APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง Desire of Love เพียงรักที่ปรารถนา

Desire of Love เพียงรักที่ปรารถนา

ความปรารถนาเดียวในใจของฟางเหม่ยอี้คือการได้พานพบรักแท้ที่จริงใจ จนกระทั่งชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปเมื่อได้รับดอกกุหลาบจำนวน 999 ดอกช่อใหญ่จากชายหนุ่มลึกลับที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเป็นเขา ด้านเฟยหลงเองแม้จะมีความสุขล้นใจทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มอันแสนสดใสของหญิงสาว แต่ชายหนุ่มผู้แสนปากแข็งคนนี้กลับยังไม่ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองที่มีต่อเธอ ทว่าหลังจากได้รับคำแนะนำจากลูกพี่ลูกน้องว่าให้ลองกอดเธอเพื่อพิสูจน์เสียงเรียกร้องในหัวใจ เขาจึงตัดสินใจเริ่มต้นค้นหาคำตอบว่าความรู้สึกป่วนปั่นที่เกิดขึ้นภายในใจนี้ จะใช่ความรักที่เขาเฝ้าตามหาอยู่จริงๆ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

Desire of love เพียงรักที่ปรารถนา

Chapter 0

‘ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ชอบเธอ’

กี่ครั้งแล้ว ! ! ที่โดนปฏิเสธ บางทีอาจจะจำไม่ด้วยซ้ำไปเพราะว่าเยอะเกินที่จะนับ ทุกครั้งที่เดินเข้าไปหาผู้ชายที่แอบชอบหรือว่าหลงใหล แต่ก็ต้องเจอคำนี้ตอบกลับมาทุกที เธอ..ไม่สวยอย่างนั้นเหรอ

เหม่ยอี้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับลุกขึ้นเดินมาส่องกระจกดูตัวเอง บางทีเธอก็คิดว่าควรเลิกโหยหาความรักเสียที

“โอ๊ย!! ทำไมนะ!!” หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างของตัวเองพลางส่งสายตามองในกระจกทรงยาวแล้วหมุนซ้ายขวามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง

“ความรัก มันหายากนักหรือไง!”

หญิงสาวบ่นพร้อมกับเดินมานั่งลงที่โซฟาอีกครั้ง สีหน้าบูดบึ้งมองไปที่โต๊ะ กองหนังสือนิตยสารเสริมความงามที่อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมนางแบบดัง ๆ ถึงมีชายหนุ่มหลงใหลกันมากมาย เธอก็ไม่ได้ดูน่าเกลียด(ใช่มั้ย ?) แต่...ไม่เคยมีความรักสักครั้ง อาภัพแท้ที่สุด ! !

ประตูห้องเปิดออก หนิงเหอรูมเมตที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานเดินเข้ามาแล้วหันไปประตูปิด ก่อนจะเดินมานั่งลงที่โซฟาตัวข้าง ๆ พลางถอนหายใจออกมา สายตาหันไปมองเหม่ยอี้ที่ทำหน้าราวกับหมดสิ้นทุกอย่างก็ไม่ปาน

“เป็นอะไรไปน่ะ” หนิงเหอเอ่ยถามขึ้น

เหม่ยอี้ลุกขึ้นพร้อมกับตะโกนออกมาสุดเสียง “เซ็งงงงงงง ! !”

หนิงเหอถึงกับเบี่ยงตัวหลบทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งลงแล้วตัวเองจึงจัดท่านั่งตามปกติ “เธอยังโอเคอยู่ใช่มั้ย?”

“ก็รู้สึกว่าไม่เท่าไหร่” เหม่ยอี้ตอบขณะเอื้อมมือหยิบหมอนข้าง ๆ ขึ้นมากอด “ฉันน่าสงสารที่สุดเลย ! !”

หนิงเหอมองเพื่อนสาวของตัวเองพูดเพ้อออกมา ก่อนที่จะขยับตัวและยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ ๆ “เธอโดนปฏิเสธมาอีกแล้วเหรอ”

ฉึก ! โดนเข้าอย่างจัง เหม่ยอี้หันไปมองจ้องด้วยสายตาขุ่นเคือง

“ก็แค่...โชคไม่เข้าข้างเท่านั้น”

“โชค ?”

