APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หมอลำซัมเมอร์

หมอลำซัมเมอร์

7 / 10.0
แอนนี่หรือเดือนพิลาส สาวลูกครึ่งทายาทแม่ดาวเรืองและพ่อลุคส์ กลับไทยมาหาคุณยายดวงเพื่อพักใจจากวิกฤตโลก แต่ฤดูร้อนนี้กลับท้าทายกว่าที่คิด เมื่ออินทิราแห่งวงพิณเพลินบาดเจ็บกะทันหัน เธอจึงต้องสวมรอยเป็นนักร้องหมอลำจำเป็นในชื่อเดือนเด่น แดนดาว หญิงสาวสร้างตำนานด้วยน้ำเสียงลูกคอสามชั้นสุดไพเราะ เข้ากับความสนุกสนานและส้มตำรสเด็ดของคุณยาย ท่ามกลางแสงสีบนเวที หัวใจของเธอกลับหวั่นไหวกับความรักที่เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ความผูกพันที่เกิดในฤดูร้อนนี้จะกลายเป็นรักแท้นิรันดร์ได้หรือไม่

หมอลำซัมเมอร์ ตอนที่ 1

บทที่ 1

บทที่1

อาริตา

หญิงสาวสวยอายุประมาณยี่สิบสองก้าวลงจากรถที่มาจอดให้ตรงทางเท้าเข้าสู่ร้านอาหารไทยขนาดใหญ่ที่คืนนี้จะมีการจัดงานเลี้ยงชุมนุมคนไทยที่มาอยู่ในละแวกย่านนี้ แม่ของหล่อน...ดาวเรือง เป็นผู้ประสานงานของงานที่จัดหาเงินหนนี้...เป็นงานหาทุนเพื่อจะส่งกลับไปยังประเทศบ้านเกิด...ก็ที่เมืองไทย

ตัวหล่อน เดือนพิลาส เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน พ่อของหล่อน มิสเตอร์ลุคส์ เป็นวิศวกรที่ถูกส่งไปทำงานที่เมืองไทยก่อนหล่อนจะเกิด แล้วพบแม่ที่เป็นนางพยาบาลเพราะมิสเตอร์ลุคส์มีเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลเรื่องไส้ติ่งอักเสบกะทันหันและแม่เป็นพยาบาลที่ดูแลพ่อตอนนั้นจนสานต่อเป็นความรักต่อกัน พ่อกับแม่แต่งงานกันเมื่อยี่สิบสามปีก่อน...โดยไม่ผ่านความเห็นชอบเต็มร้อยของยายหล่อน นางดวง เดชขาว...

นางดวงหรือยายดวงของหล่อนไม่ชอบฝรั่ง

...ไอ้เจ้ากุ๊กมันเป็นพวกต่างชาติ เป็นเมียฝาหรั่ง ดีตรงไหน...

ยายไม่เคยเรียกชื่อพ่อได้ถูกต้องสักหน...จากลุคส์เป็นกุ๊กเสมอ บางทีก็มีการต่อเติมว่า “เจ้ากุ๊กไก่”

พ่อรู้ตรงนั้นเหมือนกันแต่พ่อเป็นคนอารมณ์ดี มีอารมณ์ขันมากมายทำให้พ่อมองยายเหมือนมองหญิงแก่ที่ตลก และยายก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ด้วย เพราะยายเท่าที่เดือนพิลาสรู้จักเป็นคนตลกมีเรื่องให้หัวเราะมากมาย...บางเรื่องหล่อนก็เข้าใจแบบไม่ลึกซึ้งแต่ก็ได้หัวเราะเสมอ

มีลุงหล่อน...ลุงวีระที่บอกว่า

...มีผัวฝาหรั่งน่ะเท่ออกนะ แม่ ทำตัวทันซาหมัยหน่อย ฝาหรั่งยังไงก็ไม่ใช่มะละกอ เสี่ยวบ้านเฮา...

ลุงอีกคนมีอารมณ์ขันร้ายกาจพอกันกับยาย...และลุงยังเป็นศิลปิน...แม่บอกว่า

...เกือบจะโดดเดี่ยวอยู่แล้ว แต่ดีว่าเอาจริงเอาจัง...

