APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง พลับพลึงเหมราช

พลับพลึงเหมราช

9.4 / 10.0
จากพี่ชายแสนดีที่เคยให้ความอบอุ่น วันนี้เหมราชกลับกลายเป็นคนไร้หัวใจที่คอยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพลับพลึงจนไม่มีชิ้นดี สำหรับเขาแล้วเธอเป็นเพียงสิ่งไร้ค่าที่สมควรได้รับแต่ความเจ็บปวด แม้หญิงสาวจะพยายามอ้อนวอนขอความเห็นใจจนสุดเสียง เขากลับตราหน้าว่านั่นคือการแสดงตบตา เหมราชปล่อยให้อารมณ์หึงหวงเข้าครอบงำ สาดส่องถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามว่าเธอฝักใฝ่ชายอื่นอย่างไร้ยางอาย ท่ามกลางหยดน้ำตาและการต่อต้านที่สูญเปล่า พลับพลึงทำได้เพียงยอมจำนนต่อพายุโทสะอันโหดร้ายที่มุ่งทำลายล้างทั้งร่างกายและจิตใจของเธอให้พังทลาย

พลับพลึงเหมราช ตอนที่ 1

“ช่วยซื้อหัวมันต้มหนูหน่อยนะคะ ช่วยซื้อหน่อยค่ะ” เสียงหวานใสเจือแววเศร้าสร้อยของเด็กหญิงพลับพลึงพาตะกร้าใบเก่าๆ พร้อมทั้งมันเทศต้มวิ่งขายไปตามงานในช่วงเทศกาลปีใหม่อยู่ในหมู่บ้านซึ่งจัดงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เธอใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ และไม่มีแม้แต่รองเท้าที่จะสวมใส่ แต่เธอก็ยังขายมันต้มไม่ได้สักหัว เพราะผู้คนหันไปสนใจซื้อของกินแสนอร่อยอย่างอื่นแทน

เธอตื่นขึ้นมาต้มมันเทศที่ไปขุดมาจากในป่าแถวบ้านตั้งแต่ย่ำรุ่ง ก่อนจะเดินเท้าเปล่ามายังงาน เด็กน้อยมองความตื่นตาตื่นใจของงานซึ่งมีเครื่องเล่นหลายอย่าง ทั้งชิงช้า ม้าหมุนหรือกระเช้าลอยฟ้า แม้จะอยากเล่นแค่ไหนแต่เธอไม่มีเงินติดตัวสักบาทเดียว ได้แต่ยืนมองด้วยความอิจฉาเด็กคนอื่นๆ

ผู้คนในงานสวมใส่เสื้อผ้าสวยๆ ด้วยชุดใหม่ในเทศกาลปีใหม่ เธอก้มมองเสื้อผ้าขาดๆ มอซอของตัวเองแล้วหน้าเศร้า จำไม่ได้ว่าตัวเองได้รับเสื้อผ้าที่มีคนใจบุญบริจาคมาให้กี่ปีมาแล้ว เพราะเด็กน้อยสวมชุดเก่าๆ ซอมซ่อ จึงไม่มีใครอยากอุดหนุนมันเทศของเธอ รวมถึงสายตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน

เด็กน้อยพลับพลึงเดินเท้ากลับบ้านด้วยความเศร้าใจระคนหวาดกลัว เธอกลัวบิดาจะทุบตีเอา ท่านเป็นคนติดเหล้า และชอบขู่ให้เธอไปทำงานหาเงินตั้งแต่เด็ก ท้องของเธอร้องไปตลอดทางที่เดินกลับบ้าน จำได้ว่าก่อนหน้านี้ได้ไปยืนอยู่หน้าร้านขายลูกชิ้นปิ้งแต่ไม่มีเงินซื้อ จึงได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความหิว จนโดนพ่อค้าไล่ตะเพิดออกมา หาว่าเกะกะหน้าร้าน

เท้าเล็กๆ ที่ไร้รองเท้าติดกายเจ็บปวดไปหมดเพราะโดนหนามทิ่มตำขณะย่ำเดิน เด็กหญิงเดินมาถึงบ้านก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงบิดาตั้งวงกินเหล้ากับบรรดาเพื่อนๆ ของพวกท่านอยู่ด้านในของตัวบ้าน

ภายในบ้านกำลังสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานในขณะที่เธอเต็มไปด้วยความเศร้า พลับพลึงสะดุดหกล้มระหว่างเดินเข้าไปใต้ถุนบ้าน เด็กน้อยไม่กล้าร้องเสียงดังกลัวบิดารู้ว่ากลับมาแล้ว เธอเข้าไปนั่งขดตัวอยู่ที่ซอกเล็กๆ ด้วยความหนาวเหน็บ เก็บมันเทศต้มขึ้นมาปัดเศษดินออกไปเบาๆ ก่อนจะนำมาปอกกินด้วยความหิวโหยแล้วเผลอหลับไป เด็กน้อยถูกกระชากแขนให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงสาย เธอเห็นใบหน้าถมึงทึงของบิดาก็สะดุ้งสุดตัว

“ไหนเงินนางพลับพลึง”

“ไม่มีจ้ะพ่อ เมื่อคืนหนูขายมันเทศไม่ได้เลยจ้ะ”

“อะไรนะ นางลูกหน้าโง่ทำไมถึงขายไม่ได้ โกหกหรือเปล่า เอ็งอมเงินใช่ไหม”

“หนูเปล่านะจ๊ะ”

“หัดโกหกตั้งแต่เด็ก สันดานเหมือนแม่มึงไม่มีผิด โตขึ้นคงจะหนีตามผู้ชายไปเหมือนแม่มึง มานี่เลย วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออก” นายพันหยิบไม้เรียวมาถือเอาไว้ก่อนจะหวดไปที่สะโพกเล็กๆ ของบุตรสาวเต็มแรง

“โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! พ่อจ๋า หนูเจ็บ อย่าตีหนูเลย หนูขายมันเทศไม่ได้จริงๆ นะจ๊ะ หนูไม่ได้โกหก”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปมึงไม่ต้องไปโรงเรียนอีกต่อไปแล้ว เรียนไปก็เปลืองเงิน” คนพูดยังตีไม่หยุดมือ

“พ่อจ๋า อย่าตีหนูเลย หนูเจ็บ” เด็กน้อยยกมือไหว้ปลกๆ ร้องไห้น้ำตาเปรอะเปื้อน

“ต่อจากนี้ไปมึงต้องออกมาทำงานหาเงิน”

“หนูอยากเรียนต่อ พ่อให้หนูเรียนเถอะนะจ๊ะ” เด็กน้อยเอ่ยขอร้องเสียงสั่น ร้องไห้จนน้ำตาไหลพรากอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง ปวดแสบปวดร้อนไปหมดที่โดนไม้เรียวหวดลงมาบนสะโพกไม่ยั้งแรง

“กูไม่ให้มึงเรียนแล้ว หูแตกหรือไงวะ ไปทำงานไป” นายพันผลักร่างบุตรสาวจนหงายหลัง ไล่ให้ไปทำงาน ไล่ตีไม่ยั้งหากอีกฝ่ายดื้อ

พลับพลึงทำงานมือไม้สั่นเทา แอบคิดถึงมารดาจับใจ ตั้งแต่จำความได้เธอก็ไม่เคยเห็นหน้ามารดามาก่อน มีแต่ป้าลำไยเพื่อนของมารดาเล่าให้ฟังเท่านั้นว่ามารดาเป็นคนใจดี

“พ่อเอ็งนี่มันใจร้ายจริงๆ ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ เมื่อก่อนมันรักเอ็งมากนะ” ลำไยพูดกับเด็กน้อยที่เอ็นดูเหมือนลูกหลานเพราะท่านไม่มีครอบครัวและเคยเป็นเพื่อนจินดามารดาของพลับพลึงมาก่อน

“พ่อเคยรักหนูด้วยเหรอจ๊ะ” พลับพลึงเอ่ยถามเสียงเศร้า พลับพลึงไม่เข้าใจว่าความรักจากบิดาเป็นเช่นไร เธอไม่เคยสัมผัสสิ่งที่เรียกว่าความรักจากท่านเลย