“ใช่ ! !” เหม่ยอี้คิดมาเสมอว่าความรักต้องอยู่ที่โชคเข้าข้าง ซึ่งเธอเองไม่มีโชคในเรื่องนี้เลย ทั้งไม่สวยและยังซื่ออีกต่างหาก ไม่แปลกที่จะไม่มีผู้ชายคนไหนชอบ ครั้นจะไปจีบก็โดนปฏิเสธ...

สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม ! !

“นี่เหม่ยอี้...ความรักมันขึ้นอยู่กับโชคอย่างเดียวไม่ได้นะ”

หนิงเหอกล่าวพร้อมกับลุกขึ้นขยับตัวเข้ามานั่งข้าง ๆ เพื่อนสาว

“มันต้องใช้ใจสัมผัส”

“ใจ ?” ฟังดูเหมือนจะเข้าใจ แต่...เธอก็ยังงง ? !

“เธอต้องลองรักใครสักคนดู” หนิงเหอแนะนำ ก่อนที่จะหันไปมองเหม่ยอี้ด้วยสายตาจริงจัง

“แล้วเธอจะเข้าใจว่าความรักไม่ใช่โชคอย่างที่คิด”

“รักใครสักคน ?” หญิงสาวทวนคำพูดก่อนที่จะทำหน้าสลดลงแล้วอยู่ ๆ ก็โวยวายขึ้นมา “จะเป็นไปได้ยังไงกัน ! ฉันโดนปฏิเสธกี่รอบแล้ว !”

“ฉันให้เธอลองรักใครสักคน ไม่ใช่ไปขอเขาคบสักหน่อย ใช้ใจสัมผัส สิ ! เธอเคยได้ยินมั้ยความรักไม่ต้องการเหตุผลว่าทำไม ?” หนิงเหอต่อว่าพร้อมกับหัวเราะออกมา เหม่ยอี้ถึงกับยกมือขึ้นกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้

“งั้นจะยากมั้ย”

“ไม่รู้สิ เธอก็ลองดูละกัน”

เหม่ยอี้มองเพื่อนสาวพร้อมกับถอนหายใจออกมา

“ไม่เอาดีกว่า! ...ฉันตั้งใจจะโสดทั้งชีวิต !”

หนิงเหอมองหน้ารูมเมตของเธอที่ลุกขึ้นพูดอย่างตั้งมั่น ก่อนที่จะยิ้มขำออกมา “เธอคงไม่คิดจริง ๆ ใช่มั้ย”

“จริงสิ” เมื่อเจ้าตัวนั่งลงก็หยิบหมอนขึ้นมากอดอีกครั้ง

“แบบนี้ดีแล้ว”

“ก็แล้วแต่นะ แต่ผู้หญิงทุกคนทั้งโลกก็ฝันที่อยากจะมีความรักกันทั้งนั้น อย่างน้อยก็สักครั้งในชีวิต” หนิงเหอพูดขึ้นก่อนที่จะส่งสายตามองไปที่เหม่ยอี้ “เธอไม่อยากรู้เหรอว่ามีความรักแล้วเป็นยังไง ?”

“อยากสิ” เธออยากรู้มาก ๆ เลยว่าความรักจะเป็นยังไง

“งั้นก็ต้องลองเปิดใจดู แล้วก็หาคนที่ใช่” หนิงเหอแนะนำ

เหม่ยอี้มองก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วลุกขึ้นพร้อมพูดว่า

“ฉันจะตามหาความรักให้พบ !”

