APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตรักใต้ผืนทราย

ลิขิตรักใต้ผืนทราย

พรสวรรค์ สาวแว่นผู้มีดวงตาทิพย์มองทะลุสิ่งกีดขวางได้ ต้องมาพบกับชีคอัฟฟาน เจ้าชายผู้เงียบขรึมที่มีพลังหูทิพย์คอยได้ยินเสียงความคิดของคนอื่น เรื่องราวสุดป่วนปนเซ็กซี่จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอแอบใช้สายตามองทะลุเสื้อผ้าเพื่อชื่นชมเรือนร่างอันกำยำของเขา พร้อมทั้งจินตนาการเรื่องราวสุดสยิว โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าเขาสามารถรับรู้ความต้องการในใจของเธอได้ทุกคำพูด ด้วยความเข้าใจผิดคิดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน หญิงสาวจึงเป็นฝ่ายเดินหน้าจู่โจมเจ้าชายผู้สูงศักดิ์อย่างเต็มที่ นำไปสู่การค้นพบความลับเรื่องพลังพิเศษของกันและกัน พร้อมกับแรงดึงดูดใจที่ยากจะต้านทานในความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ห้องสวีท ณ โรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร

               “ชะตาของท่านกำลังจะเปลี่ยนไป ท่านจะพบกับความยุ่งยากที่กำลังจะมาถึง  มันเป็นชะตา แต่ท่านไม่ต้องเป็นกังวลไป เมื่อใดที่ท่านได้พบกับหญิงผู้มีดวงตาแห่งสวรรค์ เมื่อนั้นท่านจะพ้นจากเคราะห์ทั้งปวง นางจะเป็นตัวนำโชคให้ท่าน จงหานางให้เจอ หาไม่แล้วชีวิตของท่านจะพบกับความวิบัติฉิบหายไปตลอดกาล ครอบครัวของท่านจะต้องจมอยู่ภายใต้คำสาปอาถรรพ์ตลอดไป” นั่นคือคำพูดของแม่เฒ่าคนหนึ่งที่ยังดังก้องอยู่ในหัวของชีคอัฟฟาน อับดุล ฮาหมัด คาริฟา เจ้าชายลำดับที่สามแห่งประเทศดามัส ผู้คุมอำนาจทางทหารไว้ในมือกว่าครึ่ง

               “ยังทรงคิดมากเรื่องคำพูดของแม่เฒ่าคนนั้นอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ” ฮารีฟหนึ่งในองครักษ์คนสนิทถามขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของชีคหนุ่ม แต่ยังไม่ทันที่ท่านชีคจะได้ตอบกลับไป ก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาซะก่อน

               “อย่าทรงเอาเอาเรื่องพรรค์นั้นมาใส่พระทัยเลยพ่ะย่ะค่ะ ก็แค่คำพูดของหญิงแก่คนหนึ่ง ยังไงซะกระหม่อมก็ยังเชื่อว่าหมอดูย่อมคู่กับหมอเดา ทรงลืมๆ มันไปซะเถอะพ่ะย่ะค่ะ” ฮาซานซึ่งเป็นพี่ชายของฮารีฟ และเป็นหนึ่งในองครักษ์ส่วนพระองค์ที่ท่านชีคทรงไว้ใจแย้งขึ้น

               “แต่เรื่องแบบนี้ ฟังเอาไว้ก็ไม่เสียหาย ถ้าเกิดที่แม่เฒ่าคนนั้นพูดมาเป็นเรื่องจริง  ท่านชีคของเราไม่วิบัติฉิบหายไปเลยรึไง” องครักษ์คนน้องหันมาแย้งพี่ชาย

               "งมงาย แกอยากเชื่อก็เชื่อไปคนเดียวสิ ทำไมต้องมาพูดกรอกหูให้ท่านชีคทรงเชื่อด้วย  ที่สำคัญกล้าดียังถึงมาแช่งให้ท่านชีควิบัติฉิบหายวะ แกนี่มันปากเสียชะมัด " ฮาซานขึ้นเสียงใส่น้องชายอย่างหัวเสีย

               "ไม่ได้แช่งโว้ย แล้วแกก็พูดเองว่าไม่เชื่อเรื่องงมงาย ถ้าไม่เชื่อแล้วจะกลัวว่าท่านชีคจะวิบัติฉิบหายทำไม หรือว่าจริงๆ แล้วแกก็เชื่อ" องครักษ์คนน้องตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้

               "ไม่ได้เชื่อ ก็แค่...ไม่ชอบที่แกพูดว่าท่านชีคจะวิบัติฉิบหาย"

               “ฉันไม่...” ยังไม่ทันที่คนน้องจะได้ตอบโต้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นซะก่อน

               "หยุดทั้งคู่นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นคนที่จะต้องวิบัติฉิบหายจะกลายเป็นพวกแกทั้งสองคน บ้าฉิบ! คำก็วิบัติ สองคำก็ฉิบหาย ใจคอแกสองคนจะให้ฉันวิบัติฉิบหายจริงๆ เลยรึไงถึงจะพอใจ  ไม่มีใครตอบได้หรอกว่าคำพูดของแม่เฒ่าคนนั้นเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้คือรอ รอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ถึงตอนนั้นเราคงได้รู้กันว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง” เหตุผลของชีคหนุ่มพาให้บรรยากาศกลับมาเครียดอีกครั้ง                

               “ในเมื่อมันยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเรื่องที่แม่เฒ่าคนนั้นพูดมาเป็นเรื่องจริง แล้วเราจะเครียดไปก่อนล่วงหน้าทำไม จริงไหม” เฟาซีอีกหนึ่งองครักษ์คนสนิทพูดขึ้นบ้าง หลังจากที่นั่งฟังเงียบๆ อยู่นาน

               “ก็ฉันไม่อยากรอ จะให้รอไปถึงเมื่อไหร่ หรือต้องรอให้ท่านชีคฉิบหายก่อน” ฮารีฟพูดขึ้นอย่างร้อนใจ แต่ความร้อนใจของเขาก็ทำเอาทุกคนต้องหันขวับมามองแทบจะทันที โดยเฉพาะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้มากที่สุด

               “ดูเหมือนแกจะอยากให้ฉันฉิบหายมากเลยสินะฮารีฟ” น้ำเสียงเย็นเยียบของนายเหนือหัว ทำเอาคนฟังถึงกับขนลุกวาบ อารมณ์ร้อนก่อนหน้ากลายเป็นน้ำแข็งไปทันที

               “ปะเปล่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่ไม่อยากให้พระองค์ประมาท อะไรที่ป้องกันได้ เราก็ควรป้องกันไว้ก่อน กันไว้ดีกว่าแก้นะพ่ะย่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง กระหม่อมคิดว่าเราควรช่วยกันตามหาตัวนำโชคที่จะมาช่วยแก้คำสาปให้พระองค์ตั้งแต่เนิ่นๆ นะพ่ะย่ะค่ะ” ฮารีฟทำสีหน้าจริงจัง แต่ก็ถูกพี่ชายแทรกขึ้นอีก

               “แล้วแกรู้เหรอว่าตัวนำโชคที่ว่านั่นเป็นใคร อยู่ที่ไหน เฮอะ! ฉันว่าแทนที่แกจะเอาเวลามาเชื่อเรื่องงมงายพวกนี้ สู้เอาเวลามาช่วยกันวางแผนจับไอ้ฟาฮัสให้ได้ก่อนไม่ดีกว่าเหรอ อย่าลืมสิว่าที่เราอุตส่าห์ถ่อมาถึงเมืองไทยเนี่ย เพราะต้องการตัวไอ้สวะนั่น ไม่ได้มาหาตัวนำโชคที่ไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่จริงรึเปล่า”

               “ไม่ได้ลืมโว้ย เรื่องไอ้ฟาฮัสไม่ต้องห่วง ฉันคิดแผนไว้แล้วว่าจะจัดการกับมันยังไง แล้วก็เผอิญว่า...ฉันเป็นคนฉลาด ฉลาดมากพอที่จะจัดการทั้งสองเรื่องไปพร้อมกันได้ ทั้งเรื่องไอ้ฟาฮัส หรือแม้กระทั่งเรื่องตัวนำโชคนั่น” ฮารีฟทำท่ากระหยิ่มยิ้มย่อง จนเฟาซีต้องถาม

               “ยังไง”

               ฮารีฟอธิบายแผนการด้วยการหันไปรายงานกับชีคอัฟฟานโดยตรง

               “สายของกระหม่อมรายงานมาว่าไอ้ฟาฮัสมันกบดานอยู่ที่นี่ไม่ผิดแน่ แต่ครั้งนี้เราจะไม่บุกไปจัดการมันเหมือนทุกครั้งอีก เราจะเปลี่ยนกลยุทธใหม่ เปลี่ยนจากรุกมาเป็นรับ แล้วก็ล่อมันออกมา”

               “รุก รับ ล่อ ฟังแล้วทำไมมันเสียวๆ วะ หรือเราจะคิดมากไป แต่มันอดคิดไม่ได้เลยนี่หว่า” ฮาซานบ่นพึมพำกับแผนของน้องชายที่ทำให้ตนต้องคิดสองแง่สองง่าม แต่เจ้าของแผนการดันได้ยินเข้า

               “คิดอกุศล ทำไมเป็นคนแบบนี้วะ” ฮารีฟมองหน้าพี่ชายอย่างกล่าวหาราวกับอีกฝ่ายทำผิดร้ายแรงมา

               “หรือแกไม่คิด”

               “ก็คิด เฮ้ย! หมายถึงคิดเรื่องแผนโว้ย เอ่อ...เรามาว่าเรื่องแผนกันต่อดีกว่ากระหม่อม กระหม่อมคิดว่าเราควรเปลี่ยนแผน แทนที่เราจะเป็นฝ่ายบุกไปหามัน เราก็แค่ล่อให้มันเป็นฝ่ายออกมาแล้วก็ตลบหลังจัดการกับมันพ่ะย่ะค่ะ” สองหนุ่มถุ้มเถียงกันไปมา แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาของชีคหนุ่ม ฮารีฟจึงรีบกลับเข้าเรื่องดังเดิม

               “แล้วจะล่อมันยังไง” เฟาซีถามเป็นการเป็นงาน ด้วยกลัวอีกฝ่ายจะพากันออกนอกเรื่องอีก

               “จะไปยากอะไร ในเมื่อเรามีตัวล่อชั้นดีอยู่กับตัว” ฮารีฟพูดพลางปรายตาไปมองที่ชีคหนุ่มแทนคำตอบ

               “ไม่ได้” สองหนุ่มที่เหลือแทบจะโพล่งออกมาพร้อมกัน

               “แต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะล่อให้มันออกมา ไม่รู้รึไงว่าสิ่งที่มันอยากได้มากที่สุดคืออะไร” แน่นอนว่าคำตอบก็คือชีวิตของท่านชีคของพวกเขานั่นเอง

               “ก็เพราะรู้ไง พวกฉันถึงได้ไม่อยากเสี่ยง แกเองก็เหมือนกัน วิธีอื่นมีเป็นร้อยเป็นพัน ทำไมถึงต้องเอาชีวิตท่านชีคไปเสี่ยงด้วย เลิกคิดไปได้เลย ไม่มีใครเห็นด้วยกับแกแน่” ฮาซานต่อว่าน้องชาย

               “แต่ฉันเห็นด้วย” เสียงของชีคหนุ่มดังทะลุกลางปล้องท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุนคน

               “ท่านชีค!”

               “ฉันเห็นด้วยกับแผนของฮารีฟ ฉันไม่อยากเสียเวลาอีก ไอ้ฟาฮัสมันสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมืองเรามามากพอแล้ว ฉันปล่อยมันไว้อีกไม่ได้อยากจะจัดการมันเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ” สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังของชีคหนุ่ม ทำเอาเหล่าองครักษ์ถึงกับหน้าเครียด ด้วยรู้ดีว่าถ้าเป็นเช่นนี้คงยากที่จะทัดทานได้

