APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หมอปีศาจพันหน้า

หมอปีศาจพันหน้า

ภายใต้หน้ากาก ‘หมอปีศาจพันหน้า’ ผู้มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศจนสามารถกำหนดความเป็นความตายของผู้คนได้ แท้จริงแล้วคือหลินจื่อเยว่ หญิงสาวจากต่างมิติที่เข้ามาเป็นศิษย์เอกของหุบเขาเทวะ แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อนางเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนที่เมามายกับชายหนุ่มปริศนาผู้มีรูปโฉมงดงาม แม้จะไม่รู้เลยว่าบิดาของเด็กในท้องคือใคร แต่นางก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะปกป้องและเลี้ยงดูทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเกิดจากความพลั้งเผลอนี้ให้เติบโตอย่างมั่นคง ท่ามกลางมรสุมความขัดแย้งและความลับมากมายที่รอคอยนางอยู่ในยุทธภพอันแสนวุ่นวาย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ภายในห้องทดลองขนาดใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้ทำการทดลองและวิจัยยาตัวหนึ่ง การวิจัยและการทดลองกำลังเดินทางมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งหมายถึงเป็นการจบหน้าที่ที่พวกเขากรำกันมาแรมปีแล้ว

“เยว่เจี่ย ไปพักก่อนเถอะ พี่อยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วนะ เดี๋ยวฉันดูให้เอง” หญิงสาวหน้าตาน่ารักในชุดกาวน์สีขาวเดินเข้ามาบอกกับผู้ที่เป็นหัวหน้า และเป็นเสมือนพี่สาวเธออีกคน

หลินจื่อเยว่ผละสายตาออกจากชาร์ตการทดลองหันไปมองเด็กสาวแล้วคลี่ยิ้มบางออกมาให้หนึ่งสาย

“อาซิน แล้วเธอกินข้าวแล้วเหรอ ถึงจะมาสลับกับพี่”

“กินแล้วสิ ฉันน่ะไม่ยอมหิ้วท้องรอหรอกนะ”

ซินเหลียนถือวิสาสะแย่งแผ่นชาร์ตในมือมา พร้อมกับใช้สองมือดันหลังหลินจื่อเยว่ให้ออกจากห้องทดลองไปพักผ่อน ทว่ายังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ขยับไปทางไหน พลันเสียงที่คล้ายกับกระแสไฟฟ้าชอร์ตก็ดังขึ้น เรียกสายตาของสองสาวให้หันไปมองทางเดียวกัน ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียงระเบิดก็ดังขึ้น

ตู้ม!!!!

แรงระเบิดรุนแรงจนพังครืนไปทั้งชั้น กลุ่มควันที่ขาวพวยพุ่งออกมาเป็นที่น่าตระหนกของประชาชนในเมืองเป็นอย่างมาก

นัยน์ตาคู่สวยของหลินจื่อเยว่เบิกโพลงมองเห็นประกายไฟที่พวยพุ่งออกมา พร้อมกับร่างเธอที่ค่อย ๆ กระเด็นออกไปจากแรงอัดของระเบิด ก่อนที่ภาพทุกอย่างในครรลองสายตาจะกลายเป็นสีดำมืดสนิทไปเสีย พร้อมกับสติของเธอที่ค่อย ๆ ดับลง...

หุบเขาเทวะ

เท้าเรียวเล็กค่อย ๆ ย่องออกจากเรือนไม้ช้า ๆ เหยียบย่างไปบนพื้นไม้ด้วยความเบาหวิว ทว่าขณะที่กำลังย่างเหยียบไปอีกก้าวก็พลันชะงักค้างเอาไว้ พลางหันไปมองด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกขึ้น

“น้องสิบ นั่นเจ้าจะไปที่ใดกัน เหตุใดต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้” บุรุษในอาภรณ์สีขาวสะอาดนามว่า ‘เจินเฉียง’ เอ่ยขึ้น

“ศิษย์พี่ห้า~ ศิษย์พี่อย่าเสียงดังไปสิเจ้าคะ เดี๋ยวศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้ยินเข้าพอดี”

“แล้วเหตุใดต้องกลัวศิษย์พี่ใหญ่รู้ด้วยเล่า เจ้าเด็กคนนี้แปลกคนจริง” เจินเฉียงส่ายหน้าน้อย ๆ เมื่อไม่เข้าใจในปฏิกิริยาของศิษย์น้อง ซึ่งเป็นสตรีเพียงคนเดียวในบรรดาศิษย์ทั้งหมด

