APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้านแพรลับของคุณหนูสาม

ร้านแพรลับของคุณหนูสาม

เมื่อวิญญาณของเว่ยหย่งฮวา อดีตดาราดังผู้ล่วงลับ ได้เข้ามาสวมรอยเป็นคุณหนูสามแห่งจวนเสนาบดียุคโบราณ เธอจึงปฏิวัติวงการด้วยการเปิดร้านแพรลับ นำเสนอแฟชั่นสุดล้ำจนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้า ทว่าความปังครั้งนี้กลับนำพาอุปสรรคมาไม่หยุดหย่อน ทั้งพวกขี้อิจฉาที่คอยขัดขวางและตัวปลอมที่หวังแอบอ้างผลงาน แถมเธอยังต้องปวดหัวกับน้องชายตัวแสบที่ขยันก่อเรื่องไม่เว้นวัน ควบคู่ไปกับการรับมือยอดบัณฑิตแห่งต้าซานที่เข้ามาตามขายขนมจีบอย่างไม่ลดละ อดีตนักแสดงสาวจึงต้องขุดทุกกลเม็ดและไหวพริบออกมารับมือ เพื่อปกป้องธุรกิจและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลกใบใหม่นี้ให้สำเร็จ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

"อิงอิง อยู่หรือเปล่า?"

เว่ยหย่งฮวาไขกุญแจร้านเล็ก ๆ ของเธอเข้ามาด้านในก็ไม่พบเปิดไฟอยู่ ถึงเธอจะไม่ได้บอกลูกพี่ลูกน้องคนนั้นก่อนว่าจะมาหา แต่ระยะเวลาไม่กี่นาทีจะปิดร้านได้เร็วขนาดนี้เชียว

เว่ยหย่งฮวาเดินหาไปทั่วร้าน คิดว่าเธออาจจะแค่ไม่ได้เปิดไฟไว้เท่านั้นแต่ก็ไม่พบใครเลย ร้านเล็ก ๆ ของเธอแห่งนี้ ด้านบนทำเป็นห้องพักชั่วคราวเผื่อมีใครต้องค้างคืน วันนี้เธอตั้งใจจะค้างที่นี่จึงขึ้นไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสบาย ๆ ก่อนจะลงมาดูสินค้าเจ้าปัญหา

เสื้อและกางเกงเดนิมยังวางแล้วเก็บรักษาอยู่บนชั้นวางเหมือนเดิม หลังจากที่รื้อออกมาตรวจสภาพแล้วได้แต่ส่ายหน้า เวลานี้ดึกมาก ต่อให้ติดต่อโรงงานไปก็คงไม่มีใครตอบ

เว่ยหย่งฮวาตัดสินใจส่งอีเมลทิ้งไว้ หวังว่าพรุ่งนี้พนักงานของโรงงานนั้นจะติดต่อเธอกลับมาอย่างรวดเร็ว

"เปลี่ยนโรงงานผลิตดีไหมนะ"

ครึ่งปีมานี้นี่เป็นครั้งที่สองที่มีปัญหา แถมยังเป็นปัญหาที่ทำให้สินค้าใช้ไม่ได้สักตัวเลยด้วย เหมือนเอาของเหลือจากความผิดพลาดทั้งหมดส่งมาให้ เจ้าของแบรนด์อย่างเธอไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปแน่ ต่อให้เป็นแบรนด์เล็ก ๆ แต่นี่ก็เป็นความภาคภูมิใจ

เว่ยหย่งฮวาพยายามปรับอารมณ์ตัวเองให้ใจเย็นลง วันนี้เธอเจอเรื่องหนักมามากเกินไปแล้ว หากจะปล่อยให้อารมณ์โกรธค้างคาอยู่แบบนี้จะไม่ดีกับสุขภาพเธอด้วย

