APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อสูรเริงไฟ

อสูรเริงไฟ

บาดแผลในอดีตแปรเปลี่ยน ศิลา ให้กลายเป็นบุรุษผู้มีหัวใจด้านชา ภายใต้ท่าทีที่สงบนิ่งประดุจศิลา เขาได้ซุกซ่อนกองเพลิงแห่งความพยาบาทที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่ง เมื่อถึงเวลาอันสมควร อสูรร้ายจึงเผยโฉมเพื่อเริ่มต้นการเอาคืนอย่างสาสม โดยมี มินตา หญิงสาวผู้อ่อนโยนและบริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อในแผนการอันโหดเหี้ยมนี้ เธอถูกดึงเข้ามาติดกับดักและต้องรับมือกับความเกรี้ยวกราดที่เขาสาดซัดเข้าใส่ ทว่าท่ามกลางความเกลียดชังที่กำลังทำหน้าที่ แรงปรารถนากลับก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นไฟสิเน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะควบคุม
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

บทที่3

มินตาเข้าบ้านมาอย่างเงียบๆ หล่อนลงนั่งที่บันไดขั้นล่างแล้วถอดรองเท้าผ้าใบออก ถอดถุงเท้าออกตาม แล้วม้วนถุงเท้าเป็นก้อนกลมๆ ยัดเข้าไปในรองเท้า หิ้วรองเท้าขึ้นบันไดด้วยฝีเท้าแผ่วเบา จนเกือบจะไม่น่าเชื่อว่านี่คือมินตา...นี่หากเพื่อนร่วมงานมาเห็นท่าเดินเหมือนเท้าแทบจะไม่ได้แตะพื้นของหล่อนละก้อ คงจะได้หัวเราะกันเกรียว เพราะยามอยู่ในออฟฟิศ มินตาจะมีก้าวย่างหนักแน่นรุนแรงเป็นจังหวะ บางทีแค่ได้ยินเสียงฝีเท้าก็รู้กันแล้วว่าเป็นหล่อน

ประตูด้านหน้ายังไม่ได้ปิดลงกลอน แต่แง้มๆ เอาไว้ หล่อนค่อยๆ ผลักเข้าไปอย่างแผ่วเบา...แต่บานพับที่ค่อนข้างจะฝืดสักหน่อยก็ให้เสียงเอี๊ยดอ๊าด...มินตาจับประตูให้อยู่นิ่งๆ หล่อนกลัวว่าเสียงนี้จะปลุกให้มารดาตื่นลงมา...หล่อนกลับบ้านดึกเสมอก็งานล่วงเวลามันเงินดีเหลือเกิน หล่อนจะยอมให้พลาดไปอย่างไรได้ วันนี้ก็งานล่าช้าเพราะอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่ธันวาได้รับ หล่อนเลยมีงานให้สะสาง เพราะเอาเวลาขับรถพาธันวาไปส่งโรงพยาบาล

พรุ่งนี้ก่อนออกจากบ้าน หล่อนจะเอาน้ำมันมาหยอดบานพับเสียหน่อย ไม่ให้มีเสียงแบบนี้เกิดขึ้นมาอีก

ย่องๆ จะไปถึงหน้าห้องของหล่อนอยู่แล้ว มินตาก็ชะงักเมื่อแสงสว่างพึ่บขึ้น หล่อนหยุดอยู่ตรงกลางบ้านนี่เอง

“เพิ่งกลับหรือ”

เสียงทักออกจะเยาะๆ ชอบกลอยู่ มินตาพึมพำตอบออกไปเสียงเบา

“ค่ะ”

“ดึกทุกคืนเลยนะ...มัวแต่ไปเที่ยวซ่กๆ อยู่ล่ะซิ งานเลิกตั้งแต่ห้าโมง ก็อยู่ในกรุงเทพแค่นี้ หนทางไปมาสะดวก ไม่น่าจะให้เกินหนึ่งทุ่ม”

หล่อนไม่โต้ตอบเลย เพราะรู้ว่าต่อให้หล่อนอธิบายอย่างไร ก็จะไม่ได้รับการสนใจ เหมือนหล่อนบอกกล่าวกับลมแล้งมากกว่า หล่อนยืนนิ่งๆ แต่นั่นกลับยิ่งไปยั่วให้เกิดความโมโหได้

