APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Desire of Love เพียงรักที่ปรารถนา

Desire of Love เพียงรักที่ปรารถนา

ความปรารถนาเดียวในใจของฟางเหม่ยอี้คือการได้พานพบรักแท้ที่จริงใจ จนกระทั่งชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปเมื่อได้รับดอกกุหลาบจำนวน 999 ดอกช่อใหญ่จากชายหนุ่มลึกลับที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นเขา ด้านเฟยหลงเองแม้จะมีความสุขล้นใจทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มอันแสนสดใสของหญิงสาว แต่ชายหนุ่มผู้แสนปากแข็งคนนี้กลับยังไม่ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองที่มีต่อเธอ ทว่าหลังจากได้รับคำแนะนำจากลูกพี่ลูกน้องว่าให้ลองกอดเธอเพื่อพิสูจน์เสียงเรียกร้องในหัวใจ เขาจึงตัดสินใจเริ่มต้นค้นหาคำตอบว่าความรู้สึกป่วนปั่นที่เกิดขึ้นภายในใจนี้ จะใช่ความรักที่เขาเฝ้าตามหาอยู่จริงๆ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

Desire of love เพียงรักที่ปรารถนา

Chapter 1

ความเงียบครอบคลุมภายในห้องประชุมของตึกสูงใจกลางเมืองปักกิ่งของบริษัทหลวนเฉินกรุ๊ป ผู้ผลิตเสื้อผ้าและส่งออกจนได้รับการยอมรับเป็นแนวหน้าของวงการแฟชั่น

“คุณคิดว่าควรทำยังไง ?” เสียงเข้มของประธานหนุ่มถังเฟยหลงอายุราว ๆ สามสิบปีเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่ดูข้อมูลการตลาดเมื่อเดือนที่ผ่านมา เมื่อเสื้อผ้าแบบใหม่จากแบรนด์ deluxe (ดีลักซ์) ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายเมื่อเดือนก่อน ปรากฏว่าความชอบของผู้ซื้อยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ทั้งยังไม่สามารถตีตลาดออกนอกประเทศได้อีกด้วย นับเป็นความล้มเหลวอย่างหนึ่งของบริษัท

เงียบ...ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้จัดการจากทุกแผนกที่ประสานกันทำงาน เว้นกระทั่งเฉินจิ้นฝูผู้อำนวยการของบริษัทและเป็น ญาติผู้น้องของเฟยหลงกล่าวขึ้น “ผมคิดว่าบางทีอาจเพราะผู้บริโภคอาจไม่ได้รับแหล่งข่าวสาร อีกอย่างเราเพิ่งวางจำหน่ายได้แค่เดือนเดียวด้วย”

“นายคิดว่าอย่างนั้นเหรอ ?”

เฟยหลงหรี่ตามองก่อนที่จะก้มหน้าลงแล้วเอื้อมมือปิดแฟ้มสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะ “เอาเป็นว่า ฉันจะรอดูยอดขายเดือนนี้”

จิ้นฝูยิ้มพร้อมกับกล่าวขึ้น “เอาเป็นว่าการประชุมวันนี้แค่นี้ ผมอยากให้พวกคุณทำงานอย่างเต็มที่เพื่อบริษัท”

เมื่อกล่าวจบทุกคนต่างขานรับก่อนที่จะลุกขึ้นเดินออกจากห้องประชุมไป เหลือเพียงแค่ประธานหนุ่มหน้านิ่งและผอ.จิ้นฝู

“พี่คิดอะไรอยู่ ?” จิ้นฝูเอ่ยถามขึ้น

“ฉันรู้ว่านายรู้ดี” เฟยหลงกล่าว

จิ้นฝูเป็นคนที่มีความสามารถและแก้ไขสถานการณ์ได้ แต่ครั้งนี้เขาจนปัญญาจริง ๆ เพราะสินค้าชิ้นใหม่ที่นำออกวางขายไม่ได้รับการตอบรับจากตลาดผู้ซื้อ เขาจะไปบังคับให้คนมาซื้อได้ยังไงกัน ?

