APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักไม่ได้ร้าย

รักไม่ได้ร้าย

โปรย : จู่ ๆ คู่หมั้นที่ทอดทิ้งไปนานถึงสี่ปี กล้าดีกลับมาสู่ขอ หึ! คนสติดีที่ไหนจะไปแต่งด้วย หัวเด็ดตีนขาดอย่างไร เธอก็จะไม่แต่งกับเขาเป็นอันขาด ****** “พี่ไม่ดีตรงไหนคะ” “เมต้องตอบด้วยเหรอคะ ไว้พี่ภีมตอบคำถามตัวเองได้เมื่อไหร่ แสดงว่าคงเป็นคนดีขึ้นมากโขเมื่อนั้น” “ก็ได้ค่ะ ก็ได้” ร่างสูงเปลือยเปล่ายกมือขึ้นสองข้าง แสดงอาการยอมแพ้ เมลดาเบือนหน้าหนีภาพตรงหน้า คนหน้าไม่อาย ‘รู้ว่าใหญ่ แต่ไม่เห็นต้องยืนอวดขนาดนั้น’ เธอไม่โง่ กลับไปกินไส้กรอกที่มีเจ้าของแล้ว ให้มันเสียศักดิ์ศรีหรอก แม้จะกินไปแล้วครั้งหนึ่งก็เถอะ ก็ตอนนั้นเธอยังไม่รู้นี่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ท่ามกลางความมืด ดวงตาสีสนิมเบิกโพลง นัยน์แววตาไหวระริก มันแฝงไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด หัวใจแกร่งกำลังสั่นไหว เพราะภาพฝันซ้ำ ๆ ที่เขาไม่อาจลบเลือนไปจากใจ เม็ดเหงื่อซึมออกมาทั่วกรอบหน้าอันหล่อเหลา เขาหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติดังเดิม ปากหยักเอ่ยเสียงแผ่วเบาแหบพร่า ‘มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีก พี่สัญญา’

สี่ปีที่แล้ว

รถสปอร์ตคันหรูจอดลงตรงหน้าคอนโดใจกลางเมือง ดวงตาสีสนิมมองไปยังประตูทางออกของโถงคอนโดไม่วางตา เขากำลังรอใครบางคน เพียงไม่นานร่างระหงของหญิงสาวซึ่งเป็นคู่หมั้นก็ค่อย ๆ เยื้องย่างออกมา พาให้ริมฝีปากหยักยกยิ้มเต็มใบหน้า

คู่หมั้นของเขาเพิ่งเรียนจบ เมลดา และเพื่อน ๆ ของเธอนัดประชุมกับผู้ออกแบบที่จะมาช่วยออกแบบห้องเสื้อที่พวกเธอกำลังก่อตั้งขึ้นในเร็ววันนี้ และกำลังจะก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพที่เธอใฝ่ฝัน และเขาก็รู้สึกภูมิใจในตัวเธอเป็นอย่างมาก

ภีมออกไปทำงานแล้ว แต่เขากลับเข้ามายังคอนโดอีกครั้ง เพียงเพราะเขาอยากจะไปส่งคู่หมั้นสาวด้วยตัวเอง แม้เธอจะปฏิเสธ อีกทั้งยังยืนกรานว่าสามารถเดินทางไปเองได้ แต่เขากลับไม่ยอม เพียงเพราะเขาอยากดูแลเธอ

ภีมก้าวขาลงจากรถ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเมลดา มือแกร่งเอื้อมไปจับมือบาง แล้วจูงมือเธอไปยังรถที่จอดติดเครื่องรออยู่

“พี่ภีมไม่เห็นต้องไปส่งเมเลย เมบอกแล้วว่าไปเองได้”

เมลดาบ่นอุบ เพราะเธอเกรงใจเขา ตอนนี้ภีมมีงานค่อนข้างเยอะ เธอไม่อยากรบกวนเขาเลยจริง ๆ

