APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้านแพรลับของคุณหนูสาม

ร้านแพรลับของคุณหนูสาม

เมื่อวิญญาณของเว่ยหย่งฮวา อดีตดาราดังผู้ล่วงลับ ได้เข้ามาสวมรอยเป็นคุณหนูสามแห่งจวนเสนาบดียุคโบราณ เธอจึงปฏิวัติวงการด้วยการเปิดร้านแพรลับ นำเสนอแฟชั่นสุดล้ำจนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้า ทว่าความปังครั้งนี้กลับนำพาอุปสรรคมาไม่หยุดหย่อน ทั้งพวกขี้อิจฉาที่คอยขัดขวางและตัวปลอมที่หวังแอบอ้างผลงาน แถมเธอยังต้องปวดหัวกับน้องชายตัวแสบที่ขยันก่อเรื่องไม่เว้นวัน ควบคู่ไปกับการรับมือยอดบัณฑิตแห่งต้าซานที่เข้ามาตามขายขนมจีบอย่างไม่ลดละ อดีตนักแสดงสาวจึงต้องขุดทุกกลเม็ดและไหวพริบออกมารับมือ เพื่อปกป้องธุรกิจและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลกใบใหม่นี้ให้สำเร็จ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เรือนไม้แห่งหนึ่งเงียบสงัด แสงจากตะเกียงริบหรี่ลง ทุกคนล้วนมีสีหน้าโศกเศร้า ผู้เป็นพ่อแม่ยังไม่อยากเชื่อว่านี่จะเป็นความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนเย็นเมื่อวานกระทันหันเกินกว่าจะตั้งตัวได้ทัน

เสียงร้องไห้ของผู้เป็นแม่กรีดหัวใจคนฟังแทนไปแล้วว่านางเจ็บปวดเพียงใด คุณหนูสามบุตรสาวแท้ๆ เพียงคนเดียวของเสนาบดีเว่ยพลัดตกน้ำจนเสียชีวิต

สร้างความตกตะลึงให้คนทั้งจวนก่อนจะกลายเป็นความเศร้าในเวลาต่อมา ใบหน้าของนางถูกผ้าสีขาวปักลายละเมียดละไมคลุมไว้

หนิงชิงชิงน้ำตานองหน้า ปาดแล้วปาดอีกก็ยังไหลอยู่ นางสะอึกสะอื้นแทบไม่เป็นอันทำงาน จัดดอกไม้ขาวประดับรอบโลงแต่ละครั้งมือก็สั่น แต่นางก็ไม่ยอมให้คนอื่นทำแทน

"คุณหนูเจ้าขา เป็นเพราะชิงชิงดูแลคุณหนูไม่ดีเอง ขอให้คุณหนูไปอยู่ที่ชอบๆ นะเจ้าคะ"

เสียงรบกวนที่ดังแว่วเข้าหูนางมาได้ระหนึ่งรบกวนการนอนเป็นอย่างมากจนอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมา ทว่าตัวนางกลับไม่มีเรี่ยวแรงจะขยับเลย ถ้ารู้ว่าจะหมดแรงง่ายขนาดนี้ กินข้าวฝีมืออิงอิงก่อนออกมาก็คงดี

ผ้าคลุมหน้าสีขาวถูกลมหายใจเป่ารดจนกระพือขึ้นน้อยๆ คนกำลังเอ่ยลาส่งผู้ตายชะงักมือที่กำลังวางดอกไม้รอบโลงด้านใน

"คุณหนู…"

ความเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดผวาในทันที น้ำตานางเหือดแห้ง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ตอนนี้หนิงชิงชิงตัวสั่นเทิ้มยิ่งกว่าเดิม เอ่ยเสียงวิงวอน

"คะ คุณหนู หากข้าเคยทำอะไรให้ไม่พอใจก็ให้อภัยกันเถอะนะเจ้าคะ อย่ามาหลอกมาหลอนเลย บ่าว…บ่าวไม่ตั้งใจเจ้าค่ะ"

แล้วผ้าคลุมหน้าก็ถูกมือเล็กๆ นั่นกระชากออกเพราะหายใจไม่ถนัด เป็นหนิงชิงชิงที่กรีดร้องลั่นจวน คนพึ่งยันตัวเองขึ้นจากโลงมีอันต้องวิงเวียนซ้ำ

เสียงกรี๊ดของสาวน้อยตรงหน้านี้เรียกคนอื่นมามุงเธอกันหมด เว่ยหย่งฮวาอดรู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้

นี่มันเรื่องอะไรกัน

"ฮวาฮวา?"

"คะ?"

ทำไมคนพวกนี้รู้จักชื่อเล่นฉันล่ะ

"ฮวาฮวาฟื้นแล้วจริง ๆ ฮวาฮวา พวกเจ้ายืนนิ่งอยู่ทำไม ไปตามหมอมาเร็วสิ!" ชายผู้ดูอาวุโสที่สุดตะโกนเสียงดัง อารมณ์ดีใจตกใจปนกันมั่วไปหมด

สตรีวัยไล่เลี่ยกับเขาอีกคนเดินมาจับแขนนางก่อนจะไปจับที่อื่นเหมือนไม่แน่ใจว่านี่เป็นความจริงหรือไม่ ที่พื้นข้างประตูนั้นยังมีสาวน้อยอีกคนที่ใส่เสื้อผ้าสีสันจืดชืดร้องห่มร้องไห้ยกใหญ่

ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

เว่ยหย่งฮวาถูกพาออกมาจากโลงโดยที่ยังไม่สามารถประติดประต่ออะไรได้ ทุกคนดูวุ่นวายและแตกตื่นกันมาก จากที่ฟังพวกเขาคุยกันเหมือนว่าเธอจะพลัดตกน้ำแล้วถูกกระแสน้ำพัดไป กระทั่งหญิงสาวผู้นี้เสียชีวิต

เว่ยหย่งฮวาสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแต่เธอมั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าร่างที่เธอใช้อยู่ในปัจจุบันมีชื่อเหมือนกับตัวเธอเอง หลังจากนั่งมึนเบลออยู่ครู่ใหญ่คนที่น่าจะเป็นหมอก็มาตรวจอาการ

เพราะเธอไม่ใช่เจ้าของร่าง และไม่มีความทรงจำใดหลงเหลือให้ใช้อ้าง เว่ยหย่งฮวาหวั่นใจมากว่าเธอจะโดนไล่ออกไป อาการหวาดผวาของเธอแสดงออกมาผ่านทางร่างกาย

"คุณหนูเว่ยอย่าได้พะวงไป ข้าต้องการเพียงตรวจอาการเท่านั้น" หมอชราเอ่ยปลอบอย่างใจเย็น แต่ก็ไม่ช่วยให้เธอหายหวาดระแวง

นักแสดงสาวไม่แน่ใจว่าเธอจะสามารถกลับไปโลกเดิมได้ไหม สุดท้ายเธอแน่ใจว่าตัวเองตายไปแล้ว ร่างของเธอถูกอัดกระแทกอย่างแรง ต่อให้รอดไปเธอก็อาจจะพิการ เป็นภาระให้กับคนที่ยังอยู่อีก เช่นนั้นการไม่กลับไปหรือกลับไปไม่ได้เป็นการดีกว่า

ป้าไม่ได้สนใจเธอขนาดนั้นและไม่ได้มีความปรารถนาดีหรือรักเธอมากพอจะสละเวลามาดูแลเธอได้ นอกจากอิงอิงเธอก็คิดไม่ออกเลยว่าใครจะมาดูแลเธออีก หากเป็นเช่นนั้นไม่กลับไปเป็นภาระให้น้องสาวผู้นั้นคงจะดีกับเธอมากกว่า

แต่ว่าการอยู่ที่นี่นั้นจำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่น สถานะของเธอที่นี่ยิ่งกว่าตัวเปล่า หากพวกเขาจับได้ว่าเธอเป็นใครที่ไหนก็ไม่รู้ ทั้งพ่อและแม่หนูจะรักและเป็นห่วงลูกสาวคนนี้มาก เหมือนเธอจะมีพี่น้องแต่พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในเวลานี้

เช่นนั้นเว่ยหย่งฮวาก็ขอเสี่ยงดวง

"คะ คือข้า ข้าจำไม่ได้ พวกท่านเป็นใคร"

คำถามของนางทำให้ทั้งห้องเงียบลงสงัด ผู้เป็นพ่อถามท่านหมอเสียงวิตกกังวล

"ท่านหมอ อย่าบอกนะว่าลูกข้า…"

หมอชราถอนหายใจเฮือก "เกรงว่านางจะความจำเสื่อมนะท่านเสนาบดี"

"มีโอกาสจะกลับมาจำได้หรือไม่"

"เคยมีทั้งได้และไม่ได้เกิดขึ้นทั้ง สองกรณี พวกท่านก็ทำใจเผื่อเอาไว้หน่อย คนความจำเสื่อมยิ่งหวาดกลัวมากเพราะอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จักและคนที่ไม่รู้จัก แม้พวกท่านจะจำนางได้ รู้ว่านางเป็นใคร แต่นางไม่รู้อะไรเลยมีความหวาดกลัวและพะวงย่อมไม่แปลก"

"เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านหมอมาก" ฮูหยินให้คนไปส่งเขาก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างบุตรสาว ซึ่งเธอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่ายังระแวงอยู่

"เอาล่ะฮวาฮวา ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรพวกเรายังเป็นบ้านของเจ้าเสมอ ยังเป็นครอบครัวของเจ้า เพราะงั้นทำใจให้สบายเถอะนะ"

ฮูหยินผู้มีสติกว่าสามีเอ่ยแนะนำคนใกล้ตัวของเธอให้ฟังทีละคนว่าใครเป็นใครบ้าง สาวน้อยที่ร้องห่มร้องไห้อยู่ข้างประตูตอนนั้นคือหนิงชิงชิง เป็นสาวรับใช้คนสนิทของร่างเดิม นางค่อยๆ คลานมาแนบใบหน้ากับขา ร้องไห้ไม่หยุดจนฮูหยินต้องปรามให้นางใจเย็นขึ้นหน่อย

"คนที่สมควรต้องปลอบตอนนี้คือคุณหนูของเจ้า ทำไมมาร้องไห้แข่งกับนางเสียได้เล่า"

"ขออภัยเจ้าค่ะฮูหยิน ข้าดีใจมากนี่เจ้าคะ คุณหมอฟื้นแล้วแบบนี้ เหมือนฝันไปเลยเจ้าค่ะ"

เว่ยหย่งฮวาพูดไม่ออก ถึงพูดออกก็บอกไม่ได้ เรื่องบางเรื่องให้เป็นความเข้าใจผิดตลอดไปอาจจะเป็นการดีกว่าให้รู้ความจริง แต่อีกใจก็นึกย้อนแย้งในตัวเองเธอโกหกเช่นนี้ดีแล้วหรือ ไม่สิต่อไปนี้ต้องเป็นนางแล้ว ตัวตนนี้นางขอรับไว้เองก็แล้วกัน

"ท่านแม่! ท่านพี่ฟื้นหรือ!?"

ประตูถูกผลักออกอย่างแรงโดยเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ดูจะอายุอ่อนกว่า เขาตะโกนโวยวายเข้ามา

"เพ่ย เจ้านี่ยังไงเสียงดังโวยวายเกินไปแล้ว พี่เจ้าพึ่งฟื้น ตอนนี้ความจำเสื่อมอีก อย่าทำให้นางกลัวสิ"

"ความจำเสื่อม ท่านพี่น่ะหรือ?" เว่ยอวี่หยุนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ท่าทีราวกับกระต่ายตื่นตูมก่อนหน้านี้กลายเป็นหงอยลง

"เอาล่ะ ๆ ทุกคนออกไปได้แล้ว ให้นางพักผ่อน นี่ดึกแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่" ฮูหยินเห็นว่าบุตรสาวเพิ่งฟื้นตัว ควรได้พักผ่อนมากกว่านี้ นางไล่ทุกคนกลับแล้วปล่อยให้หนิงชิงชิงดูแลคุณหนู

ทั้งห้องเหลือเพียงนายบ่าวสองคนในบรรยากาศเงียบสงัด เว่ยหย่งฮวาไม่ค่อยผ่อนคลายนัก จะขยับตัวสักนิดก็เกร็งไปหมดจนสาวใช้สังเกตเห็น

"คุณหนู ไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ"

"ข้า...ข้าแค่ไม่คุ้นชิน"

"เช่นนั้นบ่าวจะจุดกำยานให้นะเจ้าคะ เผื่อคุณหนูจะผ่อนคลายขึ้น"

นางพยักหน้าแล้วปล่อยให้สาวใช้จัดการเรื่องในห้อง ส่วนตัวเองก็คอยสังเกตเครื่องเรือนและการทำงานของสาวใช้คนสนิทไปพลาง

"เล่าเรื่องของข้าให้ฟังหน่อยสิ"

หนิงชิงชิงยิ้มกว้างรีบมานั่งพื้นข้างเตียง

"คุณหนูเป็นบุตรสาวของนายท่านกับฮูหยิน มีพระพันปีเป็นพระอัยยิกา"

"เดี๋ยวก่อนนะ พระอัยยิกา?"

นางยกมือให้หยุดตั้งแต่เรื่องแรก เว่ยหย่งฮวารู้สึกเหมือนโดนคนตีเข้าที่หัวอย่างแรง

"เจ้าค่ะ ฮูหยินเป็นอดีตองค์หญิง เป็นพระกนิษฐภคินีของฝ่าบาท หลังแต่งงานเข้าสกุลเว่ยก็ลดยศเป็นท่านหญิงเจ้าค่ะ"

เว่ยหย่งฮวารู้สึกหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม มีพระพันปีเป็นยาย มีฮ่องเต้เป็นลุง บางทีนางควรหยุดไว้แค่นี้แล้วรีบหนีออกจากที่นี่ดีหรือเปล่า รู้สึกว่าเรื่องมันซับซ้อนเกินกว่าที่นางจะทำความเข้าใจได้ในวันเดียว

"คุณหนู หากท่านยังเวียนศีรษะอยู่ค่อยให้ข้าเล่าพรุ่งนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะค่อยๆ เล่าให้ท่านฟังเอง"

"รบกวนเจ้าแล้วจริงๆ" เว่ยหย่งฮวาตอบรับอย่างคนหมดแรง เพราะตอนนี้นางหมดแรงแล้วจริง ๆ รู้สึกในท้องไม่มีอะไรเลย

"อิงอิง พอจะมีอะไรเหลือให้กินไหม"

"อิงอิงไหนหรือเจ้าคะ?"

เว่ยหย่งฮวายกมือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ นางพลาดไปแล้ว เพราะหนิงชิงชิงผู้นี้ไม่ว่าจะการพูดหรือท่าทางก็ดูคล้ายกับลูกพี่ลูกน้องของนางจนเผลอไป

"ข้า..."

ก่อนจะได้แก้ตัวท้องก็ประท้วงขึ้นมาอย่างน่าอาย สาวใช้ผู้ซื่อสัตว์จึงหันไปสนใจเรื่องอาการกินแทน

"คุณหนูไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เย็นเมื่อวาน คงหิวแย่ บ่าวจะไปดูที่ครัวให้เองเจ้าค่ะ"

หนิงชิงชิงรีบออกไปจัดการงานของตน

ขณะที่เว่ยหย่งฮวายังตระหนกไม่หายจากเรื่องทั้งหมดนี้ ครอบครัวของนางกลับเชื่อเหลือเกินว่านี่คือปาฏิหาริย์ ร่างของนางหลังนำขึ้นมาจากน้ำก็ไร้ลมหายใจแล้ว รักษาอย่างไรก็ไม่ฟื้นจนทั้งครอบครัวต้องทำใจ

ทว่าหนึ่งวันที่ผ่านมานั้นร่างของนางกลับไม่เสื่อมถอย เหมือนคนที่หลับไปเฉยๆ พวกเขาจึงค่อนข้างปักใจว่าที่นางหวนกลับมาต้องเป็นปาฏิหาริย์อย่างแน่นอน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
8.8
เมื่อโชคชะตาและพลังลึกลับนำพาให้ รุ้งราตรี ต้องมาใกล้ชิดกับ แดเนียล แวมไพร์หนุ่มผู้แสนเย็นชา ความรู้สึกหวั่นไหวที่ปนเปไปด้วยความกลัวแล่นพล่านในใจเธอตั้งแต่แรกสบตา แม้รอยจุมพิตเดียวจะทำให้เขาปักใจเชื่อมั่นว่าเธอคือเนื้อคู่แท้ที่เฝ้ารอคอยมาแสนนาน แต่เธอกลับพยายามหลบหนีและถอยห่างจากเขา ทว่าด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมก้าวเท้ากลับเข้าสู่คฤหาสน์อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้นอีกครั้ง เพื่อเผชิญหน้ากับความเสน่หาอันเร่าร้อนลึกซึ้งที่ยากจะต้านทาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
การเดินทางอันแสนเรียบง่ายของจางฟางซินกลับกลายเป็นฝันร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อรถม้าของเธอถูกกลุ่มคนลึกลับลอบโจมตีจนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ท่ามกลางบาดแผลฉกรรจ์และความทรมานเจียนตายที่ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพื่อหยิบมีดสั้นเล่มเดียวที่มีหวังจะใช้ปกป้องชีวิตตนเอง แต่แล้วเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าผู้ถือกระบี่อาบเลือดจ่อประชิดตัว กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดคละคลุ้งทำเอาเรี่ยวแรงของเธอสูญสิ้นไปจนหมดสิ้น ทว่าในความหวาดกลัวนั้น ใบหน้าของเพชฌฆาตหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฮูหยินใหญ่
9.7
อวิ๋นซือ บุตรสาวตระกูลขุนนางผู้เพียบพร้อม ถูกฟูมฟักมาอย่างดีเพื่อทำหน้าที่ภรรยาเอกที่ไร้ที่ติ นางเข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติตั้งแต่อายุสิบห้า ทว่าชีวิตในคฤหาสน์สามีกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อชายผู้เป็นสามีปันใจให้หญิงอื่นที่เป็นเพียงอนุภรรยาอย่างหมดหัวใจ ทำให้ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ที่ผู้คนต่างพากันอิจฉากลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่ไร้ค่า ในวัยสิบเจ็ดปี อวิ๋นซือจึงตัดสินใจละทิ้งเกียรติยศจอมปลอมเหล่านั้น นางเลือกสะบัดบ๊อบใส่ความสัมพันธ์ที่ไร้ใจ ถือหนังสือหย่าก้าวเดินออกจากจวนไปอย่างสง่างามและทระนงในศักดิ์ศรีของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง  เล่ห์นางโลม
9.3
เมื่อโชคชะตาไร้ทางเลือก หญิงสาวผู้หนึ่งจึงถูกบีบบังคับให้ต้องสวมหน้ากากเป็นสตรีไร้ยางอายในสายตาผู้คน แม้หัวใจส่วนลึกจะร้าวรานและโหยหาชีวิตอันขาวสะอาดเพียงใด แต่สังคมกลับไม่เคยเปิดโอกาสให้เธอได้เริ่มต้นใหม่เลยสักครั้ง ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและอำนาจแห่งเวทมนตร์ลี้ลับ เส้นทางรักครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์อันยิ่งใหญ่ว่า แม้แต่สตรีที่โลกต่างพากันรุมประณามและตราหน้าว่าต่ำต้อย ก็ยังมีหัวใจดวงหนึ่งที่รู้จักรัก ลึกซึ้ง และเจ็บปวดเป็นไม่ต่างจากคนทั่วไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ชินอ๋องปีศาจไร้ใจ
8.7
เขาเป็นชินอ๋องปีศาจ เข็นฆ่าผู้คนมานับแสน มองสตรีเป็นเพียงเหยื่อ หิวกระหายกลืนกินตลอดเวลา ส่วนนางชาติก่อนถูกฮ่องเต้มอบผ้าขาว มาชาตินี้กลับกลายเป็นของเล่นของชินอ๋องปีศาจชีวิตบัดสบให้ข้าเกิดใหม่ทำไม!! เสียงฝีเท้าหนักก้าวเข้ามาใกล้ราวกับปีศาจ... เสียงนั้นก้องกังวาน...ขณะที่ร่างบนเตียงทำได้เพียงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาอันแสนอ่อนล้าเลื่อนมองไปยังปลายเท้าของตนเอง ...มองดูบุรุษผู้นั้นก้าวขึ้นมายังตั่งเตียงอีกครั้ง... นางที่หมดเรี่ยวแรงแลอ่อนล้าเอ่ยวาจาประชดประชัน “ท่านคงเป็นปีศาจที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย... ...หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปข้าคงสิ้นลมคาอกท่านเป็นแน่” เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังหยัน “หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะฉุดเจ้าลงสู่นรกเอง” ฝ่ามือหนาเข้าบีบปลายคางของนางให้มองสบกับใบหน้าของอีกฝ่าย นัยน์ตาแดงก่ำประดุจปีศาจมองจ้องมายังนาง จากนั้นก็ดึงรั้งนางให้ลงสู่ห้วงอเวจีอีกครั้ง!!!
ภาพปกนิยายเรื่อง หญิงหม้ายบ้านสือ
9.3
เมื่อความปลอดภัยของลูกน้อยถูกคุกคามจากอดีตที่อาจหวนคืน สือจิ่วจึงต้องเผชิญกับความกังวลใจอย่างแสนสาหัส ทว่าในสถานการณ์นี้ ถานเจ๋อกลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับเฉิงหยางปิงอย่างไม่เกรงกลัว โดยเขาตัดสินใจออกเดินทางไกลเพื่อจัดการเรื่องนี้ พร้อมประกาศเจตจำนงอย่างหนักแน่นว่าจะขอทำหน้าที่ปกป้องครอบครัวนี้ด้วยตัวเอง ถานเจ๋อตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนทิศทางของชะตากรรมในนิยาย เล็งแย่งชิงบทบาทตัวเอกมาเป็นของตน เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำลายความสงบสุข และเพื่อให้สือจิ่วกับลูกได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของเขาตลอดไป