาธารณะ K ...”

“ตามมาสิ”

พูดแค่นั้นเธอก็เดินนำฉันลงมาจนถึงหน้าประตูห้องที่หรูหราและใหญ่โตกว่าห้องอื่นๆภายในชั้นนี้ และทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับโซฟาชุดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางห้อง รอบข้างรายล้อมด้วยถ้วยรางวัลมากมายในตู้โชว์ ถัดไปมีโต๊ะสนุ๊ก โต๊ะปิงปอง ครัวขนาดย่อม และอุปกรณ์สันทนาการมากมาย ก่อนรุ่นพี่จะเดินนำฉันมาที่โต๊ะตัวใหญ่ที่ถัดจากโซฟา บนโต๊ะนี้มีโมเดลจำลองของสถานที่หนึ่งวางอยู่

“นี่มัน..”

ฉันมองโครงสร้างก็รู้ทันทีว่าโมเดลนี้คือสวนสาธารณะ K ที่คุ้นเคย แต่ทำไมถึงมีโมเดลนี้อยู่ในที่แบบนี้กัน

“ไลลา!”

เสียงเรียกของใครบางคนขึ้นทำให้ฉันเบนความสนใจจากโมเดลบนโต๊ะไปหาผู้มาเยือนทันที และ

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

“คิดว่าตัวเองพูดกับใครอยู่ฮะ! พี่ไลลา เรียกซิ พี่-ไล-ลา ไอ้เด็กปีนเกลียวหัวดื้อตัวดี!”

รุ่นพี่ไลลาเดินเข้าไปรัวมือใส่คนที่เดินเข้ามาสองสามทีแล้วบ่นอุบอิบด้วยท่าทางหมันเขี้ยว

เอ๊ะหรือว่าหมอนี่จะเป็นน้องชาย? ถ้างั้นนี่ก็เป็นทายาทมหาเศรษฐีพันล้านอีกคนสินะ ตายๆ ตัวฉันจะขึ้นขี้กลากไหม มาหายใจร่วมกับทายาทเศรษฐีทั้งสองคนแบบนี้

“โอเคๆขอโทษ แล้วยัยหน้าจืดนี่ใคร? จะเป็นลมรึไงหน้าซีดเชียว”

เอิ่ม สำหรับฉันหมอนี่สอบผ่านหมดทุกข้อ ทั้งบุคลิก หน้าตา และฐานะ คือเกือบจะดีอยู่ละถ้าไม่ซนเอามือใหญ่ๆนั่นมาจับหน้าฉันพลิกไปพลิกมาแล้วพ่นคำพูดคำจากวนๆแบบนั้นอ่ะนะ

“เรย์จินี่แอล.. แอลนี่เรย์จิ”

“หวัดดี”

ฟุ้บ!

ฉันทักทายร่างสูงที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาหน้าตาเฉย แต่หลังพลิกหน้าฉันเล่นจนสนุก หมอนี่ก็แทบไม่ปรายตามองฉันละ

“กองไว้ตรงนั้นแหละ แล้วจะไปไหนก็ไป”

เอิ่ม..ดี ฉันพยักหน้ารับแบบไม่โต้กลับเลย งั้นไปละนะ ตั้งแต่เห็นหน้าหมอนี่ก็มีลางสังหรณ์ประหลาดเกิดขึ้นทันที การเผ่นตอนนี้ย่อมดีกว่าอยู่ใกล้รังสีอำมหิต

“ไม่ต้องแอล เรย์! แกต้องรับผิดชอบโปรเจครีโนเวทสวนสาธารณะ K”

หืม...รีโนเวทสวนสาธารณะ K งั้นหรอ?

“เออรู้ละไง พูดมาร้อยรอบได้แล้วเนี่ย”

“ก็นี่ไง แอลเป็นคนพื้นที่ เธอรู้ทุกซอกทุกซุมของที่นั่นดี ต่อไปนี้เด็กนี่คือผู้ช่วยของแก”

ผู้ช่วย? นั่นไงแม่นอย่างกับตาเห็น ลางสังหรณ์ของฉันตอนเห็นหน้าหมอนี่กำลังนำพาเรื่องวุ่นวายมาเป๊ะๆ

“เดี๋ยวสิคะรุ่นพี่ทำไมถึง..”

“ช่วยหน่อยสิแอล ฉันช่วยชีวิตเธอนะ ความจำสั้นรึไงฮะ”

รุ่นพี่ไลลาลากฉันมากระซิบกับฉันด้วยแววตามีความหวังว่าฉันจะยอมช่วยเธอ ก็นะ.. เพื่ออิสรภาพของสวนสาธารณะ K ถึงจะไม่เต็มใจเท่าไหร่ก็เถอะ -_-

“ฉันไม่ต้องการผู้ช่วย”

โป๊ะเชะ! นายเรย์จิอะไรนั่นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หมอนี่ตอบได้ตรงใจฉันมาก นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะแค่เอาตัวรอดในมหาลัยนี้ชีวิตฉันก็ยากพออยู่แล้ว

“อื้ม ดีเลย งั้นไปนะ”

“หยุดนะแอล!”

“พวกเธอจะออกไปได้ยังวะ เสียงดังหนวกหู”

“แกกล้าไล่ฉันหรอฮะไอ้เรย์จิ!”

ตอนนี้ไม่รู้ใครจะคุยกับใครก่อนเลย รู้แค่รุ่นพี่ไลลามือไวคว้าหมอนบนโซฟาเขวี้ยงอัดหน้าเรย์จิอย่างแรง

ตุ้บ!!!

ให้ตายเหอะ ดั้งหักมั้ยนั่น!

“ยัย-ปี-ศาจ”

แล้วแค่นั้นเองที่เรย์จิส่งเสียงขู่ก่อนจะคว้าหมอนเขวี้ยงกลับมาด้วยท่าทางอารมณ์เสียจนฉันเกือบกระโดดหลบแทบไม่ทัน ก่อนทั้งสองคนจะหยิบหมอนใกล้ตัวมาเขวี้ยงใส่กันไปมา ปากก็ตะโกนบ่นกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ตุ้บ! ตั๊บ!

“แกมันงี่เง่าไอ้เด็กอวดดี”

“หืม! แก่กว่าแค่ปีสองปีบ่นเป็นมนุษย์ป้าไปได้”

เพี๊ยะ!!!

“แกว่าใครแก่ฮะ ไอ้...."

“โอ๊ย ยัยโรคจิต!!!”

ฉันยืนมองภาพสองคนพี่น้องปาหมอนและวิ่งไล่ตีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีใครยอมใคร แม้แต่หมอนั่น..เอ่อ เรย์จิที่ล็อคตัวรุ่นพี่ไลลาแล้วเอาหมอนอุดจมูกเธอไว้ก็ไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยสักนิด

เดี๋ยวนะ หมอนปิดหน้าก็หายใจไม่ออกตายดิ นี่ต้องห้ามไหมหรือยังไง? เออห้ามก็ได้!!

“หยุดดดดดด!!!”

ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจยุติสงครามที่แสนจะวุ่นวายของสองพี่น้องด้วยเสียงอันทรงพลังจนทั้งสองคนต้องหันขวับมามอง

“.....”

“เอ่อ..แหะๆ ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่านะคะ”

ฉันพยายามไกล่เกลี่ยพอเพิ่งนึกออกว่าแก๊งค์เด็กปาหมอนสองคนนี้เป็นทายาท Destinesia นี่หว่า

“วันนี้เด็กปีหนึ่งไม่มีเรียน แอล! นี่เป็นโอกาสของเธอ ถ้าไม่อยากให้ทุบสวนสาธารณะ K ทิ้งถาวร ก็อยู่ที่นี่ให้คำปรึกษาเรย์จิซะ”

รุ่นพี่ไลลาพูดไปก็ปัดเนื้อปัดตัวก่อนจะเดินมายืนข้างฉันเพื่อบอกความต้องการที่แสนจะมัดมือชกของเธอ

“ฉะ..ฉันหรอ”

“ใช่! ส่วนแกไอ้น้องบ้า ไอ้เด็กประหลาด ถ้าวันนี้ไม่ได้สาระอะไร แกตายแน่!!!”

“กลัวจะแย่”

ทั้งรุ่นพี่ไลลาและเรย์จิก็ยังคงเขม่นกันไปตามเรื่องตามราวเพื่อจะยั่วโมโหอีกฝ่าย แต่เอ๊ะฉันมีบทอะไรในเรื่องนี้บ้างเนี่ยรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน

“แล้วห้ามรังแกยัยนี่เด็ดขาด! ห้ามแตะต้องเธอไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม”

“เฮ่อ...”

แล้วอยู่ๆเหตุการณ์มันก็สงบลงแบบง่ายๆงงๆอะ พอฟังรุ่นพี่พูด เรย์จิก็ถอนหายใจเหมือนยอมแพ้แล้วลุกจากโซฟามากอดคอรุ่นพี่ไลลาเดินไปที่ประตู

ก็คง..ดีกันแล้วแหละ แต่มาถึงจุดนี้ร่างสูงๆทำให้เรย์จิดูเป็นพี่มากกว่าอีกนะ เพราะรุ่นพี่ไลลาตัวเล็กนิดเดีย...

“พูดมาก! ไปให้พ้นๆสักทียัยปีศาจ! น่ารำคาญ!”

ปังงงง!!!

แล้วพูดแค่นั้นเรย์จิก็ดันร่างรุ่นพี่ไลลาออกไปแถมปิดประตูใส่หน้าเธอเสียงดังลั่น

ดะ...เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะเมื่อกี๊ไม่ได้...ดีกันแล้วหรอกหรอนั่น

“ส่วนเธอ..” พอปิดประตูนั่นแล้วเรย์จิก็หันมองฉันด้วยหน้าตาเบื่อหน่ายก่อนจะเดินตรงเข้ามา

“เอ่อ ถ้านายไม่ต้องการผู้ช่วย ฉันขอตัว”

ฉันชิงพูดก่อนจะเดินสวนออกมาที่ประตูบานเดิมที่หมอนี่เพิ่งปิดทันทีแต่ก็...

หมับ!

“นี่ยัยจืด”

เรย์จิคว้าแขนฉันเอาไว้ขณะกำลังเดินสวนกัน ก่อนจะพูดมาโดยไม่หันกลับมามองฉันสักนิด แต่ยัยจืดเนี่ยนะ? นั่นไม่ใช่ชื่อฉันป่ะ - -*

“ไหนลองเล่าประวัติคร่าวๆของเธอมาดิ๊”

...หืม?

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยหวามรัก
8.9
นิยายรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงไปกับเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งต้องเผชิญกับความหวั่นไหวครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อได้พบกับสาวน้อยจอมซนคนข้างบ้าน ความน่ารักสดใสและนิสัยขี้เล่นสุดป่วนของเธอค่อยๆ เข้ามาทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเขาลงอย่างช้าๆ จนแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว แม้ว่าเธอจะมีความแสบและสร้างความปวดหัวให้เขาอยู่เสมอ ทว่าเธอกลับเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถครอบครองหัวใจทั้งหมดที่เขามี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำและเสน่ห์อันน่าดึงดูดของสาวข้างบ้านที่ยากเกินกว่าใครจะต้านทานไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง จำเลยรักลวงใจ
8.4
มิลินต้องเผชิญคราวเคราะห์เมื่อถูกชาวี มหาเศรษฐีเจ้าของรีสอร์ตลักพาตัวไป เหตุเพราะเธอมีหน้าตาคล้ายกับม่านมุก ภรรยาที่สาบสูญของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน หญิงสาวถูกบีบบังคับให้สวมรอยเป็นภรรยาของเขาจนกระทั่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถลำลึกเกินเลย ทว่าเรื่องราวกลับยิ่งซับซ้อนและตึงเครียดขึ้นเมื่อม่านมุกตัวจริงปรากฏตัวอีกครั้ง ทำให้ชาวีต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกับหญิงสาวอีกคนที่เขาได้ล่วงเกิน ท่ามกลางความทุกข์ระทมของมิลินที่ต้องกลายเป็นเพียงตัวแทนโดยที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด
ภาพปกนิยายเรื่อง หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
ในวันครบรอบแต่งงาน ซูหว่านหนิงถูกฮั่วเยี่ยนสือทิ้งอย่างไม่ใยดีเพื่อไปหาคนรักเก่า เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดทันทีแล้วหวนคืนสู่วงการบันเทิงจนก้าวขึ้นเป็นดาวเด่น พร้อมทั้งเปิดโปงโฉมหน้าแท้จริงของมือที่สามอย่างสะใจ ทว่าอดีตสามีผู้เคยเย็นชาและเย่อหยิ่งกลับเริ่มอยู่ไม่สุข เมื่อเห็นหนุ่มโปรไฟล์เลิศมากมายเข้ามาขายขนมจีบอดีตภรรยา จากคนไร้ใจกลายเป็นคนคลั่งรักที่ตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่คิดแลหางตาซ้ำยังประกาศชัดว่าเขาไม่มีค่าพอ และเธอจะไม่มีวันหันหลังกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด
ภาพปกนิยายเรื่อง ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้ประสบความสำเร็จแต่กลับต้องจบชีวิตลงเพียงวัย 30 ปีเพราะความเครียดและโดดเดี่ยว ทว่าโชคชะตาได้ให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างของ ‘ฉินเสี่ยวหราน’ เด็กสาวมัธยมปลายแห่งปี 1980 ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นถึงพันตรีและมีแม่เป็นหญิงชาวไร่ชาวนา แม้ว่าเธอจะต้องปรับตัวอย่างมากกับยุคสมัยที่แตกต่าง รวมถึงต้องรับแรงกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยพรสวรรค์และทักษะด้านแฟชั่นระดับโลกที่มีติดตัวมา ลิลลี่ในร่างใหม่จึงมุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อันแสนอบอุ่น พร้อมสร้างอนาคตที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง ดั่งต้องมนต์มาร
7.9
อาลันโด เวลัสโค มหาเศรษฐีหนุ่มจำใจต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหญิงสาวที่เขาแสนจะเกลียดชังและมองว่าไร้ค่า มีมลทินจากการทำงานในซ่อง ทั้งยังมีดวงตาที่มืดบอด ทว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากจำเป็นต้องปกป้องมรดกชิ้นสำคัญของมารดาเอาไว้ แต่แล้วความเกลียดชังที่เคยมีกลับค่อยๆ ทลายลงเมื่อเขาได้สัมผัสความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เขาเคยดูแคลนอย่างสิ้นเชิง จนในที่สุดเขากลับตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นและยอมสยบเป็นทาสรักของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง มาเฟียร้ายท้วงรัก ซีรี่ย์ สี่หนุ่มมาเฟีย
9.3
คาลอส ทายาทมาเฟียจอมรั้น ตัดสินใจหนีไปต่างประเทศเพื่อเลี่ยงการแต่งงานแบบคลุมถุงชนกับ ชาครียา หญิงสาวที่แม่ของเขาอุปการะไว้ ด้วยความอคติเขาจึงลั่นวาจาว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับยายกาฝากสุดเชยคนนี้เด็ดขาด ทว่าเมื่อเดินทางกลับมา เขากลับต้องตะลึงกับภาพลักษณ์ใหม่ของเธอที่ทั้งสวยและสง่างามจนแทบจำไม่ได้ มาเฟียหนุ่มตกหลุมรักเธอทันทีโดยไม่รู้ความจริงว่าเธอคือใคร ความต้องการครอบครองทำให้เขาต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง และทำทุกวิถีทางเพื่อตามง้อขอเธอแต่งงานสำเร็จ