APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ร้านแพรลับของคุณหนูสาม

ร้านแพรลับของคุณหนูสาม

เมื่อวิญญาณของเว่ยหย่งฮวา อดีตดาราดังผู้ล่วงลับ ได้เข้ามาสวมรอยเป็นคุณหนูสามแห่งจวนเสนาบดียุคโบราณ เธอจึงปฏิวัติวงการด้วยการเปิดร้านแพรลับ นำเสนอแฟชั่นสุดล้ำจนชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้า ทว่าความปังครั้งนี้กลับนำพาอุปสรรคมาไม่หยุดหย่อน ทั้งพวกขี้อิจฉาที่คอยขัดขวางและตัวปลอมที่หวังแอบอ้างผลงาน แถมเธอยังต้องปวดหัวกับน้องชายตัวแสบที่ขยันก่อเรื่องไม่เว้นวัน ควบคู่ไปกับการรับมือยอดบัณฑิตแห่งต้าซานที่เข้ามาตามขายขนมจีบอย่างไม่ลดละ อดีตนักแสดงสาวจึงต้องขุดทุกกลเม็ดและไหวพริบออกมารับมือ เพื่อปกป้องธุรกิจและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในโลกใบใหม่นี้ให้สำเร็จ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เสียงสังสรรค์ในงานเลี้ยงหลังปิดกล้อง ทำให้เว่ยหย่งฮวาอดรู้สึกน้อยใจตัวเองไม่ได้ เพราะท่ามกลางผู้คนที่มากมายนี้ตัวเธอกลับโดดเดี่ยว

นอกจากผู้จัดการชั่วคราวที่ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกแล้ว ก็ไม่มีใครเห็นหัวนักแสดงอิสระคนนี้อีก

ไม่ว่าจะเป็นงานครั้งที่เท่าไรเว่ยหย่งฮวาก็ไม่เคยชินได้เลย อาจเพราะเธอไม่ยอมปีนขึ้นเตียงผู้กำกับพวกนั้น ทำให้เธอเป็นเพียงดาราลำดับสามที่กำลังตกกระป๋องเท่านั้น แต่เธอยอมเป็นดาราตกกระป๋องดีกว่าเป็นของเล่นให้ชายวัยกลางคนที่อ้วนลงพุงแบบนั้น

"ทำไมถึงยังนั่งอยู่อีกกันนะ ไม่รู้สึกถึงบรรยากาศรอบตัวบ้างเหรอ"

เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ที่นั่งในห้องจัดเลี้ยงเป็นแถวยาวสามแถว เว่ยหย่งฮวานั่งอยู่แถวด้านในของโต๊ะจัดเลี้ยงแถวแรก เธอจำเสียงนั้นได้เพราะต่อบทกันมานักต่อนักแล้ว

"อย่าพูดไปเชียวนะ ทำงานมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปี ยังขึ้นแท่นนางเอกอันดับต้น ๆ ไม่ได้เลย"

เว่ยหย่งฮวาอดจะกรอกตาไม่ได้จริง ๆ ก็คนที่พูดอยู่เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ความเป็นมนุษย์ช่างย้อนแย้ง แล้วที่เธอไม่ได้ขึ้นเป็นนางเอกก็เพราะไม่ได้ปีนขึ้นเตียงเหมือนเจ้าหล่อนไง

"เบาเสียงหน่อย เจ้าตัวอาจจะได้ยินนะ"

ผู้พูดก็อยากได้แสงเหลือเกิน ต่อให้เบาขนาดไหนก็ยังได้ยินอยู่ดี ที่นั่งห่างกันเพียงหนึ่งศอกกัน นินทาระยะเผาขนขนาดนี้ไม่ได้ยินก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

ถ้าเทียบกับนักแสดงมีสังกัดล่ะก็ เว่ยหย่งฮวายอมรับว่าตัวเองไม่ค่อยมีชื่อเสียงจริง แต่ในหมู่นักแสดงอิสระด้วยกันก็ถือเป็นระดับต้น ๆ ที่ผู้คนจะรู้จัก

