APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Desire of Love เพียงรักที่ปรารถนา

Desire of Love เพียงรักที่ปรารถนา

ความปรารถนาเดียวในใจของฟางเหม่ยอี้คือการได้พานพบรักแท้ที่จริงใจ จนกระทั่งชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปเมื่อได้รับดอกกุหลาบจำนวน 999 ดอกช่อใหญ่จากชายหนุ่มลึกลับที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นเขา ด้านเฟยหลงเองแม้จะมีความสุขล้นใจทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มอันแสนสดใสของหญิงสาว แต่ชายหนุ่มผู้แสนปากแข็งคนนี้กลับยังไม่ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองที่มีต่อเธอ ทว่าหลังจากได้รับคำแนะนำจากลูกพี่ลูกน้องว่าให้ลองกอดเธอเพื่อพิสูจน์เสียงเรียกร้องในหัวใจ เขาจึงตัดสินใจเริ่มต้นค้นหาคำตอบว่าความรู้สึกป่วนปั่นที่เกิดขึ้นภายในใจนี้ จะใช่ความรักที่เขาเฝ้าตามหาอยู่จริงๆ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

Desire of love เพียงรักที่ปรารถนา

Chapter 2

“ผู้จัดการเย่วหาพนักงานที่จะมาทำงานแทนหลิ่งฟางหรือยัง” ผอ. จิ้นฝูเอ่ยถามผู้จัดการแผนกฝ่ายบัญชีขึ้นหลังจากที่คุยงานกันเสร็จ เพราะหลิ่งฟางลาออกไป จึงต้องหาพนักงานใหม่เข้ามาเพิ่ม เพื่อไม่ให้งานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่าช้าไป

“ผมให้เธอเข้ามาสัมภาษณ์ในวันนี้ตอนสิบโมงเช้า” ซือเหลินตอบ

จิ้นฝูพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่จะพูดขึ้น “งั้นให้มาสัมภาษณ์งานกับผมละกัน ผมมีเรื่องที่อยากลองถามพนักงานเข้าใหม่หน่อย”

“ครับ” เมื่อคุยตกลงกันเสร็จแล้วผู้จัดการเย่วจึงเดินออกจากห้องของผอ. ไป ชายหนุ่มเอนตัวลงพิงพนัก พร้อมกับหันไปมองนาฬิกาที่เป็นเวลาเก้าโมงสามสิบห้านาที อีกเพียงยี่สิบห้านาทีเขาต้องสัมภาษณ์งานพนักงานใหม่ที่จะมาแทนหลิ่งฟางด้วย

จิ้นฝูก้มหน้าสนใจกับเอกสารตรงหน้ารวมถึงฝ่ายออกแบบที่เสนอแบบสินค้าชุดใหม่มาให้เขาตามหัวข้อที่สั่งไป ชายหนุ่มมองอย่างครุ่นคิดราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ายังไม่ถูกใจพอ แต่ก็ต้องดูคำตัดสินจากเฟยหลงอีกครั้ง ว่าจะสั่งแก้หรือให้ทำใหม่ทั้งหมดไปเลย

เมื่อมองเวลาอีกเพียงแค่สิบห้านาทีเขาคงไม่ทันที่จะเดินไปคุยงานกับเฟยหลงแล้ว จึงต่อสายโทรหาเลขาที่หน้าห้องทันที

“ชิงเซียน เข้ามาพบผมหน่อย”

ไม่นานนักร่างของเลขาสาวเดินเข้ามาหาเจ้านายหนุ่ม

“คุณช่วยเอาเอกสารตรงนี้ส่งให้ที่ชั้นยี่สิบเก้าที”

ชั้นยี่สิบเก้า เป็นที่รู้กันนั้นคือชั้นของท่านประธานบริษัทหลวนเฉินที่ทั้งเก่งและหล่อ แต่ทว่าใคร ๆ ก็ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปโปรยเสน่ห์ให้ ถ้าทำรับรองทางเดียว คือโดนไล่ออกทันที

“ค่ะ” เลขาสาวขานรับก่อนที่จะพูดขึ้น “ผู้จัดการเย่วโทร. มาเมื่อครู่ ว่าพนักงานที่จะมาสัมภาษณ์ได้มาพบแล้ว ไม่ทราบว่าจะให้ผู้จัดการเย่วพามาที่ห้องหรือไม่คะ”

จิ้นฝูเงียบครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้น “พามาเลย แล้วส่งประวัติของเธอมาให้ผมด้วย”

“ค่ะ” ชิงเซียนตอบก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป พร้อมทำตามคำสั่งคือต่อสายหาผู้จัดการแผนกบัญชีทันที

เธอกำลังจะเข้าไปสัมภาษณ์แล้ว ! !

เหม่ยอี้ยืนอยู่หน้าห้องพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขอให้เธอทำใจ

สักสิบวินาทีก่อนจะเดินเปิดประตูเข้าไป

“เธอทำได้เหม่ยอี้ ! ” บอกกับตัวเองก่อนที่จะค่อย ๆ เอื้อมมือไป บิดกลอนประตูแง้มออก ดวงตากลมกะพริบมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ เท้าขวาก้าวนำเข้าไปในห้องอย่างสั่น ๆ จนกระทั่งปิดประตูลง หญิงสาวก็ยังยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับส่งสายตามองชายหนุ่มที่จะสัมภาษณ์เธอ ก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าเขา

“นั่งลงสิ” จิ้นฝูพูดในขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมอง

รอยยิ้มโปรยเสน่ห์ของชายหนุ่มยังคงเหมือนเดิมที่จะทำให้สาว ๆ ตกหลุมรัก ไม่ต่างจากเหม่ยอี้ในตอนนี้เลย เธอกำลังมองเขาตาค้าง ! !

คนอะไรหล่อจัง ! !

จิ้นฝูก้มหน้าลงอ่านชื่อของหญิงสาว “ฟางเหม่ยอี้”

คนที่นั่งอยู่แทบจะได้ยินเสียงของชายหนุ่มเล็ดลอดผ่านหูน้อยมาก เพราะเธอกำลังหลงในความหล่อของคนตรงหน้าอย่างจังๆ

“ทำไมคุณถึงมาสมัครงานที่นี่” คำถามแรกที่เขายิงมาเล่นทำให้เหม่ยอี้หยุดชะงักลง

หญิงสาวอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก พลางคิดทวนคำถามของเขาในใจ ทำไมน่ะเหรอ...ก็เธอสมัครไปทุกที่น่ะสิ ที่ไหนรับก็เอาไว้ก่อน ! !

“ฉันคิดว่า....”

“อยากทำงานที่บริษัทนี้ค่ะ”

ตอบเหมือนจะไม่ค่อยตรงสักเท่าไหร่เลย

จิ้นฝูยิ้มออกมา มองหญิงสาวแก้มป่องตรงหน้าก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้ “ผมขอถามอีกคุณข้อเดียว”

เหม่ยอี้มองหน้าชายหนุ่มที่ยิ้มให้ แต่เธอกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้ดูน่ากลัวที่สุด คำถามจะเป็นแบบไหนกันนะ ! หัวใจเต้นแรงสุดๆ ทั้งลุ้นกับคำถามและเต้นเพราะความหล่อของคนตรงหน้า

“คุณเคยใช้เสื้อผ้าจากแบรนด์บริษัทของเรามั้ย ?”

ฉึก ! เหม่ยอี้ทำหน้าหนักใจขึ้นทันที จะตอบโกหกว่า เคยใช้ค่ะ !

แต่เธอโกหกไม่เป็น ถึงโกหกก็โกหกไม่เนียน โดนจับได้ทุกครั้ง !