เว่ยหย่งฮวาต้องการกำลังใจจึงโทรศัพท์ไปหาแม่ แต่ยังไม่ทันที่เสียงรอสายจะดังเธอก็ตัดสายทิ้งก่อนเพราะกลัวจะรบกวน แม่ของเธออาจจะหลับไปแล้วก็ได้

"นี่มันวันแย่ ๆ อะไรกันเนี่ย รับไม่ได้จริงๆ" เธอเอนตัวนอนบนโซฟา วางแขนก่ายหน้าผาก ด้วยความเหนื่อยล้าจึงเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น

ค่ำคืนที่มืดสนิททุกคนรู้ว่าอันตรายสามารถย่างกลายเข้ามาได้เสมอ แต่ที่ผ่านมาสงบสุขมากจนอาจนึกไม่ถึงว่าจะถึงคราวตัวเองเข้าจนได้

ประตูกระจกที่ล็อคดีแล้วจากด้านใน มีม่านติดไว้ไม่ให้คนนอกมองเข้ามาเห็นว่าข้างในมีอะไรหรือมีใครอยู่หรือไม่ หากเคยมาสักครั้งก็จะรู้ว่ามันเป็นแค่ร้านขายเสื้อธรรมดา ห้องเล็ก ๆ ห้องเดียวไม่มีของมีค่าอะไร

หากไม่ใช่โจรโง่ ๆ ที่สุ่มหาบ้านปล้นไปเรื่อย ก็ต้องเป็นคนคุ้นเคยที่รู้ว่ามันมีของมีค่าอะไรในที่แห่งนี้ ที่ดูผิวเผินเป็นแค่ร้านขายเสื้อธรรมดาบ้าง

กุญแจร้านถูกหมุนบิดจนปลดล็อคได้จากด้านนอก ง่ายดายเสียจนไม่มีเสียงรบกวนออกมา แทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย

กระทั่งผู้บุกรุกก้าวเข้ามาจึงสังเกตได้ว่าบนพื้นมีรอยหยดน้ำ ซึ่งก่อนจะออกไปอิงอิงจำได้ว่าทำความสะอาดหมดแล้ว

หญิงสาวรู้สึกระแวงขึ้นมาทันที เธอคว้าเก้าอี้ที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาเป็นอาวุธก่อนจะย่องเข้าไปในร้านเมื่อมาถึงห้องด้านหลังถัดจากห้องน้ำมาก็พบว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งนอนหลับอยู่

"พี่ฮวาฮวา?" อิงอิงชะโงกหน้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าใช่จริง ๆ

เมื่อรู้ว่าเป็นคนคุ้นเคยเธอก็โล่งอก ตั้งใจจะหมุนตัวกลับไปปิดประตูร้าน ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นผู้บุกรุกเข้ามาที่ร้านจริง ๆ และชายผู้นั้นเหมือนจะรู้ตัวว่าเธอไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในในร้านเพียงคนเดียว

กรี๊ดดดดด

เสียงกรีดร้องหวีดแหลมดังจนปลุกคนที่นอนอยู่ให้ตื่นขึ้นมา เว่ยหย่งฮวาสะดุ้งตัวโยน หันมองตามทิศทางของเสียง จากแสงไฟถนนที่ลอดเข้ามาทำให้เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าได้ไม่ชัดเจน แต่เธอก็เห็นแล้วว่ามีคนสองคนอยู่ในห้องกับเธอทั้งที่เธอล็อคประตูไปแล้ว

หญิงสาวเจ้าของร้านก็กรีดร้องออกมาซ้ำสอง ตกใจทั้งผู้บุกรุกและอื่น ๆ เพราะมันเห็นว่ามีคนอยู่ในร้านมากกว่าหนึ่งก็รามือแล้วรีบวิ่งหนีออกไป

"อิงอิง! อิงอิงเหรอ!?" สองสาวเพิ่งมาหากัน กอดกันกลม ต่างคนต่างตัวสั่นเป็นลูกนก

"พี่ฮวาฮวา ฉันกลัวมากเลย วันนี้เข้ามาไม่นึกว่าพี่จะมาวันนี้ฉันนึกว่าเป็นโจร พอเห็นเป็นพี่ก็โล่งใจ แต่เจ้าคนนั้นน่ากลัวมากจริง ๆ ฉันรีบไปล็อคประตูก่อนนะ"