“ผมว่าเรื่องนี้เราต้องปรึกษากันอีกที แล้วเก็บสถิติของสองเดือนดูว่าเราต้องแก้ไขตรงจุดไหน”

ประธานหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับลุกขึ้นจัดสูทให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่ไม่พูดอะไร

จิ้นฝูมองหน้าของชายหนุ่มพร้อมกับหัวเราะส่ายหน้าออกมา เขาคงชินเสียแล้วกับสีหน้าท่าทางไร้อารมณ์ของเฟยหลง แม้มีสาว ๆ มากมายที่อยากจะเดทกับประธานหนุ่มของบริษัทหลวนเฉินกรุ๊ป แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธ หนำซ้ำยังไม่เหลียวจะมองด้วยซ้ำไป

ชายหนุ่มหยิบเอกสารก่อนที่จะเดินออกจากห้องประชุมไป ทันทีที่ก้าวออกจากห้อง สาว ๆ ที่เดินผ่านก็ต่างยิ้มหวานให้เขา เป็นเรื่องปกติที่หนุ่มหล่ออัธยาศัยดี มีฐานะอย่างจิ้นฝูจะมีคนปลื้มและหลงใหลกันมากมาย เรียกได้ว่า หล่อสมบูรณ์แบบ

หางานทำ ! !

คำคำนี้อยู่ในหัวของเหม่ยอี้มาสามวันแล้ว คนธรรมดาอย่างเธอที่ทั้งโง่ทั้งซื่อแค่จบมาก็ดีถึงไหนแล้ว เพราะหลังจบมาหางานทำไม่เคยอยู่เกินสามเดือนก็มักโดนไล่ออกก่อนตลอด แน่นอนว่าจะมีที่ไหนรับเธอเข้าทำงานกันละ !

สายตาคู่สวยมองกระดาษหนังสือพิมพ์ตรงหน้าที่ขีดกากบาทด้วยปากกาสีแดงออกที่ละรายการอย่างท้อใจ ครั้นโทร. ไปฝ่ายบุคคลรับสมัครพนักงานใหม่ แต่ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า

‘ตอนนี้ตำแหน่งพนักงานบัญชีเต็มแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ’

ราวกับเสียงอัตโนมัติก็ไม่ปาน ! ! มีบางบริษัทส่งอีเมลพร้อมประวัติการศึกษาไปก็ไม่มีท่าทีจะตอบกลับมาสักนิด

เฮ้อ...เสียงถอนหายใจออกมาอย่างหนักของหญิงสาว

“หายากจัง ! !” เหม่ยอี้บ่นด้วยท่าทางหงุดหงิด พร้อมกับขย้ำหนังสือพิมพ์ตรงหน้าทิ้งลงถังขยะ ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขนมออกมา แล้วนั่งทานที่โซฟาด้วยท่าทางสบายใจ

หิวแล้ว เธอขอกินก่อนแล้วกัน ! !

สุดท้ายแล้วพุดดิ้งตรงหน้าก็ดึงความสนใจของเหม่ยอี้ไปจนหมด หญิงสาวทานอย่างมีความสุขในขณะที่ประตูห้องเปิดออก หนิงเหอเดินเข้ามาหลังจากที่ทำงานกลับจากร้านหนังสือ

เหม่ยอี้หันความสนใจจากของกินตรงหน้าไปมองเพื่อนสาวที่เดินเข้ามาพร้อมกับวางถุงกับข้าวที่ซื้อมาจากข้างนอก “เหม่ยอี้...ถ้าฉันไม่ใช่เพื่อนเธอตั้งแต่เด็ก ๆ และไม่เพราะพ่อของเธอฝากไว้ด้วยแล้วละก็ฉันไม่ให้เธอมาพักอยู่กับฉันแน่ ๆ”

นั่นเป็นคำขอร้องของพ่อของเหม่ยอี้ก่อนที่จะเสียเมื่อต้นปีที่แล้ว ซึ่งตั้งแต่นั้นมาเหม่ยอี้ก็ตัวคนเดียว และคำขอจากปากบิดาของเธอทำให้ หนิงเหอรับปากก่อนจะย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ปักกิ่ง

แววตาใส ๆ ของเหม่ยอี้เปล่งประกายมองเพื่อนรักอย่างมีความหมาย “ฉันก็พยายามหาอยู่นะ แต่มันหายากน่ะ”

“งั้นเหรอ”

“ใช่แล้ว !” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“เธอหามากี่เดือนแล้วตั้งแต่เธอโดนไล่ออกจากงานเก่า” เหม่ยอี้วางจานพุดดิ้งลงพร้อมกับขยับตัวเข้ามาหาหนิงเหอด้วยสายตาอ้อน ๆ

“อีกไม่นาน ฉันมั่นใจ ! !” เธอพูดออกมาด้วยท่าทางมั่นใจ ทว่าคนเป็นเพื่อนกลับมองด้วยความลังเลและหัวเราะออกมา ไม่ต้องคิดให้มากทำไมเหม่ยอี้ถึงไม่มีใครมาจีบ

“เอาละ ๆ กินข้าวดีกว่า ฉันหิวแล้ว” หนิงเหอพูดพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเอือมนิดๆ

กินข้าว ! ! เหม่ยอี้ไม่รอช้าที่จะเดินไปหยิบจานและแกะถุงอาหารทันที...ไม่มีสิ่งใดที่เธอรักไปกว่าการกินอีกแล้ว

บ้านตระกูลถัง...บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น

จิ้นฝูมองหน้าเฟยหลงที่นั่งฝั่งตรงข้ามเยื้องจากเขา ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้นในขณะที่วางตะเกียบลง สีหน้าของญาติผู้พี่ยังคงนิ่งเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน เฟยหลงคีบอาหารเข้าปากอย่างเงียบๆ โดยไม่สนใจท่าทีของจิ้นฝูแม้แต่น้อย

“พี่อยากไปผ่อนคลายบ้างมั้ย ?” หนุ่มเจ้าสำราญเอ่ยถาม

เฟยหลงวางตะเกียบลง ก่อนที่จะหยิบผ้าเช็ดปากแล้วมองหน้าญาติผู้น้องที่ยิ้มให้ “นายไปเถอะ”

เหมือนเดิมทุกครั้ง ไม่ว่าจิ้นฝูจะชวนไปไหนเขาก็ปฏิเสธเสมอ ไรสาระสิ้นดีกับการไปผับหรือบาร์มองสาว ๆ เต้น นั่นไม่ใช่ความต้องการของเขาสักนิด

“แล้วพี่ล่ะ” จิ้นฝูถามอีกครั้งเผื่อว่าอีกฝ่ายจะพูดเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหันซึ่ง...มันไม่ใช่เลย

“ฉันต้องทำงานต่ออีกสักหน่อย อย่าดื่มมากล่ะ พรุ่งนี้ต้องทำงาน” ว่าแล้วเฟยหลงลุกขึ้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องอาหารไป ทิ้งให้ญาติผู้น้องมองพร้อมถอนหายใจออกมา

บางทีถ้าเกิดเฟยหลงคิดจะไปเที่ยวหรือจีบผู้หญิงสักคนบ้างล่ะนะ..ชีวิตคงมีสีสันมากกว่านี้...ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ทำไมไม่สนใจเรื่องแบบนี้บ้าง

จิ้นฝูลุกขึ้นจากโต๊ะ ก่อนที่จะเดินออกจากประตูบ้านแล้วขับรถออกไปอย่างทันที ในขณะที่เฟยหลงมองผ่านจากหน้าต่างทางห้อง

เมื่อรถของจิ้นฝูแล่นผ่านออกประตูใหญ่ไปแล้วชายหนุ่มจึงเอื้อมมือจับผ้าม่านปิดลง แล้วเดินมานั่งที่โซฟา หยิบเอกสารที่แบกกลับมาด้วยขึ้นมาดู เฟยหลงนึกถอนหายใจออกมา เมื่อเห็นงานตรงหน้า...อยากเที่ยว แต่ขอเป็นที่สงบ ๆ และสบาย ๆ ถ้ามีก็คงจะดี... แม้หลายครั้งที่จิ้นฝูชวนเขาไป แต่เขาไม่ไปนั่นเพราะน่าเบื่อผู้หญิงที่เกาะข้างกายมากมาย...คงไม่ใช่วิสัย จนตอนนี้เขาทำงานและลืมไปด้วยซ้ำว่าไปเที่ยวครั้งสุดท้ายตอนไหน ?

