APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักไม่ได้ร้าย

รักไม่ได้ร้าย

โปรย : จู่ ๆ คู่หมั้นที่ทอดทิ้งไปนานถึงสี่ปี กล้าดีกลับมาสู่ขอ หึ! คนสติดีที่ไหนจะไปแต่งด้วย หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็จะไม่แต่งกับเขาเป็นอันขาด ****** “พี่ไม่ดีตรงไหนคะ” “เมต้องตอบด้วยเหรอคะ ไว้พี่ภีมตอบคำถามตัวเองได้เมื่อไหร่ แสดงว่าคงเป็นคนดีขึ้นมากโขเมื่อนั้น” “ก็ได้ค่ะ ก็ได้” ร่างสูงเปลือยเปล่ายกมือขึ้นสองข้าง แสดงอาการยอมแพ้ เมลดาเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า คนหน้าไม่อาย ‘รู้ว่าใหญ่ แต่ไม่เห็นต้องยืนอวดขนาดนั้น’ เธอไม่โง่ กลับไปกินไส้กรอกที่มีเจ้าของแล้ว ให้มันเสียศักดิ์ศรีหรอก แม้จะกินไปแล้วครั้งหนึ่งก็เถอะ ก็ตอนนั้นเธอยังไม่รู้นี่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ห้องเสื้อ PPM Studio & Design

‘เมลดา พสุภิรมย์’ ดีไซเนอร์สาวสวยหุ่นแซบ ในวัยยี่สิบหกปี กำลังขะมักเขม้นกับการทำงาน หลังจากจัดแฟชั่นโชว์ไปเมื่อเดือนที่แล้ว กระแสตอบรับดีมากจนเธอ และเพื่อน ๆ ยิ้มแก้มแทบปริ แม้จะเหน็ดเหนื่อยสักหน่อย แต่ก็มีความสุขมาก ในขณะที่มือเรียวกำลังวุ่นกับการทำแพทเทิร์นอยู่นั้น เสียงสมาร์ทโฟนก็ดังขึ้น ทำให้เธอต้องวางมือจากงานการตรงหน้าเพื่อรีบรับสาย

“สวัสดีค่ะยาย”

“เมเปิ้ล เตรียมตัวนะลูก” เสียงคุณยายนิ่มดังมาตามสาย น้ำเสียงหญิงชราเต็มไปด้วยความปีติยินดี

“เตรียมตัว เตรียมตัวอะไรเหรอคะ” เมลดาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้เป็นยายพูดถึงเรื่องอะไร?

“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวน่ะสิ รู้ไหมวันนี้พ่อภีมเขามาสู่ขอหนูกับยายด้วยตัวเองเลยนะ เมเปิ้ลออกแบบตัดชุดสวย ๆ รอเลยนะลูก ยายกับคุณยายปรางกำลังจะไปหาฤกษ์ให้”

“พี่ภีมกลับมาแล้วเหรอคะ แล้วตอนนี้เขาอยู่กับยายรึเปล่า?” เมลดาเอ่ยถามออกไปพร้อมหัวใจที่สั่นไหว ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำคลอหน่วยตา

“เปล่า พ่อภีมเขากลับไปสักพักใหญ่แล้ว ยายงีบหลับกลางวันไป พอตื่นก็รีบโทรมาหาหนูนี่ไง เมเปิ้ลของยายไม่ต้องรอพี่เขาอีกแล้วนะลูก”

“ยายจ๋า พอดีเมติดลูกค้าค่ะ ไว้เมเสร็จธุระจะโทรกลับนะคะ” เธอโกหก เพราะไม่กล้าบอกผู้เป็นยายด้วยซ้ำว่ารู้สึกอย่างไรกับการที่จู่ ๆ เขาก็กลับมา ทั้ง ๆ ที่หายหน้าไปนานถึงสี่ปีเต็ม

“อ้อ งั้นตามสบายนะลูก ยายไม่กวนแล้ว อย่าลืมเตรียมชุดนะ”

เมื่อคุณยายนิ่มวางสายไปแล้ว เมลดาก็เริ่มปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมา ต้องสารเลวขนาดไหน ถึงกล้าไปสู่ขอเธอกับผู้เป็นยาย ทั้งที่ทิ้งเธอไปในสภาพแบบนั้น ถ้ายายรู้ว่าเธอเคยโดนอะไรมาบ้าง ยายคงเสียใจไม่แพ้เธอ เมลดาสูดน้ำมูกแรง ๆ ก่อนจะเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนใบหน้า เธอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นกดต่อสายหาพี่สาวคนสนิท รอไม่นานพริษาก็รับสาย

“เมเปิ้ล ว่าไงจ้ะ”

“พี่แพร พี่ภีมกลับมาแล้วเหรอคะ”

“จ้ะ”

“แล้วตอนนี้พี่ภีมอยู่ไหนคะ”

“อยู่ที่บริษัทกับพี่นี่แหละ เพิ่งกลับมาจากสู่ขอเรา ก็มานั่งทำงานต่อเลย ช่างเป็นรองประธานที่ขยันมากว่าไหม? ว่าแต่คุณยายนิ่มบอกเมแล้วเหรอจ้ะ”

“ค่ะ”

“คราวนี้พี่ภีมได้อยู่ไทยยาว ๆ แล้ว เพราะเมเปิ้ลแท้ ๆ พี่ล่ะดีใจจริง ๆ ขอบใจมากนะจ๊ะพี่สะใภ้”

“แค่นี้ก่อนนะคะพี่แพร”

“อ้าว ติดธุระเหรอ พี่ว่าจะนัดวันเข้าไปวัดตัวตัดชุดสักหน่อย”

“ถ้าหมายถึงชุดสำหรับงานแต่งของเมกับพี่ภีม คงไม่ต้องค่ะ เพราะหัวเด็ดตีนขาดยังไง เมก็ไม่แต่งกับพี่ภีมเด็ดขาด”

“เฮ้ย..เม” พริษาไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เมลดาก็วางสายไปเสียดื้อ ๆ เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทั้งคู่ นึกว่าข่าวการกลับมาของพี่ชาย จะทำให้เมลดาดีอกดีใจเสียอีก แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ไม่น่าจะใช่

เมลดาวางสายด้วยความกรุ่นโกรธ เธอไม่ได้โกรธพริษา แต่โกรธผู้ชายคนนั้นต่างหาก เขาเอาความมั่นหน้ามาจากไหน มั่นใจได้อย่างไรว่าเธอจะแต่งด้วย เขากล้ามากที่ไปสู่ขอเธอกับผู้เป็นยาย โดยไม่บอกกล่าวเธอสักคำ ด้วยความโมโหทำให้ร่างระหงต้องมายืนอยู่หน้าตึกสูงระฟ้าภายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง อาคารสำนักงาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง ธุรกิจของครอบครัวโดเรนสัน และเขา ‘ภีม โดเรนสัน’ ก็อยู่ที่นี่

หญิงสาวผิวขาว ผมสีน้ำตาลยาวสลวย ขับให้ใบจิ้มลิ้มดูขาวผ่อง หุ่นนาฬิกาทรายในชุดเดรสสั้นสีดำ กำลังเยื้องย่างไปยังจุดหมาย ทุกย่างก้าวทำให้อกอวบอิ่มที่มีมากล้นขยับไหว สอดรับกับเอวคอดกิ่ว และสะโพกผายที่ย้ายไปย้ายมาน่ามอง

แล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เธอจะได้เผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง เธอในเมื่อก่อน ร้องไห้จนเปียกปอนไปตั้งเท่าไร แต่ ‘เมลดา พสุภิรมย์’ ในวันนี้จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว หากต้องแตกหักกับเขาเธอก็จะทำ

“สวัสดีค่ะคุณเมเปิ้ล คุณภีมรออยู่ด้านในแล้วค่ะ” เพียงแค่ก้าวเข้ามาถึงหน้าห้องทำงานของเขา เลขาสาววัยสี่สิบต้น ๆ ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน ก็เข้ามาต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าเธอจะมา

“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยขอบคุณ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปด้วยใจมาดมั่น ดวงตากลมโตมองภาพชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า เขาแต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า กำลังยืนหันหลังทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แค่มองจากด้านหลังยังรู้ว่าเขาดูดีแค่ไหน นั่นล่ะเสน่ห์ของหนุ่มลูกเสี้ยวอย่างภีม ยังมีหน้ามายืนชื่นชมวิวอย่างอารมณ์ดี โดยไม่ได้สนใจหรือสำเหนียกในสิ่งที่ตัวเองเคยทำเอาไว้ ความรู้สึกที่เธอมีให้เขามันทั้งรักทั้งเกลียด รักเพราะเขาเป็นรักแรก เป็นรักที่ฝังใจ แต่ในตอนนี้เธอพยายามเกลียด เกลียดที่เขาหลอกลวง ทิ้งไป และทำราวกับว่าเธอเป็นตัวสำรองที่จะกลับมาหาเมื่อไรก็ได้ เธอก้าวเดินไปเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าทำให้ชายหนุ่มลูกเสี้ยวต้องหันกลับมามอง

หน้าตาของเขายังหล่อเหลาเหมือนเดิม ร่างสูงสมาร์ตกว่าร้อยแปดสิบห้า ใบหน้าเรียวรีมีจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาสีสนิมอันเป็นเอกลักษณ์ ริมฝีปากหยักดูสุขภาพดี รวม ๆ แล้วช่างหล่อจนน่าหลงใหล แต่เธอไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาที่จะหลงรูปลักษณ์เหล่านั้นอีกแล้ว

“เมเปิ้ล พี่กลับมาแล้วค่ะ” เขาเร่งฝีเท้าเข้ามาหา พร้อมอ้าแขนกว้างราวกับรอให้เธอโผเข้าไปกอด แต่เมลดากลับยืนนิ่ง มองเขาด้วยแววตาเฉยชา

“กล้าดียังไงไปสู่ขอเม” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยท่าทางเอาเรื่อง สองมือกำหมัดแน่น

“ก็เราหมั้นกันแล้วนี่ค่ะ ถ้าพี่ไม่ไปขอสิแปลก” คนพี่ได้แต่ยิ้ม ยิ่งเมื่อเห็นแววตาขุ่นเขียวของคนตรงหน้า เธอโกรธ เขารู้

“ยังไงเมก็ไม่แต่งกับพี่ภีมค่ะ”

“เพราะอะไรคะ” คนหน้าหล่อเอียงคอถาม คิ้วหนาขมวดมุ่น ทำราวกับว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“เพราะเมไม่ได้รัก และไม่ได้อยากจะแต่งงานกับพี่ภีมอีกแล้ว นับจากนี้ เมกับพี่ภีมจะไม่เกี่ยวข้องกันอีก ต่างคนต่างอยู่เหมือนสี่ปีที่ผ่านมาเถอะค่ะ” เมลดาพูดพร้อมกับหยิบกล่องกำมะหยี่สีดำออกมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของเขา แววตาเธอสั่นไหวเล็กน้อย

ชายหนุ่มหยิบกล่องขึ้นมาเปิดออกดู สิ่งที่อยู่ด้านในคือแหวนเพชรเม็ดงามที่เขาเคยใช้หมั้นหมายเธอไว้เมื่อสีปีก่อน ริมฝีปากหยักเผยยิ้ม ก่อนจะยกมือข้างซ้ายขึ้นมาให้เธอเห็น แหวนทองคำขาววงเกลี้ยงยังอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขาเสมอ “พี่ไม่เคยถอดเลยนะคะ และที่กลับมาก็เพราะตั้งใจจะแต่งกับเม พี่ว่าพี่จองเมไว้นานเกินไปแล้ว”

ขณะที่พูด ภีมดูใจเย็น และดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก อาจเป็นเพราะปีนี้เขาอายุสามสิบสองแล้ว ต่างกับเธอ ที่ใจร้อนบ้างเป็นบางเวลา โดยเฉพาะเวลานี้ เธอรู้สึกอยากใช้กำปั้นชกหน้าเขาให้หนำใจ แล้วกรีดร้องออกมาดัง ๆ เพื่อระบายความคับแค้นใจที่อัดอั้นมาแสนนาน “หึ ยังไงเมก็ไม่แต่งค่ะ ไม่แต่งกับพี่ภีมเด็ดขาด”

“แล้วเมจะแต่งกับใครคะ” คนถามขยับเข้ามาใกล้ แม้ในท่าทีจะไม่ได้ดูเป็นการคุกคาม แต่ก็ทำให้เมลดารู้สึกหายใจไม่ค่อยคล่องนัก

“เมจะแต่งกับคนที่เมรัก และเขาก็รักเมเท่านั้นค่ะ”

“งั้นเมก็ต้องแต่งกับพี่ค่ะ เพราะพี่น่ะทั้งรัก และคิดถึงเมมากกว่าใคร”

“คนสารเลว กล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง” สองมือบางผลักอกแกร่งอย่างแรง พร้อมตะคอกใส่หน้าเขาเสียงดัง เพียงแค่ได้ยินคำว่ารัก และคิดถึงจากปากหยัก ทำให้เมลดาถึงกับฟิวส์ขาด รักประสาอะไร คิดถึงประสาอะไร ในช่วงเวลาแบบนั้น ถึงทิ้งกันไปหน้าตาเฉย เขาช่างใจดำกับเธอเหลือเกิน

“ไม่เชื่อเหรอคะ” คนตัวโตยังกล้าเอ่ยถาม

“พี่ภีมกรุณาอย่าพูดคำว่ารักหรือคิดถึงอีกเลยนะคะ ฟังแล้วเมจะอ้วก”

“หือ แค่สบตาก็แพ้ท้องแล้วเหรอคะ งั้นคงต้องรีบแต่งแล้วหล่ะ” ภีมยังหยอกเย้า ยังคิดว่าการปรับความเข้าใจกับคนตรงหน้าคงไม่ใช่เรื่องยาก

“พี่ภีมทำแบบนี้ทำไม ไม่ละอายใจบ้างเหรอคะ” เมลดาเริ่มปากคอสั่น เธอกำลังจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ปากจิ้มลิ้มอยากผรุสวาทคำร้าย ๆ ออกมาให้สาสมกับที่เขาเคยทำเลว ๆ เอาไว้

“เราจะพูดจากันดี ๆ ได้ไหมคะ หายโกรธพี่เถอะนะ ที่ผ่านมาพี่อยากกลับมาหาเมใจจะขาด แต่กลับมาไม่ได้จริง ๆ ค่ะ”

“กลับมาไม่ได้ หรือไม่ได้อยากจะกลับกันแน่ เลิกหลอกเมสักที” เธอเจ็บแล้วจำ และไม่อยากเจ็บซ้ำ ๆ อย่างคนโง่

“พูดกับผัวให้มันดี ๆ หน่อยได้ไหมคะ เมคนดีคนเดิม คนที่เคยมีเหตุผลหายไปไหนแล้ว ตอนนี้พี่เห็นแต่คนดื้อ แบบนี้จะคุยกันรู้เรื่องไหม” เขาจับต้นแขนทั้งสองข้าง จ้องมองสบตาเธอนิ่ง

“พูดดี ๆ มีเหตุผลเหรอ ได้.. ไอ้เลว ไอ้คนสารเลว หน้าด้าน ทุเรศ ไปตายซะ”

“ด่าเก่ง พี่ชักอยากรู้แล้วว่า ถ้าคุณยายนิ่มรู้ ว่าเราสองคนเป็นผัวเมียกันมาตั้งนานแล้ว ท่านจะยอมให้เมเลิกกับพี่ไหม?”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ” เมลดาแหวเสียงดัง

“พี่จะพูดค่ะ เมก็รู้ว่าเราไม่ใช่แค่คู่หมั้น”