“แหะ ข้าสัญญากับศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้ว่า ห้าวันนี้ข้าจะมิออกไปข้างนอก เป็นตายเช่นไรก็จะไม่ออกไป แต่ศิษย์พี่ห้าท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ จะมีชาวบ้านอีกกี่สิบคนที่กำลังป่วยรอการรักษา ศิษย์พี่ห้าก็รู้ว่าชาวบ้านหลายคนมิได้มีเงินมากมายพอจะซื้อยา หวังพึ่งหมอเช่นเราเข้าช่วยเหลือ หากหนึ่งวันมีคนป่วยสามคน ห้าวันจะมิกลายเป็นสิบห้าคนเลยหรือ”

หญิงสาวพยายามงัดทุกอย่างหวังจะโน้มน้าวใจศิษย์พี่ห้าของนาง สุดท้ายก็ใช้จังหวะที่เจินเฉียงครุ่นคิดตามวิ่งออกไปจากเรือนอย่างรวดเร็ว

“น้องสิบ เจ้า...” เจินเฉียงกว่าจะรู้ตัว น้องสิบของเขาก็วิ่งออกนอกสำนักไปแล้ว

หลินจื่อเยว่เมื่อวิ่งพ้นออกมาจากประตูใหญ่ก็หันไปมองด้านหลัง สำนักหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะ เป็นบ้านหลังแรกของนางเลยก็ว่าได้ นางคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะเดินลงเขาไปเรื่อย ๆ หมายจะใช้โอกาสนี้ท่องยุทธภพไปเรื่อย ๆ และใช้วิชาความรู้ด้านการแพทย์และยาสมุนไพรที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์มาใช้รักษาคนไข้ โดยไม่รู้เลยว่าครั้งนี้นางจะมิอาจหวนคืนสำนักหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะได้อีกแล้ว

‘สวีไห่’ ศิษย์คนโตของสำนักในอาภรณ์ขาวสะอาดยืนมองร่างเล็กเดินออกไปช้า ๆ จนลับตาก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา

‘สวรรค์ลิขิต ทุกชีวิตมิอาจฝืนชะตา จนกว่าเราจะได้พบกันใหม่’

สวีไห่ยกมือซ้ายขึ้นไพล่ด้านหลังแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไปเงียบ ๆ รู้ดีว่าที่หลินจื่อเยว่ให้คำมั่น นางมิอาจกระทำได้ เพราะตั้งแต่เรียนรู้จนจบครบทุกตำราศาสตร์หมอเทวดาแล้ว หลินจื่อเยว่ก็มีความมุ่งหมายที่แรงกล้าในการช่วยเหลือชาวบ้านให้หายจากอาการป่วยไข้

หลินจื่อเยว่จำความได้นางก็เป็นศิษย์น้องสิบของสำนักหมอเทวดาแห่งนี้แล้ว มีพี่ชายทั้งเก้าคนและท่านอาจารย์คอยเลี้ยงดูและดูแลมาเป็นอย่างดี เมื่อเติบโตขึ้นศิษย์พี่ใหญ่ก็คอยสอนหนังสือให้นาง รวมถึงท่านอาจารย์ก็ถ่ายทอดวิชาการแพทย์

หญิงสาวฝึกฝนทุกด้านจนแตกฉาน รวมไปถึงการฝึกยุทธ์ เพียงไม่กี่ขวบปีจากเด็กน้อยก็กลายเป็นสาวน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา คอยตามท่านอาจารย์ไปรักษาคนไข้ จนสิบปีให้หลังท่านอาจารย์ของนางก็มิได้ลงจากเขาอีกเลย ด้วยเพราะชราวัยมากขึ้นนั้นเอง

แม้นจะมีวรยุทธ์ กระนั้นหลินจื่อเยว่ไม่เคยคิดใช้มันเลย นางเดินลงเขาไปเรื่อย ๆ เหมือนเช่นทุกครั้งที่ออกมา ทว่าวันนี้กลับมีบางอย่างแปลกไป นางสัมผัสได้ว่าป่าในวันนี้เงียบผิดปกติ สายตาคู่สวยหันมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังชมนกชมไม้ และเพราะถูกฝึกมาอย่างดี นางจึงได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินอยู่อีกด้าน ราวกับเสียงเท้านั้นเดินขนาบไปกับนาง มือเรียวกระชับถุงผ้าที่คล้องติดตัวมาไว้ เดินไปตามเส้นทางโดยไม่เผยพิรุธใดทั้งสิ้น

กระทั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนเดินออกมาล้อมหน้าล้อมหลังนางเอาไว้ หลินจื่อเยว่พยายามหาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนไปให้

“พี่ชาย มีผู้ใดเจ็บป่วยหรือถึงได้มาดักเจอข้าเช่นนี้” หญิงสาวทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไป

นางอาศัยขนาดตัวที่เล็กกว่า ใช้ปลายเท้าเตะเศษใบไม้ไปตรงหน้าแล้ววิ่งฝ่าพวกมันออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สนทิศทางเช่นกัน โดยที่กลุ่มโจรป่าทั้งห้าคนวิ่งตามมาติด ๆ นางได้แต่คิดในใจว่า หากนางมิดื้อรั้น ทำตามที่ตกลงกับศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้ตั้งแต่ทีแรก นางก็คงไม่ต้องมาเผชิญเรื่องราวเช่นนี้