“กินอะไรหรือยัง ป้าทำข้าวเหนียวหมูทอดเหลืออยู่อีกนิดมากินสิ” ลำไยเปลี่ยนเรื่อง นึกสงสารปนเวทนาเด็กน้อยจับใจ

“กินได้จริงๆ เหรอจ๊ะ” เด็กน้อยเอ่ยถามกลืนน้ำลายด้วยความหิว

“กินได้สิ เอ็งก็เหมือนลูกหลาน ไม่มีข้าวกินมากินบ้านป้าได้เลยไม่ต้องเกรงใจ” ลำไยตักข้าวเหนียวหมูทอดให้เด็กน้อยหน้าตามอมแมม เสื้อผ้าก็เก่าๆ ขาดๆ ถ้าเธอพอช่วยอะไรได้ก็จะช่วยเพราะสงสาร พลับพลึงยกมือไหว้ป้าลำไยก่อนจะกินข้าวเหนียวหมูทอดด้วยความหิว ลำไยเห็นแล้วเศร้าใจในชะตาชีวิตของเด็กน้อย มือคล้ำๆ ลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ

“แล้วนี่เอ็งจะไปไหนล่ะ” ลำไยเอ่ยถาม มองเด็กน้อยที่กินด้วยความหิวอย่างเอ็นดู

“ไปดายหญ้าจ้ะ มีคนจ้างหนู” ประโยคของเด็กน้อยทำให้ลำไยของขึ้น นึกโกรธไปถึงบิดาของเด็กน้อย

“พ่อเอ็งไม่ทำงานรึไง เอาแต่ใช้เอ็ง แล้วนี่ไม่ไปโรงเรียนแล้วเหรอพลับพลึง”

“พ่อไม่ให้เรียนแล้วจ้ะ” เด็กน้อยหยุดกินเพราะเริ่มกลืนไม่ลง น้ำตาซึมด้วยความเศร้า อยากเรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่บิดาไม่ให้เรียน

“ไอ้พันนี่มันยังไงกัน ลูกเต้าก็ไม่ให้เรียน บ้าบอคอแตกที่สุด” ลำไยด่ายาวเหยียดด้วยความโมโห

“หนูต้องไปทำงานแล้วนะจ๊ะป้า เดี๋ยวไปสายเขาจะจ้างคนอื่น”

“เอาขนมนี่ไปกินรองท้องนะ” ลำไยหยิบขนมกล้วยยัดใส่มือเด็กน้อย

“ขอบคุณป้ามากเลยนะจ๊ะ” พลับพลึงยกมือไหว้อย่างดีใจ ซาบซึ้งในบุญคุณของท่านเหลือล้น ลำไยมองตามร่างเล็กไปด้วยความเวทนา ท่านเองก็หาเช้ากินค่ำ ขายของได้บ้างไม่ได้บ้าง กำไรน้อยนิดอยากจะช่วยให้มากกว่านี้แต่ไม่มีปัญญาเลยช่วยเท่าที่ช่วยได้เท่านั้น

พลับพลึงคอยรับจ้างทำงานเท่าที่จะทำได้เพื่อหาเงินมาให้บิดา ผู้ใหญ่คนไหนใจดีก็จ้างเธอ แต่คนไหนเห็นว่าจะเอาเปรียบได้ก็เอาเปรียบ เด็กน้อยตัวเล็กๆ เที่ยวของานทำไปเรื่อยๆ มือน้อยๆ หยาบกร้านเพราะต้องทำงานทุกวัน แทบไม่ได้หยุดพักแม้แต่วันเดียว

เด็กน้อยแอบเดินลัดเลาะไปที่โรงเรียนด้วยเท้าเปล่าๆ มองเด็กคนอื่นๆ ที่กำลังเรียนหนังสือแล้วร้องไห้เบาๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงลานโล่ง เสียงสะอื้นนั้นทำให้ครูใหญ่ที่เดินสำรวจอยู่บริเวณโรงเรียนได้ยินเข้า