“คนสารเลว เมบอกให้หยุดพูดไง เพี๊ยะ!” เมลดาโกรธจนลืมตัว เธอง้างมือขึ้นสูง ก่อนจะใช้ฝ่ามือบางฟาดลงตรงข้างแก้มของเขาอย่างแรง แล้วก็เป็นเธอเองที่น้ำตาเอ่อคลอ ยิ่งเมื่อเห็นรอยปื้นสีแดงค่อย ๆ เด่นชัดขึ้นมา น้ำใส ๆ ก็รินไหลออกมาจากสองตาอย่าห้ามไม่ได้ ทำเอง เจ็บเอง เสียใจเอง ให้มันได้อย่างนี้สิ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
ภาพปกนิยายเรื่อง กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)
9.8
รุจาภาไม่มีทางเลือกจำต้องยอมก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์ที่ไร้ซึ่งความรักกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักของตนเอง เธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ร้ายของพยัคฆ์แห่งไร่กันตา แม้ว่ารุจาภาจะดื้อรั้นและปากร้ายเพียงใด ชายหนุ่มก็พร้อมจะปราบพยศและสั่งสอนบทเรียนให้เธอรู้สำนึกในฐานะทาส การเผชิญหน้าระหว่างพยัคฆ์ร้ายสุดป่าเถื่อนกับหญิงสาวผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใครจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความเสน่หาและความแค้นที่พร้อมแผดเผาหัวใจของทั้งสองคน
ภาพปกนิยายเรื่อง HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ
8.3
เมื่อ ‘ฉลาม’ หัวโจกเด็กอาชีวะสุดโหดผู้ไม่เคยยอมใคร กลับต้องมาเสียอาการเพราะตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง ปฏิบัติการเดินหน้าจีบสาวในสไตล์หนุ่มสายลุยสุดโต่งจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คนดิบเถื่อนอย่างเขาเมื่อปักใจรักใครแล้วก็พร้อมจะพุ่งชนและพิชิตใจเธอด้วยวิถีลูกผู้ชายตัวจริงที่ไม่มีใครเหมือนและไม่ซ้ำใคร ท่ามกลางบรรยากาศการปะทะและสมรภูมิอันดุเดือดของเหล่าวัยรุ่น เขาจะงัดทุกกลเม็ดเด็ดพรายมาเพื่อคว้าหัวใจเธอมาครองให้ได้ในที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง รักในความเงียบ
8.1
เย่ชิงซีจำใจเข้าพิธีวิวาห์กับเสิ่นเซียวเหยา ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีที่กำลังนอนหมดสติ โดยมีเป้าหมายเพื่อตั้งครรภ์ทายาทให้สกุลของเขา แต่เมื่อชายหนุ่มฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ เขากลับลืมเลือนเธอไปจนหมดสิ้นและเรียกร้องขอหย่าทันที แม้คนในครอบครัวจะช่วยคัดค้านการหย่าร้างไว้ได้ ทว่าเขาก็ยังคงปฏิบัติกับเธอด้วยความเย็นชาเสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอตั้งท้องและเตรียมตัวจะเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ท่าทีของเสิ่นเซียวเหยากลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มผู้แสนหยิ่งยโสยอมสลัดความทิฐิทุกอย่างเพื่อเหนี่ยวรั้งภรรยาที่เคยผลักไสให้อยู่ข้างกาย และไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอหย่าร้างตามใจปรารถนา
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
วันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ดกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต เมื่อความจริงเบื้องหลังสามีนักแข่งรถถูกเปิดเผยผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาโดยตลอด ที่ผ่านมาเขาอ้างเรื่องความปลอดภัยเพื่อปิดบังตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีม แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า ฉันจึงเลือกยุติความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนแต่งงานทิ้งไว้ ก่อนจะหันกลับมาสวมถุงมือสีดำคู่เก่งอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าโลกแห่งความเร็วที่เขาเคยเตือนว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยและเชี่ยวชาญยิ่งกว่าใคร
ภาพปกนิยายเรื่อง Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
ความรักสุดอันตรายที่เกิดขึ้นระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มผู้เย็นชาและลูกสาวมาเฟียผู้เอาแต่ใจ กลายเป็นความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ยากจะต้านทาน แม้ว่าความปรารถนาในตัวคุณหนูสาวจะรุนแรงเพียงใด แต่ด้วยสถานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องเก็บซ่อนความรู้สึกดิบเถื่อนเอาไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย ท่ามกลางอุปสรรคและแรงดึงดูดอันเร่าร้อน บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะอดทนและพิสูจน์ตัวเองอย่างเงียบๆ เพื่อรอคอยวันที่เขาจะแข็งแกร่งและมีอำนาจมากพอที่จะคู่ควรในการครอบครองหัวใจของเธออย่างเปิดเผย