เธอกล่าวเร็ว ๆ รัว ๆ จนลิ้นพันกัน ก่อนจะรีบหันตัวออกไปปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว ชายผู้นั้นต้องเข้ามาพร้อมเธอแน่ ๆ

"พี่นึกว่าเธอกลับบ้านไปแล้ว แล้วนี่ย้อนกลับมาทำไม"

"ฉันไม่สบายใจเรื่องเสื้อของพี่รอบนี้เลย กลับไปคงนอนไม่หลับแน่ฉันก็เลยกลับมาใหม่"

"เธอแจ้งลงเว็บร้านแล้วเหรอว่าสินค้ารอบนี้มีปัญหา"

เว่ยหย่งฮวาเป็นคนบอกลูกพี่ลูกน้องคนนี้เองว่าให้แจ้งสถานการณ์ที่หน้าเว็บไซต์ของร้านด้วย ลูกค้าบางคนตั้งใจรอสินค้าข้ามเดือนเพื่อให้ได้ใช้แบรนด์ของเธอ ซึ่งเธอก็รักษามาตรฐานตัวเองตลอด ทำให้ลูกค้ายังเหนียวแน่น

คืนนั้นเธอนอนค้างกับอิงอิงที่ร้าน แต่เกิดความไม่สบายใจบางอย่างจนเธอหลับไม่ลง เว่ยหย่งฮวารู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี กว่าเธอจะข่มตาหลับได้ก็เกือบเช้า

ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าเช้าครั้งสุดท้ายของตัวเองจะมาถึงเมื่อไร เว่ยหย่งฮวาก็ไม่รู้เช่นกัน…

เช้าวันรุ่งขึ้น เว่ยหย่งฮวาก็ตื่นขึ้นมาในตอนสาย เธองัวเงียเปิดเข้าอีเมลว่าทางโรงงานติดต่อมาหรือยัง ซึ่งก็ตอบกลับมาจริงแล้วให้เธอถ่ายรูปส่งหลักฐานไป เว่ยหย่งฮวาไม่ลังเลที่จะส่งรูปที่ถ่ายตั้งแต่เมื่อคืนไป

เธอพบว่าอิงอิงตื่นนานแล้วและกำลังทำมื้อเช้าอยู่ในครัวเล็กๆ ของร้านที่มีประตูอีกบานปิดไว้กันกลิ่น

ป้าของเธอหรือก็คือแม่แท้ ๆ ของอิงอิง รับเธอไปดูแลตั้งแต่ยังเด็กหลังพ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ เว่ยหย่งฮวาไม่ค่อยมีความทรงจำเกี่ยวกับพ่อแม่หลงเหลือมากนัก แล้วก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับครอบครัวของป้านอกจากอิงอิง

ป้าเลี้ยงดูเธอด้วยมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ ไม่ได้เลี้ยงทิ้งขว้างแต่ก็ไม่ใส่ใจเท่าลูก ๆ ของตัวเอง ทำให้หญิงสาวค่อนข้างด้านชาทางความรู้สึกอยู่พอสมควร

อาจเป็นเหตุผลนี้ด้วยเช่นกันที่ทำให้ทีมงานในกองถ่ายไม่ชอบเท่าไร นอกจากตอนสวมบทเป็นตัวละครแล้ว เว่ยหย่งฮวาแสดงอารมณ์ค่อนข้างน่าเบื่อเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ รอบตัว

"อิงอิง พี่จะไปที่โรงงาน ฝากร้านให้เธอดูนะ"

"พี่เชื่อมือฉันได้เลย แต่ไม่ทานข้าวก่อนไปสักหน่อยล่ะ"