หลินจื่อเยว่วิ่งหนีจนกระทั่งมาถึงทางตัน ด้วยเบื้องหน้าเป็นหุบเหวสูง นางยั้งฝีเท้าเอาไว้แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรป่าที่เมื่อพวกมันเห็นนางจนมุมก็ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาช้า ๆ

“แม่นาง จะวิ่งหนีให้เหนื่อยไปไย พวกข้าเพียงต้องการข้าวของมีราคาในตัวท่านเท่านั้น” หนึ่งในโจรป่าเอ่ยบอก

“ข้าไม่มีสิ่งของใดมีราคาอย่างที่พวกเจ้าต้องการหรอก ยะ...อย่าเข้ามานะ”

หากเป็นผู้อื่นคงยอมมอบทุกอย่างให้พวกโจรไปเพื่อรักษาชีวิตตน หากแต่หลินจื่อเยว่ได้เห็นแววตาของพวกมันแล้วย่อมรู้ว่า สิ่งที่พวกมันต้องการมิได้มีเพียงข้าวของมีราคาเท่านั้น ก็นะ นางเองก็ถือได้ว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่งนี่นา

ในขณะที่กลุ่มโจรเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ หลินจื่อเยว่ซึ่งไร้หนทางให้หนีแล้ว สุดท้ายนางจึงตัดสินใจกระโดดลงไปจากหน้าผาสูงชันลงสู่หุบเหวเบื้องล่างที่มิรู้ว่าด้านล่างนั้นมีสิ่งใดอยู่

‘ท่านอาจารย์ ศิษย์เนรคุณ อยู่ทดแทนบุญคุณท่านอาจารย์มิได้แล้ว โปรดให้อภัยศิษย์ดื้อคนนี้ด้วย ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าขอโทษที่ผิดสัญญาต่อท่าน หากมีโอกาสชาติหน้าข้าจะตามหาท่าน ให้ท่านได้ลงโทษที่ข้าดื้อรั้น มิฟังคำ’

หลินจื่อเยว่รำพึงในใจถึงอาจารย์ ผู้เปรียบดั่งบิดา และศิษย์พี่ใหญ่ผู้เปรียบดั่งพี่ชายคนโต ก่อนที่ดวงตากลมโตค่อย ๆ หลับลงช้า ๆ ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาปลิวไปกับสายลม

ร่างบางกระแทกเข้ากับกิ่งก้านของต้นไม้กิ่งแล้วกิ่งเล่ากระทั่งตกลงบนพื้นดินข้างล่าง ลมหายใจสุดท้ายหมดลงพร้อมกับร่างโปร่งแสงที่ออกมายืนมองร่างตัวเองซึ่งสิ้นลมหายใจไปแล้วด้วยความเสียใจ มิได้เสียใจที่หมดลม หากแต่เสียใจที่ยังมิได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ก็เท่านั้น

“ลาก่อน”

