APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ลลินน์ผูกรัก

ลลินน์ผูกรัก

ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนอันเร่าร้อนจบลงด้วยความช้ำใจ เมื่อศศิลัลน์ได้รู้ความจริงว่าชายที่เธอมีสัมพันธ์ด้วยนั้นมีคนจับจองอยู่แล้ว เธอจึงเลือกหันหลังให้ความเจ็บปวดและก้าวเดินจากไปเพื่อสร้างชีวิตใหม่เพียงลำพัง ทว่าสี่ปีต่อมาโชคชะตากลับนำพาให้เขาและเธอต้องมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ การกลับมาเจอกันในหนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความรู้สึกเก่าๆ ที่หวนคืน แต่เขายังจะได้พบกับความลับสำคัญที่หญิงสาวเพียรปิดบังเอาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งก็คือลูกสาวตัวน้อยผู้เป็นพยานรักและสายเลือดแท้ๆ ของเขาเอง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ชุดเดรสเกาะอกเปิดไหล่กระโปรงฟูฟ่องเลยเข่าไปเพียงเล็กน้อยสีฟ้าอ่อนที่สั่งตัดเป็นคู่กับชุดกระโปรงเจ้าหญิงสีฟ้าอ่อนของเด็กคือชุดของสองแม่ลูกที่ใส่มาร่วมงานแต่งงานของเขมิกาในเช้าวันนี้ เพราะความน่ารักของหนูน้อยลลินน์ทำให้หลาย ๆ คนหันมามองด้วยความสะดุดตา ทว่าหญิงสาวไม่ได้ให้ความสนใจใครเป็นพิเศษ ทำเพียงพายัยหนูเดินเข้าไปทักทายแม่เลี้ยงขวัญฤทัยผู้เป็นแม่ของพี่เขยและแม่ของเจ้าสาวในวันนี้

“ซาหวัดดีค่ะ กุนยายขวัญ”

“สวัสดีจ้ะน้องลินน์ วันนี้แต่งตัวน่ารักจังเลยลูก” แม่เลี้ยงขวัญฤทัยตอบกลับก่อนจะอุ้มหนูน้อยมาอุ้มอย่างเอ็นดู เพราะรู้ดีว่าครอบครัวของลูกสะใภ้เจออะไรมาบ้างเธอจึงนึกเอ็นดูน้องสาวและหลานสาวของลูกสะใภ้ไปด้วย ยัยหนูลลินน์จึงไม่ได้ต่างไปจากลูกหลานสักเท่าไหร่ ยิ่งหนูน้อยเป็นเด็กน่ารักน่าชังก็ยิ่งทำให้เธอหลงรักจนอยากจะขโมยมาบ้านซะให้ได้

ถ้าไม่ติดว่าแม่ยายของลูกชายเองก็รักหลานสาวมากจนไม่ยอมปล่อยมา เธอคงยึดมาเป็นหลานไปแล้ว

“คนเยอะมากเลยนะคะเนี่ย ไหนขิมบอกว่าจัดงานไม่ใหญ่มากไงคะ” เห็นอีกฝ่ายเอ็นดูลูกสาวคนเป็นแม่ก็ชื่นใจ แต่ก็ไม่วายชวนคุยเพราะมองไปทางไหนก็ไม่เข้ากับคำว่างานเล็ก ๆ ตามที่เขมิกาเคยบอกเล่า

“เจ้าตัวเขาจัดไม่ใหญ่หรอก ที่เหลือน่ะแขกป้า อะ ยัยภัสตรา...มาด้วยเหรอเนี่ย” แม่เลี้ยงขวัญฤทัยตอบกลับเพียงประโยคเดียวก็ร้องทักใครอีกคนที่เดินเข้ามาด้วยความดีใจ แม่เจ้าสาวก้าวไปหาคนมาใหม่ในทันทีและไม่ลืมที่จะอุ้มยัยหนูติดไม้ติดมือไปด้วยจนคนเป็นแม่ต้องตามไปห่าง ๆ

คนมาใหม่เป็นหญิงห้าสิบปลาย ๆ ที่ไม่ได้แต่งตัวหรูหรามากนักแต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เป็นผ้าเนื้อดีและกิริยาท่าทางเองก็บ่งบอกว่าเป็นผู้ดีมีฐานะ

“มาสิยะ ลูกสาวเพื่อนแต่งงานทั้งทีไม่มาได้ยังไง”

คนมาใหม่พูดแล้วก็ยื่นมือมาจับแทนการกอดเพราะเห็นว่าแม่เจ้าสาวมือไม่ว่าง แม่เลี้ยงขวัญฤทัยบีบมือตอบแต่ก็ไม่ยอมปล่อยยัยหนูให้คนเป็นแม่

“โอ้ยคิดถึง”

“ฉันก็คิดถึงเหมือนกัน...แล้วนี่อะไร หลานโตขนาดนี้ไม่บอกเพื่อนบอกฝูงเหรอ” ประโยคแรกคุณหญิงภัสตราตอบรับแต่ประโยคหลังคล้ายจะโวยวายจนแม่เลี้ยงขวัญฤทัยต้องรีบชี้แจง

“เปล่า ๆ นี่ลูกน้องสาวของลูกสะใภ้ฉัน หลานฉันน่ะยังอยู่ในท้องลูกสะใภ้อยู่เลย เพิ่งได้หกเดือน”

“แหม่ โม้จังเลยนะยะ”

“ก็นิดนึงย่ะ แล้วลูก ๆ เธอล่ะ ไม่เห็นส่งการ์ด ยังไม่แต่งงานแต่งการสักคนเหรอ”

“เฮ้อ อย่าพูดเลย ลูกฉันแต่ละคนสนใจแต่งาน ไม่สนใจหาเมีย ลูกสาวก็พ่อหวงเหลือเกิน สามสิบห้าโน่นมั้งกว่าจะยอมให้มีแฟน” ได้เจอเพื่อนก็เหมือนเจอคนที่ระบายได้ คุณหญิงภัสตราเล่าแล้วก็ถอนใจหนัก ๆ เธอมีลูกชายสามคน ลูกสาวอีกหนึ่ง แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครแต่งงาน เจ้าตัวดีคนเล็กก็ทำตัวเจ้าชู้เป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปลอยมา เจ้าคนกลางที่เป็นแฝดกับคนเล็กก็มีเรื่องผู้หญิงบ้างแต่ก็บ้างานซะเหลือเกิน วัน ๆ ก็มีแต่งาน งาน แล้วก็งาน เจ้าตัวดีคนโตยิ่งหนักสุด เธอคิดว่าจะเข้าจำศีลอยู่แล้วเพราะเหล้ายานารีไม่แตะต้องมาหลายปีสนใจแต่งานกับงาน บ้างานจนบ้านช่องก็แทบจะไม่กลับ...ส่วนลูกสาวพ่อของลูกก็หวงจนไม่ยอมให้มีแฟน

นึกแล้วก็อิจฉาเพื่อนจริง ๆ ที่ลูก ๆ แต่งงานไปถึงสองคนแล้ว

“เฮ้อ ฉันละอิจฉาเธอ”

“ทำใจนะจ้ะ ได้ของดีของเด็ดของรุ่นไปก็ต้องทำใจ คิก ๆ” แทนที่จะเห็นใจแม่เลี้ยวขวัญฤทัยกลับหัวเราะชอบใจ สามีของเธอกับสามีของอีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัยที่เป็นเพื่อนกัน แต่สามีของอีกฝ่ายเรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของรุ่น นับเป็นของดีที่แม่เพื่อนตัวดีได้ไป แล้วตอนนี้จะมาทอดถอนใจเพราะความหวงลูกของคุณสามีทำไมกัน

เห็นเพื่อนไม่ปลอบแต่ยิ้มชอบใจคุณหญิงภัสตราก็ยิ่งถอนใจหนัก ๆ “เฮ้อ รู้งี้ไม่ชอบซะหรอก ปล่อยให้เธอสอยไปซะก็ดี...มาแลกกันมั้ย สามีน่ะ”

“ไม่เอาย่ะ อยากสอยของดีของรุ่นไปก็รับกรรมไปเถอะ ฉันจะอุ้มหลานรอดู”

“หมั่นไส้”

“หึหึ” แม่เจ้าสาวหัวเราะชอบใจในขณะที่เพื่อนสนิทที่ไม่ค่อยได้เจอกันส่งสายตาหมั่นไส้มาให้ แต่แล้วการพูดคุยก็ต้องหยุดลงเพราะเสียงเล็กจากอ้อมแขนของแม่เลี้ยงขวัญฤทัยที่เจ้าตัวเกือบลืมไปแล้วว่าอุ้มเอาไว้

“ฮ๊าว”

“อ้าว หาวซะแล้ว ยายขวัญกับยายภัสคุยกันน่าเบื่อเหรอลูก น้องลลินน์”

“ไม่ช่ายค่ะ น้องลีนหาวเฉย ๆ” ยัยหนูตอบแล้วก็ฉีกยิ้มกว้าง จังหวะนี้เองที่คุณหญิงภัสตราได้มองหน้าหนูน้อยชัด ๆ ราวกับเวลารอบตัวถูกหยุดเอาไว้ รอยยิ้มสดใสของแม่หนูน้อยทำให้หญิงวัยกลางคนตกหลุมรักและรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...เด็กคนนี้เธอถูกชะตาเข้าแล้ว

“เป็นอะไร ตกหลุมรักเหมือนกันล่ะสิ ฉันเป็นบ่อย” แม่เลี้ยงขวัญฤทัยที่พอจะเข้าใจอาการของเพื่อนบอกก่อนที่อีกฝ่ายจะยื่นมือมาลูบแก้มยัยหนูเบา ๆ

“น่าเอ็นดูเชียว ไม่ใช่หลานจริง ๆ เหรอเนี่ย”

“ก็อยากให้ใช่อยู่หรอก แต่ไม่ใช่น่ะสิ แม่เขายืนอยู่ข้าง ๆ เนี่ย” พูดแล้วก็หลบให้ได้เห็นศศิลัลน์ที่ยืนเงียบอยู่นาน หญิงสาวยกมือไหว้คนที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยทั้งที่มั่นใจว่าไม่เคยพบเจอก่อนจะทักทาย

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีจ้ะ” หญิงวัยกลางคนยิ้มให้อย่างเป็นมิตรรู้สึกคุ้น ๆ แต่ก็คิดไม่ออกเช่นกันว่าเคยเจอหรือไม่สุดท้ายจึงหันกลับไปสนใจยัยหนูที่เธอตกหลุมรักเข้าให้แทน “ว่าแต่ชื่ออะไรเอ่ย บอกคุณยายภัสได้มั้ยคะ”

“จื้อลาลีนค่ะ”

“น้องลาลีน?”

“ชื่อลลินน์ค่ะ” หญิงสาวแทรกบอกก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม “แต่ที่บ้านเรียกว่าน้องลินน์ซะส่วนใหญ่”

“อ้อ...งั้นยายภัสเรียกว่าน้องลินน์ด้วยได้มั้ยคะ”

“ด้ายคร่า”

“ขอยายภัสอุ้มหน่อยได้มั้ย” ด้วยวัยที่สมควรมีหลานมาวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังแล้วแต่ยังไม่มีทำให้คุณหญิงภัสตราชื่นชอบการอุ้มเด็กเป็นอย่างมาก เจอหลานเพื่อนหลายคนก็ขออุ้มอยู่บ่อย ๆ มาเจอหนูน้อยน่ารักน่าชังคนนี้ก็อดไม่ได้

ยิ่งเป็นยัยหนูคนนี้ยิ่งรู้สึกอยากกอดหอมอย่างประหลาด

ตกหลุมรักแม่หนูคนนี้เข้าแล้วจริง ๆ

“ด้ายคร่า” ยัยหนูไม่พูดเปล่าแต่ยังอ้าแขนให้อุ้มอย่างรู้งาน แม่เลี้ยงขวัญฤทัยจำใจส่งหนูน้อยให้เพื่อนแต่ลึก ๆ ก็รู้สึกดีที่เห็นเพื่อนยิ้มได้

เพียงได้อุ้มหัวใจคนแก่ก็ชุ่มชื่นขึ้น ยัยหนูทั้งตัวหอมและนุ่มนิ่มจนอดใจไม่ไหว คุณหญิงภัสตราหอมแก้มหนูน้อยไปฟอดใหญ่จนเด็กหญิงลภัสชญาหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างชอบใจ

“น่ารักน่าชังจริงเชียว”

“ดูซิ พอมองนาน ๆ ก็เหมือนจะหน้าคล้ายซะอย่างนั้น” พอมองยัยหนูลลินน์เทียบกับเพื่อนแล้วรู้สึกว่าทั้งคู่คล้ายกัน จะว่าคิดไปเองหรือคล้ายกันจริง ๆ แม่เลี้ยงขวัญฤทัยก็ไม่แน่ใจ แต่รู้ตัวอีกทีก็เผลอพูดไปซะแล้ว ทำเอาคนอยากมีหลานแต่ยังไม่มีชอบใจใหญ่

“จริงเหรอ งั้นมาเป็นหลานคุณยายมั้ยคะ คุณยายรวยนะ ซื้อขนมให้หนูได้เยอะเลย”

“นี่ ๆ จะมาขอกันแบบนี้ได้ยังไงย่ะ ฉันก็รวยฉันยังไม่ล่อลวงน้องลินน์เลย” เจอเพื่อนขายตรงจะแย่งหลานไปแม่เจ้าสาวเป็นต้องแย้งแต่ก็ได้เพียงแค่ท่าทีเหนือกว่า

“ฉันรวยกว่าเธอไง”

“ยัยคนนี้นี่” แม่เลี้ยงวัยกลางคนเอ็ดเพื่อนไม่จริงจังก่อนจะต้องขอตัวไปรับแขกคนอื่นเมื่อมองไปเห็นแขกคนสำคัญหลายคนทยอยเข้างานมาแล้ว

“ฝากหน้องลินน์รับแขกให้คุณยายหน่อยนะลูก”

“คร่า”

แม่เลี้ยงขวัญฤทัยผละจากไปแล้วแต่ศศิลัลน์ยังคงอยู่ที่เดิมเพราะยัยหนูยังคงอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย คุณหญิงภัสตราแนะนำตัวก่อนจะชักชวนพูดคุยเพราะยังอยากคุยกับหนูน้อยต่อซึ่งหญิงสาวก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใด ๆ

เพราะคุยกันถูกคอและเห็นว่าอีกฝ่ายค่อนข้างเอ็นดูหนูน้อยลลินน์ศศิลัลน์จึงไม่ได้แยกไปไหนจะมีผละไปบ้างก็ตอนที่มีคนเข้ามาทักทายแต่ก็ไม่ไกล

คุณหญิงภัสตรามองหนูน้อยลลินน์ที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยความเอ็นดู หนูน้อยค่อนข้างช่างพูดทำให้คนแก่ที่ตอนนี้ลูก ๆ ยังไม่แต่งงานแต่งการมีหลานให้อุ้มรู้สึกใจฟูอยู่เสมอ

นึกอยากจะขโมยหนูน้อยกลับบ้านด้วยซะให้รู้แล้วรู้รอด

“น่ารักจริงเชียว น่ารักแบบนี้พ่อต้องหวงแน่เลย” พูดไปแล้วก็นึกถึงลูกสาวของตัวเองที่พ่อหวงนักหวงหนาจนเธอไม่มีลูกเขยและหลานยายสักที ยัยตัวแสบของเธอก็น่ารักน่าชังมาก ๆ พ่อเลยหวงชนิดยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ยัยหนูตรงหน้าของเธอน่ารักน่าชังขนาดนี้พ่อก็คงหวงไม่ต่างกัน

จะว่าไปแล้วก็เหมือนลูกสาวเธออยู่มากทีเดียว...สามีเธอไปมีบ้านเล็กที่ไหนไว้หรือเปล่านะ?

หรือว่าลูกชาย...ไม่สิ

เจ้าพวกนั้นน่ะเธอหมดหวังซะแล้ว สามียิ่งแล้วใหญ่ แม่ยัยหนูอายุก็แค่นี้คงไม่ไปหลงกลคนแก่คราวพ่อจนมียัยหนูออกมาเป็นแน่

คุณหญิงภัสตราได้แต่คิดแล้วก็ส่ายหน้า พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไป ถ้าได้ยัยหนูมาเป็นหลานก็คงจะดี...แต่ดูแล้วเป็นไปไม่ได้เลย

คนถูกบอกว่าพ่อคงหวงเอียงคอส่งสายตาสงสัยมาให้ก่อนจะส่งเสียงถามเรียกสติอีกฝ่าย “ป้อคืออายายเหยอคะกุนยายภัส”

คุณหญิงภัสตราคิดว่าที่บ้านของหนูน้อยน่าจะเรียกพ่อว่าอย่างอื่นจึงไม่เข้าใจ จึงได้อธิบายอย่างเอ็นดู “พ่อก็คือปะป๊า บางคนก็เรียกว่าพ่อ บางคนเรียกว่าแด็ดดี้ หรือไม่ก็ปะป๊าไงคะ ก็คือแฟนของคุณแม่ คุณแม่ต้องคู่กับคุณพ่อไงคะ”

“น้องลีน...ม่ายมีกุนป้อ”

“อะ เอ่อ...” ราวกับบรรยากาศดี ๆ ของงานแต่งงานหมองลงทันตาเมื่อได้ยินคำนั้น คุณหญิงภัสตราพูดอะไรไม่ออกไปซะแล้ว รู้ตัวในทันทีว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป ท่าทีนั้นทำให้ศศิลัลน์ที่ผละมาคุยกับอดีตลูกค้าที่เข้ามาทักทายรีบกลับมาสอบถามในทันที

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“เอ่อ...”

“น้องลีนมีกุนป้อมั้ยคะ” ยัยหนูไม่รอช้าถามคนเป็นแม่ในทันทีพร้อมกับพุ่งเข้ามาหา ศศิลัลน์นิ่งอึ้งไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะตอบกลับเพราะไม่อยากให้สถานการณ์แย่ลง

“มีสิค่ะ ใครบอกว่าน้องลินน์ไม่มี”

“แต่น้องลีนม่ายเคยเห็นเลย”

“คุณพ่อไปทำงานค่ะ งานเหมือนคุณแม่เลย แต่งานยุ่งกว่ามาก ๆ เลยไม่ได้มาหาน้องลินน์”

“แล้วน้องลินน์จะได้เจอกุนป้อมั้ย”

“เอ่อ...คุณป้า!!!”

ขณะที่กำลังกระอักกระอวนไม่รู้จะตอบอย่างไรคนที่ยืนเงียบมาตลอดก็หงายหลังหมดสติไปต่อหน้าต่อตา ศศิลันน์รีบพุ่งไปรับไว้ในทันทีก่อนที่ศีรษะของหญิงวัยกลางคนจะกระแทกพื้น เหตุการณ์อลหม่านเกิดขึ้นในชั่วพริบตาแม่เลี้ยงขวัญฤทัยรีบตามคนมาพาเพื่อนสนิทส่งโรงพยาบาลในทันที

ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจที่คุณหญิงภัสตราล้มไปต่อหน้าต่อตาดี เธอควรโล่งใจที่เธอไม่ต้องตอบคำถามของยัยหนูลลินน์ แต่ใจหนึ่งก็นึกห่วงคุณลภัสที่อยู่ ๆ ก็หมดสติไปด้วยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรมากหรือไม่

แต่ก็...รอดตัวไปที

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อยากเป็นบอส
7.3
ข่าวลือแพร่สะพัดทั่วกระดานสนทนาของมัธยมเซิ่งหัว สร้างความตกตะลึงให้ทุกคน เมื่อเจี่ยนหยุ่นน่าว รุ่นพี่นักเปียโนอัจฉริยะความภาคภูมิใจของสถาบัน ต้องเผชิญโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เขาพลัดตกบันไดจนมือได้รับบาดเจ็บสาหัส มือคู่นี้คือสิ่งเดียวที่ใช้ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเสียงดนตรี อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง อาการบาดเจ็บที่รุนแรงอาจทำลายเส้นทางความฝันและอนาคตอันรุ่งโรจน์ในวงการดนตรีไปตลอดกาล เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคอันหนักอึ้งเพื่อกอบกู้ชีวิตนักเปียโนอาชีพกลับคืนมา
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้ำพริก
9.7
สภาพของอาเรียตอนนี้น่าเวทนายิ่งนัก ผมสีทองที่เคยงดงามกลับชุ่มโชกด้วยเลือดและหลุดลุ่ยจากเงื้อมมืออันรุนแรงของเคน เขาเค้นให้เธอสารภาพบาป แต่ร่างบอบช้ำไม่อาจเปล่งเสียงใดได้ เพราะลิ้นถูกตัดขาดแถมยังถูกทรมานซ้ำด้วยเกลือจนปวดร้าวแทบขาดใจ นัยน์ตาสีมรกตที่เคยสะกดทุกสายตาบัดนี้บวมช้ำและไร้ซึ่งประกายความหวัง อาเรียหมดโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำสำนึกผิด เธอทำได้เพียงหลับตายอมรับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าในวินาทีสุดท้ายบนลานประหาร หญิงสาวแสนดีที่เคยถูกเธอรังแกได้ก้าวออกมาเบื้องหน้า เพื่อเอ่ยคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่นางมารร้ายที่กำลังจะสิ้นลมหายใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง หมอลำซัมเมอร์
7.0
แอนนี่หรือเดือนพิลาส สาวลูกครึ่งทายาทแม่ดาวเรืองและพ่อลุคส์ กลับไทยมาหาคุณยายดวงเพื่อพักใจจากวิกฤตโลก แต่ฤดูร้อนนี้กลับท้าทายกว่าที่คิด เมื่ออินทิราแห่งวงพิณเพลินบาดเจ็บกะทันหัน เธอจึงต้องสวมรอยเป็นนักร้องหมอลำจำเป็นในชื่อเดือนเด่น แดนดาว หญิงสาวสร้างตำนานด้วยน้ำเสียงลูกคอสามชั้นสุดไพเราะ เข้ากับความสนุกสนานและส้มตำรสเด็ดของคุณยาย ท่ามกลางแสงสีบนเวที หัวใจของเธอกลับหวั่นไหวกับความรักที่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ความผูกพันที่เกิดในฤดูร้อนนี้จะกลายเป็นรักแท้นิรันดร์ได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง รักลับของเรา
9.0
เหตุการณ์ไม่คาดฝัน ณ เมืองหยุนเฉิงทำให้เฉียวเมียนเมียนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเหมาเยซือ บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุด ค่ำคืนนั้นนำมาซึ่งข้อตกลงวิวาห์ที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้ การก้าวขึ้นเป็นนายหญิงตระกูลเหมาบันดาลให้เธอเพียบพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคาร ทว่าสิ่งที่เธอต้องเผชิญกลับเป็นความห่วงใยที่รุนแรงเกินต้านทาน แม้แต่ตอนที่เธอป่วยและดื้อดึงไม่ยอมทานยา เขายังคงตระกองกอดเธอไว้อย่างหวงแหนและคอยตะล่อมให้เธอรักษาสุขภาพ พันธสัญญาครั้งนี้จึงอบอวลไปด้วยความใส่ใจอันแสนหวาน
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงรักทาสเสน่หา
9.4
แม้ประณาลีจะย้ำเตือนว่าตนเป็นเพียงพี่เลี้ยงและพยายามขัดขืน แต่นิธิภัทรกลับละทิ้งเส้นแบ่งขอบเขตนั้น ชายหนุ่มผู้เฝ้ารอมานานนับเดือนรุกคืบด้วยอ้อมกอดและจูบแสนหวานเพื่อหลอมละลายกำแพงในใจของเธอ จากการต่อต้านอย่างหนักหน่วง สติของหญิงสาวเริ่มเลือนรางและถูกแทนที่ด้วยไฟปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ เธอยอมปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้มและตอบรับสัมผัสร้อนแรงอย่างไม่ประสีประสา นิธิภัทรจึงฉวยโอกาสนี้สานต่อความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บรรยากาศรอบกายล้วนอบอวลไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลและเสน่หาที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่ยกบ้าน หนีภัยก็ไม่กลัว!
7.9
ความตายจากน้ำมือพวกกบฏไม่ใช่จุดจบ เมื่อซูยิน มารดา และน้าสาวได้รับโอกาสย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง ทั้งสามรีบพาชาวหมู่บ้านซิ่งฮวาอพยพหนีไฟสงคราม บนเส้นทางสุดแสนลำบาก พวกเธอได้พบกับบิดาที่เคยถูกตระกูลทอดทิ้ง ชายที่ดูซื่อตรงผู้นี้กลับมีสัญชาตญาณเอาตัวรอดและเด็ดขาดอย่างคาดไม่ถึง เมื่อถึงเมืองหลวงยังได้พบกับน้องชายฝาแฝดที่ภายนอกดูใสซื่อ ทว่าคนหนึ่งกลับซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ส่วนอีกคนมีจิตใจเย็นชาไร้ความรู้สึก ท่ามกลางไฟสงครามและภยันตรายรอบด้าน ครอบครัวที่มีเบื้องหลังแตกต่างกันต้องหันมาจับมือและผสานพลังอย่างแนบแน่น เพื่อฟันฝ่าวิกฤตและนำพาทุกคนให้รอดพ้นจากยุคสมัยแห่งความโกลาหลนี้ไปได้