ติ๊ด ๆ ติ๊ด ๆ

เสียงนาฬิกาปลุกแต่เช้า เหม่ยอี้ขยับตัวพร้อมกับเอื้อมมือไปปิดแล้วนอนต่อโดยไม่สนใจว่าเวลานี้กี่โมง

“เหม่ยอี้ ! !” เสียงของหนิงเหอตะโกนดังเข้ามาในห้อง แต่เจ้าตัวกลับเอาหมอนที่นอนอยู่ปิดหูด้วยความรำคาญ ไม่นานนักตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รบกวนการนอนของหญิงสาวจนทำให้ต้องลุกขึ้นเดินมาเปิดประตูห้องด้วยสีหน้าหงุดหงิด

เปิดประตูออกมาถามด้วยความไม่เต็มใจนัก “มีอะไรเหรอ”

“จะนอนทั้งวันเลยหรือไง ! !” เหม่ยอี้กะพริบตามองอย่างงง ๆ เมื่อหนิงเหอมีท่าทีโมโหใส่

“เดี๋ยวอีกชั่วโมงก็ตื่นแล้ว”

คนที่ฟังอยู่แทบอยากจะเดินไปเอาขนมปังในตู้เย็นยัดใส่ปากเพื่อนสาวให้ตื่นเลยทีเดียว นอกจากจะกินเก่งแล้วยังจะนอนเป็นหมูอีกด้วย ! !

“ว่าแต่มีอะไรเหรอ ?”

หนิงเหอปรับสีหน้าควบคุมอารมณ์ก่อนที่จะพูดขึ้น “เมื่อกี้ที่บริษัทหลวน...อะไรสักอย่างเนี่ยแหละ โทรมาเรียกตัวเธอไปสัมภาษณ์งานน่ะ”

เรียกตัวสัมภาษณ์ ! !

เหม่ยอี้ยืนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนที่จะยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองแรง ๆ สองทีให้ตัวเองตื่นขึ้นจากฝัน เธอไม่หูฝาดและไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย บริษัทหลวนเฉินเรียกตัวเธอไปสัมภาษณ์ !

“ระ...เรื่องจริงใช่มั้ย!!”

น้ำเสียงของหญิงสาวดูดีใจราวกับถูกรางวัล

“ใช่แล้ว” หนิงเหอพยักหน้ามองเพื่อนสาวของตนที่กำลังยิ้มออกมาอย่างมีความสุข งานนี้ก็คงต้องจุดพลุฉลองให้เลยที่บริษัทยักษ์ใหญ่เรียกตัวเหม่ยอี้ไปสัมภาษณ์ ! !

“เขานัดเธอสิบโมงเช้านะ รีบ ๆ ละ ฉันไปทำงานก่อนนะ” เมื่อพูดจบก็หยิบกระดาษที่จดส่งให้เหม่ยอี้ ก่อนที่จะหมุนตัวเดินจากไป

เหม่ยอี้ได้แต่ยิ้มและกระโดดออกมาอย่างมีความสุข เธอไม่รอช้าที่จะปิดประตูและเดินเข้าไปในห้องเพื่ออาบน้ำ เปลี่ยนชุดเตรียมตัวไปสัมภาษณ์ทันที

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานร้ายพ่ายใจรัก
8.7
เมื่อปานรพีเผชิญวิกฤตชีวิตจนตรอก ลิปดา มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทะนงตนจึงสบช่องเสนอเงินห้าล้านบาทเพื่อซื้อเรือนร่างของเธอ แม้จะเกลียดชังข้อเสนออันไร้เกียรติของซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้เพียงใด แต่ความจำเป็นบีบคั้นทำให้เธอต้องยอมก้มหัวรับข้อตกลง ทว่าเรื่องราวกลับไม่จบลงง่ายๆ เพียงแค่คืนเดียว เมื่อชายหนุ่มเจ้าเล่ห์ใช้กลอุบายผูกมัดเธอไว้ด้วยสัญญาเช่าระยะยาว หญิงสาวที่ติดกับดักในกรงขังเสน่หาจึงทำได้เพียงเฝ้ารอวันทวงคืนอิสรภาพ โดยไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาจะยอมปล่อยมือจากเธอไปจริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนผูกรัก
8.3
ความพลั้งเผลอเพียงชั่วคืนเพราะความมึนเมาทำให้ธีระก้าวล้ำเส้นกับลลิล โดยที่ชายหนุ่มเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาแอบรักสุดหัวใจ แม้ว่าลลิลจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปในค่ำคืนนั้น แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะปิดปากเงียบและไม่คิดจะเรียกร้องสิทธิ์หรือความรับผิดชอบใดๆ จากเขาเลย ทว่าโชคชะตาไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างง่ายดายตามที่เธอปรารถนา เมื่อในเวลาต่อมาลลิลกลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าตื่นตระหนกเพียงลำพังว่า เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ชายผู้มอบความเจ็บปวดลึกซึ้งให้แก่เธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่เสน่หานายหัว
9.5
ปณาลี นักข่าวสาวผู้รักความยุติธรรม ตัดสินใจแฝงตัวเข้าไปเป็นคนงานคัดแยกปลาเพื่อหวังเปิดโปง ‘นายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์’ ชายทรงอิทธิพลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นแกนนำแก๊งค้ามนุษย์ แม้เขาจะมีอำนาจและเงินล้นฟ้าก็ไม่อาจทำให้เธอเกรงกลัว ทว่าภารกิจสืบหาความจริงครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามอันแสนเร่าร้อนจากนายหัวหนุ่มผู้ป่าเถื่อน เขาใช้กำลังบังคับข่มขู่พร้อมทั้งยื่นข้อเสนออันโหดร้ายเพื่อขอซื้อพรหมจรรย์ของเธอ ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความกดดันทางอารมณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นักข่าวสาวจะสามารถเอาชีวิตรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงโฉมหน้าอันชั่วร้ายของเขาได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายรักฉบับสาวคลับ S
9.6
นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักกลางตะวัน
8.5
เมื่อ 'เพลิง' ชายหนุ่มผู้มีแผลใจจากความรักจนปฏิเสธผู้หญิงทุกคน ต้องมาเจอกับ 'ตวงรัก' หญิงสาวที่เข้ามาป่วนในสวนส้มตะวันฉายเพื่อทำภารกิจลับในการพิสูจน์ว่าเขาเป็นเกย์ แลกกับตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ แต่หนุ่มเจ้าเล่ห์อย่างเพลิงกลับรู้ทันและซ้อนแผนแกล้งทำเป็นอ่อนแอไร้ทางสู้เพื่อเรียกคะแนนความสงสาร พร้อมล่อลวงให้เธอเชื่อใจด้วยการสารภาพว่าตนเองชอบผู้ชาย ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ชวนหวั่นไหว ตวงรักจะรับมือกับกลลวงอันแนบเนียนของเขาได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ยิ่งกว่าหลงคุณ
8.2
หลังค่ำคืนแสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป หญิงสาวตั้งใจจะหันหลังเดินจากไปเพื่อให้เรื่องราวทั้งหมดจบลง ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างที่คิด เมื่อเขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากทวงถามความรับผิดชอบจากหนูชื่นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยื่นคำขาดว่าเธอจะฟันแล้วทิ้งเขาไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะในเหตุการณ์ครั้งนี้เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหายและสูญเสีย บทสรุปเรื่องราวความรักสุดอลหม่านที่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายและการเดินหน้าเรียกร้องสิทธิ์ของหัวใจจึงเปิดฉากขึ้นในนิยายโรแมนติกเรื่อง