เสียงหวานเอ่ยบอกลาก่อนที่ร่างโปร่งแสงจะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงความเงียบที่โอบล้อมไปทั่วบริเวณ ไร้คนเหลียวแลร่างไร้ลมหายใจนี้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ในคืนที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ ลิซ่าถูกพี่ชายและสามีทอดทิ้งอย่างไม่ไยดีเพื่อไปช่วยอลิซ จนทำให้เธอต้องประสบอุบัติเหตุขาหัก ซ้ำร้ายอลิซยังกุเรื่องใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอท่ามกลางกระแสน้ำ ส่งผลให้ชายทั้งสองโกรธแค้นจนขาดสติ พวกเขาลงทัณฑ์ลิซ่าอย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนบาดแผลที่ขาเพื่อสั่งสอนให้เข็ดจำ เหตุการณ์นี้ทำให้ลิซ่าได้ตระหนักถึงโฉมหน้าอันโหดเหี้ยมและเย็นชาของคนที่เธอเคยรักอย่างหมดใจ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตาย เธอจึงตั้งมั่นว่าจะต้องหลบหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
จากคุณหนูผู้สูงศักดิ์สู่คนบาปที่ถูกตราหน้าว่าขายชาติ ซูเฉิงอิ้งต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถด้วยน้ำมือของน้องสาวร่วมสายเลือดและชายคนรักที่หักหลังอย่างเลือดเย็น ทว่าสวรรค์ยังเมตตาให้โอกาสนางได้หวนคืนสู่อดีตอีกครั้งพร้อมเพลิงแค้นที่สุมอก ในชาตินี้นางจึงคว้าดาบขึ้นมาเพื่อสะสางบัญชีแค้นและกอบกู้เกียรติยศของตระกูลซูที่ถูกทำลายลงในคืนเดียว นางสาบานว่าจะต้องกระชากหน้ากากคนโฉดและกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก แต่แผนการทวงคืนความยุติธรรมกลับต้องสั่นคลอน เมื่อตงฟางไป๋เยว่ก้าวเข้ามาปั่นป่วนหัวใจจนยากจะเกินต้านทาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ซีรีส์รอยรักกลางเพลิงแค้น
8.5
เมื่อการแต่งงานที่ถูกยัดเยียดท่ามกลางสงครามมาเฟีย บีบให้เธอต้องตัดสินใจหลบหนีเพื่อทวงคืนเสรีภาพ ทว่าในเส้นทางอันตรายที่ไร้ทางออก มีเพียงทายาทมาเฟียผู้ไร้ความปรานีคนนี้เท่านั้นที่ยอมเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อคุ้มครองเธอ จากความเกลียดชังและไฟแค้นของสองตระกูลที่กำลังปะทุ ความผูกพันอันลึกซึ้งกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางอันตรายรอบด้าน อ้อมอกของชายหนุ่มผู้เย็นชากลายเป็นเพียงเซฟโซนเดียวที่มอบความอบอุ่นให้แก่เธอ ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักที่ต้องแลกมาด้วยเลือดและคราบน้ำตา
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายพิการผู้นั้นที่ใครไม่เห็นค่านางจะเป็นภรรยาของเขาเอง
9.7
เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ไป่จวิ้น ทหารยศน้อยต้องเดินทางกลับบ้านเกิดด้วยสภาพร่างกายที่พิการจนเดินลำบาก แม้เขาจะมีเงินรางวัลติดตัวกลับมา แต่ก็ยังถูกหญิงสาวมากหน้าหลายตาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ทว่า จางอวี๋จิง ลูกสาวชาวนาผู้ยากจนกลับยินดีที่จะแต่งงานกับเขา ในช่วงแรกไป่จวิ้นเฝ้าระแวงว่านางยอมแต่งงานด้วยเพียงเพราะหวังในทรัพย์สินเงินทองของเขาเท่านั้น แต่ความใส่ใจอย่างจริงใจและจิตใจอันแสนอ่อนโยนของนาง ก็ค่อยๆ ละลายความคลางแคลงใจและทลายกำแพงในใจของเขาลงได้ในที่สุด จนแปรเปลี่ยนเป็นความรักและความผูกพันอันลึกซึ้ง โดยที่นางได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะขอทำหน้าที่เป็นแขนขาคอยดูแลสามีที่ดีคนนี้ไปตลอดชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารกลับชาติมาเกิดใหม่เป็นเจ้าหญิงแห่งแดนเหมันต์นามว่าเป่ยฟางหรง เทพอัคคีหลี่จิ้งจึงได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในการชี้แนะและขัดเกลาจิตใจของนางเพื่อป้องกันไม่ให้ก้าวเข้าสู่หนทางแห่งความชั่วร้าย ทั้งสองได้พากันลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญหน้ากับด่านเคราะห์กรรมต่างๆ ร่วมกัน ซึ่งช่วยถักทอความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในฐานะศิษย์และอาจารย์ แต่ทว่าโชคชะตาลิขิตกลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เมื่อสัญชาตญาณมารในตัวของเป่ยฟางหรงไม่สามารถลบล้างออกไปได้ เหตุการณ์นี้บีบบังคับให้หลี่จิ้งต้องเผชิญหน้ากับทางเลือกอันแสนทรมาน และต้องลงมือปลิดชีพศิษย์รักเพียงคนเดียวของเขาด้วยน้ำมือตัวเองในตอนจบลงด้วยมือตน
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณนายสี่ของ ท่านแม่ทัพใหญ่
9.7
เกาเหมียวหรง บุตรสาวของนายอำเภอเกาเซิง ต้องเผชิญมรสุมชีวิตแสนรันทดหลังจากมารดาผู้เป็นภรรยาเอกด่วนจากไป ซ้ำร้ายยังถูกบิดาแท้ๆ ละเลยและวางแผนบังคับให้แต่งงานกับพ่อค้าเกวียนเร่สู่วัยชราผู้เดินทางค้าขายแถบทุ่งหญ้า เพื่อหลีกหนีจากชะตากรรมอันโหดร้ายที่ไม่ปรารถนาและเลี่ยงการตกเป็นภรรยาของชายคราวพ่อ หญิงสาวจึงตัดสินใจเลือกเส้นทางเดินชีวิตใหม่ด้วยการเดิมพันครั้งสำคัญ ยอมพาตัวเองเข้าสู่จวนของท่านแม่ทัพหนานอ๋องผู้มีอำนาจล้นฟ้าในฐานะอนุภรรยาคนที่สี่เพื่อปกป้องตน