หนิงเหอมองอีกครั้งก่อนที่จะสะกิดเหม่ยอี้ ไม่รู้ว่านอกจากเพื่อนร่วมห้องจะชอบเพ้อฝันแล้วยังจะ...ปัญญาอ่อน (นิด ๆ) อีกด้วย

“เอ่อ...ก่อนหาความรัก...ฉันว่า เธอหางานทำก่อนดีมั้ย”

แน่นอนว่านอกจากความรักจะไม่มีแล้ว สิ่งหนึ่งที่เหม่ยอี้ยังไม่มี คืองาน !! หญิงสาวลดมือลงพร้อมกับยิ้มเจื่อน ๆ

“นั่นสินะ ! หางานทำ”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานร้ายพ่ายใจรัก
8.7
เมื่อปานรพีเผชิญวิกฤตชีวิตจนตรอก ลิปดา มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทะนงตนจึงสบช่องเสนอเงินห้าล้านบาทเพื่อซื้อเรือนร่างของเธอ แม้จะเกลียดชังข้อเสนออันไร้เกียรติของซาตานในคราบเทพบุตรคนนี้เพียงใด แต่ความจำเป็นบีบคั้นทำให้เธอต้องยอมก้มหัวรับข้อตกลง ทว่าเรื่องราวกลับไม่จบลงง่ายๆ เพียงแค่คืนเดียว เมื่อชายหนุ่มเจ้าเล่ห์ใช้กลอุบายผูกมัดเธอไว้ด้วยสัญญาเช่าระยะยาว หญิงสาวที่ติดกับดักในกรงขังเสน่หาจึงทำได้เพียงเฝ้ารอวันทวงคืนอิสรภาพ โดยไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาจะยอมปล่อยมือจากเธอไปจริงหรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง คืนผูกรัก
8.3
ความพลั้งเผลอเพียงชั่วคืนเพราะความมึนเมาทำให้ธีระก้าวล้ำเส้นกับลลิล โดยที่ชายหนุ่มเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาแอบรักสุดหัวใจ แม้ว่าลลิลจะต้องสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดไปในค่ำคืนนั้น แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะปิดปากเงียบและไม่คิดจะเรียกร้องสิทธิ์หรือความรับผิดชอบใดๆ จากเขาเลย ทว่าโชคชะตาไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างง่ายดายตามที่เธอปรารถนา เมื่อในเวลาต่อมาลลิลกลับต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าตื่นตระหนกเพียงลำพังว่า เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกน้อยที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ชายผู้มอบความเจ็บปวดลึกซึ้งให้แก่เธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่เสน่หานายหัว
9.5
ปณาลี นักข่าวสาวผู้รักความยุติธรรม ตัดสินใจแฝงตัวเข้าไปเป็นคนงานคัดแยกปลาเพื่อหวังเปิดโปง ‘นายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์’ ชายทรงอิทธิพลที่ถูกตราหน้าว่าเป็นแกนนำแก๊งค้ามนุษย์ แม้เขาจะมีอำนาจและเงินล้นฟ้าก็ไม่อาจทำให้เธอเกรงกลัว ทว่าภารกิจสืบหาความจริงครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับการคุกคามอันแสนเร่าร้อนจากนายหัวหนุ่มผู้ป่าเถื่อน เขาใช้กำลังบังคับข่มขู่พร้อมทั้งยื่นข้อเสนออันโหดร้ายเพื่อขอซื้อพรหมจรรย์ของเธอ ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความกดดันทางอารมณ์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นักข่าวสาวจะสามารถเอาชีวิตรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงโฉมหน้าอันชั่วร้ายของเขาได้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายรักฉบับสาวคลับ S
9.6
นิรัติศัย&นันทภัค “ปล่อยนะ” เธอสะบัดแขนสุดแรง ถอยหลังสองสามก้าว มองหน้าเขานิ่ง “ฉันไม่อยู่กับคุณแล้ว เชิญคุณไปอยู่กับผู้หญิงของคุณตามสบายเลย อยากไปอยู่กับใครก็เชิญ” พูดจบก็ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา กำลังจะนำมันไปวางบนเตียง แต่ก็ถูกเขากระชากกลับไป แล้วโยนไปมุมห้อง “เธอจะไปไหนไม่ได้ถ้าฉันไม่ให้ไป” นิรัติศัยเสียงเข้มใส่ ในใจรู้สึกโหวงหวิวเมื่อได้ยินนันทภัคพูดว่า จะไปจากเขา “คุณมันเห็นแก่ตัว นึกถึงแต่ตัวเอง คุณไม่นึกถึงใจฉันเลย ไม่เคยเลย...ฮือ” นันทภัคตะเบ็งเสียงใส่สามีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่รับรู้ได้ว่า นันท์ภัคเจ็บปวดมากแค่ไหน น้ำตาสาวเป็นอีกหนึ่งอย่างที่แสดงออกถึงความปวดร้าวในจิตใจ “นัน...ฉัน” หนุ่มตี๋พูดไม่ออก มันตื้อไปหมด “ฉันทำตามข้อตกลงที่คุณกำหนดทุกอย่าง ฉันอดทนมาตลอด ต้องทนรับรู้ว่าผัวตัวเองนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่อดทน แต่คุณ คุณกลับไม่รู้สึกรู้สากับการกระทำของตัวเอง มีความสุขในแบบที่คุณชอบ คุณบอกฉันเองว่าจะไม่ให้ผู้หญิงของคุณมายุ่งเกี่ยวกับฉัน ในเมื่อมีมาแสดงตัวว่าเป็นเมียและแม่ของลูก ฉันก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป ถือว่าข้อตกลงของเราจบลงแค่นี้ ถ้าคุณพร้อมหย่าเมื่อไหร่บอกฉันก็แล้วกัน ฉันจะรอคำตอบจากคุณอยู่ที่บ้านของฉัน” นันทภัคบอกคนที่ยืนอึ้งเสียงเด็ดเดี่ยว อาศัยจังหวะที่เขายืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกเดินไปหยิบกระเป๋า ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปทันทีที่พูดจบ .................................................................................................................. หัสดิน&อารยา “รักจัง รักที่สุดเลย” เขาจูบซ้ำๆ บนกลีบปากค่อนข้างบวมเจ่อจากการจุมพิตยาวนาน “รักเหมือนกันค่ะ” เธอจุมพิตปากเขาบ้าง ซบหน้าลงบนบ่าแข็งแรง มือเล็กลูบแก้มเขาแผ่วเบา เรื่อยไปจนถึงใบหูใช้ปลายเล็บจิกลงบนติ่งหูเบาๆ เงยหน้าหอมลำคอหัสดิน ทุกสัมผัสของอารยาทำให้ร่างหนาสั่น หลับตาลงราวกับข่มความรู้สึก “อย่าซนสิครับ จะทนไม่ไหวแล้วนะ” เขาหลับตาพูด อารยาเงยหน้ามองคนรักแล้วยิ้ม “ทนอะไรไม่ไหวคะ เปิ้ลไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” สาวเจ้าไม่หยุดยั่ว ลูบต้นคอเขาด้วยปลายเล็บ กรีดลงมาตามลำคอถึงสาบเสื้อ จูบคอเขาอีกครั้ง ขยับสูงสู่แก้มขาว คราวนี้เขาสั่นมากขึ้น อารมณ์รัญจวนพล่านไปหมด “ยั่วดีนัก เดี๋ยวจะโดนดี” หัสดินพูดจบ อารยาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที “เปิ้ลไปทำงานก่อนนะคะ” พูดจบก็รีบเดินออกจากห้อง เหลียวมองชายร่างโตที่นั่งพ่นลมหายใจด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบาๆ “ยั่วเก่งจริงๆ พับผ่าสิวะ กูจะทนได้สักกี่ครั้งวะ” เขาพูดกับตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามร่างสวยด้วยอารมณ์สวาทที่ยังคั่งค้าง หัสดินคิดว่า หากเธอยั่วเช่นนี้บ่อยๆ มีหวังเขาตบะแตก จับเธอปล้ำทำเมียสักวันแน่ๆ ‘กูจะรอดถึงวันแต่งงานไหมเนี่ย’ นั่นสิจะรอดไหม... ....................................................................................................... กันต์ธีร์&เบญญาภา “จ๋ากลัว” เป็นความกลัวที่ฝังใจ แม้ว่าจุมพิตของเขาทำให้ใจเธอเตลิด หลงอยู่ในวังวนสิเน่หา ทว่าประสบการณ์ทางเพศที่ไม่น่าจดจำ มันตอกย้ำในอก ภาพสบโชคกระทำรุนแรง ป่าเถื่อนกับตน ไม่เคยลืมเลือน “ไม่ต้องกลัวครับ ผมจะทำให้จ๋าเห็นว่า ความรักและเซ็กซ์ของเราสวยงาม เชื่อผมนะครับ” เบญญาภากล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกได้ด้วยหัวใจตัวเองว่า กันต์ธีร์ไม่เหมือนสบโชค ชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีวันทำให้ตนเจ็บปวดหรือเสียใจ มีแต่สร้างความสุขให้ในทุกๆ วัน ทว่าอดีตที่ตามหลอกหลอน และไม่เคยห่างหายไปจากห้วงความทรงจำ ทำให้เธอใจไม่เข้มแข็งพอที่จะก้าวผ่านความรู้สึกนั้น แต่ถ้าไม่กล้าก็ต้องกลัวอยู่อย่างนี้ เธอต้องชนะความกลัวด้วยความไม่กลัว ดังเช่นสำนวนที่ว่า หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ใช่...เบญญาภาต้องผ่านไปให้ได้ เธอจะได้หลุดพ้นจากความปวดร้าวที่รัดรึงหัวใจ “มันสวยงามจริงหรือคะ” เป็นคำถามของคนขี้กลัว ที่เรียกรอยยิ้มให้คนถูกถาม “จริงสิครับ มันสวยงามจนจ๋าต้องติดใจ ผมจะจูงมือจ๋าไปตลอดเส้นทางนั้น จ๋าจะได้รู้ด้วยตัวเองว่า มันมีความสุขมากแค่ไหน” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ย จูบกลีบปากเธอแผ่วเบา “ผมจะพาจ๋าไปสวรรค์ชั้นเจ็ด รับรองว่าจ๋าไม่อยากลงมาเหยียบพื้นดิน อยากอยู่บนนั้นทั้งวันทั้งคืน” เธอแก้มแดง ร้อนไปทั้งตัว ยิ้มเขินให้ชายหนุ่มที่เริ่มลงมือจูงเบญญาภาไปย่ำเยือนสวรรค์ด้วยการจูบ รสสัมผัสที่จะกระตุ้นความปรารถนาให้คุกรุ่นในกาย กันต์ธีร์อ่อนโยนและนุ่มนวล ทุกสัมผัสของเขาคือการทะนุถนอม ฝ่ามือใหญ่ที่กำลังสำรวจไปทั่วเรือนกายสาวไม่ผลีผลาม เขาอยากให้เธอซึมซับรสชาติของเซ็กซ์เข้าไปในหัวใจทีละน้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักกลางตะวัน
8.5
เมื่อ 'เพลิง' ชายหนุ่มผู้มีแผลใจจากความรักจนปฏิเสธผู้หญิงทุกคน ต้องมาเจอกับ 'ตวงรัก' หญิงสาวที่เข้ามาป่วนในสวนส้มตะวันฉายเพื่อทำภารกิจลับในการพิสูจน์ว่าเขาเป็นเกย์ แลกกับตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ แต่หนุ่มเจ้าเล่ห์อย่างเพลิงกลับรู้ทันและซ้อนแผนแกล้งทำเป็นอ่อนแอไร้ทางสู้เพื่อเรียกคะแนนความสงสาร พร้อมล่อลวงให้เธอเชื่อใจด้วยการสารภาพว่าตนเองชอบผู้ชาย ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ชวนหวั่นไหว ตวงรักจะรับมือกับกลลวงอันแนบเนียนของเขาได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ยิ่งกว่าหลงคุณ
8.2
หลังค่ำคืนแสนเร่าร้อนผ่านพ้นไป หญิงสาวตั้งใจจะหันหลังเดินจากไปเพื่อให้เรื่องราวทั้งหมดจบลง ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างที่คิด เมื่อเขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากทวงถามความรับผิดชอบจากหนูชื่นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมยื่นคำขาดว่าเธอจะฟันแล้วทิ้งเขาไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะในเหตุการณ์ครั้งนี้เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียหายและสูญเสีย บทสรุปเรื่องราวความรักสุดอลหม่านที่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายและการเดินหน้าเรียกร้องสิทธิ์ของหัวใจจึงเปิดฉากขึ้นในนิยายโรแมนติกเรื่อง