“อ้าว... พลับพลึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ทำไม” ครูใหญ่เอ่ยถามด้วยความสงสาร เด็กในโรงเรียนนั้นมีไม่กี่คน จึงทำให้ครูใหญ่จึงจำชื่อเด็กทุกคนได้

“คือหนู...” พลับพลึงเงยหน้าขึ้นมองครูใหญ่น้ำตานอง ก่อนจะสะอื้นฮักๆ

“เป็นอะไรบอกครูมาซิ แล้วทำไมไม่มาเรียนเหมือนคนอื่นเขา” ครูใหญ่เอ่ยถามพลางลูบศีรษะไปมา พลับพลึงยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก มืออุ่นๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความเมตตาปรานี

“เอาเช็ดน้ำตาซะ” ครูใหญ่สุภาพหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าส่งให้เด็กน้อย เธอรับไปซับน้ำตาที่ใบหน้าก่อนจะพูดเสียงสะอึกสะอื้น

“พ่อไม่ให้พลับพลึงเรียนหนังสืออีกแล้ว ฮึกๆ ฮือๆๆ” เด็กน้อยพูดไปร้องไห้ไป ครูใหญ่เห็นแล้วสะท้อนใจ

“เดี๋ยวครูจะไปคุยกับพ่อของเธอเอง” ครูใหญ่สุภาพมองเด็กน้อยด้วยแววตาสงสารจับใจ คิดว่าควรต้องไปคุยกันให้รู้เรื่อง

“พ่อจะตีหนูอีกไหมคะ” คนที่โดนพ่อตีบ่อยๆ เริ่มหวาดกลัว

“เดี๋ยวครูให้พูดเอง เชื่อครูสิ” ครูใหญ่ลูบศีรษะเด็กน้อยเพื่อปลอบประโลม

“จริงๆ เหรอคะ” พลับพลึงเอ่ยถาม สีหน้ามีความหวัง

“จริงสิ” น้ำเสียงปรานีเอื้อเอ็นดูของครูใหญ่ทำให้เด็กน้อยยิ้มออก

“เลิกเรียนแล้ว งั้นเดี๋ยวเราไปกันเลยนะ”

“ค่ะ” มือแสนอบอุ่นของครูใหญ่จับมือเล็กๆ พาเดินไปยังบ้านของเด็กน้อยซึ่งอยู่ห่างออกไปจากโรงเรียนหลายกิโลเมตร

ครูใหญ่สุภาพจูงมือเด็กน้อยเดินมาตามทางทุรกันดารของหมู่บ้าน พอมาถึงบ้านไม้หลังเก่าๆ โทรมๆ เขาก็เห็นว่าบิดาของเด็กน้อยกำลังนั่งดื่มเหล้าอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะขาม

“นายพัน” ครูใหญ่เอ่ยเรียกเสียงหนัก พันวางจอกเหล้ามือสั่นก่อนจะยกมือขึ้นท่วมหัว เหลือบมองบุตรสาวที่ยืนหลบอยู่ทางด้านหลังของครูใหญ่ด้วยสายตาไม่ชอบใจนัก คิดว่าบุตรสาวคงไปฟ้องอะไรครูใหญ่เป็นแน่ อีกฝ่ายเลยมาถึงบ้านเช่นนี้

อ่านต่อ

สารบัญ พลับพลึงเหมราช

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ตลอดเวลาห้าปีที่ฉินเฉี่ยนยอมเป็นเพียงผู้หญิงในเงาของลู่ซีซิงสิ้นสุดลงทันทีเมื่อเขาตัดสินใจหมั้นกับหญิงอื่น เธอเลือกที่จะหันหลังและเดินจากไปอย่างไม่ลังเล ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาเพิ่งรู้ตัวและออกตามล่าหาตัวเธออย่างบ้าคลั่งนานถึงเจ็ดวัน แต่เมื่อได้พบกันอีกครั้ง เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่เพียบพร้อมและมีชายอื่นอยู่เคียงข้างกายแล้ว ลู่ซีซิงที่หัวใจแตกสลายพยายามทำทุกวิถีทางเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและหวังให้เธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มที่เย็นชาและความห่างเหิน แม้เขาจะพยายามรั้งเธอไว้ด้วยรักที่เพิ่งตื่นขึ้นในวันที่สายเกินไป
ภาพปกนิยายเรื่อง Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อเป้าหมายเดียวในชีวิตคือการครอบครองชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ หญิงสาวจึงต้องเตรียมใจยอมรับบททดสอบสุดหิน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่อบอวลไปด้วยความร้อนแรงและดุดันจากเขา เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฝึกฝนความอดทนเพื่อรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะปรนเปรอให้ในทุกค่ำคืน หากเธอเลือกแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่หัวใจต้องการ เธอก็ต้องเข้มแข็งและแกร่งพอที่จะต้านทานความปรารถนาอันล้นเหลือของเขา เพื่อให้ได้เป็นเจ้าของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพปกนิยายเรื่อง นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
เมื่อยมทูตส่งตัว 'ฟ้ารดา' ข้ามมิติเวลามาสู่กรุงอโยธยาอย่างไร้หนทางกลับบ้าน เธอจึงต้องยอมรับโชคชะตาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นแรงอีกครั้งเมื่อได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำ แผนการพิชิตใจชายหนุ่มผู้แสนเคร่งขรึมจึงเปิดฉากขึ้นทันที แม้หนทางรักครั้งนี้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องเผชิญกับอุปสรรคชิ้นใหญ่จากครอบครัวที่ไม่ยอมปล่อยให้เธอออกเรือนง่ายๆ แม่หญิงหลงยุคผู้มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมคนนี้จะสามารถใช้เสน่ห์เฉพาะตัวสั่นคลอนหัวใจของนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักได้สำเร็จหรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวชวนลึกคึกคัก
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยายเรื่อง จอมใจอสูร
8.5
เมื่ออัครามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่าเข้ามาในชีวิต เขาจึงเอ่ยปากขับไสและดูแคลนรวิษาอย่างไม่ใยดี ทว่าพอหญิงสาวเลือกที่จะเงียบเพื่อพาตัวเองหลบหนีจากความเจ็บปวด ชายหนุ่มกลับเปลี่ยนใจใช้กำลังเหนี่ยวรั้งเธอไว้พร้อมพูดจาเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้รวิษาจะพยายามยกเรื่องคนรักใหม่ของเขาขึ้นมาอ้างเพื่อขออิสรภาพ แต่อัคราก็ไม่นำพา เขาสบโอกาสในตอนที่ไม่มีใครอยู่ฉุดกระชากเธอไปยังเตียงนอนเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน บังคับจูบอย่างเร่าร้อนรุนแรงโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่ทำได้เพียงดิ้นรนในอ้อมแขนอันแน่นหนาภายในห้องที่ปิดตาย
ภาพปกนิยายเรื่อง กุหลาบสีน้ำเงิน[ An impossible love ]
9.5
เบล นักศึกษาผู้มีความฝันอยากเป็นดีไซเนอร์ ตัดสินใจเข้ามาทำงานพิเศษในคฤหาสน์สุดหรูเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ทว่าชีวิตของเธอกลับต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อบังเอิญไปล่วงรู้ความลับอันร้อนแรงของคุณแป้งผู้เป็นภรรยาของเจ้าของบ้าน เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ชักนำให้เธอต้องก้าวเข้าสู่วังวนแห่งอำนาจของ กลาง ชายหนุ่มผู้ถือไพ่เหนือกว่าและกุมชะตาชีวิตของเธอเอาไว้ แม้ว่าเบลจะพยายามต่อสู้ขัดขืนเพื่อทวงคืนอิสรภาพและปฏิเสธการเป็นเพียงของเล่นของเขามากแค่ไหน แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลและพันธนาการที่เขาจงใจสร้างขึ้นได้ จนต้องยอมจำนนต่อความต้องการของเขาบนเตียงในที่สุด
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์