"พี่จะไปกินข้างนอกน่ะ อยากแก้งานให้เสร็จเร็วๆ"

"งั้นฉันใส่ตู้เย็นไว้ให้แล้วกัน"

เธอพยักหน้าให้อิงอิงผู้มีรอยยิ้มสดใสตลอดเวลา น้องสาวคนนี้เป็นความสดใสรอบตัวเธอที่ไม่มีใครเหมือน หญิงสาวยิ้มตอบผู้เป็นนอกก่อนออกไป

เว่ยหย่งฮวาเรียกแท็กซี่ไปส่งที่คอนโดแล้วจึงค่อยนำรถของตัวเองขับออกไป

ทั้งที่เป็นตอนกลางวันที่ไม่น่าจะมีอะไรบดบังทัศนวิสัยของคนขับได้มากเท่าตอนกลางคืน หรืออาจเป็นเพราะการอดหลับอดนอนเพื่อทำงานก็ไม่อาจรู้แน่ชัดในตอนนี้

แต่การที่รถบรรทุกจากเลนตรงข้ามพุ่งออกมาหลังสัญญาณไฟจราจรของฝั่งนั้นหมดลง เป็นอะไรที่เว่ยหย่งฮวาไม่ได้คาดคิดไว้

เธอไม่มีแม้เวลาจะกรีดร้องด้วยซ้ำ พาหนะหุ้มเหล็กถูกกระแทกจนตัวโครงสร้างยุบอย่างยับเยิน ทิวทัศน์เบื้องหน้าถูกย้อมไปด้วยเลือดของตัวเองที่ไหลลงมาจากศีรษะ ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าในที่สุด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
8.8
เมื่อโชคชะตาและพลังลึกลับนำพาให้ รุ้งราตรี ต้องมาใกล้ชิดกับ แดเนียล แวมไพร์หนุ่มผู้แสนเย็นชา ความรู้สึกหวั่นไหวที่ปนเปไปด้วยความกลัวแล่นพล่านในใจเธอตั้งแต่แรกสบตา แม้รอยจุมพิตเดียวจะทำให้เขาปักใจเชื่อมั่นว่าเธอคือเนื้อคู่แท้ที่เฝ้ารอคอยมาแสนนาน แต่เธอกลับพยายามหลบหนีและถอยห่างจากเขา ทว่าด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมก้าวเท้ากลับเข้าสู่คฤหาสน์อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้นอีกครั้ง เพื่อเผชิญหน้ากับความเสน่หาอันเร่าร้อนลึกซึ้งที่ยากจะต้านทาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
การเดินทางอันแสนเรียบง่ายของจางฟางซินกลับกลายเป็นฝันร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อรถม้าของเธอถูกกลุ่มคนลึกลับลอบโจมตีจนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ท่ามกลางบาดแผลฉกรรจ์และความทรมานเจียนตายที่ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพื่อหยิบมีดสั้นเล่มเดียวที่มีหวังจะใช้ปกป้องชีวิตตนเอง แต่แล้วเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าผู้ถือกระบี่อาบเลือดจ่อประชิดตัว กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดคละคลุ้งทำเอาเรี่ยวแรงของเธอสูญสิ้นไปจนหมดสิ้น ทว่าในความหวาดกลัวนั้น ใบหน้าของเพชฌฆาตหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฮูหยินใหญ่
9.7
อวิ๋นซือ บุตรสาวตระกูลขุนนางผู้เพียบพร้อม ถูกฟูมฟักมาอย่างดีเพื่อทำหน้าที่ภรรยาเอกที่ไร้ที่ติ นางเข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติตั้งแต่อายุสิบห้า ทว่าชีวิตในคฤหาสน์สามีกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อชายผู้เป็นสามีปันใจให้หญิงอื่นที่เป็นเพียงอนุภรรยาอย่างหมดหัวใจ ทำให้ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ที่ผู้คนต่างพากันอิจฉากลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่ไร้ค่า ในวัยสิบเจ็ดปี อวิ๋นซือจึงตัดสินใจละทิ้งเกียรติยศจอมปลอมเหล่านั้น นางเลือกสะบัดบ๊อบใส่ความสัมพันธ์ที่ไร้ใจ ถือหนังสือหย่าก้าวเดินออกจากจวนไปอย่างสง่างามและทระนงในศักดิ์ศรีของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง  เล่ห์นางโลม