“ไม่เป็นไรค่ะพี่อยากไปส่ง”

“อุ๊ย” หญิงสาวอุทานเบา ๆ เมื่อทำแว่นกันแดดตกลงยังพื้น

ภีมส่ายหน้าแล้วยิ้ม คนสวยมักซุ่มซ่ามเขาเข้าใจ ร่างสูงค่อย ๆ ก้มลงไปหยิบแว่นอันนั้นขึ้นมาให้เธอ

ปัง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เสียงผู้คนบริเวณนั้นกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ต่างวิ่งหลบหนีกันจ้าละหวั่น ในขณะที่ร่างบอบบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาค่อย ๆ ทรุดตัวลงมาอย่างช้า ๆ สองแขนแกร่งรับร่างไร้สติไว้ในอ้อมแขน เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลออกมาจากร่างระหง หัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบ และบีบรัดตัวอย่างรุนแรง เขาแทบลืมหายใจ ภีมขบกรามแน่น แม้ไม่เห็นที่มาของกระสุน แต่เขารู้ดีว่าเป็นฝีมือใคร สาบานว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่พวกมันจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจแบบนี้…

ณ โรงพยาบาล

สายตาคมกริบจ้องมองไปยังร่างบางที่เพิ่งจะออกจากห้องผ่าตัด ภีมขบกำหมัดแน่น จนเห็นข้อนิ้วเป็นสีขาว

“น้องปลอดภัยแล้วครับ กระสุนแค่เฉี่ยวที่ต้นขา ไม่ได้โดนอวัยวะสำคัญ พี่ภีมไม่ต้องกังวลนะครับ” ภูบดีบอกพร้อมตบไหล่พี่ชายเบา ๆ

“ไม่กังวลได้เหรอวะ แค่เฉี่ยวก็ไม่ได้แล้วไหม?” ภีมมองภาพเมลดาที่ยังนอนหลับใหลด้วยดวงตาแดงก่ำ เขาขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ก่อนจะเอ่ยบอกน้องชาย “ภู พี่ฝากน้องสักครู่ เดี๋ยวพี่มา”

“พี่จะไปไหน ถ้าน้องฟื้นขึ้นมาน้องคงอยากเจอพี่เป็นคนแรก” คนเป็นน้องเอ่ยถาม

“พี่จะไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย สัญญาว่าไปไม่นาน” ภีมบอกแล้วเดินจากไป

ภูบดีได้แต่มองตามหลังพี่ชายไปจนลับตา ก่อนจะหันไปมองน้องสาวต่างสายเลือดที่ยังนอนสลบไสลไม่ได้สติ

สามชั่วโมงต่อมา เมลดาถูกย้ายมายังห้องพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว พลอยชมพู แทนไท และปารดาเดินทางมาเยี่ยมทันทีที่ทราบข่าว เพื่อน ๆ ทุกคนต่างตกใจ และเป็นห่วงเมลดามาก จู่ ๆ เมลดาก็ไม่มาตามนัด แถมยังติดต่อไม่ได้ พอทราบข่าวอีกที เมลดาก็ได้รับบาดเจ็บอย่างที่เห็น ทั้งสามอยู่เป็นเพื่อนเฝ้าเมลดากระทั่งนภา และปีเตอร์เดินทางมาถึง บรรดาเพื่อน ๆ จึงหลบไปนั่งอยู่ห่าง ๆ เพราะอยากให้ครอบครัวได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

“ภูน้องเป็นยังไงบ้าง” นภาเอ่ยถามอาการของคนเจ็บทันทีที่เห็นหน้าลูกชายซึ่งเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้

“น้องปลอดภัยแล้วครับแม่ ฟื้นขึ้นมาแล้วรอบหนึ่งแต่ก็หลับต่อเพราะฤทธิ์ยา แม่อย่าร้องไห้เลยนะครับ” คุณหมอหนุ่มเอ่ยปลอบมารดา

“มันเกิดขึ้นได้ยังไงอ่ะภู รู้ไหมใครเป็นคนทำน้อง” คนเป็นแม่เอ่ยถามทั้งน้ำตา เพราะรู้สึกสงสารเมลดาจับใจ นางไม่อยากจะเชื่อว่าเมลดาจะถูกยิง เมลดาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน ตอนนี้นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร คงต้องรอทางตำรวจสืบหาคนร้ายให้ได้

“พี่พีท พี่พีทต้องช่วยติดตามเรื่องนี้นะคะ การที่เมเปิ้ลโดนยิงมันต้องไม่ใช่เรื่องปกติ บางครั้งอาจจะเกิดจากการยิงผิดตัวก็ได้นะคะ คอยดูเถอะนภาจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” นภาเอ่ยบอกปีเตอร์ผู้เป็นสามี

“นภาไม่ต้องกังวลนะครับ พี่จะช่วยให้ถึงที่สุด พี่สัญญา” เพียงแค่สามีรับปาก นภาก็รู้สึกดีขึ้นมาก

“ภู แล้วภีมล่ะ ภีมไปไหน” นภาเริ่มสงสัย เพราะตั้งแต่นางเข้ามายังไม่เห็นลูกชายคนโตแม้แต่เงา

“พี่ภีมกำลังไปติดตามเรื่องนี้อยู่ครับแม่” ภูบดีเอ่ยตอบ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้เป็นพ่อ

รุ่งเช้าของอีกวัน

เมลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเต็มตา เธอรู้สึกเจ็บและตึงที่ต้นขาเป็นอย่างมาก ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยสดใส กลับซีดเซียวไร้สีเลือด เธอรู้สึกคอแห้งผาก เพียงขยับตัวก็รู้สึกเจ็บแปลบบริเวณต้นขาจนต้องร้องออกมาเบา ๆ

“โอ๊ย”

เสียงร้องของคนเจ็บ ทำให้เพื่อนทั้งสามที่กำลังเฝ้าเธออยู่ตางกรูเข้าไปหาคนที่ยังนอนอยู่บนเตียง

“เม ตื่นแล้วเหรอ” ทั้งสามเอ่ยถามออกมาเป็นเสียงเดียว

“พลอย ปิ๊ง แทน นี่อยู่ด้วยกันหมดเลยเหรอ”

“อือ เป็นห่วงแทบแย่” เพื่อนทั้งสามเข้ามาสวมกอด พร้อมลูบเนื้อลูบตัวด้วยความเป็นห่วง นั่นทำให้เมลดาถึงกับน้ำตารื้น

“ขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง” เมลดารู้สึกซึ้งใจที่ยามนี้เพื่อนสนิทมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า เธออยู่กับเพื่อน ๆ ไปพักใหญ่ แต่เธอก็ยังไม่เห็นหน้าคู่หมั้นของเธอสักที เมลดาจึงเอ่ยถาม

“ไม่เห็นพี่ภีมเลย ใครเห็นพี่ภีมบ้าง” สิ้นคำนั้น เพื่อน ๆ ต่างส่ายหน้า ตั้งแต่เมื่อวานทุกคนก็ไม่เห็นภีมเช่นกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหายไปไหน ทุกคนต่างคิดว่าเขาน่าจะไปจัดการเรื่องคดีความให้เมลดา

“ไง ฟื้นแล้วเหรอ” เสียงเอ่ยทักทาย มาพร้อมภูบดีที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามา ภูบดีซึ่งทำหน้าที่แพทย์ฝึกหัดอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้แวะมาเยี่ยมเมลดาแต่เช้า

“พี่ภู”

“เป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม เจ็บแผลรึเปล่า” คุณหมอหนุ่มถามเป็นชุด

“เจ็บค่ะ ตึงแผลด้วย พี่ภูคะ พี่ภีมล่ะ เมยังไม่เห็นหน้าพี่ภีมเลย”

สิ้นคำนั้นภูบดีได้แต่ยิ้มเจื่อน เขาลูบศีรษะเมลดาเบา ๆ เวลานี้ในใจของเขาเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง แต่เขายังฝืนยิ้ม ก่อนจะเอ่ยบอก “พี่ภีมมีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศด่วนน่ะ”

“คะ?” เมลดารู้สึกงงงัน เธอเงียบไป มองสบตาพี่ชายนิ่งเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าภีมมีธุระด่วนต้องเดินทาง แต่เขาต้องเดินทางในเวลาที่เธอบาดเจ็บขนาดนี้ด้วยเหรอ ในใจเธอเต็มไปด้วยคำถาม

“เมพักผ่อนเยอะ ๆ นะ จะได้หายไว ๆ”

“ค่ะ แล้วพี่ภูทราบไหมคะว่าพี่ภีมจะกลับมาเมื่อไร?”

“พี่ยังไม่ทราบเลย”

“หมายความว่าไงคะ พี่ภีมไม่ได้บอกไว้เหรอคะ?” คนเจ็บเอ่ยถาม ในขณะที่น้ำตากำลังเอ่อคลอเบ้าตา

“มันเป็นความจำเป็นจริง ๆ พี่ภีมฝากขอโทษเมด้วย ที่อยู่ดูแลไม่ได้ แต่เมไม่ต้องเสียใจนะ พี่และทุกคนอยู่กับเมตรงนี้แล้ว พี่สัญญาว่าจะดูแลเมอย่างดี”

เมื่อภูบดีพูดจบ เมลดาก็น้ำตาร่วงเผาะ ในช่วงเวลาแบบนี้ทำไมภีมถึงทิ้งเธอได้ลงคอ ภูบดีเฝ้าเช็ดน้ำตาให้คนเจ็บ กระทั่งถึงเวลาที่เขาต้องออกตรวจ เขาฝากเพื่อน ๆ ทั้งสามให้ดูแลเมลดา ก่อนจะออกไปทำหน้าที่ของตน

เมลดาร้องไห้อยู่นาน ความรู้สึกมันบอกเธอว่าการจากไปของภีมในครั้งนี้ มันไม่ควรเกิดขึ้น มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ แล้วมีเหตุผลอะไรเขาถึงจากไปโดยไม่ลากันสักคำ

เมลดาเฝ้ารอการติดต่อจากคู่หมั้นมาหลายวัน แต่ก็ไม่เป็นผลเขาไม่ติดต่อกลับมาสักครั้ง เธอไม่กล้าบอกคุณยายนิ่มด้วยซ้ำว่าเธอถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แถมยังกำชับครอบครัวโดเรนสันทุกคนให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย เพราะไม่อยากให้คุณยายนิ่มเป็นห่วง แม้แต่พริษาพี่สาวคนสนิทที่อยู่เมืองนอก ก็ยังไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ

ผ่านไปเกือบสัปดาห์ กระทั่งเมลดาได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ภีมก็ยังไม่ติดต่อกลับมา เธอพยายามติดต่อหาเขาเกือบทุกวันแต่ก็ยังติดต่อไม่ได้เหมือนเดิม ถามครอบครัวโดเรนสันก็ได้คำตอบเดียวกันคือเขาน่าจะยุ่งกับการช่วยงานปู่ นภาเองก็ทำหน้าเศร้าสร้อย คงติดต่อลูกชายไม่ได้เหมือนกัน นั่นทำให้เมลดาไม่กล้าเอ่ยปากถามผู้เป็นป้า

คนเจ็บได้แต่เก็บทุกอย่างไว้ในใจ ทั้ง ๆ ที่เธอบาดเจ็บขนาดนี้ เธอไม่เข้าใจว่าเขายุ่งขนาดไหนถึงติดต่อไม่ได้ แถมเขายังไม่ติดต่อมากลับมาสักครั้ง เขาทำราวกับเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเขา หรือที่ผ่านมาเขาแค่นึกสนุก หลอกฟันเธอเล่น ๆ จริง ๆ แล้วเขายังฝันจะไปใช้ชีวิตกับใครสักคนที่เขารักที่เมืองนอก แล้วจะไม่กลับมาอีกอย่างที่เขาเคยบอก แค่คิดเมลดาก็รู้สึกปวดหนึบในหัวใจ ร่างบางค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้บนที่นอน มือบางที่กำลังจับโทรศัพท์มือถืออยู่ค่อย ๆ ปล่อยมันลงไปอย่างหมดเรี่ยวแรง สองมือกอดเข่าทั้งสองข้างไว้ น้ำตายังไหลอาบสองแก้ม เสียงสะอึกสะอื้นเริ่มดังขึ้น หากใครได้ยินคงคิดว่าใครทำอะไรให้เธอเสียใจนักหนา เวลานี้เธอรู้สึกเสียใจเป็นที่สุด ภีมช่างใจดำกับเธอเหลือเกิน เธอเจ็บขนาดนี้ ทิ้งไปได้ยังไง ในเมื่อเขาใจดำกับเธอนัก เธอก็ไม่ควรจะสนใจไยดีเขาเช่นกัน นับจากวันนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่ติดต่อหาเขา และจะไม่ถามถึงเขากับสมาชิกในครอบครัวโดเรนสันอีกแล้ว

จากวันนั้นล่วงเลยมาถึงวันนี้ก็เป็นเวลาสี่ปีเต็มแล้ว ที่เมลดาไม่ถามถึงภีมกับใครอีก แม้เธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทิ้งเธอไปได้ลงคอในสภาพแบบนั้น แต่ในเมื่อคำถามมันไร้คำตอบ เธอจึงไม่อยากถามอีก ชีวิตเธอยังต้องดำเนินต่อไป และเธอหวังว่าเธอจะได้รับคำตอบเมื่อเขาพร้อมจะกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อันดาวายุ
9.2
“คิดถึงเราบ้างไหม” “ก็... คิดถึง” เธอตอบเขาเสียงสั่นๆ ใจสั่นยิ่งกว่าอะไร “ชื่นใจเหมือนกันนะ มีคนบอกว่าคิดถึง” เขาเลื่อนมือมาจับมือเธอเอาไว้ ประสานเข้าหากัน มือที่กุมเข้ามาหาทำให้เธอหน้าแดงหนักกว่าเก่า เธอไม่ได้ดึงมือหนีเพราะมันรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข “ใกล้ปีใหม่แล้วเนอะลม” เธอชวนเขาคุย ท่าทีเขินอายทำให้เขามองแก้มสาวไม่วาง “อืม... แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” “กลัวแก่เหรอ” “เปล่า แค่รู้สึกว่าเวลามันช่างเดินไปเร็วเหลือเกิน อันดาว่าไหมแป๊บเดียวก็จะขึ้นปีสองแล้ว รู้สึกเหมือนเพิ่งรับน้องไปเมื่อวานเอง” “อยากกลับไปรับน้องใหม่เหรอ” เธอถามขำๆ หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดกึกมองหน้าเขา สบตาอย่างเผลอไผล “เวลาอันดายิ้มหรือหัวเราะแล้วน่ารัก” เขาไล้แก้มสาวเบาๆ คนถูกชมเขินอายหนักกว่าเก่า “เอ่อ...” เธอก้มงุด สัมผัสของเขาให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด “ฝนยังตกหนักอยู่เลย อันดาไม่ได้พาร่มมา” เธอเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น มองมือตัวเองที่อยู่ในอุ้งมือเขาแล้วใจสั่นรัว “ตกก็ดีนะ จะได้นั่งอยู่แบบนี้นานๆ” เธอเงยหน้ามองเขาก็หน้าร้อน ก้มงุดอีกรอบ เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา อันดารู้สึกใจเต้นแรงกับสัมผัสของเขา “อันดาตัวสั่น” เขาจับบ่าของเธอเบาๆ อันดายิ่งสั่น เขินอายอย่างหนัก เกิดมาไม่เคยถูกผู้ชายสัมผัสในทำนองนี้มาก่อน แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรล่วงเกินมากมาย แค่จับมือส่งสายตามาให้เธอก็วาบหวามอย่างไม่อาจควบคุมได้ “กลัวเราเหรอ” “เปล่า” “แล้วทำไมตัวสั่น” “เขิน” เธอตอบแล้วเขินหนักกว่าเก่า เขาหลุดหัวเราะเบาๆ กับคำตอบน่ารักนั้น “ก็เห็นแอบมองเราทุกวัน” “แอบมอง?” เธอเงยหน้าขึ้นมอง สบตาแล้วก้มงุด กัดปากตัวเองเบาๆ เขารู้ด้วยเหรอว่าเธอแอบมอง “แอบมองอยู่ที่บานเกล็ดหน้าต่าง ลมจำได้เลยว่าห้องนอนอันดาอยู่ตรงไหน” “เห็นได้ยังไง” เธอถามเสียงเบาหวิว “บานเกล็ดมันยกขึ้น เลยเห็นว่าแอบมอง” เขายิ้มขำคนทำหน้าเหลอหลา เธอเขินหนักมาก ไม่รู้จะวางไม้วางมือตรงไหนดี “ทีหลังไม่ต้องแอบมองก็ได้ จะถอดเสื้อให้มองเต็มๆ ตา” “ลมน่ะ” เขามาพูดอะไรแบบนี้ ใครจะอยากไปมองเขาถอดเสื้อผ้ากันเล่า! โอ๊ย! คนบ้า ถ้าไม่ติดว่าฝนกำลังตกหนัก เธอคงวิ่งหนีไปแล้ว วายุยกยิ้มมุมปาก เห็นคนขี้อายแล้วหยิกแก้มเบาๆ “อุ๊ย!” เธอยกมือขึ้นลูบแก้มไปมา อยากจะมุดพื้นหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้ถ้าทำได้ *** “อันดาอยากมีลูกสักกี่คนครับ” “คะ?” เธอหันมามองเขาแล้วหน้าแดง มาถามอะไรแบบนี้ “ไม่รู้สิ” เธอก้มงุดตักข้าวต้มกินอย่างขัดเขิน “สักโหลดีไหม ตั้งทีมฟุตบอล” “บ้าเหรอ เราไม่ใช่แม่หมูนะ” “อันดาจะเป็นเมียเราเหรอ” เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะกระซิบถาม คนถูกถามหน้าแดงร้อนเห่อกว่าเก่า “ไม่รู้ไม่ชี้” *** “อันดา เรามีอะไรจะบอก” “อะไรจ๊ะ อื้อ...” เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อถามเขา เลยโดนหอมแก้มฟอดใหญ่ “จะบอกว่าแก้มหอม” “คนเจ้าเล่ห์” เธอยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเอง ลูบไปมาเบาๆ มองร่างสูงที่เดินออกไปรอเธอนอกบ้านด้วยความขัดเขิน
ภาพปกนิยายเรื่อง กรงสวาท ทาสพยัคฆ์ (Love Cage)
9.8
รุจาภาไม่มีทางเลือกจำต้องยอมก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์ที่ไร้ซึ่งความรักกับ พยัคฆ์ พิตตินันท์ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่า เพื่อปกป้องคนรักของตนเอง เธอจึงยอมตกเป็นทาสรองรับอารมณ์ร้ายของพยัคฆ์แห่งไร่กันตา แม้ว่ารุจาภาจะดื้อรั้นและปากร้ายเพียงใด ชายหนุ่มก็พร้อมจะปราบพยศและสั่งสอนบทเรียนให้เธอรู้สำนึกในฐานะทาส การเผชิญหน้าระหว่างพยัคฆ์ร้ายสุดป่าเถื่อนกับหญิงสาวผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใครจึงเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเปลวไฟแห่งความเสน่หาและความแค้นที่พร้อมแผดเผาหัวใจของทั้งสองคน
ภาพปกนิยายเรื่อง HOOD X MANIA จีบเเบบผู้ชายฮาร์ดคอ
8.3
เมื่อ ‘ฉลาม’ หัวโจกเด็กอาชีวะสุดโหดผู้ไม่เคยยอมใคร กลับต้องมาเสียอาการเพราะตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง ปฏิบัติการเดินหน้าจีบสาวในสไตล์หนุ่มสายลุยสุดโต่งจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ คนดิบเถื่อนอย่างเขาเมื่อปักใจรักใครแล้วก็พร้อมจะพุ่งชนและพิชิตใจเธอด้วยวิถีลูกผู้ชายตัวจริงที่ไม่มีใครเหมือนและไม่ซ้ำใคร ท่ามกลางบรรยากาศการปะทะและสมรภูมิอันดุเดือดของเหล่าวัยรุ่น เขาจะงัดทุกกลเม็ดเด็ดพรายมาเพื่อคว้าหัวใจเธอมาครองให้ได้ในที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง รักในความเงียบ
8.1
เย่ชิงซีจำใจเข้าพิธีวิวาห์กับเสิ่นเซียวเหยา ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีที่กำลังนอนหมดสติ โดยมีเป้าหมายเพื่อตั้งครรภ์ทายาทให้สกุลของเขา แต่เมื่อชายหนุ่มฟื้นคืนสติขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ เขากลับลืมเลือนเธอไปจนหมดสิ้นและเรียกร้องขอหย่าทันที แม้คนในครอบครัวจะช่วยคัดค้านการหย่าร้างไว้ได้ ทว่าเขาก็ยังคงปฏิบัติกับเธอด้วยความเย็นชาเสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอตั้งท้องและเตรียมตัวจะเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ท่าทีของเสิ่นเซียวเหยากลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มผู้แสนหยิ่งยโสยอมสลัดความทิฐิทุกอย่างเพื่อเหนี่ยวรั้งภรรยาที่เคยผลักไสให้อยู่ข้างกาย และไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอหย่าร้างตามใจปรารถนา
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
วันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ดกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต เมื่อความจริงเบื้องหลังสามีนักแข่งรถถูกเปิดเผยผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาโดยตลอด ที่ผ่านมาเขาอ้างเรื่องความปลอดภัยเพื่อปิดบังตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีม แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่า ฉันจึงเลือกยุติความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนแต่งงานทิ้งไว้ ก่อนจะหันกลับมาสวมถุงมือสีดำคู่เก่งอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าโลกแห่งความเร็วที่เขาเคยเตือนว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยและเชี่ยวชาญยิ่งกว่าใคร
ภาพปกนิยายเรื่อง Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
ความรักสุดอันตรายที่เกิดขึ้นระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มผู้เย็นชาและลูกสาวมาเฟียผู้เอาแต่ใจ กลายเป็นความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ยากจะต้านทาน แม้ว่าความปรารถนาในตัวคุณหนูสาวจะรุนแรงเพียงใด แต่ด้วยสถานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องเก็บซ่อนความรู้สึกดิบเถื่อนเอาไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งเฉย ท่ามกลางอุปสรรคและแรงดึงดูดอันเร่าร้อน บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะอดทนและพิสูจน์ตัวเองอย่างเงียบๆ เพื่อรอคอยวันที่เขาจะแข็งแกร่งและมีอำนาจมากพอที่จะคู่ควรในการครอบครองหัวใจของเธออย่างเปิดเผย