แต่เมื่อทำงานให้คนที่มีบริษัทเป็นรูปธรรม ต่อให้เธอจะมีความสามารถแค่ไหน บริษัทก็จะต้องเอาคนของตัวเองไว้ก่อนอยู่แล้ว

ไม่แปลกเลยเพราะหากเป็นเธอก็จะทำแบบเดียวกัน แต่การนินทาว่าร้ายกันทั้งต่อหน้าและลับหลังอย่างนี้เธอรับไม่ได้จริง ๆ

"ได้ดีเพราะว่าเรามีนางเอกแท้ ๆ กระแสก็ดังมาก ๆ ตัวเองไม่มีอะไรมาให้เทียบได้เลยต้องทำแบบนี้สินะ"

"ไม่พูดเกินไปหน่อยเหรอ เสียงเธอชักจะดังขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ เมาแล้วหรือเปล่าเนี่ย"

"ฉันไม่เมา ฉันคอแข็งจะตาย"

เสียงยานคางขนาดนั้นเอาตรงไหนมาไม่เมาล่ะ

เว่ยหย่งฮวาแอบค้านในใจ หากไม่ติดว่าเธอเสียเปรียบ คงจะนินทากลับไปหลายประโยคแล้ว แต่กองถ่ายนี้ไม่มีเพื่อนร่วมวงสนทนากับเธอได้จริง ๆ แม้จะเป็นกองถ่ายของผู้กับกับชื่อดัง

แต่เห็นได้ว่าทุกคนที่เขาเลือกมาแสดงล้วนมีเส้นมีสายทั้งนั้น คงมีแต่เธอที่ถูกถูกเลือกอย่างงง ๆ และนี่คงเป็นเป้าหมายให้ดาราคนอื่นจ้องจะเล่นงานเธอตลอดเวลาแบบนี้ เมื่อไม่มีโอกาสกลั่นแกล้งเธอก็ใช้ปากนินทาแทน

"ถึงเธอจะเป็นตัวละครเอกหญิงคนหนึ่ง เห็นได้ชัดเลยนะว่าไม่ว่าพระเอกหรือพระรองก็ไม่เลือกเธอ"

"ได้สิหยิ่งผยองขนาดนั้นใครจะอยากเข้าใกล้"

คนฟังเริ่มสับสนแล้วว่าตกลงนินทาเรื่องในชีวิตจริงหรือเรื่องในละครกันแน่ เพราะดูเหมือนจะเอามาปะปนกันจนเลอะเทอะไปหมด

แม้จะเป็นเรื่องที่ควรทำตัวให้ชิน แต่เว่ยหย่งฮวาก็อดหงุดหงิดไม่ได้ว่าทำไมจะต้องให้ชินกับเรื่องแบบนี้ด้วย ไม่มีใครสมควรต้องเจอเลย แต่ก็อย่างว่าแหละ

นี่คือโลกบันเทิงมีใครบ้างที่จะไม่โดนนินทา แม้แต่นางเอกแสนดีมีเงินหลายร้อยล้านหยวนก็ยังถูกนินทา นับประสาอะไรกับดาราไร้สังกัดที่กำลังตกกระป๋องอย่างเธอกัน

"คือว่า นี่ดึกมากแล้ว คงต้องขอตัวก่อนนะคะ"

เว่ยหย่งฮวาลุกขึ้นแล้วเอ่ยลาทีมงาน เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับที่นี่อย่างรุนแรง ความกดดันนี้เกินจะทำใจอยู่ต่อได้ จนกระทั่งจะกลับแล้วก็ยังไม่มีใครสนใจเธอเหมือนเดิม หญิงสาวทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินออกมาเงียบ ๆ

งานที่ส่งคำขอมาจากบริษัทนี้ในอนาคตคงต้องปฏิเสธให้หมด เรื่องเงินก็สำคัญแต่สุขภาพจิตสำคัญกว่า

เดินออกมาจากร้านได้ไม่นานโทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงแจ้งเตือนออกมา เธอหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากลูกพี่ลูกน้อง เว่ยหย่งฮวาฝากร้านเสื้อผ้าแบรนด์เล็ก ๆ ให้เธอคนนี้ช่วยดูแลระหว่างทำการถ่ายทำภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ที่เธอรับงานช่วงนั้น

ข้อความนั้นไม่มีอะไรมาก นอกจากการบอกว่าสินค้าล็อตใหม่มาถึงแล้ว

เว่ยหย่งฮวาเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าแฮนด์เมดขนาดเล็ก ทุกชิ้นปักประดับด้วยมือ บางตัวก็ใช้กรรมวิธีแตกต่างไป แต่ทั้งหมดถูกทำขึ้นด้วยมือชิ้นต่อชิ้น และเพราะอัตราการผลิตที่ทำได้ช้าและยอดผลิตต่ำนี่เอง ทำให้แบรนด์ของเธอพูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นแบรนด์ขนาดเล็ก

ทว่าราคาของมันนั้นสูงพอสมควร เจ้าของแบรนด์อย่างเธอเลยพออยู่ได้ แม้ว่างานนักแสดงอิสระจะไม่ราบรื่นนักก็ตาม เว่ยหย่งฮวาไม่ได้ดื่มมากนัก ยังพอมีสติหลงเหลืออยู่เทียบเท่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์

เว่ยหย่งฮวาอยากจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านเต็มที เธอจึงตอบข้อความกลับไปว่าให้ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นปิดร้านได้เลยเมื่อถึงเวลา เพราะวันนี้เธอจะไม่เข้าไป

เว่ยหย่งฮวาไปที่ร้านสะดวกซื้อ ตั้งใจจะซื้ออะไรไว้กลับไปทานที่บ้านเพิ่ม อาหารงานเลี้ยงปิดกองมีมากมายแต่เธอแทบไม่ได้แตะอะไรบรรยากาศแบบนั้นคนที่จะกินได้อร่อยก็คือคนที่ไม่มีปัญหากับใคร

เว่ยหย่งฮวาเชื่อว่าตัวเองไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน ส่วนใหญ่เป็นการหาเรื่องจากฝ่ายนั้นเองทั้งนั้น

ทั้งที่วันนี้หน้าตาอาหารน่าทานเป็นอย่างมาก แต่บรรยากาศงานเลี้ยงกลับแย่ที่สุดที่เธอเคยเจอ งานก่อนหน้านี้ไม่ว่าภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ ทุกคนให้เกียรติเธอแม้ว่าเป็นนักแสดงอิสระ

เว่ยหย่งฮวายืนรอขึ้นรถบัสสายประจำที่ป้ายรถ แต่แล้วฝนก็ตกลงมาอย่างหนักไม่ทันตั้งตัว เธอรีบเข้าไปหลบในซุ้มที่นั่งแบบมีหลังคา

เว่ยหย่งฮวาอดคิดไม่ได้ว่าชีวิตวันนี้จะซวยซ้ำซวยซ้อนเกินไปแล้ว และเพื่อตอบสนองความคิดนั้นให้เด่นชัดขึ้นไป รถยนต์ที่ขับผ่านมาด้วยความเร็วระดับหนึ่งก็เหยียบน้ำขังที่พื้นก็กระเด็นมาโดนตัวเธอ

นักแสดงสาวอยากจะกรี๊ดแต่ก็กรี๊ดไม่ออก สงสัยวันนี้จะไม่ใช่วันของเธอจริง ๆ รู้สึกว่าดวงไม่ดีตั้งแต่เช้าแล้ว

เว่ยหย่งฮวาเปลี่ยนใจไม่ใช้รถโดยสารประจำทางเพื่อกลับบ้าน แต่เรียกแท็กซี่แทน แอพลิเคชั่นเพื่อความสะดวกสบายถูกจัดทำขึ้นหลายโปรแกรมหลายวัตถุประสงค์ เป็นความสะดวกในชีวิตอย่างหนึ่งตั้งแต่เข้าสู่ยุคการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันเกือบทั้งหมด

รถโดยสารที่เว่ยหย่งฮวาต้องการมาถึงแล้ว เธอใช้เสื้อคลุมตัวเองพับแล้วลองเบาะไว้อีกชั้นก่อนขึ้นไปนั่ง

เว่ยหย่งฮวาบอกจุดหมายปลายทางแล้วก็เงียบไปตลอดทาง ความรู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า ทำให้เธอแทบจะผล็อยหลับอยู่ในรถ แต่เพื่อปลอดภัยของตัวเองตลอดการเดินทาง เธอไม่ควรหลับและปล่อยให้คนขับมองทางคนเดียว

เว่ยหย่งฮวาพิมพ์ข้อความกลับไปหาลูกพี่ลูกน้องคนนั้น ทั้งสองคุยกันสีหน้าเคร่งเครียด

หรือว่าเธอจะเจอดีเข้าให้แล้ว โรงงานที่จ้างผลิตสินค้าไปในครั้งนี้ราคาสูงกว่าที่อื่น เธอจึงคิดว่ามันคุ้มค่า แต่สินค้าทุกตัวที่ส่งมาครั้งนี้กลับมีปัญหา

เว่ยหย่งฮวาก้มหน้าดูจอ โต้ตอบกับลูกพี่ลูกน้องคนนั้นไม่หยุด เธอรื้อแล้วถ่ายรูปมาให้เห็นชัด ๆ เลยว่าคุณภาพสินค้าไม่ผ่านมาตรฐานเธออย่างแรง

"ขอโทษนะ คุณช่วยเปลี่ยนไปส่งที่...หน่อยได้ไหม"

เว่ยหย่งฮวาตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมายทันที อย่างไรก็ต้องไปจัดการด้วยตัวเอง เพราะสินค้าชุดนี้เหมือนจะย่ำแย่จริง ๆ เธอถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ช่วงนี้เธอซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
8.8
เมื่อโชคชะตาและพลังลึกลับนำพาให้ รุ้งราตรี ต้องมาใกล้ชิดกับ แดเนียล แวมไพร์หนุ่มผู้แสนเย็นชา ความรู้สึกหวั่นไหวที่ปนเปไปด้วยความกลัวแล่นพล่านในใจเธอตั้งแต่แรกสบตา แม้รอยจุมพิตเดียวจะทำให้เขาปักใจเชื่อมั่นว่าเธอคือเนื้อคู่แท้ที่เฝ้ารอคอยมาแสนนาน แต่เธอกลับพยายามหลบหนีและถอยห่างจากเขา ทว่าด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้หญิงสาวไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมก้าวเท้ากลับเข้าสู่คฤหาสน์อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้นอีกครั้ง เพื่อเผชิญหน้ากับความเสน่หาอันเร่าร้อนลึกซึ้งที่ยากจะต้านทาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
การเดินทางอันแสนเรียบง่ายของจางฟางซินกลับกลายเป็นฝันร้ายในชั่วข้ามคืน เมื่อรถม้าของเธอถูกกลุ่มคนลึกลับลอบโจมตีจนประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ท่ามกลางบาดแผลฉกรรจ์และความทรมานเจียนตายที่ทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนหาย หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเพื่อหยิบมีดสั้นเล่มเดียวที่มีหวังจะใช้ปกป้องชีวิตตนเอง แต่แล้วเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าผู้ถือกระบี่อาบเลือดจ่อประชิดตัว กลิ่นอายแห่งความตายและคาวเลือดคละคลุ้งทำเอาเรี่ยวแรงของเธอสูญสิ้นไปจนหมดสิ้น ทว่าในความหวาดกลัวนั้น ใบหน้าของเพชฌฆาตหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ฮูหยินใหญ่
9.7
อวิ๋นซือ บุตรสาวตระกูลขุนนางผู้เพียบพร้อม ถูกฟูมฟักมาอย่างดีเพื่อทำหน้าที่ภรรยาเอกที่ไร้ที่ติ นางเข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติตั้งแต่อายุสิบห้า ทว่าชีวิตในคฤหาสน์สามีกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อชายผู้เป็นสามีปันใจให้หญิงอื่นที่เป็นเพียงอนุภรรยาอย่างหมดหัวใจ ทำให้ตำแหน่งฮูหยินใหญ่ที่ผู้คนต่างพากันอิจฉากลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่ไร้ค่า ในวัยสิบเจ็ดปี อวิ๋นซือจึงตัดสินใจละทิ้งเกียรติยศจอมปลอมเหล่านั้น นางเลือกสะบัดบ๊อบใส่ความสัมพันธ์ที่ไร้ใจ ถือหนังสือหย่าก้าวเดินออกจากจวนไปอย่างสง่างามและทระนงในศักดิ์ศรีของตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง  เล่ห์นางโลม
9.3
เมื่อโชคชะตาไร้ทางเลือก หญิงสาวผู้หนึ่งจึงถูกบีบบังคับให้ต้องสวมหน้ากากเป็นสตรีไร้ยางอายในสายตาผู้คน แม้หัวใจส่วนลึกจะร้าวรานและโหยหาชีวิตอันขาวสะอาดเพียงใด แต่สังคมกลับไม่เคยเปิดโอกาสให้เธอได้เริ่มต้นใหม่เลยสักครั้ง ท่ามกลางอุปสรรคขวากหนามและอำนาจแห่งเวทมนตร์ลี้ลับ เส้นทางรักครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์อันยิ่งใหญ่ว่า แม้แต่สตรีที่โลกต่างพากันรุมประณามและตราหน้าว่าต่ำต้อย ก็ยังมีหัวใจดวงหนึ่งที่รู้จักรัก ลึกซึ้ง และเจ็บปวดเป็นไม่ต่างจากคนทั่วไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ชินอ๋องปีศาจไร้ใจ
8.7
เขาเป็นชินอ๋องปีศาจ เข็นฆ่าผู้คนมานับแสน มองสตรีเป็นเพียงเหยื่อ หิวกระหายกลืนกินตลอดเวลา ส่วนนางชาติก่อนถูกฮ่องเต้มอบผ้าขาว มาชาตินี้กลับกลายเป็นของเล่นของชินอ๋องปีศาจชีวิตบัดสบให้ข้าเกิดใหม่ทำไม!! เสียงฝีเท้าหนักก้าวเข้ามาใกล้ราวกับปีศาจ... เสียงนั้นก้องกังวาน...ขณะที่ร่างบนเตียงทำได้เพียงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาอันแสนอ่อนล้าเลื่อนมองไปยังปลายเท้าของตนเอง ...มองดูบุรุษผู้นั้นก้าวขึ้นมายังตั่งเตียงอีกครั้ง... นางที่หมดเรี่ยวแรงแลอ่อนล้าเอ่ยวาจาประชดประชัน “ท่านคงเป็นปีศาจที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย... ...หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปข้าคงสิ้นลมคาอกท่านเป็นแน่” เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังหยัน “หากเจ้าต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะฉุดเจ้าลงสู่นรกเอง” ฝ่ามือหนาเข้าบีบปลายคางของนางให้มองสบกับใบหน้าของอีกฝ่าย นัยน์ตาแดงก่ำประดุจปีศาจมองจ้องมายังนาง จากนั้นก็ดึงรั้งนางให้ลงสู่ห้วงอเวจีอีกครั้ง!!!
ภาพปกนิยายเรื่อง หญิงหม้ายบ้านสือ
9.3
เมื่อความปลอดภัยของลูกน้อยถูกคุกคามจากอดีตที่อาจหวนคืน สือจิ่วจึงต้องเผชิญกับความกังวลใจอย่างแสนสาหัส ทว่าในสถานการณ์นี้ ถานเจ๋อกลับเลือกที่จะเผชิญหน้ากับเฉิงหยางปิงอย่างไม่เกรงกลัว โดยเขาตัดสินใจออกเดินทางไกลเพื่อจัดการเรื่องนี้ พร้อมประกาศเจตจำนงอย่างหนักแน่นว่าจะขอทำหน้าที่ปกป้องครอบครัวนี้ด้วยตัวเอง ถานเจ๋อตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนทิศทางของชะตากรรมในนิยาย เล็งแย่งชิงบทบาทตัวเอกมาเป็นของตน เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมาทำลายความสงบสุข และเพื่อให้สือจิ่วกับลูกได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยภายใต้การดูแลของเขาตลอดไป