“ฉันพูดด้วยก็หันหน้ามาหน่อยซิ...อาไร้...ยายมินแกจะยืนหันหลังให้ฉัน...แกนี่เหลือเกิ๊น...กระด้างอะไรยังงี้” เสียงบ่นแหลมๆ มันเข้าไปกระเทือนอยู่ในแก้วหู แต่มันไม่ได้ทำให้หล่อนสะเทือนใจอะไรนักหนาอาจจะเพราะหล่อนชินชาเสียแล้ว หากวันใดคุณมารศรีพูดกับหล่อนดีๆ น้ำเสียงอ่อนหวานซิ ที่จะทำให้มินตาต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่าปกติสักหน่อย หล่อนค่อยๆ หันตัวกลับมา รองเท้ายังถือค้างอยู่ในมือ

คุณมารศรีเดินลงมา หล่อนได้กลิ่นน้ำอบไทยหอมฟุ้ง หญิงสาวยืนก้มหน้าลงน้อยๆ มืออีกข้างทับมาบนมือที่หิ้วรองเท้าอยู่ คุณมารศรีเดินวนไปรอบๆ ตัวหล่อน ผมที่หล่อนจับมันพันๆ ทบไว้ง่ายๆ และหลุดลุ่ยอยู่แล้วหลุดกระจายลงมา เป็นเส้นผมดำมันขลับยาวเกือบถึงกลางหลังเส้นผมที่เหยียดตรงมีน้ำหนักสลวย แต่หล่อนแทบจะไม่ได้ปล่อยให้มันเคลื่อนไหวตามเส้นสายของมัน อย่างง่ายที่สุดคือจับรวบแล้วพันทบสวมหมวกเข้าไปอีกใบ ไม่ค่อยจะมีใครรู้ว่าหล่อนเป็นเจ้าของเส้นผมสวยงามเพียงนี้

“ดูมอมแมมจริงๆ นะเรา”

“มินเพิ่งเลิกงาน”

“งานอีกแล้ว เอะอะอ้างงานยันเต”

“ก็มินทำงานจริงๆ”

หล่อนยังไม่วายจะเถียง แต่แล้วพอนึกได้หล่อนก็นิ่งเงียบเสีย เพราะรู้ว่าพูดไปก็เท่านั้นเอง คุณมารศรีพยายามจะคาดคั้นถามให้ได้ว่าหล่อนหายไปไหนหลังจากเลิกงาน มิไยที่หล่อนจะยืนยันว่าหล่อนอยู่ในออฟฟิศ มันเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันทุกฝ่ายให้งานเดินรุดหน้า มันแข่งกับเวลาแข่งกับระบบแข่งขัน และการหมุนเวียนของดอกเบี้ยที่งดงามเหลือเกินในธนาคาร พวกหล่อนกำลังตั้งตัว...กำลังเริ่มต้นเพื่ออนาคตวันหน้า

“แม่รอแกตั้งแต่ตอนเย็น...ไปนั่งคุยกันก่อน”

“ค่ะ”

“หล่อนเดินมานั่งลงเรียบร้อย ต่อหน้าเธอหล่อนจะวางตัวเป็นสาวสงบเสงี่ยม...ถ้าหากไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง หล่อนก็จะลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อย เก็บเท้าได้มิดชิด วางมือประสานกันเอาไว้บนตัก มินตารู้ว่าหากเพื่อนๆ มาเห็นก็คงจะต้องตาถลนกับอีกรูปแบบหนึ่งของเหล่อน

“พรุ่งนี้ชุดแต่งตัวใหม่ของพี่มิ่งจะมานะ...”

หล่อนมองสบสายตากับเธอแต่ใจหายวับไปแล้ว...หล่อนเข้าใจเพียงแต่เธอเริ่มต้นเท่านั้น

“ก็มีกระจกหนึ่งบาน โต๊ะอีกหนึ่งตัว เก้าอี้อีกตัว...ราคามันก็หมื่นสอง”

มินตาเงียบกริบ หัวใจเท่านั้นที่ไหวระรัว สีหน้าของหล่อนยังเป็นปกติ เงินหมื่นสองจากหยาดเหงื่อแรงงานของหล่อนกำลังจะปลิวไปจากกระเป๋าอีกแล้ว...แต่หล่อนก็มิได้ทักท้วงสักคำ

“ค่ะ...แต่มินไม่มีเงินสด มินจะเขียนเช็คทิ้งเอาไว้ให้แล้วกันนะคะ”