ลุงเคยเป็นครูสอนดนตรีในโรงเรียนมัธยมมาก่อนเพราะจบทางด้านนี้มา แต่ลุงฝันไปไกลกว่านั้น ลุงฝันจะมีวงดนตรีของตัวเอง...จากวงเล็กๆ ที่เดี๋ยวนี้แม่ก็บอกว่ายังเป็นวงเล็กๆ อยู่ ลุงก็สร้างความฝันได้ด้วยการทำวง “พิณเพลิน” ร้องเพลงหมอลำ ลูกทุ่ง...และล่าสุดหล่อนก็ได้ยินว่าลุงทำเพลงที่เรียกว่าเพลงขแมร์ด้วย..พวกร็อคขแมร์ที่กำลังเป็นวงโด่งดังทางเมืองไทย

ที่บ้านมีเทปเพลงจากเมืองไทยมากมาย แน่ละว่ามีเทปเพลงของบริษัทลุงรวมอยู่ด้วย

หนึ่งเพลงในอัลบั้มเพลงร็อคจากวงพิณเพลินคือเพลง “น้องนางบ้านนา”...มีอินทิรานักร้องสาวของวงเป็นนักร้อง...เดือนพิลาสจะร้องเพลงน้องนางบ้านนาหนึ่งในสองเพลงโชว์คืนนี้ อีกเพลง...เป็นเพลงชื่อ “ถามหาหัวใจ” เพลงแนวป๊อบของนักร้องดังอีกคนของเมืองไทย...เพลงของ พรีม หรือ พิมสิริ

หล่อนชอบเนื้อเพลงเพลงนั่นมากทีเดียว

คนเขียนเพลงเขียนเนื้อเพลงได้ดีมาก ๆ...

ตัวนักร้องสาวคนร้องก็สวย แต่เสียงก็ยังไม่ค่อยดีนัก...อาศัยว่าเพลงโดนใจเลยโด่งดังมาก...หล่อนมีเทปเพลงเพลงนี้หล่อนซื้อมาดู...ดูชื่อคนแต่งเพลง...เขาลงชื่อสั้นๆ ไว้เพียงว่า “สัตยา” ไม่มีนามสกุลต่อท้ายอะไรเลย...ไม่รู้แน่ว่าเป็นแค่นามปากกาหรือชื่อจริง แต่เพลงในอัลบั้ม พรีม...พิมพ์ใจ...ก็ปรากฏชื่อนี้แต่งเพลงด้วยกันรวมสี่เพลง

หล่อนชอบทุกเพลง...แต่เพลงที่เป็นชื่ออัลบั้มเป็นเพลงชอบสุดๆ

หล่อนจะร้องโชว์ในงานนี้สองเพลง...เตรียมเสื้อผ้ามาด้วยกันสองชุด...ชุดแรกหล่อนจะแต่งชุดผ้าซิ่นแค่เข่าและเสื้อแขนกระบอก...มีผ้าแถบคาดทับ...ชุดที่ยายส่งมาให้เมื่อตอนสงกรานต์ไปทำบุญที่วัดไทย หล่อนนุ่งผ้าซิ่นยาวไม่ถนัด

นัก และพอดีกับว่าชุดแบบนี้เป็นชุดทางอีสานแบบหนึ่ง...ก็หล่อนเป็นสาวอีสาน...แม่เป็นสาวอุบล...มาอยู่ไกลถึงนิวยอร์กก็ใช่ว่าจะทำให้หล่อนเปลี่ยนแปลงเป็นอื่น ยังนึกถึงความเป็นลูกไทย...แม้สัญชาติของหล่อนจะไม่ใช่แล้วก็ตามที หล่อนมีสัญชาติอเมริกันตามพ่อ และเพราะว่าหล่อนเกิดที่นี่ด้วย

ลูกแม่ดาวเรือง หลานยายดวง...จะเสียชื่อได้อย่างไรกัน

คืนนี้ร้องสองเพลง...จะร้องเพลง “น้องนางบ้านนา” นั่นก่อนแล้วค่อยร้องเพลง “ถามหาหัวใจ”...

หล่อนพร้อมแล้ว เดินเข้าทางหลังร้าน...เจอกับเพื่อนแม่...ลุงหมู...เจ้าของร้านนี้...ชายวัยแก่กว่าแม่สักห้าปีเห็นจะได้ ปีนี้แม่ดาวเรืองของหล่อนอายุสี่สิบห้า ลุงหมูก็ประมาณห้าสิบ เขาแต่งงานแล้ว มีภรรยาแต่ไม่มีลูก สนิทกับพ่อแม่หล่อนและพลอยมาถึงหล่อนด้วย...เพราะเขาเห็นหล่อนมาแต่เล็กๆ...เขามาปักหลักที่นิวยอร์กนานแล้วเช่นกัน ทำร้านอาหารจนเลื่องชื่อรวมทั้งเป็นที่ชุมนุมของผู้คนชาวไทย ทั้งรุ่นเก๋าและรุ่นเอ๊าะๆ ที่ทั้งมาเรียนและมาทำงานที่นี่ หล่อนหอบหิ้วถุงใส่ชุดเสื้อผ้ามาด้วย

“มาช้าไปนิดค่ะ ลุงหมู เพราะแอนนี่มีงานเข้ามาด่วน”

ตอนนี้หล่อนกำลังฝึกงานอยู่กับสำนักงานแห่งหนึ่งทางด้านสถาปัตยกรรม และอาจจะทำงานที่นี่เลย หล่อนยังไม่ได้วางแผนไว้มากนัก...เพราะรับปากกับยายว่าซัมเมอร์ปีนี้หล่อนจะกลับเมืองไทยอีกหน...เรียนจบ...หมดช่วงการฝึกงาน หล่อนไม่ต้องรีบร้อนกลับมาก็ได้...ยายอยากให้หล่อนลองอยู่เมืองไทยนานๆ สักหน่อย

“คุยกับลูกค้ากว่าจะลงตัว”

งานที่หล่อนทำเกี่ยวกับลูกค้าที่มีเงิน...และที่สำคัญทุกคนพกพาความเป็นตัวของตัวเองมาเต็มเปี่ยม เดือนพิลาสไม่อยากเรียกสิ่งนั้นว่าเป็นการเอาแต่ใจตัวเอง เพราะโดยนิสัยหล่อนเป็นคนประนีประนอมและมองในแง่ดีเสมอๆ

ลุงหมูของหล่อนหัวเราะฮ่า ๆ “คนมันมีกะตังค์ แล้วมันก็อยากได้อะไรแบบที่เรียกว่าตามหลักการหรือความสวยงามมันเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม”

“นั่นแหละใช่เลยค่ะ”

“ป้านิดเค้ารอให้แอนนี่ไปทำห้องน้ำใหม่ให้นะ”

“ห้องน้ำหรือคะ” หล่อนหัวเราะคิกคัก “ได้เลย...งานถนัด...จะเอาแบบไหนดีคะ...”

“เอาแบบอาบเหมือนกลับไปยืนอาบกลางแจ้งบ้านเรา”

หล่อนทำตาโต “ไหวหรือคะ ตอนอากาศหนาวๆ...ได้หนาวตายกันพอดี แต่แอนนี่พอทำให้ได้นะคะ...ห้องน้ำกลางแจ้ง...แต่มีข้อแม้ข้อเดียว”

“อะไร”

“อย่าไปทำกลางแจ้งจริงๆ...หลบๆ ไว้ชั้นบน...แล้วทำต่อออกไป...งานนี้แอนนี่รับอยู่แล้ว”

เพราะลุงหมูคงจะถวิลหาชีวิตเมืองไทยนั่นเอง...เหมือนแม่หล่อน...หลายหนที่หล่อนฟังแม่เล่าเรื่องอาบน้ำข้างบ้าน...ให้ตาย...เดือนพิลาสบอกตัวเอง...หล่อนนึกภาพนั้นไม่ออก

...บ้านเราก็มีห้องน้ำ แต่แม่เป็นคนต่างจังหวัดใช่ไหม ตัวบ้านมีอาณาบริเวณ มีบ่อน้ำใหญ่ๆ มีท่อน้ำแบบโยก ต้องดูจากภาพ...

แต่ดูจากภาพแล้วก็ยังดูไม่ออกอยู่นั่นเอง

“ไปไป๊ เดี๋ยวก็ได้คิวร้องเพลง”

หมอลำ(ซัมเมอร์)

อ่านต่อ

สารบัญ หมอลำซัมเมอร์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
อดีตหญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างริษยา บัดนี้กลายเป็นเพียงภรรยาที่สามีไม่เคยเห็นค่า ในสายตาเขา เธอคือจอมลวงโลกที่ตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน เขาจึงจงใจสาดถ้อยคำถากถางรุนแรงและเหยียดหยามศักดิ์ศรีสารพัดเพื่อหวังให้เธอเจ็บปวด ทว่าความพยายามนั้นกลับสูญเปล่า เมื่อสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงความสงบนิ่งและท่าทีเมินเฉย เธอซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ราวกับว่าอาวุธวาจาอันโหดร้ายเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงเข้ามาสร้างรอยร้าวในจิตใจของเธอได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
เมื่อห้าปีก่อน ซางหว่านยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเผยจี๋ จนส่งผลให้เธอต้องสูญเสียความสามารถในการตั้งครรภ์ไปตลอดกาล แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่คิดอยากมีลูก แต่ในเวลาต่อมาเขากลับเปลี่ยนใจ และตัดสินใจเลือกซูเซวี่ย นักศึกษาสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับภรรยามาทำหน้าที่อุ้มบุญเพื่อกำเนิดทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ข้อเสนออันแสนเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ผลักไสให้ซางหว่านตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ และเลือกที่จะเดินจากชีวิตของเขาไปอย่างถาวรโดยไม่มีวันย้อนกลับมาอีก
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาอนาคตอย่าหนีไปไหน
8.9
อุบัติเหตุเล็กๆ บนท้องถนนนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อหญิงสาวเผลอเดินชนเด็กชายแปลกหน้า ทว่าเรื่องราวไม่ได้จบลงแค่คำขอโทษ เด็กน้อยคนนั้นกลับคว้าตัวเธอไว้แน่นและยื่นข้อเสนอที่ทำให้เธอต้องตกตะลึง เขาเรียกร้องให้เธอรับผิดชอบด้วยการมาเป็นมารดาของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความสับสน เธอเฝ้าถามตัวเองว่าเหตุใดเด็กคนนี้ถึงได้ปักใจเลือกเธอ ทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้ากัน แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามปฏิเสธอย่างไร พันธนาการนี้ก็ค่อยๆ ดึงดูดเธอเข้าสู่วังวนแห่งความผูกพัน จนไม่อาจก้าวหนีจากความสัมพันธ์นี้ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
เมื่อยมทูตส่งตัว 'ฟ้ารดา' ข้ามมิติเวลามาสู่กรุงอโยธยาอย่างไร้หนทางกลับบ้าน เธอจึงต้องยอมรับโชคชะตาและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นแรงอีกครั้งเมื่อได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำ แผนการพิชิตใจชายหนุ่มผู้แสนเคร่งขรึมจึงเปิดฉากขึ้นทันที แม้หนทางรักครั้งนี้จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องเผชิญกับอุปสรรคชิ้นใหญ่จากครอบครัวที่ไม่ยอมปล่อยให้เธอออกเรือนง่ายๆ แม่หญิงหลงยุคผู้มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมคนนี้จะสามารถใช้เสน่ห์เฉพาะตัวสั่นคลอนหัวใจของนายช่างใหญ่แห่งราชสำนักได้สำเร็จหรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวชวนลึกคึกคัก
ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ชีวิตของใบบัวต้องพลิกผันสู่ความยากลำบาก เมื่อเธอถูกส่งตัวไปเป็นของบรรณาการเพื่อล้างหนี้สินที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้น เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเจ้าของคาสิโน จึงตักตวงและใช้ประโยชน์จากเธออย่างเต็มที่ ทว่าท่ามกลางเปลวไฟแห่งความปรารถนาอันเร่าร้อน เสน่ห์อันอ่อนหวานของเธอกลับค่อยๆ ละลายหัวใจที่เคยเย็นชาและแข็งกร้าวของเขาให้ยอมสยบ จากบทลงโทษอันแสนร้ายกาจแปรเปลี่ยนเป็นห้วงรักลึกซึ้งที่ทำให้เอเดนปรารถนาจะกักขังและครอบครองเธอไว้ในอ้อมแขนของเขาเพียงผู้เดียวดียวตลอดไป
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์