“เอ่อ...” หญิงสาวอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก แต่สีหน้าแสดงออกมาจนจิ้นฝูรู้ทันทีว่าแทนคำตอบว่าไม่เคยใช้...เขาจึงรอดูท่าทีของเธอ

“ฉัน...ไม่เคยซื้อเลยค่ะ...สักครั้ง” ตอบไปแล้ว ! ตอบไปจนได้...

เหม่ยอี้ก้มหน้าลงอย่างหมดหวังกับโอกาสที่จะได้งานทันที จิ้นฝูยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “เพราะอะไร ?”

ไหนว่าคำถามสุดท้ายไงเล่า...คำถามนี้ตอบยากกว่าอีก

เหม่ยอี้ฉีกยิ้มให้เขาพร้อมกับท่าทางของเธอยังหนักใจที่จะตอบอยู่

“เอ่อ...คือว่า...”

“ตอบเลย ผมอยากรู้” จิ้นฝูยิ้มให้ แต่กลับไม่ได้ปลอบใจของ เหม่ยอี้เลยหนำซ้ำยังกลายเป็นแรงกดดันอย่างสูง

“คำถามนี้ต้องตอบจริง ๆ ใช่มั้ยคะ” ดูยากสำหรับเธอไปเลย เหตุผลน่ะมีแน่ แต่ใครจะกล้าพูดออกไปล่ะว่าเพราะอะไร ?!

เพียงแค่จิ้นฝูพยักหน้าเหม่ยอี้ก็ฉีกยิ้มหวานให้ แล้วเบี่ยงสายตาหันไปมองทางอื่น

“ที่ไม่ใช้เพราะ” เธอกัดฟันตอบเขา

“ฉันคิดว่า...”เหม่ยอี้มองหน้าของชายหนุ่มที่ยังรอฟังคำตอบจากเธอ หญิงสาวก้มหน้าลงก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆ “ฉันคิดว่า...ราคาแพงเกินไปค่ะ บางทีก็เสียดายเงินเลยไม่อยากซื้อ แต่อยากได้นะ...”

“แพง ?”

จิ้นฝูทวนคำทันทีโดยที่ไม่ถามอะไรต่อนอกเสียจาก เอื้อมมือหยิบปากกาเซ็นที่แฟ้มเอกสารแล้วปิดลงทันที

เหม่ยอี้มองเขาที่ปิดแฟ้มประวัติของเธอ หญิงสาวก้มหน้าสลดทันที หมดแล้ว...งานของเธอ คงต้องหางานที่อื่นใหม่หรือรอบริษัทอื่นเรียกตัวมาสัมภาษณ์ แล้วจะเมื่อไหร่กัน ! รู้แบบนี้ไม่น่าตอบแต่แรกว่าไม่เคย

โธ่! เหม่ยอี้เธอช่างโง่เสียจริง !

“คุณพร้อมเข้ามาทดลองงานใช่มั้ย ?”

คำถามนี้หยุดความคิดไร้สาระของเหม่ยอี้ทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแล้วกะพริบตาอย่างงุนงงและตกใจ

เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่ ?

“พร้อม ?” เหม่ยอี้ทวนถามอีกครั้ง

จิ้นฝูพยักหน้า “ใช่”

“จริงๆ ใช่มั้ยคะ ?” เหม่ยอี้ทวนคำอีกรอบ ชายหนุ่มจึงพยักหน้าแทนคำตอบ ดูท่าทีของหญิงสาวที่เหมือนจะเก็บความดีใจไม่อยู่

“พรุ่งนี้เริ่มงานแปดโมงเช้า” จิ้นฝูกล่าว

“เอาละผมมีงานต้องทำต่อ พรุ่งนี้เจอกัน สาวน้อย”

เหม่ยอี้ยิ้มรับอย่างมีความสุข วันนี้คือวันโชคดีของเธอที่สุด ได้ทั้งงานได้ทั้งมองคนหล่อใกล้ ๆ ไม่มีอะไรที่ทำให้เธอฟินได้แบบนี้อีกแล้ว !

มีงานทำแล้ว ! !

เหม่ยอี้ตะโกนอยู่ในใจ ยิ้มออกมาราวกับว่าวันนี้สรรค์เป็นใจที่สุด พรุ่งนี้จะต้องเริ่มทำงานและเป็นวันแรกหลังจากที่นั่งว่างมานานหลายเดือน

หญิงสาวเดินมานั่งลงที่โซฟาภายในห้องทั้งที่ยังยิ้มไม่หุบตั้งแต่ออกจากห้องตอนสัมภาษณ์ ในสมองของเธอนึกถึงภาพใบหน้าของชายหนุ่มที่สัมภาษณ์ ซึ่งยังไม่รู้ชื่อด้วยซ้ำ

วันพรุ่งนี้เธอจะต้องรู้ชื่อเขาให้ได้ !

ความสนใจของเธอหันไปมองนิตยสารที่วางอยู่ตรงหน้า เหมือนเป็นแผลใจอยู่ลึกที่ ๆ จะกลัวการบอกรักใครสักคนอีกครั้ง ไม่เอาแล้ว ! ! เธอจะไม่บอกความรู้สึกของตัวเองให้ผู้ชายคนไหนอีกเด็ดขาด บอกทีไรจำเป็นต้องพบกับความผิดหวังตลอดแค่เธออยู่ใกล้ ๆ เขาก็พอ

เหม่ยอี้หยิบหมอนข้างที่อยู่ข้างตัวขึ้นกอด มีคนบอกเสมอเลยว่าเวลามีความรักจะมีความสุขที่สุด...แต่เธอไม่เคยมีและคงไม่หวังแล้ว

หญิงสาวทำหน้าบึ้งพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหยิบน้ำดื่มในตู้เย็นออกมาพร้อมกับถุงขนม แล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาเหมือนเดิม การกินสามารถทำให้เธอหายเครียดลงได้ แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่..เพราะสักวันเธออาจจะกลิ้งได้ !เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เหม่ยอี้เอื้อมไปหยิบพร้อมกับมองเบอร์ก่อนที่จะกดรับ

“ฮัลโหล”

[เหม่ยอี้วันนี้ฉันกลับดึกนะ เธอหาอะไรกินไปก่อนเลยไม่ต้องรอ]

เสียงปลายสายของหนิงเหอบอกอย่างรีบร้อน หญิงสาวจึงถามต่อไปทันที “แล้วเธอล่ะ”

[วันนี้ที่รานมีหนังสือเข้าใหม่ ฉันต้องตรวจของน่ะ]

“อ้อ” เธอขานตอบ

[งั้นแค่นี้ก่อนนะ]

เมื่อพูดจบหนิงเหอวางสายไปทันที ขณะที่เหม่ยอี้ถอนหายใจออกมา เพราะวันนี้ต้องออกไปกินอาหารมื้อเย็นข้างนอกคนเดียว

วางโทรศัพท์ลงที่บนโต๊ะก่อนที่จะเข้าห้องหยิบเงินจำนวนหนึ่งรวมถึงเดินไปส่องกระจกจัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย กลับมาที่โซฟาหยิบโทรศัพท์กับกระเป๋าขึ้นมา พลางคิดถึงเมนูอาหารมื้อเย็นที่ถึง

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานร้ายพ่ายใจรัก
8.7
เมื่อปานรพีเผชิญวิกฤตชีวิตจนตรอก ลิปดา มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทะนงตนจึงสบช่องเสนอเงินห้าล้านบาทเพื่อซื้อเรือนร่างของเธอ แม้จะเกลียดชังข้อเสนออันไร้เกียรติของซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้เพียงใด แต่ความจำเป็นบีบคั้นทำให้เธอต้องยอมก้มหัวรับข้อตกลง ทว่าเรื่องราวกลับไม่จบลงง่ายๆ เพียงแค่คืนเดียว เมื่อชายหนุ่มเจ้าเล่ห์ใช้กลอุบายผูกมัดเธอไว้ด้วยสัญญาเช่าระยะยาว หญิงสาวที่ติดกับดักในกรงขังเสน่หาจึงทำได้เพียงเฝ้ารอวันทวงคืนอิสรภาพ โดยไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาจะยอมปล่อยมือจากเธอไปจริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนผูกรัก
8.3
ความพลั้งเผลอเพียงชั่วคืนเพราะความมึนเมาทำให้ธีระก้าวล้ำเส้นกับลลิล โดยที่ชายหนุ่มเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาแอบรักสุดหัวใจ แม้ว่าลลิลจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปในค่ำคืนนั้น แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะปิดปากเงียบและไม่คิดจะเรียกร้องสิทธิ์หรือความรับผิดชอบใดๆ จากเขาเลย ทว่าโชคชะตาไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างง่ายดายตามที่เธอปรารถนา เมื่อในเวลาต่อมาลลิลกลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าตื่นตระหนกเพียงลำพังว่า เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ชายผู้มอบความเจ็บปวดลึกซึ้งให้แก่เธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่เสน่หานายหัว
9.5
ปณาลี นักข่าวสาวผู้รักความยุติธรรม ตัดสินใจแฝงตัวเข้าไปเป็นคนงานคัดแยกปลาเพื่อหวังเปิดโปง ‘นายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์’ ชายทรงอิทธิพลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นแกนนำแก๊งค้ามนุษย์ แม้เขาจะมีอำนาจและเงินล้นฟ้าก็ไม่อาจทำให้เธอเกรงกลัว ทว่าภารกิจสืบหาความจริงครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามอันแสนเร่าร้อนจากนายหัวหนุ่มผู้ป่าเถื่อน เขาใช้กำลังบังคับข่มขู่พร้อมทั้งยื่นข้อเสนออันโหดร้ายเพื่อขอซื้อพรหมจรรย์ของเธอ ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความกดดันทางอารมณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นักข่าวสาวจะสามารถเอาชีวิตรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงโฉมหน้าอันชั่วร้ายของเขาได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายรักฉบับสาวคลับ S
9.6
นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักกลางตะวัน
8.5
เมื่อ 'เพลิง' ชายหนุ่มผู้มีแผลใจจากความรักจนปฏิเสธผู้หญิงทุกคน ต้องมาเจอกับ 'ตวงรัก' หญิงสาวที่เข้ามาป่วนในสวนส้มตะวันฉายเพื่อทำภารกิจลับในการพิสูจน์ว่าเขาเป็นเกย์ แลกกับตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ แต่หนุ่มเจ้าเล่ห์อย่างเพลิงกลับรู้ทันและซ้อนแผนแกล้งทำเป็นอ่อนแอไร้ทางสู้เพื่อเรียกคะแนนความสงสาร พร้อมล่อลวงให้เธอเชื่อใจด้วยการสารภาพว่าตนเองชอบผู้ชาย ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ชวนหวั่นไหว ตวงรักจะรับมือกับกลลวงอันแนบเนียนของเขาได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ยิ่งกว่าหลงคุณ
8.2
หลังค่ำคืนแสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป หญิงสาวตั้งใจจะหันหลังเดินจากไปเพื่อให้เรื่องราวทั้งหมดจบลง ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างที่คิด เมื่อเขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากทวงถามความรับผิดชอบจากหนูชื่นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยื่นคำขาดว่าเธอจะฟันแล้วทิ้งเขาไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะในเหตุการณ์ครั้งนี้เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหายและสูญเสีย บทสรุปเรื่องราวความรักสุดอลหม่านที่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายและการเดินหน้าเรียกร้องสิทธิ์ของหัวใจจึงเปิดฉากขึ้นในนิยายโรแมนติกเรื่อง