“นี่แม่ไปดูพรมเอาไว้อีกผืนหนึ่ง แหม...มันซ้วยสวย เจ้าของร้านเขาบอกว่า จะเซลห้าสิบเปอร์เซ็นต์ตอนเดือนหน้า คงจะทันเอามาปูห้องให้พี่มิ่งพอดี”

“ค่ะ”

เสียงรับคำของมินตาเบาลงไปอีก... “แม่ดูราคามาก็แล้วกัน...มินจะจัดการให้”

“มีจดหมายของพี่มิ่งถึงแกด้วยนะ แม่เอาไปไว้ในห้องให้แล้ว...” คุณมารศรีนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะถามต่อด้วยเสียงอันอ่อนโยนลงเล็กน้อย “นี่แกกินอะไรมาหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

ถึงหล่อนจะไม่ได้กินอะไรมาเลย มินตาก็ไม่อาจจะกินอะไรได้ลงคออีก หล่อนตีบตันในลำคอ มันตื้อลงไปถึงกระเพาะอาหารนั่นทีเดียว หล่อนเข้ามาในห้องปิดตาลงอย่างเหนื่อยล้า ยืนพิงบานประตูอย่างนั้นอีกนาน รองเท้าที่หิ้วเอาไว้ค่อยๆ หล่นลงไปกองกับพื้น เงินของหล่อนหมดไปกับเรื่องของมิ่งขวัญเสมอๆ

มิ่งขวัญจะกลับบ้านเดือนหน้า...แม่กระตือรือร้นเหลือเกินที่จะจัดห้องให้มิ่งขวัญใหม่ เริ่มต้นจากผ้าม่าน เตียงนอน แล้วก็โต๊ะแต่งตัว เดือนหน้าจะเป็นพรมปูห้อง...มินตาลืมตาขึ้น...พรมหรือ...หล่อนนัยน์ตาตกมองดูพื้นห้องของตัวเอง

ก่อนจะยิ้มหยันๆ ออกมา

หล่อนมีเงินพอจะซื้อพรมแพงๆ ให้มิ่งขวัญใช้ปูห้องแม้จะเป็นตอนที่ลดราคาก็เถอะ หล่อนรู้ว่ารสนิยมของมารดาเป็นอย่างไร คุณมารศรีไม่เคยซื้อของถูกเธออ้างเสมอๆ ว่า

...ของดีราคาไม่เคยถูก ของดีต้องแพง ของไม่แพงไม่ใช่ของดี...

แต่พื้นห้องนี้เป็นเสื่อกกสีน้ำตาลคล้ำๆ ทอด้วยมือเป็นผืนสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดหนึ่งตารางฟุตเอามาปูต่อๆ กัน...มันน่าขันเหลือเกิน มินตาเดินโซเซไปที่เตียงนอนล้มตัวลงนอนโดยที่ไม่ได้ดึงเอาผ้าคลุมเตียงออกเสียก่อน มือข้างหนึ่งพาดไปบนหน้าผาก สองเท้ายังห้อยอยู่เรี่ยๆ พื้น...หล่อนไร้เรี่ยวแรง มันสิ้นไร้แบบนี้ทุกครั้งที่คุณมารศรีมีค่าใช้จ่ายเบิกจ่าย

โต๊ะแต่งตัวหมื่นสองหรือ...แล้วของหล่อนล่ะ...โต๊ะแต่งตัวชุดเก่าดั้งเดิม หล่อนเอาสีมาทาใหม่ให้ขาวนวล...มันเป็นนวลใยแม้ในยามนี้ที่ไม่ได้เปิดไฟในห้อง เพราะหล่อนเปิดหน้าต่างห้องทิ้งเอาไว้ แสงจันทร์สาดส่องเข้ามากระทบมันตกทอดมาถึงหล่อนหลังจากที่เกือบจะถูกโยนทิ้งไปกับรถขยะ หล่อนเอามาปรุงโฉมเสียใหม่ ทาสีใหม่ หาผ้าลูกไม้สวยๆ มาปูทับ แล้วมีกระจาดใบน้อยๆ มาตั้งเรียงรายสำหรับใส่สิ่งของที่ใช้ส่วนตัว...แต่หล่อนจะต้องจ่ายเงินหมื่นสองให้กับมิ่งขวัญ

กระจกหนึ่งบาน โต๊ะหนึ่งตัว เก้าอี้อีกตัว...คงจะสวยงามหยดย้อยกระมัง

หญิงสาวลุกขึ้นมานั่ง เมื่อนึกขึ้นได้ถึงจดหมายของมิ่งขวัญ...เปิดไฟในห้องให้สว่าง แล้วหล่อนจึงเอากรรไกรเล็กๆ ขลิบริมซอง...กระดาษแผ่นบางหล่นลงมา...ลวดลายของกระดาษช่างสวยงาม ข้าวของที่มิ่งขวัญใช้สวยงามเสมอ คุณมารศรีปลูกฝั่งสิ่งนี้ให้กับมิ่งขวัญมาแต่เล็กๆ

ข้อความทั้งหมดเป็นการส่งข่าวความเคลื่อนไหวว่าได้ทำอะไรลงไปบ้าง มิ่งขวัญไปเรียนปริญญาตรี...หล่อนเรียนไม่สู้จะเก่งมากนักหลังจากที่ร่ำเรียนไม่เป็นชิ้นเป็นอันอยู่นาน คุณมารศรีก็อดทนไม่ได้ เธอส่งมิ่งขวัญไปกวดภาษาอย่างหนักแล้วส่งมิ่งขวัญไปอเมริกา หวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นการชุบตัวลูกสาวคนโตให้งดงามพร้อมสรรพกลับมา

มิ่งขวัญเดินทางโดยสายการบินที่แพงที่สุด หล่อนจะได้บินกลับบ้านทุกปิดภาค กลับมาพร้อมกับมีข่าวของหล่อนลงตีพิมพ์...ชื่อของหล่อนเป็นที่รู้จักตามหน้านิตยสาร และมิ่งขวัญก็เคยมีรูปลงนิตยสารเพราะหล่อนเป็นสาวสวยเพียงพอ

เมื่อมิ่งขวัญอยู่ใกล้ๆ กับมินตา มิ่งขวัญจะสดสวยและทำให้มินตาดูหมองมัวไปเสียสิ้น

ทุกๆ ปี มินตาไม่กล้าคำนวณเงินหรอกว่ามิ่งขวัญใช้เงินเท่าไร...แต่คุณมารศรีไม่เคยปริปากบ่นสักคำ เธอมีเงินส่งไปเสมอๆ ตามที่มิ่งขวัญร้องขอมา ยิ่งนานปีก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น มินตาเป็นคนไปธนาคาร หล่อนรู้ยอดเงินที่จัดส่งไปทุกครั้ง รู้แล้วหล่อนก็ได้แต่ใจหาย

แต่มิ่งขวัญก็เป็นพี่สาวของหล่อน หักใจได้ดังนี้คราวไร มินตาก็หายใจได้โล่งอกขึ้น กับข้อความย่อหน้าสุดท้ายของมิ่งขวัญทำให้มินตาต้องอ่านอยู่นานกว่าปกติสักหน่อย

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สามีอดีต
7.1
งานแต่งงานที่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ กลับกลายเป็นเพียงฉากหน้าของแผนการชำระแค้น ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาในฐานะคู่ชีวิตไม่ได้มอบความรักให้เธอ แต่ใช้พันธะสมรสเป็นเครื่องมือพันธนาการเธอไว้กับความทุกข์อย่างเลือดเย็น หญิงสาวต้องทนรับผลกรรมจากความแค้นในสิ่งที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็น หัวใจของเขาปิดตายและเต็มไปด้วยความพยาบาทที่พร้อมจะบดขยี้เธอให้แหลกสลาย ทุกคืนวันในฐานะภรรยาคือการเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์และการลงทัณฑ์ที่ไม่มีจุดจบ เธอถูกกักขังในวังวนแห่งความเจ็บปวดโดยฝีมือของชายที่เป็นสามี
ภาพปกนิยายเรื่อง น้องผัวสุดแสบโดนหย่า พาชาวบ้านรวยกระฉูดฟินเนื้อดี
8.5
เมื่อเย่ไฉ่ผิงตื่นขึ้นในร่างหญิงที่เพิ่งหย่าร้าง เธอพบว่าร่างเดิมได้ทุ่มสมบัติครอบครัวส่งเสียสามีจนได้ดี แต่กลับถูกทิ้งอย่างเลือดเย็น เย่ไฉ่ผิงคนใหม่จึงมุ่งมั่นแก้ไขความผิดพลาด เธอใช้ความฉลาดและไหวพริบทางธุรกิจมาเป็นเครื่องมือทวงคืนความยุติธรรม หญิงสาวไม่เพียงสร้างอาณาจักรทางการเงินที่ยิ่งใหญ่เพื่อเอาคืนอดีตสามี แต่ยังยกระดับฐานะครอบครัวและพาชาวบ้านทั้งหมู่บ้านไปสู่ความมั่งคั่ง เรื่องราวสะท้อนเส้นทางการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยการวางแผนแยบยล ผสมผสานอารมณ์ขันเฉียบคมอย่างลงตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักไม่ผิด ผิดที่รักคนผิด
8.6
เพียงความเข้าใจผิด หญิงสาวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีใจอำมหิต ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยอคติจึงก้าวเข้ามาพร้อมคำประกาศกร้าวว่าจะทวงแค้น โดยบีบบังคับให้เธอชดใช้ด้วยชีวิต ความเกลียดชังจากการมองข้ามความจริงทำให้ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยรอยร้าว ในเมื่อเขาตัดสินไปแล้วว่าเธอคือนางร้าย ความขัดแย้งที่เกิดจากการด่วนสรุปเพียงภายนอกจะนำพาพวกเขาไปสู่จุดใด สองหัวใจที่มีแต่บาดแผลจะก้าวข้ามกำแพงความแค้นเพื่อค้นหาความจริงได้หรือไม่ หรือไฟพยาบาทจะแผดเผาทุกสิ่งจนพังพินาศ
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานสุดที่รัก
8.6
การถูกทรยศจากคนที่ไว้ใจที่สุดคือบาดแผลฉกรรจ์ เมื่อพบว่าคนรักลอบคบชู้กับเพื่อนรักของตน หญิงสาวผู้เคยทุ่มเทกลับไม่ฟูมฟาย เธอเลือกกลบฝังความปวดร้าวไว้เบื้องหลังความเยือกเย็น การสวมบทบาทเป็นคนไม่รู้ถึงความสัมพันธ์อันโสมมกลายเป็นกลหมากสำคัญในการทวงคืนคุณค่าของตนเอง เธอเฝ้ารอคอยจังหวะที่สมบูรณ์แบบเพื่อเป็นฝ่ายสะบั้นรักและเหยียบย่ำความจองหองของเขาให้แหลกสลาย เป้าหมายสูงสุดคือการตอกย้ำให้ชายผู้ทรยศได้ลิ้มรสความสูญเสียอย่างแสนสาหัส และต้องทนทุกข์กับความจริงที่ว่าเขาได้โยนอัญมณีล้ำค่าทิ้งไปเพื่อแลกกับก้อนกรวดไร้ราคา
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนบาปรักในชาตินี้ให้เธอ
7.6
เฌอรินทุ่มเททุกสิ่งเพื่อหวังครอบครองหัวใจของธาม ทว่าความรักอันมืดบอดกลับกลายเป็นเพลิงเผาผลาญทำลายชีวิตของเธอเอง เมื่อลมหายใจดับลง ชายที่รักกลับไร้ความอาลัย ซ้ำยังออกไปดื่มฉลองความตายของเธออย่างเลือดเย็น แต่ท่ามกลางความมึนเมา เขากลับเริ่มตระหนักถึงความสูญเสีย จนเพื่อนสนิทต้องเตือนสติว่าเขาได้บดขยี้ดวงใจของคนที่มอบรักแท้ให้เขาไปแล้ว โชคชะตาจึงนำพาการหวนคืนมาอีกคราเพื่อชำระล้างหนี้แค้นและสะสางบ่วงกรรมแห่งรักที่เคยพันธนาการพวกเขาไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านระธาน ขอช้าหน่อย
8.2
ชีวิตของคุณหนูผู้เพียบพร้อมอย่างไป๋เสว่เอ๋อร์ต้องพังทลาย เมื่อธุรกิจตระกูลล้มละลาย ซ้ำยังถูกคนรักตีจากและเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด เผยลี่เชิน พี่ชายของอดีตแฟนหนุ่มได้ก้าวเข้ามาพร้อมข้อเสนอเพื่อช่วยพยุงบริษัทไป๋ซื่อให้รอดพ้นวิกฤต เพื่อรักษาธุรกิจครอบครัว เธอไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับเงื่อนไขและใช้ตนเองเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน จากข้อตกลงที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ ความใกล้ชิดได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ภายใต้ความสัมพันธ์อันซับซ้อน กำแพงในหัวใจของทั้งสองค่อยๆ ทลายลง นำไปสู่ความรู้สึกอันลึกซึ้ง