9.3
เมื่อโชคชะตาไร้ทางเลือก หญิงสาวผู้หนึ่งจึงถูกบีบบังคับให้ต้องสวมหน้ากากเป็นสตรีไร้ยางอายในสายตาผู้คน แม้หัวใจส่วนลึกจะร้าวรานและโหยหาชีวิตอันขาวสะอาดเพียงใด แต่สังคมกลับไม่เคยเปิดโอกาสให้เธอได้เริ่มต้นใหม่เลยสักครั้ง ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและอำนาจแห่งเวทมนตร์ลี้ลับ เส้นทางรักครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์อันยิ่งใหญ่ว่า แม้แต่สตรีที่โลกต่างพากันรุมประณามและตราหน้าว่าต่ำต้อย ก็ยังมีหัวใจดวงหนึ่งที่รู้จักรัก ลึกซึ้ง และเจ็บปวดเป็นไม่ต่างจากคนทั่วไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ชินอ๋องปีศาจไร้ใจ
8.7
เขาเป็นชินอ๋องปีศาจ เข็นฆ่าผู้คนมานับแสน มองสตรีเป็นเพียงเหยื่อ หิวกระหายกลืนกินตลอดเวลา ส่วนนางชาติก่อนถูกฮ่องเต้มอบผ้าขาว มาชาตินี้กลับกลายเป็นของเล่นของชินอ๋องปีศาจชีวิตบัดสบให้ข้าเกิดใหม่ทำไม!! เสียงฝีเท้าหนักก้าวเข้ามาใกล้ราวกับปีศาจ... เสียงนั้นก้องกังวาน...ขณะที่ร่างบนเตียงทำได้เพียงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาอันแสนอ่อนล้าเลื่อนมองไปยังปลายเท้าของตนเอง ...มองดูบุรุษผู้นั้นก้าวขึ้นมายังตั่งเตียงอีกครั้ง... นางที่หมดเรี่ยวแรงแลอ่อนล้าเอ่ยวาจาประชดประชัน “ท่านคงเป็นปีศาจที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย... ...หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปข้าคงสิ้นลมคาอกท่านเป็นแน่” เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังหยัน “หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะฉุดเจ้าลงสู่นรกเอง” ฝ่ามือหนาเข้าบีบปลายคางของนางให้มองสบกับใบหน้าของอีกฝ่าย นัยน์ตาแดงก่ำประดุจปีศาจมองจ้องมายังนาง จากนั้นก็ดึงรั้งนางให้ลงสู่ห้วงอเวจีอีกครั้ง!!!
ภาพปกนิยายเรื่อง หญิงหม้ายบ้านสือ
9.3
เมื่อความปลอดภัยของลูกน้อยถูกคุกคามจากอดีตที่อาจหวนคืน สือจิ่วจึงต้องเผชิญกับความกังวลใจอย่างแสนสาหัส ทว่าในสถานการณ์นี้ ถานเจ๋อกลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับเฉิงหยางปิงอย่างไม่เกรงกลัว โดยเขาตัดสินใจออกเดินทางไกลเพื่อจัดการเรื่องนี้ พร้อมประกาศเจตจำนงอย่างหนักแน่นว่าจะขอทำหน้าที่ปกป้องครอบครัวนี้ด้วยตัวเอง ถานเจ๋อตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนทิศทางของชะตากรรมในนิยาย เล็งแย่งชิงบทบาทตัวเอกมาเป็นของตน เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำลายความสงบสุข และเพื่อให้สือจิ่วกับลูกได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของเขาตลอดไป