APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตรักใต้ผืนทราย

ลิขิตรักใต้ผืนทราย

พรสวรรค์ สาวแว่นผู้มีดวงตาทิพย์มองทะลุสิ่งกีดขวางได้ ต้องมาพบกับชีคอัฟฟาน เจ้าชายผู้เงียบขรึมที่มีพลังหูทิพย์คอยได้ยินเสียงความคิดของคนอื่น เรื่องราวสุดป่วนปนเซ็กซี่จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอแอบใช้สายตามองทะลุเสื้อผ้าเพื่อชื่นชมเรือนร่างอันกำยำของเขา พร้อมทั้งจินตนาการเรื่องราวสุดสยิว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเขาสามารถรับรู้ความต้องการในใจของเธอได้ทุกคำพูด ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน หญิงสาวจึงเป็นฝ่ายเดินหน้าจู่โจมเจ้าชายผู้สูงศักดิ์อย่างเต็มที่ นำไปสู่การค้นพบความลับเรื่องพลังพิเศษของกันและกัน พร้อมกับแรงดึงดูดใจที่ยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“เอ้านี่! เดี๋ยวสิ แล้วนี่จะไปทั้งสภาพอย่างนั้นเนี่ยนะ” นีรนุชวิ่งตามออกมา ทำให้พรสวรรค์จำต้องชะงัก พลันก้มมองสภาพตัวเองตามที่อีกฝ่ายว่า ก่อนจะร้องโวยวายเสียงดัง

               “อะไรของป้าอีกเนี่ย หนูก็แต่งตัวเรียบร้อย ทั้งเสื้อเชิ้ตทั้งกระโปรงตามระเบียบทุกอย่างยังจะเอาอะไรอีก โอ๊ย! หนูไม่คุยกับป้าแล้ว ป้าจะถ่วงเวลาหนูใช่ไหมเนี่ย” พรสวรรค์เดินเร็วๆ ไปที่รถมอเตอร์ไซค์สีชมพูคันเล็กค่อนไปทางเก่าของตัวเอง ในขณะที่คุณป้าก็ยังเดินตามมาไม่เลิก

               “มันก็เกือบจะดีไง ถ้าไม่มีรองเท้าผ้าใบมอซอของแก เอ้า! นี่เอาไป ฉันให้ยืม” คุณป้าว่าพลางยื่นรองเท้าคัทชูของตัวเองไปให้

               “โอ๊ย! ไม่เอาหรอกป้า มันสูง หนูเดินไม่ถนัด”

               “ก็ถ้าแกอยากได้งานนี้ แกก็ต้องใส่ เอ้า! เอาไป ถึงฉันจะไม่อยากให้แกไปสมัครงานอะไรนั่นสักเท่าไหร่ แต่ฉันก็ไม่อยากให้แกต้องอายใคร ไม่มีบริษัทใหญ่ๆ ที่ไหนเขาอยากรับพนักงานกะโปโลไปทำงานด้วยหรอก จำไว้ถ้าอยากได้งานดีๆ บุคลิกภาพภายนอกก็สำคัญ อย่าให้ใครดูถูกเอาได้ว่าแกเป็นแค่เด็กกะโปโล” เหตุผลกับสีหน้าจริงจังของนีรนุชทำให้พรสวรรค์จำต้องรับรองเท้าคัทชูของอีกฝ่ายมาสวมอย่างช่วยไม่ได้

               “ขอบคุณค่ะ งั้นหนูไปนะ”  พรสวรรค์ยกมือไหว้

               “เอ้า! แล้วนี่จะไปมอเตอร์ไซค์อย่างนี้เหรอ เอารถฉันไปสิ ยังไงวันนี้ฉันก็ไม่ได้ออกไปไหนอยู่แล้ว” นีรนุชเห็นหลานสาวใส่ส้นสูงเดินเก้ๆ กังๆ แล้วก็ไม่อยากให้ขี่มอเตอร์ไซค์

               “ไม่เอาหรอก รถติด หนูไปมอเตอร์ไซค์เร็วกว่า ไปนะป้า” พรสวรรค์บอกก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป แต่ก็ยังไม่วายได้ยินเสียงป้าตะโกนไล่หลังมาอีก

               “เอ้า! แล้วไม่กินมื้อเช้าก่อนรึไง” แล้วคุณป้าก็ได้คำตอบเป็นการโบกมือหยอยๆ กลับมา

               “ยัยเด็กคนนี้นี่ สอนเท่าไหร่ไม่รู้จักจำ บอกแล้วว่ามื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ ไปสัมภาษณ์งานทั้งที่ท้องยังว่างแบบนั้น จะเอาแรงเอาสมองที่ไหนไปสู้กับเขา คอยดูเถอะ ถ้าไม่ได้ขึ้นมาฉันจะสมน้ำหน้าให้ดู เฮ้อ! ยังไงป้าก็หวังว่าแกจะมีความสุขกับสิ่งที่แกเลือกนะมะลิ” เอาจริงๆ คนเป็นป้าก็อดห่วงหลานไม่ได้อยู่ดี ก่อนหน้านี้ที่พรสวรรค์เคยขอออกไปทำงานเสริม คนเป็นป้าก็มักจะยกเหตุผลขึ้นมาอ้างว่าอยากให้หลานตั้งใจเรียนให้เต็มที่เพียงอย่างเดียว พอมาวันนี้วันที่หลานเรียนจบแล้ว เหตุผลนั้นจึงใช้ไม่ได้อีก สิ่งที่ทำได้คือ คอยมองอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เท่านั้นเอง

“เฮอะ! เอะอะอยากได้คนมีประสบการณ์  ในเมื่อไม่ให้โอกาสฉันหาประสบการณ์ แล้วฉันจะมีประสบการณ์ได้ไงวะ  ข้ออ้างทั้งเพ ทียัยนมตู้มนั่นไม่เห็นมีประสบการณ์ ยังได้งานนี้ไปหน้าตาเฉย เกียรตินิยมอันดับหนึ่งของฉันสู้ความสวยความตู้มของยัยนั่นไม่ได้ โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม บริษัทเฮงซวยนี่ก็ไม่ยุติธรรม ทำไมไม่วัดกันที่ความสามารถวะ” พรสวรรค์แบกความผิดหวังลงมาจากตึก หลังถูกบริษัทยักษ์ใหญ่ที่หวังเอาไว้ปฏิเสธแบบไม่เป็นท่า สุดท้ายจึงมายืนเหวี่ยงยืนวีนด้วยความหงุดหงิดอยู่หน้าตึกแบบนี้

               “นึกว่าฉันไม่อยากสวยรึไง ลองถ้าไม่มีไอ้แว่นหนาๆ นี่สิ ยัยตู้มนั่นก็สู้ฉันไม่ได้” เอ่อ...เหวี่ยงไม่พอ หลงตัวเองอีก

               เธอจับไปที่ใบหน้าของตัวเองอย่างน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา ก่อนจะหันไปมองเงาตัวเองในกระจกรถที่จอดสนิทอยู่ข้างๆ จากนั้นก็ฮัมเป็นเพลงออกมา

               “ส่องดูกี่ทีกี่หน ก็เหมาะก็สมไปทุกส่วน โอ้ว่ากระจกเจ้าเอ๋ย เคยเจอะใครไหมเพอร์เฟคอย่างนี้ ฮา............!(กรุณาใส่ทำนองเพลงกระจกวิเศษ ของไก่ สมพล ลงไป)” เธอโยกย้ายใส่ลีลาท่าทางพร้อมกับยื่นหน้าไปใกล้ๆ กระจกฟิล์มดำตรงหน้า ทันใดนั้นเอง...กระจกก็ค่อยๆ เลื่อนลงมา พร้อมกับรอยยิ้มของคนข้างใน  

               “เฮือก!” พรสวรรค์ผงะชะงักค้างตาโต ปากที่กำลังงับคำฮัมเพลงเป็นอันอ้าค้างอยู่อย่างนั้น  ด้วยไม่คิดว่ารถที่จอดสนิทจะมีคนอยู่ข้างใน และทันทีที่ตั้งสติได้ เธอจึงรีบหันหลังไปอีกทาง พลันสองเท้าก็ก้าวออกไปเร็วๆ อย่างไม่คิดชีวิต และไม่คิดจะหันกลับมามองอีก

               “น่ารักดีนะพ่ะย่ะค่ะ” เฟาซีเหลือบไปมองชีคหนุ่มที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆ จนอีกฝ่ายรีบหุบยิ้มแทบไม่ทัน ก่อนจะรีบหันไปอีกทาง พลันต้องหันกลับมาอีกครั้งเพราะคำพูดของฮาซาน

               “อย่าเพิ่งไว้ใจอะไรง่ายๆ บางทีนั่นอาจจะเป็นสายที่ไอ้ฟาฮัสมันส่งมาสอดแนมเรา กระหม่อมว่าเราควรจะระวังตัวเอาไว้ก็ดีนะพ่ะย่ะค่ะ”

               “แกก็ระแวงเกินไป ผู้หญิงคนนั้นดูไม่เห็นจะมีพิษสงอะไร ออกจะน่ารักออกแนวโก๊ะๆ ไม่ประสาด้วยซ้ำ” ฮารีฟแย้งพี่ชายแทบจะทันที

               “ก็ผู้หญิงแบบนี้แหละ ใสๆ เนิร์ดๆ แว่นหนาๆ ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ฆ่าผู้ชายตายมานักต่อนัก ถ้าไม่อยากตายเพราะมารยาร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิงคนนี้ก็อย่าเชื่อภาพลวงตา  ไอ้ฟาฮัสมันฉลาด ถึงได้ส่งผู้หญิงแบบนี้มา แล้วถ้าเป็นอย่างที่ฉันคิดล่ะก็ ผู้หญิงร้ายเดียงสาคนนี้จะต้องย้อนกลับมา” ฮาซานบอกอย่างมั่นใจ ราวกับคนมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้มาอย่างโชกโชน

               “เดี๋ยวๆๆ แกคิดมากไปรึเปล่าฮาซาน ถ้าไอ้ฟาฮัสมันคิดจะใช้แผนที่แกว่าจริงๆ สู้มันส่งผู้หญิงสวยๆ หุ่นดีๆ มาไม่ง่ายกว่ารึไง แบบนั้นยังมีอะไรให้ดึงดูดกว่าผู้หญิงที่แทบไม่มีอะไรเลยแบบนี้นะเว้ย” ฮารีฟพูดราวกับเห็นความคิดพี่ชายเป็นเรื่องตลก

               “แต่ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรคนนี้ก็ทำให้แกสนใจจนต้องชมเขาไม่ใช่เหรอ” ฮาซานตอกกลับ

               “เออก็จริง เฮ้ย! แบบนี้มันเข้าทำนอง สวยมักนกตลกมักได้เลยนี่หว่า เป็นความไม่มีอะไรแต่ก็มีความแปลกที่น่าสนใจ ให้ตายสิ! ไอ้ฟาฮัสมันร้ายนะคะหัวหน้า ดีนะที่ฉันฉลาดรู้ทันมันซะก่อน ไม่อย่างนั้นพวกเราแย่แน่” เอ่อ...อยู่ๆ ก็ฉลาดขึ้นมาหน้าตาเฉย ทำเอาฮาซานถึงกับกลอกตาไปมา

               “เดี๋ยวนะ! ถ้าอย่างนั้นเราก็อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วน่ะสิ เอายังไงดีพ่ะย่ะค่ะ ให้กระหม่อมสั่งคนของเราออกมาอารักขาเลยดีไหม” ว่าแล้วฮารีฟก็หยิบปืนห้ากระบอกออกมาจากที่ซ่อนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกประหนึ่งกระต่ายตื่นตูม

“ถามจริงเถอะว่ะ แกเป็นคนคิดแผนล่อไอ้ฟาฮัสจริงๆ รึเปล่า” เฟาซีที่นั่งอยู่โซนด้านหลังข้างๆ ชีคหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะถามเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหน้าบ้าง

               “ก็จริงสิวะ” ฮารีฟเอี้ยวหน้ามาตอบเพื่อน

               “ก็ถ้าอย่างนั้นแกจะตื่นเต้นทำไม ถ้ามันเป็นอย่างที่แกคิดจริงๆ นั่นก็เท่ากับว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเรา แล้ว...แกจะตื่นตูมเพื่อ?” เฟาซีพูดพลางกลอกตาไปมาอย่างเอือมระอา

               “เออ...ก็จริง แต่เฮ้ย! ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดีนี่หว่า ลำพังถ้าฉันคนเดียวมันก็ไม่เท่าไหร่ แต่นี่ท่านชีคต้องเข้ามาเสี่ยงด้วย ใครจะไปทนเฉยอยู่ได้วะ” ในที่สุดฮารีฟก็ยอมรับออกมา ทั้งที่เป็นคนต้นคิดแผนการทั้งหมด แต่กลับเป็นคนที่กังวลมากที่สุดเช่นกัน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาพิสูจน์ใจนาย
8.0
ชีวิตวัยยี่สิบปีควรเป็นจุดเริ่มต้นของอิสรภาพ ทว่าหญิงสาวกลับถูกพรากสิทธิ์นั้นไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อถูกบีบให้ลั่นระฆังวิวาห์กับประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจและมีชื่อเสียงระดับแนวหน้า แม้เขาจะเปรียบดั่งชายในฝันที่เพียบพร้อมของใครหลายคน แต่สำหรับเธอ เขาคือคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน การแต่งงานที่ปราศจากความรักนำพาเธอสู่วังวนแห่งความกดดันอันหนักอึ้ง ฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวกลายเป็นกำแพงสูงชัน นี่คือบททดสอบชีวิตคู่ครั้งสำคัญที่เธอต้องก้าวผ่านไปให้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ความรักจากเรา
8.8
ปาณีจำยอมผูกพันธะวิวาห์กับชายที่ไม่ได้รักเพราะความจำเป็นด้านเงินทอง ชีวิตคู่ที่เริ่มจากผลประโยชน์นี้นำพาบททดสอบสาหัสมาให้ เมื่อสามีของเธอมีอายุห่างกันถึงสิบสองปี อีกทั้งร่างกายยังร่วงโรยและพิการอย่างเห็นได้ชัด การตัดสินใจนี้ผลักดันให้เธอต้องทนรับความกดดันมหาศาล หญิงสาวต้องปรับตัวเพื่อสวมบทบาทภรรยาภายใต้ความอึดอัดใจ เธอไม่อาจหนีชะตากรรมที่เลือกเองได้ จำต้องเผชิญหน้ากับความแตกต่างสุดขั้วและรับมือกับสารพัดปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในข้อจำกัดของความสัมพันธ์นี้
ภาพปกนิยายเรื่อง การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายของมือสังหารระดับพระกาฬนำไปสู่การเกิดใหม่ในต่างโลก เมื่อวิญญาณถูกจอมเวทอำมหิตดึงมาสิงร่างเด็กหนุ่มเพื่อใช้เป็นหนูทดลองมรณะ ทว่าผู้ร่ายเวทกลับประเมินเหยื่อต่ำไป ด้วยสัญชาตญาณดิบและทักษะลอบสังหารที่มี อดีตนักฆ่าจึงงัดเล่ห์เหลี่ยมพลิกสถานการณ์และปลิดชีพผู้ที่อัญเชิญตนมาได้อย่างหมดจด หลังกำจัดศัตรูพ้นทาง เขาเข้ายึดครองฐานที่มั่นและทรัพยากรทั้งหมดเพื่อใช้เป็นรากฐานในการสถาปนาจักรวรรดิมืดของตนเองบนดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจและการวางแผนซ้อนแผนที่เต็มไปด้วยอันตราย
ภาพปกนิยายเรื่อง รักนายครั้งสุดท้าย
7.7
เปลวอัคคีที่โหมกระหน่ำโดยไม่ทันตั้งตัวได้กลืนกินทุกสรรพสิ่งในชีวิตของชายหนุ่มให้มลายหายไป ภัยพิบัตินี้ไม่ได้พรากแค่ความมั่งคั่งและรากฐานที่มั่นคง แต่กลับเผาผลาญสายใยแห่งความรักให้มอดไหม้กลายเป็นจุล เหลือทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นอันแสนสาหัสที่ไม่อาจลบเลือน เมื่อสิ่งที่เคยยึดเหนี่ยวจิตใจถูกแปรสภาพเป็นเศษธุลี เขาจึงต้องเผชิญหน้ากับความอ้างว้างอันไร้ขอบเขต เรื่องราวความรักที่เคยงดงามต้องพบกับจุดจบอันแสนรันทด ท่ามกลางซากปรักหักพัง หัวใจของเขาก็ได้ดับสูญไปพร้อมกับประกายไฟหยดสุดท้าย
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!
7.9
ความตายจากน้ำมือพวกกบฏไม่ใช่จุดจบ เมื่อซูยิน มารดา และน้าสาวได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ทั้งสามรีบพาชาวหมู่บ้านซิ่งฮวาอพยพหนีไฟสงคราม บนเส้นทางสุดแสนลำบาก พวกเธอได้พบกับบิดาที่เคยถูกตระกูลทอดทิ้ง ชายที่ดูซื่อตรงผู้นี้กลับมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดและเด็ดขาดอย่างคาดไม่ถึง เมื่อถึงเมืองหลวงยังได้พบกับน้องชายฝาแฝดที่ภายนอกดูใสซื่อ ทว่าคนหนึ่งกลับซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ส่วนอีกคนมีจิตใจเย็นชาไร้ความรู้สึก ท่ามกลางไฟสงครามและภยันตรายรอบด้าน ครอบครัวที่มีเบื้องหลังแตกต่างกันต้องหันมาจับมือและผสานพลังอย่างแนบแน่น เพื่อฟันฝ่าวิกฤตและนำพาทุกคนให้รอดพ้นจากยุคสมัยแห่งความโกลาหลนี้ไปได้
ภาพปกนิยายเรื่อง กาลเวลาไร้เสียงแบกหัวใจของผม
8.1
หยินเหลียงเช็งต้องทำเด็กหลอดแก้วเป็นครั้งที่สาม ซึ่งนำเธอไปสู่ช่วงเวลาอันทุกข์ทรมาน เธอต้องเผชิญสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความเห็นใจ ท่าทีเย็นชาจากแพทย์บีบบังคับให้ต้องกล้ำกลืนความอับอายทางสรีระ สิ่งที่สร้างความปวดร้าวที่สุดไม่ใช่การผ่าตัด แต่เป็นขั้นตอนเตรียมตัวที่เต็มไปด้วยเข็มฉีดยาอันแสนทารุณ ซึ่งกลายเป็นบททดสอบที่กัดกินจิตใจอย่างรุนแรง เรื่องราวนี้ถ่ายทอดบาดแผลและความพยายามของหญิงสาวที่จำต้องแบกรับความเจ็บปวดทางกายและอารมณ์ไว้เพียงลำพัง ขณะที่กาลเวลายังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไร้สุ้มเสียง