APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง VILLAIN ..นายตัวร้าย!

VILLAIN ..นายตัวร้าย!

โชคชะตานำพาให้ฉันต้องก้าวเข้าสู่ใจกลางความขัดแย้งอันแสนอันตรายระหว่างกลุ่มทายาทผู้มีอำนาจจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างเดสทิเนเซียและวาเนีย ทว่าเรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อฉันได้พบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า ตัวฉันเองรวมถึงคนในความทรงจำที่พยายามตามหามาตลอด คือชนวนเหตุสำคัญของศึกสายเลือดครั้งนี้ ปมปริศนาที่ต้องแลกด้วยชีวิตและความสูญเสีย ซึ่งฉันไม่เคยคาดคิดว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังย้อนกลับมาบีบบังคับให้ต้องชดใช้และเผชิญหน้ากับวังวนแห่งความแค้นที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“ไหนลองเล่าประวัติคร่าวๆของเธอมาดิ๊”

“ประวัติ?”

ฉันออกจะงงอยู่นะพอได้ฟังหมอนี่พูดงั้น แค่มาให้ข้อมูลสวนสาธารณะ K ฉันต้องโดนซักประวัติด้วยหรอ คล้ายๆตอนสัมภาษณ์งานรึเปล่า แบบชื่ออะไร เรียนจบที่ไหนไรทำนองนี้ แต่เพราะคงรอฟังอยู่นาน เรย์จิเลยตั้งคำถามมาซะเอง

“ไปเจอกันยังไงยัยปีศาจถึงผูกจิตกับเธอซะเหนียวแน่นขนาดนี้ฮะ”

“เอ่อ อะไรคือ.. ผูกจิต?”

“ผูกจิตไงยัยโง่ แบบ...”

“แบบ?”

ยิ่งพูดยิ่งงงนะหมอนี่ สรุปอะไรคือผูกจิต? อันนี้สงสัยจริงที่บ้านไม่เคยใช้คำนี้

“ช่างเหอะ”

พอเห็นสีหน้าฉันเรย์จิก็ทำหน้าเอือมหนักมากก่อนจะเดินตรงไปนั่งที่โซฟา

“เออแล้วเมื่อกี๊ นายเรียกฉันว่าไรนะ”

“ก็ยัยจืด”

“หือ” ...จืด?

“เออไงยัยจืด ก็เธอโคตรจืดชืด หน้าซีดเป็นไก่ต้ม”

“นี่นาย”

ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่พอหมอนี่ลงรายละเอียดเท่านั้นแหละ มันว่าฉันใช่มั้ย ถึงบ้านไม่ได้อยู่ในเมืองก็พอรู้นะเฟ้ย

“มองไม มีไร”

“ก็สนิทกันรึไงถึงเรียกฉันแบบนี้น่ะฮะ! ไอ้บ้าเรย์จิ คิดว่ารวยแล้วจะว่าใครก็ได้หรอ”

“หึ ไอ้หรอ” หมอนี่ยิ้มมุมปากก่อนจะจ้องหน้าฉันนิ่งๆ

“ใช่ ไอ้! ไอ้อุนจิ! ไอ้คนบ้าปากหมะ.. อุ๊บ!”

เหอะ อย่าพึ่งคิดว่าหมอนี่จะจูบฉันตามแบบฉบับนิยายรักทั่วไป เพราะตอนนี้มือใหญ่ของเรย์จิกำลังปิดปากฉันไม่ให้ด่าตัวเองอยู่ต่างหากเล่า!

“นี่หน้าคนหรอเนี่ย คือโตสุดได้แค่นี้?”

หนอยไอ้บ้าเรย์จิ! นายต่างหากเล่าที่กลายพันธ์เกิดมาสูงกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา แถมมือก็ใหญ่โตมโหฬารเต็มหน้าฉันพอดีเลยด้วย จะว่าไปถ้าเทียบความสูงแล้วหมอนี่น่าจะประมาณ 180 กว่าๆ ส่วนฉัน 165 ต่างกันแค่สิบยี่สิบเซ็นจะแอ๊คทำไมเนี่ย เชอะ!

