APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตรักใต้ผืนทราย

ลิขิตรักใต้ผืนทราย

8.9 / 10.0
พรสวรรค์ สาวแว่นผู้มีดวงตาทิพย์มองทะลุสิ่งกีดขวางได้ ต้องมาพบกับชีคอัฟฟาน เจ้าชายผู้เงียบขรึมที่มีพลังหูทิพย์คอยได้ยินเสียงความคิดของคนอื่น เรื่องราวสุดป่วนปนเซ็กซี่จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอแอบใช้สายตามองทะลุเสื้อผ้าเพื่อชื่นชมเรือนร่างอันกำยำของเขา พร้อมทั้งจินตนาการเรื่องราวสุดสยิว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเขาสามารถรับรู้ความต้องการในใจของเธอได้ทุกคำพูด ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน หญิงสาวจึงเป็นฝ่ายเดินหน้าจู่โจมเจ้าชายผู้สูงศักดิ์อย่างเต็มที่ นำไปสู่การค้นพบความลับเรื่องพลังพิเศษของกันและกัน พร้อมกับแรงดึงดูดใจที่ยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้

ลิขิตรักใต้ผืนทราย ตอนที่ 1

ห้องสวีท ณ โรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร

               “ชะตาของท่านกำลังจะเปลี่ยนไป ท่านจะพบกับความยุ่งยากที่กำลังจะมาถึง  มันเป็นชะตา แต่ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป เมื่อใดที่ท่านได้พบกับหญิงผู้มีดวงตาแห่งสวรรค์ เมื่อนั้นท่านจะพ้นจากเคราะห์ทั้งปวง นางจะเป็นตัวนำโชคให้ท่าน จงหานางให้เจอ หาไม่แล้วชีวิตของท่านจะพบกับความวิบัติฉิบหายไปตลอดกาล ครอบครัวของท่านจะต้องจมอยู่ภายใต้คำสาปอาถรรพ์ตลอดไป” นั่นคือคำพูดของแม่เฒ่าคนหนึ่งที่ยังดังก้องอยู่ในหัวของชีคอัฟฟาน อับดุล ฮาหมัด คาริฟา เจ้าชายลำดับที่สามแห่งประเทศดามัส ผู้คุมอำนาจทางทหารไว้ในมือกว่าครึ่ง

               “ยังทรงคิดมากเรื่องคำพูดของแม่เฒ่าคนนั้นอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ” ฮารีฟหนึ่งในองครักษ์คนสนิทถามขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของชีคหนุ่ม แต่ยังไม่ทันที่ท่านชีคจะได้ตอบกลับไป ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาซะก่อน

               “อย่าทรงเอาเอาเรื่องพรรค์นั้นมาใส่พระทัยเลยพ่ะย่ะค่ะ ก็แค่คำพูดของหญิงแก่คนหนึ่ง ยังไงซะกระหม่อมก็ยังเชื่อว่าหมอดูย่อมคู่กับหมอเดา ทรงลืมๆ มันไปซะเถอะพ่ะย่ะค่ะ” ฮาซานซึ่งเป็นพี่ชายของฮารีฟ และเป็นหนึ่งในองครักษ์ส่วนพระองค์ที่ท่านชีคทรงไว้ใจแย้งขึ้น

               “แต่เรื่องแบบนี้ ฟังเอาไว้ก็ไม่เสียหาย ถ้าเกิดที่แม่เฒ่าคนนั้นพูดมาเป็นเรื่องจริง  ท่านชีคของเราไม่วิบัติฉิบหายไปเลยรึไง” องครักษ์คนน้องหันมาแย้งพี่ชาย

               "งมงาย แกอยากเชื่อก็เชื่อไปคนเดียวสิ ทำไมต้องมาพูดกรอกหูให้ท่านชีคทรงเชื่อด้วย  ที่สำคัญกล้าดียังถึงมาแช่งให้ท่านชีควิบัติฉิบหายวะ แกนี่มันปากเสียชะมัด " ฮาซานขึ้นเสียงใส่น้องชายอย่างหัวเสีย

               "ไม่ได้แช่งโว้ย แล้วแกก็พูดเองว่าไม่เชื่อเรื่องงมงาย ถ้าไม่เชื่อแล้วจะกลัวว่าท่านชีคจะวิบัติฉิบหายทำไม หรือว่าจริงๆ แล้วแกก็เชื่อ" องครักษ์คนน้องตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้

               "ไม่ได้เชื่อ ก็แค่...ไม่ชอบที่แกพูดว่าท่านชีคจะวิบัติฉิบหาย"

               “ฉันไม่...” ยังไม่ทันที่คนน้องจะได้ตอบโต้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นซะก่อน

               "หยุดทั้งคู่นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นคนที่จะต้องวิบัติฉิบหายจะกลายเป็นพวกแกทั้งสองคน บ้าฉิบ! คำก็วิบัติ สองคำก็ฉิบหาย ใจคอแกสองคนจะให้ฉันวิบัติฉิบหายจริงๆ เลยรึไงถึงจะพอใจ  ไม่มีใครตอบได้หรอกว่าคำพูดของแม่เฒ่าคนนั้นเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือรอ รอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ถึงตอนนั้นเราคงได้รู้กันว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง” เหตุผลของชีคหนุ่มพาให้บรรยากาศกลับมาเครียดอีกครั้ง                

               “ในเมื่อมันยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเรื่องที่แม่เฒ่าคนนั้นพูดมาเป็นเรื่องจริง แล้วเราจะเครียดไปก่อนล่วงหน้าทำไม จริงไหม” เฟาซีอีกหนึ่งองครักษ์คนสนิทพูดขึ้นบ้าง หลังจากที่นั่งฟังเงียบๆ อยู่นาน

               “ก็ฉันไม่อยากรอ จะให้รอไปถึงเมื่อไหร่ หรือต้องรอให้ท่านชีคฉิบหายก่อน” ฮารีฟพูดขึ้นอย่างร้อนใจ แต่ความร้อนใจของเขาก็ทำเอาทุกคนต้องหันขวับมามองแทบจะทันที โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้มากที่สุด

               “ดูเหมือนแกจะอยากให้ฉันฉิบหายมากเลยสินะฮารีฟ” น้ำเสียงเย็นเยียบของนายเหนือหัว ทำเอาคนฟังถึงกับขนลุกวาบ อารมณ์ร้อนก่อนหน้ากลายเป็นน้ำแข็งไปทันที

               “ปะเปล่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่ไม่อยากให้พระองค์ประมาท อะไรที่ป้องกันได้ เราก็ควรป้องกันไว้ก่อน กันไว้ดีกว่าแก้นะพ่ะย่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง กระหม่อมคิดว่าเราควรช่วยกันตามหาตัวนำโชคที่จะมาช่วยแก้คำสาปให้พระองค์ตั้งแต่เนิ่นๆ นะพ่ะย่ะค่ะ” ฮารีฟทำสีหน้าจริงจัง แต่ก็ถูกพี่ชายแทรกขึ้นอีก

               “แล้วแกรู้เหรอว่าตัวนำโชคที่ว่านั่นเป็นใคร อยู่ที่ไหน เฮอะ! ฉันว่าแทนที่แกจะเอาเวลามาเชื่อเรื่องงมงายพวกนี้ สู้เอาเวลามาช่วยกันวางแผนจับไอ้ฟาฮัสให้ได้ก่อนไม่ดีกว่าเหรอ อย่าลืมสิว่าที่เราอุตส่าห์ถ่อมาถึงเมืองไทยเนี่ย เพราะต้องการตัวไอ้สวะนั่น ไม่ได้มาหาตัวนำโชคที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงรึเปล่า”

               “ไม่ได้ลืมโว้ย เรื่องไอ้ฟาฮัสไม่ต้องห่วง ฉันคิดแผนไว้แล้วว่าจะจัดการกับมันยังไง แล้วก็เผอิญว่า...ฉันเป็นคนฉลาด ฉลาดมากพอที่จะจัดการทั้งสองเรื่องไปพร้อมกันได้ ทั้งเรื่องไอ้ฟาฮัส หรือแม้กระทั่งเรื่องตัวนำโชคนั่น” ฮารีฟทำท่ากระหยิ่มยิ้มย่อง จนเฟาซีต้องถาม

               “ยังไง”

               ฮารีฟอธิบายแผนการด้วยการหันไปรายงานกับชีคอัฟฟานโดยตรง

               “สายของกระหม่อมรายงานมาว่าไอ้ฟาฮัสมันกบดานอยู่ที่นี่ไม่ผิดแน่ แต่ครั้งนี้เราจะไม่บุกไปจัดการมันเหมือนทุกครั้งอีก เราจะเปลี่ยนกลยุทธใหม่ เปลี่ยนจากรุกมาเป็นรับ แล้วก็ล่อมันออกมา”

               “รุก รับ ล่อ ฟังแล้วทำไมมันเสียวๆ วะ หรือเราจะคิดมากไป แต่มันอดคิดไม่ได้เลยนี่หว่า” ฮาซานบ่นพึมพำกับแผนของน้องชายที่ทำให้ตนต้องคิดสองแง่สองง่าม แต่เจ้าของแผนการดันได้ยินเข้า

               “คิดอกุศล ทำไมเป็นคนแบบนี้วะ” ฮารีฟมองหน้าพี่ชายอย่างกล่าวหาราวกับอีกฝ่ายทำผิดร้ายแรงมา

               “หรือแกไม่คิด”

               “ก็คิด เฮ้ย! หมายถึงคิดเรื่องแผนโว้ย เอ่อ...เรามาว่าเรื่องแผนกันต่อดีกว่ากระหม่อม กระหม่อมคิดว่าเราควรเปลี่ยนแผน แทนที่เราจะเป็นฝ่ายบุกไปหามัน เราก็แค่ล่อให้มันเป็นฝ่ายออกมาแล้วก็ตลบหลังจัดการกับมันพ่ะย่ะค่ะ” สองหนุ่มถุ้มเถียงกันไปมา แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาของชีคหนุ่ม ฮารีฟจึงรีบกลับเข้าเรื่องดังเดิม

               “แล้วจะล่อมันยังไง” เฟาซีถามเป็นการเป็นงาน ด้วยกลัวอีกฝ่ายจะพากันออกนอกเรื่องอีก

               “จะไปยากอะไร ในเมื่อเรามีตัวล่อชั้นดีอยู่กับตัว” ฮารีฟพูดพลางปรายตาไปมองที่ชีคหนุ่มแทนคำตอบ

               “ไม่ได้” สองหนุ่มที่เหลือแทบจะโพล่งออกมาพร้อมกัน

               “แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะล่อให้มันออกมา ไม่รู้รึไงว่าสิ่งที่มันอยากได้มากที่สุดคืออะไร” แน่นอนว่าคำตอบก็คือชีวิตของท่านชีคของพวกเขานั่นเอง

               “ก็เพราะรู้ไง พวกฉันถึงได้ไม่อยากเสี่ยง แกเองก็เหมือนกัน วิธีอื่นมีเป็นร้อยเป็นพัน ทำไมถึงต้องเอาชีวิตท่านชีคไปเสี่ยงด้วย เลิกคิดไปได้เลย ไม่มีใครเห็นด้วยกับแกแน่” ฮาซานต่อว่าน้องชาย

               “แต่ฉันเห็นด้วย” เสียงของชีคหนุ่มดังทะลุกลางปล้องท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุนคน

               “ท่านชีค!”

               “ฉันเห็นด้วยกับแผนของฮารีฟ ฉันไม่อยากเสียเวลาอีก ไอ้ฟาฮัสมันสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมืองเรามามากพอแล้ว ฉันปล่อยมันไว้อีกไม่ได้อยากจะจัดการมันเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ” สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังของชีคหนุ่ม ทำเอาเหล่าองครักษ์ถึงกับหน้าเครียด ด้วยรู้ดีว่าถ้าเป็นเช่นนี้คงยากที่จะทัดทานได้

อ่านต่อ

สารบัญ ลิขิตรักใต้ผืนทราย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ซ่งชิงอวี่ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้ลู่เหยี่ยนจืออย่างไร้ค่า แม้เขาจะนอกใจไปมีลูกกับคนรักเก่าเธอก็ยังทน แต่ในวันจดทะเบียนสมรส เขากลับทิ้งเธอไว้เพียงลำพังเพื่อไปหาผู้หญิงคนนั้น ความเจ็บปวดสะสมทำให้เธอตัดสินใจหันหลังให้ความสัมพันธ์นี้อย่างเด็ดขาด และเลือกเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานกับชายคนอื่น ทว่าเมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอเป็นของคนอื่น เขากลับยอมทิ้งศักดิ์ศรีเพื่อตามตื้อขอโอกาสอย่างบ้าคลั่ง แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจหมดรักไปแล้วทำเพียงตอบกลับด้วยความรำคาญใจ และเตือนไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคนที่มีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
ตลอดสิบสี่วันบนเรือสำราญกลางมหาสมุทร ปวีนุชต้องใช้ชีวิตร่วมกับลายไม้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศสุดโรแมนติกนำพาให้ทั้งสองได้ชิดใกล้และเปิดใจเรียนรู้กัน แต่ตัวตนของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเล่ห์กลและเสน่ห์อันเย้ายวนใจ จนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งปิศาจร้ายที่พรากหัวใจเธอไป แม้ความรักจะก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง ทว่าความหวาดกลัวในความแตกต่างและบาดแผลจากอดีตทำให้หญิงสาวตัดสินใจหอบความทรงจำหนีไปจากเขา โดยในใจลึกๆ ของเธอยังคงปรารถนาและเฝ้ารอให้เขาออกเดินทางตามหาเธอ เพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้ครั้งนี้แข็งแกร่งพอที่จะทลายทุกอุปสรรคลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มต้องเผชิญคราวเคราะห์เมื่อถูกสิงหา ชายหนุ่มสุดหล่อแต่แสนป่าเถื่อนลักพาตัวมาเพราะจำคนผิด ท่ามกลางความห่วงใยคนใกล้ชิดที่กำลังบาดเจ็บ เธอต้องทนฟังคำร้ายกาจจากเขา นุ่มจึงอธิษฐานขอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนใจร้ายนี้ และหวังจะมีชีวิตใหม่ที่ร่ำรวยทางลัดเพื่อจะได้เลิกทำงานกลางคืนพร้อมกับได้พบสามีที่ดีในอนาคต แม้ภายหลังสิงหาจะยอมรับว่าจับตัวมาผิดคนและยอมเอ่ยปากขอโทษอย่างเสียไม่ได้ แต่ความอวดดีและรอยยิ้มกวนโทสะของเธอกลับกระตุ้นโทสะของเขา จนทำให้เรื่องราวของทั้งคู่ยิ่งพัวพันและวุ่นวายหนักขึ้นกว่าเดิม
ภาพปกนิยายเรื่อง สุดที่รักคือเธอ
8.9
ชีวิตแต่งงานสามปีของนิ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เด็กกำพร้าสาวกับมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองดำเนินไปอย่างเย็นชาไร้ใจ ทว่าในวันที่เธอตั้งท้อง สามีกลับขอหย่าขาดเพราะเข้าใจผิดว่าต่างฝ่ายต่างมีคนอื่น แต่เมื่อถึงเวลาต้องแยกทางกันจริง ๆ เขากลับเปลี่ยนใจไม่ยอมสูญเสียเธอไป พร้อมทั้งสารภาพความรู้สึกที่ซ่อนอยู่จนทำให้หัวใจของเธอต้องสั่นคลอน ท่ามกลางความทรงจำที่เต็มไปด้วยรอยร้าว ความแค้น และความรักที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก ว่าที่คุณแม่มือใหม่จะเลือกทางเดินไหนให้กับชีวิตคู่ที่ยากจะคาดเดาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ยักษ์ครุฑี
8.0
กษัตริย์อสุรานามพระสุวรรณเมฆาได้เข้าช่วยเหลือครุฑีสาวตนหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความงดงามของนางกลับดึงดูดใจยักษ์หนุ่มอย่างลึกซึ้ง ในขณะนั้นกองทหารครุฑาได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมบีบบังคับให้ส่งตัวนางกลับคืนไป แต่จอมราชันแห่งยักษ์กลับปฏิเสธอย่างไม่เกรงกลัวและพร้อมที่จะปกป้องนางอย่างสุดกำลัง เหตุการณ์นี้กลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามข้ามเผ่าพันธุ์อันนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจึงต้องยอมใช้มหิทธานุภาพอันยิ่งใหญ่เข้าหักหาญกับศัตรูเพื่อปกป้องชีวิตของครุฑีในอ้อมแขนให้จงได้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์