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่คราวนี้ฮูหยินแสนดีเช่นข้า
8.7
ลู่เหยาเสียชีวิตอย่างอ้างว้างหลังถูกสามีทอดทิ้งนานสามปี ปล่อยให้ลูกชายเผชิญโลกตามลำพัง ทว่าสวรรค์กลับมอบโอกาสให้เธอเกิดใหม่อีกครั้งในร่างอนุของตระกูลจาง แม้สถานะจะเปลี่ยนไปจากเดิม แต่นางก็ยินดีก้าวเข้าสู่ขุมนรกแห่งนี้อีกหนเพื่อปกป้องลูกรักและทวงแค้นทุกคนที่เคยทำลายชีวิตเธอในอดีต จากอดีตฮูหยินแสนดีที่เคยถูกกดขี่และเหยียดหยามอย่างทารุณ วันนี้เธอกลับมาในฐานะอนุสุดแกร่งที่พร้อมฟาดฟันและเอาคืนศัตรูทุกคนอย่างสาสม มาร่วมติดตามว่าบทสรุปของเพลิงแค้นและความรักของแม่ในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากผู้มีชีวิตรอดในโลกซอมบี้อันโหดร้าย ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับความยากจนค้นแค้น พร้อมทั้งการเอารัดเอาเปรียบจากเหล่าญาติที่แสนเห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตากำหนดให้เธอต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตในครอบครัวที่ขัดสนอย่างหนัก เด็กหญิงจึงไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาและตัดสินใจลุกขึ้นสู้ โดยใช้ทักษะความสามารถทั้งหมดที่มีมาแก้ไขอุปสรรคและพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้ดีขึ้น เป้าหมายสูงสุดในชีวิตใหม่นี้คือการลงมือจัดการปัญหาด้วยตัวเองเพื่อนำพาครอบครัวไปสู่ความร่ำรวยและมั่นคงให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
ฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติก เผชิญเงื่อนไขเวลาห้าปีในการให้กำเนิดทายาทเพื่อรักษาฐานอำนาจในเมืองไลแคนโทรป ทว่าด้วยความรักในเสียงเพลง เขาจึงตัดสินใจจ้างปริ๊น มนุษย์ที่ข้ามมิติมาทำหน้าที่เป็นครูสอนร้องเพลง ความใกล้ชิดนำไปสู่ความผูกพันลึกซึ้ง แต่ความสัมพันธ์นี้กลับกลายเป็นอุปสรรคต่อตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถตั้งครรภ์ทายาทตามกฎเกณฑ์ได้ ท่ามกลางความกดดันจากศัตรูต่างเผ่าที่คอยหาโอกาสโจมตีเพื่อทำลายล้าง ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์
ภาพปกนิยายเรื่อง อัลฟ่าเซ็นใบปฏิเสธฉัน โดยไม่ตั้งใจ
9.8
สามปีเต็มที่ฉันต้องทนทุกข์ในฐานะคู่แท้ที่ไร้ค่าของอัลฟ่าลอเรนซ์ ผู้ชายที่มอบหัวใจและเวลาทั้งหมดให้โรสลินเพียงผู้เดียว แม้ในค่ำคืนวิกฤตที่พ่อของฉันใกล้สิ้นใจและต้องการความช่วยเหลืออย่างที่สุด เขากลับมองว่าคำขอร้องของฉันเป็นเรื่องงี่เง่าและเลือกที่จะอยู่กับผู้หญิงคนนั้น จนทำให้พ่อต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ความเจ็บปวดและเมินเฉยในครั้งนี้ทำให้ฉันตัดสินใจสอดแทรกเอกสารลับเข้าไปในกองงานของเขา และด้วยความสะเพร่าของลอเรนซ์ที่ตวัดปากกาเซ็นชื่อโดยไม่ได้ตรวจสอบให้ดี เขาจึงได้ตัดขาดพันธะทางวิญญาณและปฏิเสธฉันจากการเป็นคู่แท้อย่างสมบูรณ์ด้วยมือของเขาเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง SWEET SITUATION หนีรักมาพบคุณ
9.1
เมื่อความรักครั้งเก่าพรากชีวิตเธอไป สวรรค์กลับมอบโอกาสให้ย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่ในบทบาทพี่เลี้ยงเด็กของลูกชายคุณเผิง แต่เรื่องราวกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อคุณพ่อเสน่ห์แรงคนนี้กลับเอ่ยปากขอให้เธอเลื่อนสถานะมาเป็นแม่ของลูก ทว่าท่ามกลางความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างหวั่นไหว จู่ๆ ก็มีหญิงลึกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมประกาศทวงสามีของเธอคืน เหตุการณ์กลับตาลปัตรครั้งนี้ทำให้เธอต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า ชีวิตใหม่ที่ได้รับมานี้คือความเมตตาจากโชคชะตา หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียงบททดสอบอันแสนเจ็บปวดที่เบื้องบนจงใจกลั่นแกล้งเธอกันแน่
ภาพปกนิยายเรื่อง ต้องมนต์บุปผา
9.1
หลิวซือซือ คุณหนูผู้เพียบพร้อมและอ่อนโยนจากตระกูลใหญ่ ตัดสินใจเดินตามฝันในวงการบันเทิงแม้จะถูกคัดค้านจากครอบครัว จุดเปลี่ยนเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอได้รับขลุ่ยโบราณที่บิดาจัดหามาให้เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการแสดงซีรีส์ย้อนยุค ทันทีที่ครอบครองมัน เธอกลับฝันถึงเรื่องราวของแม่ทัพหนุ่มในสนามรบอย่างต่อเนื่อง และในนิมิตนั้นเธอได้ยื่นมือเข้าช่วยชีวิตเขาไว้หลายครา ทว่าความฝันเหล่านั้นกลับเริ่มส่งผลกระทบและคาบเกี่ยวกับชีวิตจริงอย่างน่าอัศจรรย์ ตัวตนของบุรุษลึกลับผู้นั้นคือใคร และเบื้องหลังขลุ่ยโบราณเล่มนี้มีความลับใดซ่อนอยู่