“อี้! อ่อยอั๊นเอี๋ยวอี๊อ๊ะไอ้อ้า (นี่! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า)”

“พี่เรย์จิ เรียกสิเดี๋ยวปล่อย”

เหอะ! เรื่องไรกันเล่า! ทำตัวไม่เห็นน่าเคารพตรงไหนเลยนะนายน่ะ ไอ้อุนจิเอ้ย คิดไปฉันก็ส่ายหัวไป หมอนี่ก็ลอยหน้าลอยตาอยู่ได้

“นี่ยัยจืด เธออยู่ปีหนึ่งใช่มะ”

“อื้อ”

ทั้งที่โมโหอยู่ฉันก็ยังอุตส่าห์พยักหน้านะ แหม..เด็กใหม่อยู่ปีแปดมั้ง ถามทำซากอะไร

“นั่นไงยอมซะ! เรียกสิ โอ๊ย!”

เพราะรำคาญไอ้หมอนี่เต็มทีฉันเลยกัดฝ่ามือที่อุดปากตัวเองอยู่เต็มแรง เหอะ! รู้จักแอลน้อยไปไอ้ขี้เก๊ก!

“ไม่มีทาง! สมน้ำหน้า นายมันกระจอก”

จากสารคดีที่เคยดูมา การแลบลิ้นปลิ้นตาจะเพิ่มความหน้าหมั่นไส้แก่ผู้แพ้มากขึ้น 70% เอาซะหน่อย แบร่ๆ ฮ่าๆๆ

“จิ๊! จะเอาใช่มะยัยแคระ”

ไอ้อุนจิเริ่มโกรธหน้ามุ่ยแล้วล่ะ แต่แล้วยังไง ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน

“เห๊อะ! เข้ามาเซ่! หมดความอดทนแล้วนะเฟ้ย รู้จักก็ไม่รู้จักมาแกล้งกันเฉย!”

“เออ! เอาสิพองตัวเหมือนอึ่งอ่างเร็วเข้า พองเลยๆๆ”

แปะ แปะ แปะ

อะ..ไอ้หมอนี่ ให้ตายสิ มีใครที่ไหนนั่งตบมือบนโซฟาเชียร์ให้คนอื่นพองตัวเป็นอึ่งอ่างกันบ้าง

“หืมมม ไอ้อุนจินายตาย!!!”

ตุ้บ~

ตอนนี้กลายเป็นฉันที่คว้าหมอนแล้วกระโดดเข้าไปหาเรย์จิ ก่อนจะเอาหมอนอุดจมูกหมอนั่นเหมือนที่รุ่นพี่ไลลาโดนกระทำ คิกๆ แก้แค้นให้แล้วค่ะรุ่นพี่ เรย์จิดิ้นไปมาดันตัวฉันออก แต่ฉันล็อคหมอนี่ไว้แน่นจนขยับตัวไม่ได้

“อัยอ้าอ่อยอ้ะเอ้ยยย (ยัยบ้าปล่อยนะเฟ้ย)”

“ไม่ปล่อย ไอ้คนนิสัยเสีย นายมันห่วยแตก ผู้ชายที่ไหนเขาไล่ผู้หญิงวันละสองสามรอบแถมยังป่วนอีกสารพัดฮะ! แล้วพูดกับพี่สาวก็ไม่เพราะ นายมันเป็นคนประเภทไหนกัน ตายไปซะไอ้บ้า หมั่นไส้!”

ฉันทิ้งน้ำหนักลงไปกับหมอนที่ปิดหน้าเรย์จิเต็มแรง หมอนี่ก็ดิ้นไปดิ้นมาหลายทีจนนิ่งไป

“.....”

“เหอะ! ทำเป็นเงียบ หายใจไม่ออกตายละหรอ ไม่ต้องมาเนียนเลย ลูกไม้ตื้นๆใครเชื่อก็บ้าละ”

“.....”

“นี่ ลุกขึ้นมาทำงานของนายเซ่! ฉันจะได้กลับบ้านสักที”

เฮ่อ..อยากกลับบ้านจะแย่ละเนี่ย ไม่มีเรียนทำไมไม่บอกตั้งแต่หน้าประตูมหาลัยกันเล่า ฉันเขย่าแขนเรย์จิรัวๆแต่หมอนี่ก็ยังเงียบ

“.....”

“นี่ เรย์....จิ!”

พรึ่บ!

ขะ..แขน อยู่ๆแขนหมอนั่นก็ห้อยลงมาจากโซฟาเหมือนคนไม่มีแรง ร่างกายนิ่งไป ดวงตาปิดสนิทแบบนั้นหรือว่า...

หมอนี่...หมอนี่จะตาย!!

“เรย์จิ!!! นี่! เอาจริงหรอเนี่ย เรย์จิอย่าเป็นไรนะ ระ..รถพยาบาล ต้องเรียกรถพยาบะ...”

หมับ!

“ว๊าย!”

จังหวะที่ฉันตาลีตาเหลือกจะวิ่งไปที่โทรศัพท์บ้านที่อยู่ภายในห้องเพราะไม่มีมือถือเหมือนคนอื่น หมอนี่ที่คิดว่าตายไปแล้วก็กระชากแขนจนล้มลงไปนั่งบนตักเขา ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“คิกๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ”

หืมมม แกล้งกันอีกแล้วสินะ!

“ไอ้ประสาท! นี่นายแกล้งตายหรอฮะ ไอ้บ้าเอ๊ยนายนี่มัน..อื้อ!”

ไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ คำพูดของฉันก็ถูกกลืนหายลงคอไปกับเรย์จิที่อยู่ๆก็กดจูบลงมาทันที

ไม่ผิดหรอกค่ะ เรย์จิจูบฉัน แต่แค่ปากแตะปากเท่านั้นจนฉันนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

นี่มัน..

จะ..จูบแรก

จูบแรกของฉัน..ดันมาเสียให้กับไอ้หมอนี่งั้นหรอ?!

ก๊อกๆๆ

พรึ่บ

ฉันผละออกจากเรย์จิทันทีที่มีเสียงคนเคาะประตู ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเช็ดปากตัวเองลวกๆ อย่างรังเกียจ ส่วนหมอนั่นนั่งยิ้มมุมปากเล็กๆ แบบโคตรน่าหมั่นไส้!

แอ๊ดดด

ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางของหญิงสาวที่ฉันคุ้นเคย คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน.. รุ่นพี่ไลลา

“เป็นไงกันบ้าง อ้าว สนิทกันเร็วดีจังละ..เลย”

เพี๊ยะ!

ไม่ทันที่รุ่นพี่ไลลาจะพูดจบฉันก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าเรย์จิอย่างแรงด้วยความโกรธ ทำเอาผู้ถูกกระทำอย่างหมอนี่ถึงกับหน้าสะบัด ก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาออกแนวหัวเราะเยาะเย้ยด้วยซ้ำ

“หึ...”

ท่าทางโอหังแบบนั้น ยังไม่สำนึกสินะ นายมันเป็นคนประเภทไหนกัน คิดว่าผู้หญิงเป็นของเล่นรึไง!

“ขอโทษนะคะ แอลคงช่วยพี่เรื่องรีโนเวทสวนสาธารณะ K ไม่ได้หรอกค่ะ เอาไว้แอลจะชดใช้เป็นอย่างอื่นให้ ขอตัวค่ะ”

ฉันหันไปบอกรุ่นพี่ไลลาแล้วคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องทันทีโดยมีสายตาของเรย์จิจ้องฉันอยู่อย่างไม่วางตา

[RAYJI TALK]

ปังงงง!!!

ผมนั่งมองคนตัวเล็กที่กระชากประตูบานใหญ่ให้เปิดออกก่อนจะเดินออกไป แล้วกระแทกประตูปิดเสียงดังสนั่น เสียงประตูที่ดังก้องแสดงถึงความไม่พอใจของยัยหน้าจืดที่โดนผมแกล้งจนโมโห สลับกับมองคนตรงหน้าที่พึ่งเดินเข้ามาแล้วทำหน้างงๆ อย่างต้องการคำอธิบาย

“เล่นพิเรนทร์อะไรอีกล่ะ”

“ป่าวซะหน่อย”

ไลลายืนกอดอกมองผมด้วยสายตาไม่พอใจ อ๋อไม่สิ ต้องเรียกเธอว่า 'พี่ไลลา' ไม่งั้นยัยนี่จะโมโหเหมือนหมาบ้า

ไลลา..เธอเป็นพี่สาวแท้ๆของผมครับ จริงๆอายุเราห่างกันสองปี แต่ผมชินกับการเรียกชื่อเธอเฉยๆมากกว่า ถึงจะโตมาด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่ผมจะเป็นฝ่ายดูแลและปกป้องเธอ ก็เลยไม่ค่อยอินกับการเรียกไลลาว่าพี่เท่าไหร่

ช่วงนี้ผมเจองานยากตามประสาลูกหลานนักธุรกิจ และทายาทเจ้าของ Destinesia คือต้องศึกษาให้เยอะกว่าคนอื่น เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจที่บ้าน พ่อเลยโยนงานรีโนเวทสวนสาธารณะ K เป็นงานที่ทำเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและคืนความสุขให้คนในสังคมมาให้ผมลองทำ เพราะไลลาเคยผ่านจุดเริ่มต้นแบบนี้ไปแล้ว ก็เลยแสดงสปิริตพี่สาวที่แสนดีอยากช่วยผม ด้วยการลากยัยหน้าจืดที่เดินหน้าบูดออกไปเมื่อกี๊มาเกี่ยวข้องด้วย

แต่จะว่าไปยัยนั่นก็แปลกดีเหมือนกัน…

เชื่อเขาเลยสมัยนี้ยังมีผู้หญิงที่ไม่แต่งหน้าแถมยังปล่อยตัวเองหน้าตาจืดชืดออกจากบ้านอยู่จริงๆ แต่ถึงจะไม่แต่งเติมสีสันอะไรลงไปแต่ใบหน้าของเธอกลับดูดียิ่งกว่าคนแต่งหน้าบางคนซะอีก แต่แก่นไปหน่อยนะยัยนี่ ไม่มีความเรียบร้อยเอาซะเลย ออกจะห้าวเกินไปด้วยซ้ำเลยโดนผมปราบพยศเข้าให้ แค่ปากแตะปากนิดหน่อยก็อึ้งซะละ หึหึ…

“นี่ คิดไรอยู่หรอ”

“ก็คิดถึงยัย...”

ผมเหลือบมองไลลาที่นั่งทำหน้าอยากรู้อยากเห็นแล้วชะงักไป ว่าแต่ยัยปีศาจหอบร่างตัวเองมานั่งข้างผมตอนไหนกันเนี่ย

“ยุ่ง! กลับมาทำไม”

เกือบไปละ เกือบจะหลุดตอบยัยปีศาจแล้วเชียวว่าคิดถึงยัยหน้าจืดนั่นอยู่ แล้วจะไปคิดถึงยัยนี่ทำไมวะ

“อ๋อ ลืมมือถือน่ะ”

ไลลาชูมือถือในมือขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วหันกลับมาหาผมอีกที

“นี่ ไปง้อด้วยนะ”

“อะไร?”

“แอลไง”

เหอะ! ให้ตาย ยัยจืดแอลต้องเล่นของใส่ไลลาแน่นอน

“ไม่มีทาง ไม่ไป”

“กล้าขัดคำสั่งรึไง”

ถ้าบอกว่าเกลียดรอยยิ้มพี่สาวตัวเองนี่ผิดรึเปล่า เพราะยัยนี่น่ะยิ้มทีนึงแปลได้ร้อยความหมาย บทจะดีก็ดีใจหาย แต่ถ้าร้ายก็ยิ่งกว่านรกแตกซะอีก

หมับ!

บ้าเอ๊ย! แล้วไม่ทันไรยัยปีศาจก็ดึงหูผมแทบขาด ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา

“โอ๊ย เออๆ”

ถ้าไม่เล่นทีเผลอก็ไม่ยอมหรอกเว้ย ยัยนี่ขึ้นคานแน่นอน เถื่อนขนาดนี้น่ะ แต่จะว่าไปมันมีเหตุผลมากมายที่ผมต้องยอมยัยปีศาจทุกครั้งไป หลักๆก็คือ..เวลายัยนี่เกิดไปผูกจิตกับใครขึ้นมาก็มักจะมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับผมเสมอ ยิ่งช่วงนี้กำลังเซ็งๆพอดี ยอมๆไปก่อนละกัน เผื่อยัยหน้าจืดนั่นจะทำให้ชีวิตผมหายเซ็งได้บ้าง

[END TALK : RAYJI]

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยหวามรัก
8.9
นิยายรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงไปกับเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งต้องเผชิญกับความหวั่นไหวครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อได้พบกับสาวน้อยจอมซนคนข้างบ้าน ความน่ารักสดใสและนิสัยขี้เล่นสุดป่วนของเธอค่อยๆ เข้ามาทลายกำแพงน้ำแข็งในใจของเขาลงอย่างช้าๆ จนแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันอันลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว แม้ว่าเธอจะมีความแสบและสร้างความปวดหัวให้เขาอยู่เสมอ ทว่าเธอกลับเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถครอบครองหัวใจทั้งหมดที่เขามี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำและเสน่ห์อันน่าดึงดูดของสาวข้างบ้านที่ยากเกินกว่าใครจะต้านทานไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง จำเลยรักลวงใจ
8.4
มิลินต้องเผชิญคราวเคราะห์เมื่อถูกชาวี มหาเศรษฐีเจ้าของรีสอร์ตลักพาตัวไป เหตุเพราะเธอมีหน้าตาคล้ายกับม่านมุก ภรรยาที่สาบสูญของเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน หญิงสาวถูกบีบบังคับให้สวมรอยเป็นภรรยาของเขาจนกระทั่งความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถลำลึกเกินเลย ทว่าเรื่องราวกลับยิ่งซับซ้อนและตึงเครียดขึ้นเมื่อม่านมุกตัวจริงปรากฏตัวอีกครั้ง ทำให้ชาวีต้องตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกระหว่างภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกับหญิงสาวอีกคนที่เขาได้ล่วงเกิน ท่ามกลางความทุกข์ระทมของมิลินที่ต้องกลายเป็นเพียงตัวแทนโดยที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิด
ภาพปกนิยายเรื่อง หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
ในวันครบรอบแต่งงาน ซูหว่านหนิงถูกฮั่วเยี่ยนสือทิ้งอย่างไม่ใยดีเพื่อไปหาคนรักเก่า เธอจึงตัดสินใจหย่าขาดทันทีแล้วหวนคืนสู่วงการบันเทิงจนก้าวขึ้นเป็นดาวเด่น พร้อมทั้งเปิดโปงโฉมหน้าแท้จริงของมือที่สามอย่างสะใจ ทว่าอดีตสามีผู้เคยเย็นชาและเย่อหยิ่งกลับเริ่มอยู่ไม่สุข เมื่อเห็นหนุ่มโปรไฟล์เลิศมากมายเข้ามาขายขนมจีบอดีตภรรยา จากคนไร้ใจกลายเป็นคนคลั่งรักที่ตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่คิดแลหางตาซ้ำยังประกาศชัดว่าเขาไม่มีค่าพอ และเธอจะไม่มีวันหันหลังกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด
ภาพปกนิยายเรื่อง ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้ประสบความสำเร็จแต่กลับต้องจบชีวิตลงเพียงวัย 30 ปีเพราะความเครียดและโดดเดี่ยว ทว่าโชคชะตาได้ให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างของ ‘ฉินเสี่ยวหราน’ เด็กสาวมัธยมปลายแห่งปี 1980 ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นถึงพันตรีและมีแม่เป็นหญิงชาวไร่ชาวนา แม้ว่าเธอจะต้องปรับตัวอย่างมากกับยุคสมัยที่แตกต่าง รวมถึงต้องรับแรงกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยพรสวรรค์และทักษะด้านแฟชั่นระดับโลกที่มีติดตัวมา ลิลลี่ในร่างใหม่จึงมุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อันแสนอบอุ่น พร้อมสร้างอนาคตที่เธอไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสมาก่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง ดั่งต้องมนต์มาร
7.9
อาลันโด เวลัสโค มหาเศรษฐีหนุ่มจำใจต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหญิงสาวที่เขาแสนจะเกลียดชังและมองว่าไร้ค่า มีมลทินจากการทำงานในซ่อง ทั้งยังมีดวงตาที่มืดบอด ทว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากจำเป็นต้องปกป้องมรดกชิ้นสำคัญของมารดาเอาไว้ แต่แล้วความเกลียดชังที่เคยมีกลับค่อยๆ ทลายลงเมื่อเขาได้สัมผัสความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เขาเคยดูแคลนอย่างสิ้นเชิง จนในที่สุดเขากลับตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นและยอมสยบเป็นทาสรักของเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง มาเฟียร้ายท้วงรัก ซีรี่ย์ สี่หนุ่มมาเฟีย
9.3
คาลอส ทายาทมาเฟียจอมรั้น ตัดสินใจหนีไปต่างประเทศเพื่อเลี่ยงการแต่งงานแบบคลุมถุงชนกับ ชาครียา หญิงสาวที่แม่ของเขาอุปการะไว้ ด้วยความอคติเขาจึงลั่นวาจาว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับยายกาฝากสุดเชยคนนี้เด็ดขาด ทว่าเมื่อเดินทางกลับมา เขากลับต้องตะลึงกับภาพลักษณ์ใหม่ของเธอที่ทั้งสวยและสง่างามจนแทบจำไม่ได้ มาเฟียหนุ่มตกหลุมรักเธอทันทีโดยไม่รู้ความจริงว่าเธอคือใคร ความต้องการครอบครองทำให้เขาต้องยอมกลืนน้ำลายตัวเอง และทำทุกวิถีทางเพื่อตามง้อขอเธอแต่งงานสำเร็จ